ฉันและคนอื่นๆหลุดออกมาจากสวนอะไรนั่นพอรู้สึกตัวก็มาอยู่กับทุกคนในโพลงน้ำแข็งซะแล้ว
ฉันหันไปเห็นเลวี่ที่กำลังกอดชุดของฉันอยู่ เอ๋ทำไมเลวี่ถึงมีชุดของฉันละเนี่ย.. หรือ.. หรือว่าเธอช่วยเก็บมาให้ฉันกัน?
“อ๊ะ ท่านพี่ นี่ชุดท่านพี่!”
เลวี่ยื่นชุดมาให้ฉันชุดฉันไม่มีคราบเลือดแล้วแม้แต่รอยขาดที่ฉันเคยฉีกออก เหมือนเลวี่จะซ่อมให้จนเสร็จ
“ขอบใจนะเลวี่”
“อื้อ”
ฉันลูบหัวให้เลวี่เบาๆขณะที่สายตาหันไปจ้องคนสามคนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้มิตินั้นพังทลายลงไป
ผู้หญิงที่ชื่อชิสุยืนรออยู่ที่นี่พอเห็นผู้หญิงที่ชื่อริวเธอก็วิ่งเข้าไปหาเธอคนนั้นทันที ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“หยุดคนที่เธอหวังจะให้ช่วยเหลือไงล่ะ”
ถึงฉันจะไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรแต่ไอ้พวกลมพวกนั้นคือคนที่จะมาทำอะไรกับโลกนี้ละมั้ง อาจจะเป็นปีศาจอะไรทำนองนั้น
แต่ปีศาจในโลกนี้ปรองดองกับมนุษย์นี่น่าอืมๆ ถึงจะไม่เข้าใจแต่คงเป็นอะไรประมาณนั้นบางทีโลกนี้อาจจะไม่ได้สบายอย่างที่คิดซะแล้ว
นอกจากจะโหดร้ายและมีโอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติฉันต้องแข็งแกร่งขึ้นโดยไวสินะ ขณะที่ฉันกำลังคิด ผู้หญิงชิสุก็ถามอย่างประหลาดใจ
“เอ๋.. หมายความว่าไงเห—”
แต่ก่อนจะได้พูดจบก็เหมือนจะหันไปเจอผู้หญิงผมสีเหลืองทองที่ยืนอยู่ใกล้ๆชิสุดึงแขนของคนที่ชื่อริวเข้ามาหาตัวเอง
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่ได้?”
“ก็มาเข้าเรียนแค่นั้นแหละ”
ว่าแล้วผู้หญิงผมสีเหลืองทองก็เดินจากไปพร้อมกับดึงหนังสือมาจากไหนไม่รู้อ่านอืม.. ความสัมพันธ์แบบนี้มันคืออะไรกันหว่า
คนที่ชื่อชิสุพยายามสูดลมหายใจเข้าลุกก่อนจะหันมามองพวกเราแล้วก็พูดขึ้น
“เอาล่ะ ยังไงซะพวกเธอก็ชนะแล้วหากปล่อยไว้ไม่ถึงสองวันพวกเธอคงเจอโกเล็มเพราะฉะนั้นจึงถือว่าพวกเธอผ่านเลยแล้วกัน”
นี่มันจะชุ่ยไปหน่อยไหม ฉันรู้สึกแบบนั้นก็แบบว่าอยากจะทดลองเวทมนตร์ตอนสู้กับฝูงหมาป่าแต่นึกขึ้นได้สักหน่อย
แต่ก็นะผ่านก็ดีแล้วล่ะหลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นสาธยายเรื่องการอยู่ในโรงเรียน ใช้ชีวิตในโรงเรียนซึ่งโดยรวมคือ
วันเสาร์และอาทิตย์นักเรียนสามารถออกนอกโรงเรียนได้ แต่จันทร์ถึงสุขต้องอยู่ในโรงเรียนแต่ภายในโรงเรียนมีทุกอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นร้านค้านั่นค้านี่
แม้แต่ร้านขายนิยายยังมีเลยแหละก่อนจะอธิบายเรื่องห้องเป็นรูปธรรม ในโรงเรียนนี้ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น
จะพูดให้ถูกคือเขาจะไม่บอกว่าคนหัวดีต้องอยู่ห้องคนหัวดี เพราะตรรกะของโรงเรียนนี้คือสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีค่าสมองที่เท่ากัน
แต่เขาสามารถศึกษาได้มากหรือน้อยไม่ก็อาจจะไม่เอาใจใส่ในการเรียนรู้ ดังนั้นจะมีเพียงความเสมอภาคอย่างแท้จริง
นอกจากนี้เพื่อที่จะให้ห้องเรียนหนึ่งมีนักเรียนทุกรูปแบบเพื่อรักษาความสมดุลและนำมาปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย
ว่าง่ายๆ คือหากเด็กไม่ฉลาดก็จะสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ว่าทำไมเขาถึงไม่ฉลาดเพราะตามคนอื่นไม่ทัน เพราะเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นอะไรก็ว่าไป
ซึงฉันค่อนข้างชอบในขณะที่อธิบายเสร็จเธอก็หันไปหาคนที่ชื่อริวแล้วแนะนำขึ้น
“เขาเป็นผู้ช่วยของฉัน มีชื่อว่าริวจะนำทางพวกเธอไปที่ห้องพัก เพราะฉันต้องรออยู่ที่นี่สามวันจนกว่าจะจบดังนั้นเขาจะนำทางพวกเธอไปเอง”
ผู้หญิงที่ชื่อริวอะไรนั่นเหมือนจะไม่สนใจพวกเราเลยก็เดินนำหน้าไปโดยไม่พูดอะไรทำให้พวกเราไม่มีโอกาสได้พูดอะไรเลย
ขณะที่กำลังเดินตามหลังอยู่นั้นชาร์ล็อตเหมือนจะเดินไปหาอเล็กเซียแล้วถามด้วยน้ำเสียงกระซิบแต่ฉันได้ยินชัดเจนเลย
“ท่านอเล็กเซีย รู้จักคนพวกนั้นด้วยเหรอคะ?ดูแบ้วเหมือนพวกนั้นจะเก่งกว่าผอ. ในโรงเรียนนี้อีกนะคะ”
“อืม.. พอรู้จักนิดหน่อยน่ะ”
เธอตอบแค่นั้น..และพวกเราก็เดินมาถึงที่พักในที่สุด…
…….
“ทำไมถึงไม่บอกฉันคะ ว่าจะเข้ามาเรียนน่ะ?”
“เธอมันน่ารำคาญนี่”
ในห้องผู้อำนวยการ มีผู้หญิงที่เลทิเซียเคยเห็นเป็นคนที่มาหยุดการต่อสู้ระหว่างเลวี่กับชายปีศาจนั่น
ผู้อำนวยการโรงเรียน ลิลิซ..จะว่าเธออยู่ในระดับเดียวกับผู้กล้าและจอมมารเลยก็ว่าได้หรืออาจจะเหนือกว่านั้นอีก แต่ในแง่ความน่านัยถือนั้น
เธอเป็นดุจปราชญ์ที่พระเจ้าทรงประธานลงมายังดินแดนมนุษย์เลยทีเดียวแต่เหมือนผู้อำนวยการกำลังจะให้เกียรติเด็กนักเรียนเข้าใหม่คนหนึ่งมาก
เธอเลทิเซียเห็นภาพนี้คงอุทานว่า..ลูกบอสแก๊งมาเฟียในต่างโลกแน่ๆ! อย่างแน่นอน
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ .. จริงสิการแข่งขันล่าสมบัติเปิดเทอมนี้ จะเข้าแข็งขันด้วยไหมคะ?”
“ก็รางวัลมันเป็นหนังสือนี่”
“แต่นั่นแค่รางวัลเสริมพิเศษนะคะ..อีกอย่างถ้าเธอเข้าก็..”
เด็กผู้หญิงคนนั้นโบกมือก่อนที่ผู้อำนวยการลิลิซจะพูดจบก่อนที่จะพูดว่า
“ไม่ต้องห่วง ขนาดอเล็กเซียยังเข้าแข่งได้เลยฉันก็ต้องเข้าได้สิ”
ผู้อำนวยการขมวดคิ้วจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นนี่ค่อนข้างจะพิลึกไปหน่อยไหมแต่เหมือนเด็กคนนั้นจะเดาความคิดลิลิซออก
“ผู้หญิงคนนั้นฆ่าเธอได้ด้วยยาเม็ดเดียวเลยนะคิดว่าคงไม่แปลกใช่ไหม ถ้าจะบอกว่าฉันจะเข้าร่วมเพราะยัยนั่นยังร่วมได้”
“เอ๋..?”
“อีกอย่างผู้หญิงคนนั้นมีชีวิตอยู่มานานกว่าฉันด้วยนะ”
“…”
ลิลิซคิดอยู่หนึ่ง แต่เมื่อมานึกๆดูถ้าปล่อยสัตว์ประหลาดที่แม้แต่ผู้อำนวยการยังเอาไม่อยู่ลงสนามมันจะเป็นการแย่งชิงเหรอ?
“คนอื่นจะไม่โกรธเอานะคะ..?”
“ไม่สน แค่เอาหนังสือก็พอ”
“…. กิจการก็ล้มละลายกันพอดีสิคะ แบบนั้นน่ะ”
ลิลิซถอนหายใจออกมาอย่างปวดหัวแต่ในตอนนั้นเองประตูก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“มะม๊า ริต้าเองก็ผ่านแล้วได้อยู่ห้องเดียวกับมะม๊าด้วยนะ!”
“ริต้า ฟังนะเรามาที่นี่เพื่อหาหนังสืออ่านเท่านั้น”
“ค่า!!!”
เด็กผู้หญิงสองคนนั้นเดินออกจากห้องด้วยท่าทางกระตือรือล้นทำเอาลิลิซรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
………
“องค์หญิงคะ ทำไมพวกเราต้องมาอยู่ในโรงเรียนสำหรับเด็กแบบนี้ด้วย?”
ร่างสีดำปรากฏขึ้นพร้อมกับคุกเข่าให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เธอผมสีชมพูดูแปลกตา หากแต่กลับดูสวยงามและน่ารักในเวลาเดียวกัน
“ฉันจะต้อง… ฆ่าเธอคนนั้นให้ได้…ที่ทำให้โลกนี้เป็นแบบนี้”
เธอยกมือขึ้นแม้มือจะดูอ่อนแอ..แต่กลับดูน่ากลัวอย่างประหลาดภาพเลือนรางปรากฏขึ้นต่อหน้าของเธอ
หากเลทิเซียมาเห็นภาพนี้..เธอคงต้องตกตะลึงเป็นแน่แท้..แต่ด้วยสาเหตุอะไรนั้นไม่มีใครคาดเดาได้เพราะในฟ้องแห่งนี้มืดมิดไร้แสงจนเกินไป
ก่อนที่มือของเธอจะบดขยี้ไปยังยังร่างเลือนรางนั้นจนสลายหายไป…
เธอค่อยๆเดินไปเปิดผ้าม่านที่ปิดหน้าต่างออกช้าๆใบหน้าที่สะท้อนในกระจกเป็นใบหน้าที่แสนจะคุ้นเคย
อเล็กเซีย!
.........
.......
....
..
.
◆◇◆
[จบภาคแรก : โลกใหม่]