ตอนที่ 58 ลูกแกะกำลังรวมฝูง
ที่ค่ายแกนนอน
“หมายความว่ายังไง!” เสียงของลอร์ดแกนนอนเต็มไปด้วยความโมโห ลุกขึ้นจากบัลลังก์ตวาดและจับจ้องไปที่มอร์
“นายท่าน...” มอร์รีบคุกเข่าลงไม่กล้าสบตาโดยตรงในใจได้แต่คิดว่า ชิบหายแล้ว...
วันนี้คือวันที่ควรขจะเป็นวันที่แผนการเสรจ็สมบูรณ์ซึ่งก็จริงแผนการเสร็จไปเกือบทั้งหมดแล้ว เหลือแค่ขนทรัพย์สมบัติจากค่ายต่าง ๆกลับมา
แต่ใครจะคิดว่าตอนที่กำลังขนกลับมาจากค่ายก็มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายโผล่มาไล่โจมตีทหารของพวกเขาและแย่งชิงสมบัติที่ได้รับมาโดยเฉพาะตราประทับดินแดน
พวกนั้นจ้องเล่นงานตราประทับดินแดนโดยเฉพาะพอลอร์ดแกนนอนทราบเรื่องก็โกรธจนแทบคลั่ง ทหารที่เข้ามารายงานก็โดนลากออกไปตัดหัวแล้ว
ตอนนี้โทษทั้งหมดตกลงมาที่มอร์เพราะเส้นทางต่างๆ เขาคือผู้วางแผน
“ตั้งแต่มาที่หอคอยชั้นแรก ไมมีใครกล้าลอบกัดกูแบบนี้มันเป็นใครถึงกล้าทำ” ลอร์ดแกนนอนกำมือจนเก้าอี้โลหะยุบเป็นรอยฝ่ามือเขาโกรธเพราะโดนใครไม่รู้ลอบกัด
ไม่ ต้องสงบไว้ก่อนแผนการยังดำเนินต่อไปอยู่อีกไม่นานฉันก็จะบอกลาสถานที่ชั้นต่ำนี้ได้และไปยังชั้นสองสักที
“มันโจมตีไปกี่จุด”
“นายท่านมันโจมตีหน่วยทหารของเราไป 10จุดได้ตราประทับดินแดนจากค่ายระดับ 1 ไป 7 และค่ายระดับ 2 ไปอีก 3 ชิ้น เราเหลือตราประทับดินแดนระดับ3 จำนวน 1 แห่งและตราประทับดินแดนระดับ 2 อีก 11 แห่งกับตราประทับดินแดนระดับ 1อีก 25 แห่ง ส่วนค่ายที่เหลือเราไม่ได้เข้าไปตีเพิ่มเพราะอยู่ไกลเกินไปไม่ก็เป็นค่ายภายในพันธมิตร”
สรุปจากข้อมูลแผนการครั้งนี้ของค่ายแกนนอนสามารถกวาดล้างค่ายได้เกือบครึ่งหนึ่งในเขตดัลลัสซึ่งมันไม่เคยมีมาก่อน โดยการฉวยโอกาสที่ค่ายพวกนี้ส่งทหารไปยังดันเจี้ยนความแข็งแกร่งลดลง จึงลอบโจมตีได้ง่าย
“นายท่านพวกมันเล็งมาที่ตราประทับดินแดนผมเสนอให้รีบเอาตราประทับดินแดนส่งมาให้ถึงค่ายก่อน น่าจะปลอดภัยที่สุด ส่วนทรัพย์สิยอื่นๆ ให้ส่งตามหลังมา แบบนั้นต่อให้พวกมันจะโจมตีก็ได้แค่ทรัพย์ธรรมดาไปเท่านั้น”
มอร์เริ่มเล่าแผนการรับมือ โดยการแบ่งกำลังออกมาครึ่งหนึ่งให้รีบนำตราประทับไปรวมกับทหารหน่วยอื่น ๆ ที่เอาตราประทับมาเหมือนกันแล้วใช้เส้นทางลับกลับมายังค่าย
เส้นทางนี้ปลอดภัยไม่มีค่ายไหนใช้มันเพราะเป็นเส้นทางที่ค่ายแกนนอนควบคุมอยู่
“มีเหตุผล เอาตามที่แกว่า ฉันจะออกไปข้างนอกหน่อน”ลอร์ดแกนนอนโบกมือให้มอร์ไปจัดการ ส่วนตัวเองเดินไปเข้าเครื่องส่งออกไปด้านนอก
“ขอรับนายท่าน” มอร์ก้มหัวรับคำสั่งจนกระทั้งแกนนอนหายตัวไปจึงได้เงยหน้าขึ้นมา
“ใครมันกล้าทำลายแผนการฉัน!” มอร์เต็มไปด้วยความแค้น เพราะการที่อีกฝ่ายดักโจมตีได้แสดงว่ามันรู้แผนการของเขา
ต้องรีบจัดการก่อนที่แกนนอนจะกลับเข้ามา
...
โลกด้านนอก
แกนนอนลืมตาขึ้นมาในเครื่องส่งพอเปิดฝาครอบออกไปก็มีคนรับใช้เข้ามาหาในทันที
“ท่านแกนนอน ท่านแม่ของท่านโทรมาหาเมื่อวานนี้”
“ท่านแม่ว่ายังไง”
“นายหญิงบอกว่าให้ท่านกลับไปที่ดาวอังคารเพื่อเข้าร่วมในงานเลี้ยงต้อนรับท่านกูเรี่ยนกลับมาจากสนามรบในเดือนหน้า”
“กูเรี่ยน! พี่ชายฉันกลับมาแล้วอย่างนั้นเหรอ ก็ดีเหมือนกันหลังจากขึ้นไปชั้นสองจะได้ท้าทายมันได้สักที”
“ท่านแกนนอนแบบนั้นท่านอาจจะโดนนายท่านตำหนิเอาได้เหมือนกับคราวก่อน”
“พ่อไม่มีเวลามาสนใจฉันหรอกแกคอยดูเถอะ ทุกคนชอบบอกว่าฉันสู้พี่ชายไม่ได้ แต่ว่าพอฉันขึ้นไปที่ชั้นสองได้ถึงตอนนั้นจะมีใครกล้าดูถูกฉันอีกหรือเปล่า ลอร์ดกับนักผจญภัยแค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าฉันมีความสามารถมากกว่ามัน” แกนนอนเต็มไปด้วยความเกลียดชังมากกว่านั้นคือการอยากเอาชนะ
พี่ชายของเขาแข็งแกร่งมากได้รับความสำคัญจากพ่อของเขามากถ้าเขากลายเป็นลอร์ดและขึ้นไปยังชั้นสูง ๆ ของหอคอยได้ ถึงตอนนั้นเงาของพี่ชายจะไม่มีทางบดบังเขาได้อีกต่อไป
ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ฉันจะต้องกลายเป็นลอร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดให้ได้! แกนนอนสาบานกับตัวเอง
...
ค่ายมิดไนท์
ที่ปรึกษานายหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบร้อนรายงานต่อกัสที่นั่งดูรายการแร่โลหะบริสุทธิ์อยู่แต่ทันทีที่ได้ยินรายงานเขาก็ต้องวางงานในมือลง
“เรียนนายท่านตอนนี้ลูกแกะกำลังรวมฝูงกันแล้ว”
“นายท่านเป็นตามที่ท่านคาดการไว้ไม่มีผิด”ฮันน่าที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวด้วยความยินดี
“อย่าพึ่งดีใจไป พวกนั้นเดินตามเกมเราก็จริงแต่ตราปใดที่ของยังไม่อยู่ในมือก็ไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น” แม้จะกล่าวแบบนั้นแต่ในใจกัสรู้ดีว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย
กัสโบกมือให้ที่ปรึกษาออกไปก่อนอีกฝ่ายทำความเคารพและรีบออกไป
“ลิชน่าจะไปรวมกับแอรีสแล้วบอกให้พวกเขาเตรียมตัวได้แล้ว เอาตราประทับดินแดนพวกนั้นมาให้ฉัน”
“ค่ะนายท่าน”
...
พื้นที่ซากเมืองร้างของเขตดัลลัสแห่งหนึ่ง
ช่างอลันและช่างฟลุ๊คทั้งสองทำงานเสร็จเรียบร้อยมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้เดินทางกลับ เหตุผลก็ง่ายมากพวกเขาถูกแอรีสสั่งให้อยู่ที่นี่ต่อเพราะถ้าเกิดมีเส้นทางตรงไหนที่เกิดพังขึ้นมาก็จะได้เรียกไปซ่อมแซมได้ในทันที
ถึงจะอยู่ต่อ แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็สะดวกสบายกว่าก่อนหน้านั้นมาก
ตอนที่ก่อสร้างทางพวกเขาไปกันแค่สองคนเส้นทางไม่ได้กว้างจนต้องใช้กำลังคนเยอะ แต่ว่าทหารพวกนี้ไม่เก่งการก่อสร้างเลยที่จริงในความคิดทั้งสองทหารเหล่านี้โง่เกินไป มีดีแค่การต่อสู้และฟังคำสั่ง
อ้อ ยกเว้นท่านแอรีส
พวกเขาไม่กล้าปากมากเกินไป
ตอนนี้ได้ย้ายกลับมาอยู่ด้านนอกเขตพื้นที่ซากเมืองร้างแล้วอยู่เป็นหลักแหล่งไม่ต้องย้ายไปทีละตึกในทุก ๆ วันอีก
มีทหารคอยปกป้องห่างไกลจากรังซอมบี้และพวกสัตว์กลายพันธุ์ แน่นอนว่ามีเนื้อให้กินในทุกวัน สิ่งนี้คือกำลังใจของพวกเขา
“ฟลุ๊คแกว่าเมื่อไหร่เราจะได้กลับไป”
“แกอยากกลับหรือไง มีเนื้อให้กินดี ๆไม่ชอบ” ฟลุ๊คไม่สนใจกินเนื้อในมือต่อ
“หึ พวกเรากินดีขนาดนี้ไอ้พวกในค่ายมันไม่กินของดียิ่งกว่าเหรอ”
“จะไปรู้เหรอ แต่ว่าอย่าไปหวังอะไรแบบนั้นเลยคนไม่ทำงานไม่มีทางได้กินของดีหรอก ไม่เหมือนพวกเรา ทำงานใหญ่เสร็จได้กินเนื้อนอนพักผ่อนสบาย”
“เอาเถอะ ไว้วันไหนแกโดนฝูงซอมบี้ล้อมแล้วอย่ามาเสียใจ”
“ไอ้เวรนี่ ปากเหรอนั่น...เดี๋ยว! นอกหน้าต่างนั้นมันอะไร”
ฟลุ๊คสังเกตเห็นกลุ่มขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ใบหน้าก็ตื่นตกใจในทันที
“ไอ้บ้า ปากแกพาซวยแล้ว มันซอมบี้หรือเปล่าวะ”
“ซวยบ้าอะไร นั้นพวกเรา”
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้วทำให้แสงเริ่มน้อยลงมองจากใกล้ ๆ ไม่ชัดเจนฟลุ๊คจึงมองพลาดไป แต่พอมองให้ดี ๆ พวกเขาก็พบว่ามันเป็นทหารจากค่ายพวกเขาเพราะดูจากชุดแต่งกาย
“เกิดเรื่องใหญ่แน่ ๆ เลยมีทหารมาเสริมมากขนาดนี้”
ทั้งสองคนมองหน้ากันและรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
ทหารที่มาคงไม่ได้มาคุ้มครองพวกเขาแน่นอนทั้งสองคนรู้ดีถึงคุณค่าพวกเขากำลังทหารนับร้อยนี้บวกกับที่มี่อยู่ มากพอจะถล่มค่ายระดับ1 ได้ราวกับพลิกฝ่ามือ ทำสงครามกับค่ายระดับสองได้สบาย
“ท่านลิช” แอรีสออกมารับลิชด้วยตัวเองพร้อมกับทหารมืดที่อยู่ด้านหลังแอรีสให้ความสำคัญกับลิชมาก เพราะอีกฝ่ายฉลาดและได้รับความไว้วางจากใจกัสเสมอ
ถ้าได้ลิชมาช่วย แอรีสก็มั่นใจว่าภารกิจนี้จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน
“ท่านแอรีส” ลิชเองก็ทักทายอย่างสุภาพ
ถึงจะมีความฉลาดเป็นเลิศจากพรสวรรค์ที่มีแต่นั้นก็ยิ่งทำให้ลิชรู้ว่าแอรีสคือทหารมืดคนสำคัญของนายท่าน เพราะเป็นคนที่ติดตามนายท่านเป็นคนแรก
ถึงนายท่านจะไม่พูด แต่ความจริงนี้ก็ยังชัดเจน
“ทางค่ายวิทยุมาบอกว่าลูกแกะกำลังมาทางพวกเราแล้วท่านจะเริ่มเลยหรือไม่” แอรีสถามความเห็น
“แน่นอนจะให้นายท่านรอนานกว่านี้ได้ยังไงลุยกันเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นต้องฝากท่านแล้ว”
“กล่าวเกินไป กำลังรบยังไงก็ต้องพึ่งพาท่านแอรีส”ลิชยิ้มเล็กน้อยและเดินไปพร้อมกับแอรีส
ทหารมืดทั้งสองรวมเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์พวกเขาคือทหารมืดเหมือนกัน แน่นอนว่ากำลังรบอาจจะต่างกันบ้าง เพราะว่าทหารมืดที่ส่งมาก่อนหน้านั้นแข็งแกร่งกว่า
ทหารมืดรวมแล้ว 200 นายเป็นระดับกลาง 30นายส่วนใหญ่คือระดับหัวหน้าหน่วย ค่าความแข็งแกร่งอยู่ที่ 60-80 มี 3 นายที่ความแข็งแกร่งเกิน 85 หน่วยขึ้นไป
ส่วนที่เหลือเป็นระดับเริ่มต้นความแข็งแกร่งที่25-29 ซะเป็นส่วนใหญ่ พวกหน้าใหม่ต่ำกว่า 25 หน่วย
ความแข็งแกร่งที่มากที่สุดคือ แอรีสแม้จะมาที่นี่แต่ก็ไม่เคยที่จะหยุดฝึกฝนเลย จนตอนนี้ค่าความแข็งแกร่งของเขาสูงถึง 95หน่วยแล้ว
ตอนแรกคิดว่าจะใช้เวลาไม่กี่วันก็จะวิวัฒนาการอีกครั้งกลายเป็นขั้นสูงได้แต่ว่าศัตรูไม่เคยรอให้เตรียมพร้อม ถึงอย่างนั้นด้วย [พรสวรรค์ร่างกายของซอมบี้] และ[พรสวรรค์พละกำลังของซอมบี้]ทำให้แอรีสเหนือกว่ามนุษย์ในระดับเดียวกันสู้หนึ่งต่อสามได้
แอรีสก็มั่นใจว่าสามารถรับมือกับมนุษย์ที่มีพลังระดับพื้นฐานขั้นสูง
พวกเขาเดินตามเส้นทางที่สร้างไว้โดยช่างอลันและช่างฟลุ๊คด้วยเส้นทางที่ไม่มีใครคิดจะมาได้ก่อนหน้านั้นมีพวกนักผจญภัยมือใหม่มาแถวนี้
แต่ส่วนใหญ่พอเห็นว่ามีรังซอมบี้จำนวนมากก็ไม่ได้มาบ่อยมากนักยิ่งแผนการของแกนนอนเริ่มขึ้นแล้ว นักผจญภัยส่วนใหญ่ก็อยู่กันอย่างเงียบสงบมากขึ้นเพราะกลัวจะถูกดึงเข้าไปพัวพันในสงครามระหว่างค่าย
ชื่อเสียงของค่ายแกนนอนเลวร้ายเกินไปขนาดที่นักผจญภัยถ้าเลือกได้ก็พากันรวมกลุ่มแล้วออกจากเขตดัลลัสไป
แน่นอนว่ามีบางส่วนโดนดึงเข้าไปในกับดักดันเจี้ยนยิ่งทำให้พื้นที่แถวนี้ไม่ค่อยมีคนมามากขึ้น
พวกแอรีสและลิชจึงเคลื่อนไหวโดยที่ไม่มีใครพบเห็นไปโผล่ยังถนนเส้นหนึ่งที่น้อยคนจะรู้จักแต่มันกลับเป็นเส้นทางลัดที่ถูกควบคุมโดยค่ายแกนนอน
ด้านซ้ายเป็นทางไปยังค่ายแกนนอนพวกเขาจึงแอบลัดเลาะไปด้านขวาของถนน เพื่อไปดักซุ่มโจมตีลูกแกะที่กำลังใกล้เข้ามา