ตอนที่ 170 เบื้องหลังการจับกุม
เจ้าของร้านกระทะทองถูกทหารของเซอร์เลโอนาร์ด ลากออกมาจากรังลับของพวกมันที่ถูกทำลายลงในดาบเดียว ท่าทีของเจ้าของร้านกระทะทองไม่มีการตอบโต้หรือขัดขืนใดๆ นอกจากการยอมจำนน
มันถูกลากมาวางไว้ใต้ฝ่าเท้าของเซอร์เลโอนาร์ดและมาควิสแอชตัน ที่ยืนคุมเชิง พร้อมกับสายตาของเหล่าชาวบ้านและนักผจญภัยที่ใช้เวลากว่า 1 อาทิตย์ช่วยกันตามจับตัว
แต่ทว่า เพียงชั่วพริบตา เจ้าของร้านกระทะทองกลับถูกจับด้วยน้ำมือของ เซอร์เลโอนาร์ดและมาควิสแอชตัน ที่พึ่งจะมาถึงหมู่บ้านดาราฉาย เสียอย่างนั้น
“โธ่เอ๊ย...แบบนี้ฉันก็อดค่าหัวของมันนะสิ”
นักผจญภัยได้แต่ถอดถอนหายใจด้วยความผิดหวัง ที่เจ้าของร้านกระทะทองถูกจับกุมโดยทางการ
พวกเขาต่างมองไปที่เจ้าของร้านกระทะทองด้วยความผิดหวังที่ตนเองได้พลาดโอกาสทำเงิน โดยไม่ได้นึกเอะใจหรือสังเกตถึงพิรุธที่เกิดขึ้นนี้เลยสักคนเดียว
พิรุธในที่นี่ หากเป็นไลท์ที่อยู่ตรงนี้ คงจะมองออกได้ในเสี้ยววินาที เพราะการจับกุมในครั้งนี้ มันไม่ต่างอะไรกับละครปาหี่ชั้นต่ำ ที่ไม่ได้มีความแนบเนียนอะไรเลย หากเทียบกับละครของไลท์ที่เขาใช้สร้างเรื่องหมาป่าอสูรสีชาด จนทำให้คนนับร้อยหลงเชื่อกันมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม นักผจญภัยที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมไปถึงชาวบ้านนั้นกลับไม่เห็นถึงพิรุธในจุดนี้
จนไม่มีใครสงสัยกันเลยว่า เจ้าของร้านกระทะทองที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนและกำลังถูกผู้คนตามจับมาตลอด 1 สัปดาห์ แม้จะหลบหนีและพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านมาโดยตลอด
เหตุใด สภาพของมันถึงยังคงดูแข็งแรง สมบูรณ์และที่สำคัญ สะอาดสะอ้านเสียยิ่งกว่า นักผจญภัยที่ใช้ชีวิตกันตามปกติเสียอีก
ร่างกายของเจ้าของร้านกระทะทองไม่มีส่วนใดที่สกปรกหรือดูขาดแคลนเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งเสื้อผ้าของมันก็ยังเป็นเสื้อชุดใหม่ๆ ดูยังไงก็รู้ว่า ต้องมีคนช่วยเหลือมันมาตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาแน่ๆ
และหากเรื่องข้างต้นยังไม่แน่ชัดมากพอว่าการจับกุมในครั้งนี้คือการเตี้ยมกันมาก่อน งั้นก็ลองมาวิเคราห์การจับกุมนี้กันอีกสักครั้ง
ว่าเหตุใด ทหารและนักผจญภัยที่ช่วยกันตามล่าเจ้าของร้านกระทะทองมาตลอด 1 สัปดาห์ กลับพ่ายแพ้ให้กับ เซอร์เลโอนาร์ดและมาควิสแอชตัน ทั้งๆ ที่สองฝ่ายหลังพึ่งจะมาเหยียบ หมู่บ้านดาราฉายนี้กันเป็นครั้งแรก
ทั้งสองคนรู้ได้อย่างไร...ว่าหมู่บ้านดาราฉายมีรังโจร ตั้งอยู่ในที่แบบนี้? แถมนอกจากจะรู้ว่าเจ้าของร้านกระทะทองหลบซ่อนอยู่ที่ใดแล้ว ทั้งสองยังจับกุมตัวเจ้าของร้านกระทะทองได้อย่างง่ายดาย ชนิดที่ว่าไม่มีการขัดขืนหรือดิ้นรนเลยสักนิด
ทั้งๆ ที่ผ่านมาหลบซ่อนสายตาและการจับกุมของนักผจญภัยมาได้ถึง 1 สัปดาห์เต็มๆ
ทั้งหมดนี้ล้วนเต็มไปด้วยพิรุธมากมาย...ทว่า กลับไม่มีใครนึกสงสัยกันเลยสักนิด เว้นก็แต่สายตาคู่หนึ่ง ที่จ้องมองการจับกุมที่เกิดขึ้น จากในมุมหนึ่งของหมู่บ้าน
สายตาคู่นั้นมีดวงตาที่กลมโต มันกำลังจ้องเขม็งมายังสถานที่เกิดเหตุ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ใช่แล้ว...สายตาคู่นี้เป็นของ เจ้าโปริ่ง ที่ไลท์ได้ส่งมาจับตาดูการมาถึงของมาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดนั่นเอง
เซอร์เลโอนาร์ดและมาควิสแอชตัน หลังจากได้ลากคอเจ้าของร้านกระทะทองออกมาจากรังโจรของมัน เพื่อให้ชาวบ้านได้รุมประณามกันพอหอมปากหอมคอและให้อยู่ในความสนใจของชาวบ้านกันพอสมควรแล้ว
พวกเขาก็ได้พันธนาการเจ้าของร้านกระทะทอง ด้วยเครื่องมือระงับพลังเวท พลางลากขึ้นไปบนรถม้า เตรียมที่จะเดินทางกลับออกจากหมู่บ้านดาราฉายกันในทันที
ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทุกอย่างก็เป็นอันคลี่คลาย
เจ้าของร้านกระทะทองที่หลบหนีมาตลอด 1 สัปดาห์โดยไม่มีใครพบเห็นหรือรู้ถึงเบาะแส กลับถูกจับกุมตัวได้ภายใน 1 ชั่วโมง
เหล่าชาวบ้านและนักผจญภัย ต่างก็เป็นพยานยืนยันถึงการทำงานอันสุดยอดของเซอร์เลโอนาร์ดและมาควิสแอชตัน ที่จับกุมผู้ร้ายได้ในที่สุด
โดยหารู้ไม่ว่า...พวกเขาที่ถูกลากให้มาเป็นพยานนั้นล้วนแต่อยู่ภายใต้กับดักที่ เซอร์เลโอนาร์ดและมาควิสแอชตันเป็นคนวางเอาไว้ต่างหาก
“ไอ้โง่เอ๊ย…แกมีสมองบ้างหรือเปล่า ถึงได้ไปลงมือต่อหน้าไวทเคานต์นิคแบบนั้น! แกรู้ไหมว่าฉันต้องลำบากขนาดไหน กว่าจะสร้างเรื่องดึงตัว ไอ้ไวทเคานต์นั้นกลับเมืองหลวงได้” ในรถม้าที่กำลังขับเคลื่อนออกจากหมู่บ้านดาราฉาย
มีเสียงด่าทอของมาควิสแอชตัน ดังลอดออกมาด้วยเสียงอันดัง
“ผมขอโทษ...ตอนนั้นผมขาดสติไปหน่อย” เจ้าของร้านกระทะทอง ที่กำลังถูกด่าทอ ได้ก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา มาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดที่กำลังนั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ฉันขอเตือนอะไรแกไว้อย่างนะ กระทะทอง...หากแกไปถึงจักรวรรดิมังกรทมิฬแล้ว แกอย่าได้หุนหันพลันแล่นอีกเป็นอันขาด เพราะต่อให้ฉันหรือแอชตัน บากหน้ารับรองรับไปแล้วก็ตาม แต่ท่านลอร์ดแฮร์ริสัน จะเป็นผู้ตัดสินชีวิตของแกด้วยตัวท่านเองอีกอยู่ดี” น้ำเสียงทุ้มๆ ของเซอร์เลโอนาร์ด ทำเอาเจ้าของร้านกระทะทองถึงกับสะดุ้งเฮือก
น้ำเสียงของเซอร์เลโอนาร์ด เปรียบเหมือนกับดาบจ่อที่คอหอย จนทำให้เจ้าของร้านกระทะทองถึงกับสั่นเทา ด้วยความหวาดกลัวแบบจริงๆ หาใช่การสั่นกลัวที่เสแสร้งแกล้งทำเหมือนเมื่อครู่
“ครับ ผมจะมีสติให้มากกว่านี้...ท่านมาควิสแอชตัน ท่านเซอร์เลโอนาร์ด โปรดวางใจ ผมเชื่อว่าผมสามารถทำอาหาร มัดใจลอร์ดแฮร์ริสันผู้ยิ่งใหญ่ได้แน่ๆ” เจ้าของร้านกระทะทองตอบกลับด้วยสีหน้าที่ดูมั่นใจ
“มั่นใจขนาดนั้นเชียว? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี อย่าทำให้ฉันสองคนต้องเสียชื่อก็แล้วกัน อ้อแล้วที่สำคัญ หนี้บุญคุณที่ฉันติดค้างกับแก ถือเป็นอันสิ้นสุดตรงนี้ เข้าใจไหม!” มาควิสแอชตัน ดูจะระงับโทสะที่เดือดดาลลงไปได้บ้างแล้ว แต่แววตาของเขายังคงจ้องเขม็งใส่เจ้าของร้านกระทะทอง ราวกับใช้สายตาแทนอาวุธ
“ครับ ไม่มีอะไรติดค้างแล้วครับ...ผมจะไม่มีทางปากสว่างแน่นอน”
งึกงึก~
เจ้าของร้านกระทะทองก้มหัวซ้ำๆ เป็นอันรับทราบ ว่าหนี้บุญคุณที่ตนเองใช้ต่อรองกับมาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ด ได้จบลงแล้ว
ต่อจากนี้ พวกมันถือว่าไม่มีอะไรติดค้างต่อกันอีกต่อไปและมันจะไม่มีทางปากสว่างบอกเรื่องที่มันเป็นคนจัดหายาพิษ ไร้สี ไร้กลิ่น ให้กับมาควิสแอชตันเป็นอันขาด
ใช่แล้ว...เบื้องหลังของเจ้าของร้านกระทะทองก็คือ มาควิสแอชตัน นั่นเอง
แต่ทั้งนี้เบื้องหลังระหว่างพวกมันทั้งสองคน ไม่ใช่การอุ้มชู เลี้ยงดูเหมือนกับไวทเคานต์นิคและกามิน ที่รับฝ่ายหลังมาเป็นพ่อครัวประจำตัว พร้อมกับมอบเกียรติและชื่อเสียงให้อย่างเต็มที่ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนนอกจากอาหาร
กลับกัน สัมพันธ์ระหว่างมาควิชแอชตันและเจ้าของร้านกระทะทอง นั้นกลับเป็นเพียงการหยิบยืมมือให้เจ้าของร้านกระทะทองที่มีเครือข่ายเป็นนักเลง อันธพาลตามเมืองต่างๆ ช่วยจัดหายาพิษมาให้กับตนเอง
แลกกับการที่มาควิสแอชตันจะอยู่เบื้องหลังคอยสนับสนุนเจ้าของร้านกระทะทอง โดยไม่ออกหน้านั่นเอง
นี้จึงเป็นเหตุที่ว่าทำไมในช่วงหลายปีมานี้ เจ้าของร้านกระทะทองที่ปราศจากการอุ้มชูจากขุนนางถึงได้ ขยายกิจการจนใหญ่โตไปตามเมืองต่างๆ ได้ในเร็ววัน ทั้งๆ ที่ไม่มีขุนนางคนไหน รับเป็นพ่อครัวประจำตระกูล
ซึ่งการช่วยเหลือ เจ้าของร้านกระทะทองในครั้งนี้ ก็ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ มาควิสแอชตัน จะช่วยเหลือเจ้าของร้านกระทะทองได้แล้ว นั้นก็คือการส่งเจ้าของร้านกระทะทองไปยัง จักรวรรดิมังกรทมิฬ
ที่จำเป็นต้องขอความร่วมมือจากเซอร์เลโอนาร์ดที่ถือเป็น ผู้บังคับบัญชาฐานที่มั่นสุดท้าย เพื่อส่งตัวเจ้าของร้านกระทะทองออกนอกด่าน
ทั้งนี้เบื้องหลังอีกทอดหนึ่งของ มาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ด ที่ดูเหมือนจะเป็นพวกเดียวกัน ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก ลอร์ดแฮร์ริสันแห่งจักรวรรดิมังกรทมิฬ ที่ได้ส่งตัวทั้งสองคนนี้เข้าแทรกซึมในอาณาจักรลูนาเทียในฐานะสายลับนั่นเอง
ในอาณาจักรลูนาเทียมีสายลับและกลุ่มผู้ทรยศต่ออาณาจักร ที่ทำงานรับใช้ลอร์ดแฮร์ริสันอยู่อีกมาก ซึ่งทุกคนก็ได้กระจายกันไปตามอาชีพ ทั้งขุนนาง อัศวินและชาวบ้าน เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและความเป็นไปของอาณาจักรลูนาเทียให้ได้มากที่สุด
รอวันที่จะบุก ทำสงครามกับอาณาจักรลูนาเทียในอีกเร็ววัน
รถม้าของมาควิสแอชตัน หลังจากออกจากหมู่บ้านดาราฉาย พวกมันก็ได้แวะหยุดพัก เพื่อแอบสลับเปลี่ยนรถม้าที่นอกชายป่าดาราชาย
โดยมาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดได้แยกรถม้ากัน เซอร์เลโอนาร์ดได้พาเจ้าของร้านกระทะทองขึ้นไปยังรถม้าประจำตำแหน่งของตัวเองที่เป็น ผู้บังคับบัญชาฐานที่มั่นสุดท้ายเพื่อส่งเจ้าของร้านกระทะทอง ออกนอกด่านไปยังจักรวรรดิมังกรทมิฬ
ส่วนมาควิสแอชตันก็เดินทางกลับไปยังเมืองหลวง เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี้คือแผนการที่มันวางแผนกันเอาไว้ดิบดี แต่ใครเล่าจะคิดว่า จุดเปลี่ยนรถม้าของพวกมัน กลับเป็นละแวกเดียวกับฟาร์มของไรอันและจีน่า
ที่วันนี้ฟาร์มของไรอัน ไม่ได้เงียบเหงาเหมือนเช่นวันวาน หากแต่วันนี้คือวันที่คึกคักมากที่สุด เพราะวันนี้คือวันที่ไลท์และพนักงานร้านอาหารสามเวลา จะเข้ามาหักร้างถางพง เพื่อเข้ามาทำฟาร์ม
“ท่านไลท์ รถม้าคันนั้นมันดูคุ้นๆ นะครับ?”
แมทกับไลท์ ที่มาถึงหลังคนอื่นๆ ได้หยุดมองไปที่ กลุ่มรถม้าจำนวน3-4 คันที่อยู่ด้านฝั่งตรงข้ามกับฟาร์มของพวกเขา
“นั้นมันรถม้าของ ท่านมาควิสแอชตัน อะไรนั้นไม่ใช่เหรอ? ชักน่าสงสัยขึ้นมาแล้ว” ไลท์ได้เพ่งมองไปยังกลุ่มคนฝั่งตรงข้าม
พลางพยักหน้าเล็กน้อย เพื่อส่งสัญญาณให้กับ สัตว์เลี้ยงคู่ใจ อย่างเจ้าโปริ่งให้พลันลงมือ
ฟุ่บ~! บนยอดต้นไม้ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ไลท์ยืนอยู่ จู่ๆ ก็มีนกฮูกตัวหนึ่งที่มักจะมีนิสัยนอนหลับในตอนกลางวันและออกล่าในตอนกลางคืน
แต่เมื่อเจ้าโปริ่ง ส่งคลื่นพลังออกไป ทันใดนั้นนกฮูกตัวดังกล่าวก็ได้ตื่นขึ้นจากการนอนหลับ พร้อมกับโผล่หน้าออกมาจากแนวต้นไม้ ติดตามด้วยกระรอก นก นกอินทรี รวมไปถึง อสูรแมวป่า ก็พลันโผล่หน้าออกมาเพื่อขานรับ เจ้าพงไพรแห่งป่าดาราฉายอย่างเจ้าโปริ่งกันโดยพร้อมเพรียง
วูม…เจ้าโปริ่ง
ได้ออกคำสั่งอีกครั้ง และในชั่วพริบตา สัตว์ในป่าดาราฉายที่ขานรับเจ้าแห่งพงไพร ก็พลันกระโจนออกจากแนวต้นไม้ มุ่งหน้าไปยังจุดที่เหล่ารถม้านั้นกำลังเคลื่อนขบวนออกไปในทันที
“อ่า พลังของแกทำได้แค่สุดขอบแนวป่าดาราฉายอย่างนั้นสินะ งั้นไม่เป็นไรให้สัตว์พวกนั้นตามไปแค่ถึงเขตป่าก็พอแล้วและพอพวกมันกลับมา ก็เอาอาหารพวกนี้ให้พวกมันกิน เป็นค่าเหนื่อยด้วยนะ” ไลท์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าแห่งพงไพร ที่ตอนนี้ เจ้าโปริ่งยืนตระหง่านสั่งการ สรรพสัตว์อยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่
ก่อนที่ตัวเขาและแมท จะตามไปสมทบกับพนักงานของร้านอาหารสามเวลาและไรอัน จีน่าที่รั้งรออยู่ด้านในก่อนแล้ว เพื่อเตรียมตัวสำหรับทำฟาร์มกันต่อไป
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy