เมื่อเจียงตั่วได้ยินคำพูดนั้นสีหน้าของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ด้วยความสัมพันธ์ที่พัฒนามาตลอดระยะเวลานี้ทำให้เขาเข้าใจหมิงจูอยู่บ้าง
แม้ว่าหญิงสาวจะพูดจาห้าวหาญมาโดยตลอดแต่หลังจากเหตุการณ์ในห้องใต้ดินเก็บเสบียง เธอก็ไม่เคยทำเรื่องเกินเลยอีกเลย
โดยเฉพาะเมื่อคืนก่อนตอนที่เขาจับเธอตรึงอยู่ใต้ร่าง เธอก็ยอมสงบเสงี่ยมทันที
เห็นได้ชัดว่าหมิงจูเป็นเพียงเสือกระดาษที่เก่งแต่ปากเท่านั้น
ตอนนี้เขาไม่ได้ถือสาคำพูดของเธอและกำลังจะชักมือออกจากอ้อมแขนนั้น เพื่อเลี่ยงไม่ให้ใครเห็นเข้า
หมิงจูเห็นดังนั้นเธอก็เขย่งปลายเท้าไปจูบที่แก้มของเขาหนึ่งครั้ง
ริมฝีปากสีแดงเรื่อที่อุ่นร้อนสัมผัสกับแก้มของเจียงตั่วในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปทันทีหันขวับไปมองเธอด้วยความประหลาดใจ
หมิงจูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ผู้กองเจียงยังโกรธอยู่ไหมคะ?ถ้ายังโกรธอยู่ ฉันจะจูบที่...”
เธอพูดไปพลางยื่นริมฝีปากเล็กๆออกไป ทำท่าจะจูบปากของเขา
เจียงตั่วหลบเลี่ยงโดยสัญชาตญาณและกระซิบห้ามปราม “อย่าเล่น ฉันไม่ได้โกรธ”
หมิงจูหัวเราะคิกคัก‘คนอะไรน่ารักแบบนี้เนี่ย?’
ถ้าเธอใจกล้าพอเธอก็คงจูบปากเขาไปแล้วตั้งแต่เมื่อครู่ หลอกง่ายจริงๆ
หมิงจูปล่อยแขนของเจียงตั่ว“อืม ฉันรู้ว่าผู้กองเจียงของฉันเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุด ดีที่สุดและใจกว้างที่สุดในโลกนี้ค่ะ”
มุมปากของเจียงตั่วโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มคำหวานของเธอนี่ช่างพูดได้คล่องปากเหลือเกิน...
เอาเถอะใครจะไปว่าอะไรได้ นี่เป็นภรรยาตัวน้อยที่เขาแต่งงานด้วยนี่นา เธออยากจะเอาใจเขาก็จะยอมให้อยู่นิ่งๆ ให้เธอเอาใจ
......
ในวันต่อมาของการสร้างห้องครัวเจียงตั่วและเฉียวปินไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ จึงได้เชิญหมิงต้าเฉิงผู้เชี่ยวชาญด้านงานปูนในหมู่บ้านมาช่วย โดยตกลงกันว่าหมิงต้าเฉิงจะมาช่วยสองวันและเจียงตั่วจะโอนคะแนนแรงงานสองวันจากกองผลิตให้เขา
ภายใต้การแนะนำของหมิงต้าเฉิงเฉียวปินขนอิฐดินดิบ เจียงตั่วทำหน้าที่ผู้ช่วยคอยผสมดิน ส่วนหมิงต้าเฉิงก่อกำแพงทั้งสามคนร่วมมือกันอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบเรียบร้อย
ส่วนหมิงจูก็รับผิดชอบงานหลังบ้านคอยชงชาและทำอาหารให้ทั้งสามคน
เธอนั่งยองลงข้างกำแพงจัดการกระต่ายที่จับมาเมื่อคืนก่อน
เธอลอกหนังกระต่ายออกล้างทำความสะอาด แล้วนำไปแขวนติดกับกำแพงตั้งใจจะตากให้แห้งแล้วนำไปทำผ้าพันคอให้คุณป้า ไว้ใช้คลายความหนาวในหน้าหนาว
หลังจากจัดการหนังสัตว์แล้วเธอก็เริ่มจัดการเนื้อกระต่ายต่อ
เฉียวปินเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยอิฐดินดิบกลับมาจากข้างนอกบังเอิญมองเห็นการกระทำของหมิงจู แล้วก็เบิกตากว้างจากนั้นเดินไปหาเจียงตั่วเงียบๆ “หัวหน้าครับ...พี่สะใภ้กำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงเหมือนกำลังผ่าตัดกระต่ายเลยล่ะครับ?”
เจียงตั่วหันกลับไปมองปรากฏว่าหมิงจูกำลังวางกระต่ายลงบนพื้น นั่งอยู่ตรงนั้นแล้วจับมีดเลาะกระดูกราวกับกำลังจับปากกาบรรจงจัดการเครื่องในกระต่ายอย่างเป็นระเบียบ...ดูคล้ายกับหมอที่กำลังผ่าตัดอยู่จริงๆ
ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเฉียวปินก็เดินไปหาหมิงจูแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ทำแบบนี้เมื่อไหร่จะหั่นกระต่ายเสร็จล่ะครับ? ให้ผมจัดการดีกว่า!”
เฉียวปินพูดไปพลางหยิบมีดสับที่หมิงจูวางไว้บนเขียงแล้วดึงกระต่ายมาสับเป็นชิ้นๆ อย่างรวดเร็ว...
หมิงจูตกตะลึงและใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น
เธอไม่ได้จับมีดผ่าตัดมาหลายวันแล้วดังนั้นเมื่อเห็นซากกระต่าย จึงอดไม่ได้ที่จะอยากจะผ่าดูข้างในเพื่อตรวจสอบว่ากระต่ายตัวนี้มีปัญหาอะไรหรือไม่
ไม่คิดว่าคนคนนี้...จะมือไวขนาดนี้!
เมื่อเฉียวปินสับกระต่ายเสร็จเขาก็มองไปที่หมิงจูอย่างภาคภูมิใจ “เป็นไงบ้างครับพี่สะใภ้สับได้ขนาดนี้พอใช้ได้ไหมครับ?”
เอาเถอะเขาจัดการให้แล้ว เธอก็ประหยัดเวลาไปได้
หมิงจูชูนิ้วโป้งให้เฉียวปินและชมเชยว่า “ผู้กองเฉียวมีฝีมือการใช้มีดที่ดีจริงๆเก่งกาจมาก เยี่ยมไปเลยค่ะ”
เฉียวปินถูกชมจนเคลิ้มอายม้วนลูบหัว แล้วลุกขึ้นเดินไปหาเจียงตั่ว
ตอนแรกเขากะว่าจะมาอวดเจียงตั่วแต่...
แปลกแฮะเมื่อกี้หัวหน้ายังอารมณ์ดีๆ อยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?
ดูจากสายตาแล้วเหมือนอยากจะขย้ำเขาเลย!
เฉียวปินอดไม่ได้ที่จะหนาวสั่น“หัวหน้าครับ ผม...”
“ในเมื่อเก่งนัก นายก็ไปเข็นอิฐดินดิบทั้งหมดมาวางเรียงให้เรียบร้อยซะ”
เฉียวปินถึงกับพูดไม่ออกเขาเพิ่งช่วยพี่สะใภ้ทำงานไปหยกๆ ทำไมยังโดนทำโทษอีกล่ะเนี่ย?
นี่มันเวรกรรมอะไรกันนะ!
หมิงจูนำกระต่ายไปล้างทำความสะอาดแล้วกลับเข้ามาในครัว เพื่อหั่นต้นหอม ขิง กระเทียม และพริกแห้งบนแท่นเตาอิฐ
เจียงตั่วเดินเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมิงจูจึงถามกลับ “ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ?ฉันวางน้ำไว้ที่ร่มในลานบ้านแล้วนะ”
“อืม”
หมิงจูไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติในเสียงของชายหนุ่มและยังหันไปหั่นเครื่องปรุงต่อ
เมื่อเห็นเจียงตั่วไม่ยอมออกไปเสียทีเอาแต่ยืนอยู่ข้างๆ เงียบๆร่างกายสูงใหญ่ของเขาก็บังแสงที่ส่องเข้ามาทางประตูไปเกือบครึ่งทำให้ในครัวมืดลงไปหลายส่วน
เธอเงยหน้ามองด้วยความสงสัยและเห็นเจียงตั่วจ้องมองเธออยู่ ดวงตาของเขาลึกล้ำจนยากจะคาดเดา
หมิงจูถามอย่างงุนงง“มีอะไรเหรอคะ?”
เจียงตั่วหันไปนั่งบนม้านั่งและหักกิ่งไม้สองสามท่อนยัดเข้าไปในเตาที่กำลังมีไฟลุกโชนอยู่ คล้ายกับจะช่วยงานแต่ก็พูดเรียบๆ ว่า “เฉียวปินยังไม่ได้แต่งงาน”
“ฉันรู้ค่ะ” หมิงจูตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เจียงตั่วขมวดคิ้วแน่นจ้องมองเธอโดยไม่พูดอะไร
หมิงจูขยับคิ้วยุกยิกไปมา'เขาหมายความว่าอะไร ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกำลังโกรธอยู่นะ?'
เฉียวปินยังไม่ได้แต่งงาน
ถ้อยคำสำคัญนี้ทำให้หมิงจูเข้าใจทันที เธอรีบวางมีดลง ย่อตัวลงตรงหน้าเจียงตั่วร่างกายเล็กกะทัดรัดของเธอดูเล็กกระจิริดเมื่อเทียบกับร่างกายที่กำยำแข็งแรงของเขาดูน่ารักน่าเอ็นดู
เธอวางมือทั้งสองข้างบนหัวเข่าของเขาเงยขึ้นมองหน้าเขา แล้วถามทั้งที่กลั้นหัวเราะอยู่ “เจียงตั่วนี่คุณคงไม่ได้หึงที่ฉันชมเฉียวปินเมื่อกี้ใช่ไหมคะ?”
หึง?
ความคิดของเจียงตั่วพลิกผันทันทีแล้วเขาก็โต้แย้ง “ไม่ใช่ เขาไม่ได้แต่งงานเธอต้องระวังเรื่องภาพลักษณ์”
แค่นี้ก็โยงไปถึงเรื่องภาพลักษณ์ได้ด้วย?
หมิงจูรู้ดีว่านี่เป็นเพียงข้ออ้าง
ดังนั้นเธอจึงจงใจพูดด้วยน้ำเสียงน่ารักว่า“มีอะไรผิดล่ะคะ ฉันแต่งงานแล้ว ผู้ชายของฉันก็เป็นที่รู้กันอยู่เขาต้องเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ คุณไม่เคยได้ยินคำว่า 'พี่สะใภ้ก็เหมือนแม่'เหรอคะ? แม่แก่ชมลูกชาย ไม่เกินไปหรอกจริงไหมคะผู้กองเจียง?”
เจียงตั่วตกตะลึง'เหตุผลอะไรที่ออกมาจากปากของเธอก็ดูสมเหตุสมผลไปหมดเลย'
เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อแต่จ้องมองเธออย่างตั้งใจ “ถ้าไม่อยากให้เขาช่วยบอกไปตรงๆ ก็ได้”
หมิงจูประหลาดใจเล็กน้อย“คุณดูออกด้วยเหรอคะ?”
เจียงตั่วไม่ได้พูดอะไรแต่เขาจ้องมองทั้งสองคนมาตลอดจึงเห็นชัดเจนว่าตอนที่เฉียวปินแย่งกระต่ายไปจากมือของเธอแววตาที่ไม่เต็มใจของเธอก็ปรากฏขึ้นชั่วขณะหนึ่ง
หมิงจูไม่คิดว่าเจียงตั่วจะละเอียดอ่อนถึงขนาดนี้แม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เล็กน้อยของเธอก็ยังทันสังเกตเห็น
เพื่อไม่ให้สามีคนดีคนนี้ยังคงอารมณ์เสียอยู่เธอจึงคว้าโอกาส ยกมือขึ้นประคองใบหน้าของเขา แล้วยิ้มแย้มสดใส“เจียงตั่ว คุณนี่ช่างละเอียดอ่อน... ขอให้รางวัลสามีด้วยจูบหนึ่งที”
เธอเอียงหัวแล้วจู่โจมจูบไปที่แก้มซ้ายของเขา...
แต่ในขณะนั้นเองมีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกประตูครัว
เจียงตั่วรู้ตัวทันทีเขาหันหน้าไปมองข้างนอกโดยไม่ตั้งใจและจูบของหมิงจูก็ประกบลงมาตรงริมฝีปากของเขาพอดี...
หมิงจูตกตะลึง
เจียงตั่วก็แข็งทื่อไปทันที
และเฉียวปินที่ถือกาน้ำเดินเข้ามาในครัวก็อึ้งไปด้วย!
เขาจะควักลูกตาตัวเองตอนนี้เลยยังทันไหม?