ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 49 นิวลิน เฮลีย์

    บทที่ 49 นิวลิน เฮลีย์


       “เจ้าพวกนั้นเป็นคนจากกลุ่มโจรของอาร์ครีเวอร์” สายฝนพึมพำขณะจับตามองโจรภูเขาทั้งห้า เขาเห็นพวกมันกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกันอยู่ สายฝนเกิดความสนใจ เขากำมีดหั่นผลไม้ของราชันย์ในมือแน่นก่อนขยับร่างกายเคลื่อนไหวเข้าไปใกล้โจรภูเขามากกว่าเดิม


       เมื่อเข้ามาใกล้สายฝนก็ได้ยินสิ่งที่พวกมันพูดกัน


    ---


       นิวลิน เฮลีย์ มันเกิดมาเป็นสามัญชน ครอบครัวของมันเป็นแค่ชาวนาธรรมดาเท่านั้น ในวัยเด็กมันได้วาดฝันใว้ว่าตัวมันเมื่อโตขึ้นจะเป็นนักรบผู้กล้าเฉกเช่นนักรบในเรื่องเล่า


       มันฝึกฝนร่างกายและฝึกฝนการใช้ดาบทุกๆวัน ฝึกฝนอย่างหนัก ยิ่งเวลาผ่านไปร่างกายของมันก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนในหมู่บ้านต่างชื่นชมมัน เวลานั้นนิวลินรู้สึกภูมิใจสุดๆ


       วันหนึ่งได้มีชายแปลกหน้าเข้ามาขอพักอาศัยในหมู่บ้าน พวกชาวบ้านก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร พวกเขาต้อนรับชายแปลกหน้าอย่างดี ชาวบ้านไม่กลัวว่าชายคนนี้จะเป็นโจร เพราะชายแปลกหน้าคือนักรบแห่งท้องทะเล


       ถ้าเขาเป็นโจรจริงคงไม่ต้องแกล้งทำเป็นมาขออยู่อาศัยหรอก ด้วยความแข็งแกร่งของนักรบแห่งท้องทะเลแน่นอนว่าต่อให้เป็นชาวบ้านทั้งหมดในหมู่บ้านก็ไม่สามารถต่อสู้กับนักรบแห่งท้องทะเลได้ ความแข็งแกร่งมันต่างกันเกินไป!


       เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นถึงนักรบแห่งท้องทะเลนิวลินจึงไปขอท้าสู้ เขาเชื่อว่ากำลังของตนเองมากพอจะต่อสู้กับนักรบแห่งท้องทะเลได้แล้ว ทีแรกชายแปลกหน้าปฏิเสธการต่อสู้ ทว่านิวลินได้ล้อเลียนดูถูกเขาว่าเป็นพวกขี้ขลาด ในท้ายที่สุดชายแปลกหน้าเลยตอบรับคำท้าสู้


       การต่อสู้จะเกิดขึ้นในอีกห้าวันข้างหน้า เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว ห้าวันถัดมา ห้าวันที่ผ่านมานิวลินเอาแต่ฝึกซ้อมไม่ยอมหยุดซ้อมอย่างบ้าคลั่ง มันไม่อยากแพ้ให้ชายแปลกหน้าแม้ว่านิวลินจะเชื่อส่าตนเองแข็งแกร่งจนกระทั่งสู้กับนักรบแห่งท้องทะเลได้แต่เมันก็ไม่ประมาท


       นิวลินกับชายแปลกหน้าต่อสู้กันกลางหมู่บ้าน หลังเริ่มต่อสู้ไม่นานผลการต่อสู้ก็ออกมาให้เห็น ฝ่ายที่ชนะคือชายแปลกหน้านิวลินแพ้หมดรูป ความแข็งแกร่งของนักรบแห่งท้องทะเลกับคนธรรมดามันมีช่องว่างใหญ่อยู่ ช่องว่างนี้ใหญ่มาก ไม่ว่าจะฝึกฝนหนักขนาดไหนหรือมีความสามรถในการต่อสู้มากขนาดไหนก็ไม่อาจชดเชยช่องว่างความต่างระหว่างพลังได้


       ภายหลังการต่อสู้ของทั้งสอง ชายแปลกหน้าไม่ได้สนใจนิวลินแแม้แต่นิด เขายังคงทำตัวปกติตามเดิมราวกับไม่มีการต่อสู้ครั้งนั้นเกิดขึ้นมาก่อน ทางด้านนิวลิน มันรู้สึกท้อและอับอายมาก อับอายที่มันไม่ดูพลังของตนเองแล้วไปท้าคนอื่นซึ่งมีพลังมากกว่าต่อสู้ สุดท้ายแล้วเป็นไง? พ่ายแพ้ยับเยิน!


       มันรู้สึกท้อเพราะความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันมากเกินไป นับตั้งแต่การต่อสู้กับชายแปลกหน้าจบลง นิวลินก็ไม่ได้ออกจากบ้านเลย เขาเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน ชาวบ้านในหมู่บ้านที่เมื่อก่อนชื่นชมนิวลินกลับเปลี่ยนเป็นหัวเราะเยาะเย้ยมันแทน เรื่องนี้ยิ่งทำให้นิวลินไม่อยากออกจากบ้าน


       หลายปีต่อมา หลังผ่านเหตุการณ์นั้นมาหนึ่งปีนิวลินจึงรวบรวมความกล้าออกนอกบ้าน ชาวบ้านไม่ได้หัวเราะเยาะเย้ยมันอีกแล้ว เหตุการณ์มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วพวกเขาไม่คิดเก็บเรื่องไร้ประโยชน์มาใส่ใจ


       นิวลินสามารถออกนอกบ้านเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง แต่มันก็ไม่กล้าฝึกฝนร่างกายหรือแตะดาบอีกเลย เมื่อทำสิ่งที่กล่าวไปนิวลินมักนึกไปถึงฝันร้ายครั้งนั้น มันอดสั่นด้วยความกลัวไม่ได้


       ในวันที่ปกติธรรมดากลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น โจรขี่ม้าได้เข้ามาในหมู่บ้านและปล้นทรัพย์สินเงินทองชาวบ้าน แม้แต่คนที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่สามารถต่อกรกับพวกโจรขี่ม้าได้ ชาวบ้านตายทีละคนสองคน บ้านทุกหลังถูกไฟไหม้


       พ่อแม่ของนิวลินถูกฆ่าตายและมันรอดชีวิตมาได้ คนทั้งหมู่บ้านมีแค่มันคนเดียวเท่านั้นที่รอด นิวลินเสียใจมาก มันต้องการแก้แค้นให้กับคนในหมู่บ้านที่เสียชีวิตไป


       เพราะมันไม่มีที่อยู่อาศัยแล้วนิวลินจึงกลายเป็นคนเร่ร่อน มันเดินทางไปทั่วทุกที่ที่มันไปได้ มันตัดสินใจต่อสู้กับความกลัวกลับมาใช้ดาบอีกครั้ง มันใช้พลังของตนเองเพื่อเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน ขณะเดียวกันก็ฝึกฝนความสามารถด้านต่อสู้อีกด้วย


       แต่ไม่ว่ามันจะฝึกยังไงนิวลินก็คิดว่าความแข็งแกร่งของตัวมันเองยังไม่พอต่อสู้กับพวกโจรขี่ม้า หัวหน้าของพวกโจรขี่ม้ามีความสามารถเหนือกว่านักรบแห่งท้องทะเลมาก


       ในเวลานั้นที่มันกำลังสิ้นหวัง มันได้พบกับชายคนหนึ่ง ชายคนนี้อ้างว่าตนเองเป็นหัวหน้ากลุ่มโจรภูเขาและยื่นข้อเสนอให้มันเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์โดยแลกกับการเพิ่มความแข็งแกร่งให้


       ด้วยความสิ้นหวังนิวลินเลยไม่ได้คิดอะไรมาก มันรับปากชายผู้อ้างตัวเองว่าเป็นหัวหน้าโจรไป การตัดสินใจครั้งนี้ของนิวลินเป็นผลให้ชีวิตมันเปลี่ยนไปตลอดกาล


       ความแข็งแกร่งของนิวลินเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อมาอยู่กับกลุ่มโจรภูเขา มันได้ต่อสู้และออกปล้นชมวบ้านเพื่อเก็บสะสมประสบการณ์ หลายปีต่อมานิวลินก็สามารถกวาดล้างกลุ่มโจรขี่ม้าได้ด้วยตัวคนเดียว เรื่องนี้ทำให้มันมีชื่อเสียงฉาวโฉ่


       เหตุการณ์กวาดล้างกลุ่มโจรขี่ม้าเป็นผลให้นิวลินได้กลายเป็นพวกระดับสูงในกลุ่มโจรภูเขาวายุทมิฬ


    ---


       “ท่านนิวลินครับใกล้ถึงบริเวณที่มีศิลาท้องทะเลแล้วครับ“ หนึ่งในลูกน้องทั้งสี่ของนิวลินกล่าว


       “ในที่สุดท่านอาร์ครีเวอร์ก็จะได้กลายเป็นระดับสามซักที“ นิวลินพูดเบาๆกับตนเอง เมื่อหลายวันก่อนหัวหน้าของมันหรือก็คืออาร์ครีเวอร์ได้ออกคำสั่งให้มันเดินทางตามหาศิลาท้องทะเล นิวลินเลยสั่งลูกน้องให้หาบริเวณที่มีศิลาท้องทะเลเยอะๆและบอกมัน นิวลินต้องการมาเอาศิลาท้องทะเลด้วยตนเองเพราะมันคาดเดาว่างานนี้ต้องเป็นงานสำคัญแน่ๆ


       “พวกแกรีบไปหยิบศิลาท้องทะเลมาให้หมด!” นิวลินกล่าวสั่งลูกน้องของมันด้วยนํ้าเสียงจริงจัง งานนี้เป็นงานสำคัญไม่สามารถทำเป็นเล่นได้ นิวลินใช้สัมผัสของมันสำรวจรอบข้างเท่าที่สัมผัสจะไปถึง มันรับรู้ว่าบริเวณที่มันอยู่ไม่มีสิ่งมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียว มีเพียงแค่สิ่งไม่มีชีวิต


    ---


       ‘สัมผัสรับรู้แข็งแกร่งมาก!’ สายฝนตกใจเมื่อสัมผัสรับรู้ของนิวลินกระทบร่างกายเขา สายฝนไม่เคยเจอสัมผัสที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อน คนที่สามารถมีสัมผัสระดับนี้ได้ต้องไม่ทำธรรมดาอย่างแน่นอน!


       ฉับพลันสายฝนระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม โชคดีที่นิวลินกับลูกน้องของมันไม่เห็นเขาไม่งั้นสายฝนคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต่อสู้สุดชีวิตเพื่อเอาชีวิตรอด


       สัมผัสของนิวลินแข็งแกร่งมาก ระยะสัมผัสเองก็กว้างสุดๆ ระยะมันกว้างจนถึงที่ที่พวกโลเวลซ่อนตัวอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถเปลี่ยนกลิ่นอายของดารินท์พวกเขาทั้งกลุ่มคงโดนเจอตัวหมดแล้ว


       “เอาไงดี?“ โลเวลซึ่งได้รับแรงกดดันจากสัมผัสนิวลินถามฮันน่า เขาสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่าหากต้องต่อสู้กับเจ้าของสัมผัสตัวเขาจะพ่ายแพ้อย่างยับเยินแน่นอน การหนีไปเงียบๆคือหนทางหนทางที่ดีที่สุดตอนนี้ หากยังต้องการฝืนเอาศิลาท้องทะเลต่อไปคงไม่ส่งผลดีแน่ เขาไม่ได้ต้องการศิลาท้องทะเลอยู่แล้วดังนั้นโลเวลจึงให้ฮันน่าตัดสินใจ


       “พวกเราควรหนี“ ฮันน่าลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ การนำชีวิตของเธอและเพื่อนๆไปเสี่ยงเพียงเพื่อเอาศิลาท้องทะเลมันไม่คุ้มเอาซะเลย


       โลเวลหันไปมองสายฝนกับดารินทร์ เห็นว่าทั้งสองก็ดูเหมือนจะอยากหนีเช่นกัน เขาทำท่าบอกสายฝนให้รีบกลับมาตำแหน่งเดิม จังหวะที่สายฝนกำลังจะพยักหน้าจู่ๆเขาก็ได้ยินบางสิ่งบางอย่างจากปากลูกน้องนิวลิน เรื่องที่เขาได้ยินทำให้ร่างกายสายฝนนิ่งค้าง


    ---


    จบบทที่ 49 นิวลิน เฮลีย์