Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 103

    นทีที่นั่งมองดวงดาวโดยที่กำลังคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ในหัวของเขาตอนนี้มีหลายเรื่องให้คิด แต่ทันใดนั้นเองก็มีใครบางคนเดินมาจากด้านหลังของเขา และคนๆนั้นก็คือนวล“พี่นทียังไม่นอนเหรอคะ...” นวลกล่าวถาม จริงๆแล้ววันนี้เธอนอนไม่หลับเพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากเกินไป ในที่สุดก็จะสามารถทำตามฝันของตัวเอง ช่วยเหลือน้องแมวน้องหมาแถวนี้ได้หลายตัว เมื่อคิดไปคิดมามันก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ แต่เธอไม่รู้เลยว่าพี่ชายคนที่ทำให้ฝันของเธอเป็นจริงได้จะนั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านของเธออยู่พอดี“น้องนวลเองก็ยังไม่นอนเหรอครับ.. มาซิ ดาวตกสวยมากเลยนะ..” นทีพูดพร้อมกับชี้ไปบนท้องฟ้า นวลที่มองตามดวงตาของเธอก็เปล่งประกาย เพราะภาพตรงหน้ามันสวยงามจริงๆ นที และนวลมองพวกมันอยู่นาน ก่อนที่นทีจะเอ่ยขึ้นมา“มันก็ดึกแล้ว อีกอย่างอากาศก็หนาวมากด้วย.. เรากลับเข้าไปข้างในกันดีกว่านะ” นทีที่ดื่มด่ำกับบรรยากาศจนพอใจแล้วเขาก็ชวนนวลกลับเข้าไปข้างในเพื่อพักผ่อน แต่เหมือนว่านวลอยากจะพูดอะไรสักอย่างเธอจึงหยุดนิ่งอยู่อย่างนั้น นทีเองก็เลยถามออกไป “มีอะไรอย่างนั้นเหรอน้องนวล”“คือว่าขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่มีพี่นที หนูคงไม่ได้เรียน และอยากจะทำในสิ่งที่อยากทำ... ขอบคุณมากจริงๆค่ะ” นวลก้มหัวให้กับนที เธออยากจะขอบคุณพี่ชายคนนี้อย่างจริงใจ และที่ผ่านมาเท่าที่ดูพี่ชายคนนี้นับว่าเป็นดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว นทีที่ได้ยินก็ยิ้มออกมา นวลเป็นเด็กที่มีความกตัญญูตั้งแต่ไหนมาแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปลูบหัวเธอก่อนจะพูดขึ้นมา“ไม่ต้องขอบคุณมากขนาดนั้นก็ได้... พี่มองเห็นเราเหมือนน้องสาวพี่คนหนึ่งน่ะ... ถ้าอยากจะขอบคุณจริงๆก็ตั้งใจเรียน และทำให้แม่ภูมิใจก็พอแล้ว” นวลที่โดนลูบหัวเหมือนเด็กๆ ในตอนแรกเธอก็อยากจะโวยวาย แต่เมื่อโดนลูบไปเรื่อยๆมันกลับรู้สึกดีแปลกๆ และความอบอุ่นที่ได้จากมือข้างนี้มันทำให้เธอรู้ว่าพี่นทีคิดอย่างนั้นจริงๆ“ค่ะ หนูจะตั้งใจเรียนนะคะ...พี่นที” นวลเงยหน้าขึ้นมายิ้มอย่างมีความสุข“ไปนอนได้แล้วเจ้าเด็กดื้อ...” ทั้งสองคุยกันอย่างมีความสุข มันเป็นภาพของผู้ที่ได้พบเห็นเองก็รู้สึกอบอุ่นไปตามๆกัน ขนาดแม่จันที่กำลังแอบดูพฤติกรรมของนทีอยู่ ก็น้ำตาซึมเล็กน้อยที่ลูกสาวของตัวเองมีความสุข เธอขาดพ่อไปนานมากแล้ว การที่มีชายหนุ่มคนนี้เหมือนกับพี่ชายมันก็ดีไปอีกอย่าง ในตอนแรกเธอยังไม่ได้เชื่อใจนทีมากนักจึงแอบดูการกระทำ แต่เมื่อเห็นภาพอย่างนี้แล้ว เธอก็ได้แต่กล่าวขอบคุณพระเจ้าที่ได้มอบโอกาสอย่างนี้ให้กับลูกสาวของเธอ ในคืนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมามาย ไม่นานต่างคนก็ต่างหลับสลบไสลกันไป ในยามราตรีบรรยากาศมืดมิดได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว นทีตื่นขึ้นมายังบ้านที่ไม่คุ้นเคย แต่มันก็สุขใจกับบรรยากาศที่คุ้นชิน ในวันนี้เขาจะต้องขับมอเตอร์ไซค์เข้าตัวอำเภอที่ห่างออกไปอีกนิดหน่อย ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แน่นอนว่าเขาจะต้องไปกดเงินจำนวน 2 แสนบาทมาให้กับแม่จัน และเป้าหมายที่สองคือซื้อหนังสือบางส่วนมาให้นวลทบทวน เขาจึงจะเดินทางตั้งแต่เช้า“นวลขอไปด้วยได้ไหมคะพี่นที.. หนูอยากไปดูหนังสือด้วยตัวเองน่ะค่ะ” นวลเอ่ยออกมาหลังจากที่รู้ว่านทีจะเดินทางเข้าตัวเมืองของอำเภอ นทีที่ได้ยินก็ยิ้มออกเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา“พี่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว.. แต่ว่านวลต้องไปถามแม่ดูก่อนนะ..” นทีกล่าวจบ นวลก็กะจะวิ่งไปหาแม่ของเธอเพื่อขออนุญาตเรื่องเข้าเมือง แต่ดูเหมือนว่าแม่จันจะอยู่ใกล้ๆ เธออนุญาตให้ไปกับนทีได้ในทันที และยังฝากให้ดูแลนวลอีกด้วย แน่นอนว่านทีก็รับปากจะดูแลเป็นอย่างดี พร้อมกับจังหวะที่นวลรีบวิ่งขึ้นไปทุบกระปุกออมสินของตัวเอง และนำเงินออกมาด้วยจำนวนหนึ่ง“นวลพร้อมแล้วค่ะพี่นที...” เธอสะพายกระเป๋าก่อนจะขึ้นควบ PCX ของนทีทันที นทีได้เห็นอย่างนั้นก็ตลกในความอ๊องๆของเธอ ก่อนจะบอกให้จับแน่นๆ และเดินทางออกไปในทันที ระหว่างทางนทีก็ซึมซับบรรยากาศธรรมชาติเหล่านี้โดยที่ขับไม่ได้เร็วมากนัก นวลที่เคยนั่งแต่จักรยานของแม่เธอก็เกร็งๆเล็กน้อย แต่ทั้งสองก็เดินทางมาถึงตัวเมืองอำเภอพร้าวได้อย่างปลอดภัย  ภายในห้างสีเขียวขนาดเล็กแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ นทีแยกกับนวลที่ร้านหนังสือเพื่อให้เธอลองๆหาเล่มที่เธออยากจะซื้อ ส่วนนทีก็แยกไปเบิกเงินในจำนวนสองแสนกับอีกหนึ่งหมื่นบาท เพื่อเก็บเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นอีกด้วย หลังจากที่ทำธุระของตัวเองเสร็จ นทีก็เดินไปดูนวลว่าเลือกเสร็จแล้วหรือยัง แต่เขาก็ต้องส่ายหัวให้กับเธอ เพราะเธอยังเลือกไม่ได้เลยสักกะเล่มเดียว นทีจึงเดินเข้าหยิบหนังสือที่มีคุณภาพชีวะ เคมี ฟิสิกส์ และวิชาอื่นๆอีกหลายสิบเล่ม รวมถึงข้อสอบปีต่างๆอีกด้วย นวลที่เห็นอย่างนั้นถึงกับตกใจ เพราะราคาของมันเกินงบของเธอไปมากแล้ว นอกจากนี้นทียังเดินไปหยิบชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนครบเซ็ต และเดินไปยังเคาน์เตอร์จ่ายเงินในทันที โดยที่ไม่รอถามนวลเลยสักคำเดียว “ไปเรากลับบ้านกันได้แล้ว...” นทีกล่าวออกมา นวลก็ได้แต่อึ้ง และบอกว่าจะชดใช้ให้ในอนาคต แต่นทีก็ตอบกลับไปประมาณว่าเขาก็บอกไปแล้ว ว่าจะสนับสนุนเรื่องการเรียนให้เงินจำนวนสามพันกว่าบาทนี้มันยังเล็กน้อยหากเทียบกับอนาคต ขอเพียงเธอตั้งใจเรียนก็พอแล้ว นวลเองก็เข้าใจ และพยักหน้าตอบรับก่อนจะยิ้มออกมา ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากห้างไป เสียงเรียกของใครบ้างคนก็ดังขึ้นมา“นวล!! .....” เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาใกล้กับทั้งสองคน แน่นอนว่านที และนวลก็หันไปมองตามเสียงนั้น เด็กหนุ่มคนนี้ดูแล้วท่าทางไม่ต่างอะไรกับเด็กแว๊นเลย เสื้อยืดกางเกงยืนรัดรูป และรองเท้าแตะ เด็กหนุ่มทำสีหน้าไม่พอใจก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างไร้มารยาท“นวล เจ้าหน้าปลาจวดนี้ใครกันล่ะ...” เด็กหนุ่มนามว่า ‘แจ๊ค’ เอ่ยถามพร้อมกับมองนทีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาเอาเรื่อง นทีเองก็มองแจ๊คด้วยเช่นกัน เท่าที่เขารู้นวลไม่ได้มีรสนิยมอย่างนี้เลย แต่เมื่อลองย้อนกลับไปมองอีกทีหนึ่ง ญาติของขวัญข้าวเอง สภาพก็ไม่ได้ต่างจากเด็กแจ๊คนี่เท่าไรนัก“มองไร.. ไอ้หน้าปลาดุกชนสันเขือน...” แจ๊คยังพูดกวนๆออกมา นทีที่ได้ยินก็ถึงกับหัวเราะออกมา ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา น้อยคนนักที่จะกล้ามาหาเรื่องเขาอย่างนี้ ถึงความสามารถ และพลังต่างๆจะยังติดตัวเขามาอยู่ แต่ก็ไม่คิดที่จะใช้มัน นวลที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็เริ่มไม่พอใจแจ๊คในทันทีที่กล้ามาด่าผู้มีพระคุณของเธอ“แจ๊คหยุดได้แล้ว...นั่นพี่ชายของนวลนะ...” และประโยคนี้จากปากของนวลมันทำเอาแจ๊คถึงกับสตั้นไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนนิสัยกลายเป็นอีกคนในชั่วพริบตาเดียว“สวัสดีครับคุณพี่ชายสุดหล่อ.. แต่งตัวมีรสนิยมดูดีมากครับผม ... แหม..ไม่บอกไม่รู้เลยนะครับเนี้ยว่าคนที่ดูดีขนาดพระเอกละครหลังข่าวยังชิดซ้ายจะมาอยู่ที่นี่..” แจ๊คพยายามพูดประจบนที ซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นพี่ชายแท้ๆของนวล เริ่มจากพี่ชายของเธอก็นับว่าไม่เลวเหมือนกัน และนั่นมันก็ยิ่งทำให้นทีตลกออกมาเพราะความปลิ้นปล้อนของเจ้าเด็กนี่เรื่องของเด็กๆเขาไม่อยากยุ่งสักเท่าไร ก่อนจะแยกตัวกันไป เขาก็พานวลขึ้นรถ และกลับบ้านพร้อมกับแจ๊คที่โบกมือลา และยังอวยพรให้กับพวกเขาทั้งคู่อีกด้วย...(ภาคสองชิวๆนะครับ... โปรดติดตาม เนื้อเรื่องจะค่อยๆกลับไปเข้มข้นเหมือนเดิมในอีกไม่กี่ตอนข้างหน้า...)