เวลานั้น ถังฉีถือมีดพับสวิสไว้ในมือ หัวใจของนางเต้นไม่เป็ส่ำ คล้ายว่าทุกอย่างจะเป็ไปดังที่นางคาดการณ์ไว้
…การตายของมารดาผู้ให้กำเนิดไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็การลงมือโดยเจตนา!...
แต่ใครกันที่กล้าทำร้ายหญิงชาวบ้านที่จิตใจดีและขี้เกรงใจอย่างนาง?
อย่างไรก็ตาม เมื่อถังฉีอาศัยอยู่ในร่างนี้ นางจึงมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้กับมารดาของร่างเดิม โดยเฉพาะเมื่อถังซานและน้องชายคนอื่น ๆ ้าประสบความสำเร็จด้านการศึกษาในวันข้างหน้า ภูมิหลังครอบครัวของพวกเขาก็ต้องไร้ซึ่งมลทิน
มารดาที่เสียชีวิตด้วยการผูกคอตาย กลายเป็รอยด่างพร้อยในชีวิตของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
ชาวบ้านส่วนใหญ่ไปยังโถงบรรพชนเพื่อร่วมประชุม ทำให้ทั้งหมู่บ้านเงียบสงัดจนน่าขนลุก
ถังฉีเร่งฝีเท้า ติดตามร่างเบื้องหน้าและพยายามไม่ให้เขารู้ตัว ระมัดระวังจนแทบไม่กล้าหายใจ
ไม่นานนัก ชายคนนั้นก็หยุดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่ซึ่งถังฉียิ่งมองยิ่งดูคุ้นเคย จากนั้น นางก็ตระหนักได้ว่านี่คือ ‘บ้านหลังเก่า’
หรือว่าการตายของมารดาจะเกี่ยวข้องกับคนในบ้านหลังเก่า?
นางส่ายศีรษะสลัดความคิดนี้ แม้ผู้คนในบ้านหลังเก่าจะไร้ความเห็นอกเห็นใจและเห็นแก่ตัว พวกเขาก็ไม่เลวร้ายถึงขั้นฆ่าคน แต่ชายคนนั้นกลับตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเื่ที่มารดาของนางมาเข้าฝัน
*ปุ... ปุ…*
ชายคนนั้นหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วขว้างไปที่หน้าต่าง เมื่อไม่มีการตอบสนองจากข้างใน เขาจึงหยิบหินอีกก้อนหนึ่ง
ในไม่ช้าก็มีเสียงดังจากด้านใน ถังฉีรีบซ่อนตัวตรงมุมถนน
“ต้ากวง เหตุใดท่านถึงมาที่นี่? หากตาแก่พวกนั้นเห็นเข้าละก็ พวกเราจบเห่แน่!” นางเสี่ยวฉินเปิดประตูอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าของนางซีดเผือดเมื่อเห็นชายข้างนอก
นางรีบดึงเขาเข้าไปในบ้าน สอดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นก่อนจะปิดประตู
เมื่อเห็นดังนั้น ถังฉีก็เข้าใจทันที นี่คือยุคโบราณที่เคร่งครัดเื่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ไม่อาจใกล้ชิดกับชายอื่น
ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากนางเสี่ยวฉิน - ป้าของนางเอง ถังฉีเชื่อไม่ลงว่าไม่มีลับลมคมในระหว่างคนทั้งสอง
นางเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง
“นี่ท่านพยายามจะฆ่าข้า หรือ้าให้เราทั้งคู่ถูกฆ่าตายกันแน่?” นางเสี่ยวฉินมองหลี่ต้ากวงด้วยความตื่นตระหนก
แม้ว่าถังเหวินสามีของนางจะไม่อยู่บ้าน แต่หลี่ต้ากวงก็ยังใจกล้าบ้าบิ่น
“ยอดรัก ข้าคงไม่มาหาเ้าหรอกหากไม่ใช่เื่ร้ายแรง” หลี่ต้ากวงรีบดื่มน้ำเย็นให้โล่งคอ
เขาวิ่งมาถึงที่นี่จนกระหายน้ำยิ่งนัก
“เกิดอะไรขึ้น ท่านถึงได้หวาดกลัวเพียงนี้?” เมื่อครู่นางเสี่ยวฉินบ่นอุบ แต่เมื่อเห็นสภาพของหลี่ต้ากวง นางก็ใจอ่อนลง
นางใช้ผ้าเช็ดหน้าช่วยซับน้ำที่คางให้เขา
“เมื่อครู่นี้ที่โถงบรรพชน นางเด็กเวรนั่นบอกว่าแม่ของนางมาเข้าฝัน!”
หลี่ต้ากวงพูดด้วยความกลัว
“เข้าฝัน? เหลือเชื่อเกินไปแล้ว! หากผู้หญิงคนนั้นทำอย่างนั้นได้จริง ท่านคิดว่าเราจะยังยืนอยู่ตรงนี้หรือ?”
นางเสี่ยวฉินไม่สนใจ โดยเชื่อว่า 'นางเด็กเวร' ถังฉีกำลังเล่นลูกไม้อะไรบางอย่าง ั้แ่ที่เด็กคนนั้นตื่นจากอาการาเ็เพราะศีรษะกระแทก นางก็ดูผิดแผกไปไม่น้อย
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น นางหวังมาเข้าฝัน บอกว่า ครอบครัวของหม่านกุ้ยมีสมบัติอยู่และกลายเป็เื่จริง ถ้าหากนางมาเข้าฝันแล้วบอกนางเด็กเวรนั่นว่าเราเป็คนฆ่านางล่ะ จะว่าอย่างไร?"
“ท่านนี่โง่จริง ๆ เพียงเพราะนางบอกว่าเราเป็คนฆ่า ก็แปลว่าเราทำอย่างนั้นจริง ๆ หรือ? นางพยายามใส่ร้ายป้ายสีเรามากกว่า!”
นางเสี่ยวฉินเดือดดาลยิ่ง!
“ท่านคิดว่าคนในหมู่บ้านจะเชื่อคำพูดของนางเด็กนั่นหรือ?”
นางเสี่ยวฉินถามอย่างเมินเฉย แม้ว่านางจะเริ่มสนใจสมบัติที่บ้านของถังหม่านกุ้ยมากกว่าก็ตาม
“เฮอะ ๆ ก็แค่ไข่มุกที่ขายได้ราคากว่าร้อยตำลึง! สักวันหนึ่ง ข้าเข้าเมืองจะไปซื้อให้เ้าก็ยังได้!”
หลี่ต้ากวงกล่าวเมื่อเห็นความโลภในดวงตาของนางเสี่ยวฉิน แม้ไม่พอใจ แต่นางก็เป็หญิงสาวที่เขาเพิ่งลอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งเมื่อไม่นานนี้!
"ต้ากวง ข้ารู้ว่าท่านดีกับข้าที่สุด ไม่เหมือนตาแก่บ้านข้า แต่งงานกันมาตั้งหลายปี เขาซื้อปิ่นเงินให้ข้าแค่ชิ้นเดียว! เสียดายเหลือเกินที่ข้าไม่ได้พบท่านเร็วกว่านี้…"
ในห้อง นางเสี่ยวฉินอ่อนระทวยประหนึ่งน้ำ
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่ต้ากวงก็ลืมเหตุผลที่มาที่นี่ในทันที
ไม่นาน ทั้งสองก็โถมร่างลงบนเตียง บรรเลงเพลงสวาทอย่างหนักหน่วง
ถังฉีอยากเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขากับใครสักคนจริง ๆ!
กระนั้น พวกเขาก็คงปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางหวังได้อยู่ดี
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็เพียงการรับรู้ความจริงของถังฉีเพียงคนเดียวโดยปราศจากหลักฐานใด ๆ
แต่อย่างน้อยก็ทำให้พบพฤติกรรมผิดปกติของหลี่ต้ากวงจนนางสืบสาวถึงเบาะแสสำคัญ
นางไม่ใช่ถังฉีวัยสิบสามปี แต่เป็ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ เปี่ยมด้วยจิติญญาของความเป็ผู้ใหญ่และประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ถังฉีก็จากไปอย่างเงียบเชียบ
นางต้องไม่บุ่มบ่ามจนทำให้แผนการใหญ่พังทลาย นางตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำให้สามีภรรยานอกรีตคู่นี้ชดใช้ความผิดและทวงความเป็ธรรมให้กับนางหวัง!
เมื่อถังฉีกลับไปถึงโถงบรรพชน เหลือชาวบ้านเพียงห้าหรือหกครัวเรือนเท่านั้น
"ฉีเอ๋อร์ ข้าตัดสินใจจัดสรรคุ้งน้ำฝั่งตะวันออกให้เ้าแล้ว แต่แน่นอนว่าควรจ่ายค่าธรรมเนียมบางส่วนให้กับชาวบ้านคนอื่น ๆ ก่อน"
ผู้นำตระกูลพูดกับถังฉีด้วยรอยยิ้มกว้าง
การมีชาวบ้านเพียงไม่กี่ครัวเรือนนี้ถือเป็ผลลัพธ์ที่น่ายินดีสำหรับเขา
"มาร่วมมือกันเถอะ แต่ละบ้านจะจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อเป็เงินลงทุน จากนี้ไป เราจะจัดการคุ้งน้ำฝั่งตะวันออกด้วยตัวเอง!"
เมื่อผู้นำตระกูลกล่าวจบ พวกชาวบ้านก็พยักหน้าเห็นพ้อง ทุกคนทราบดีว่าไม่มีการเลี้ยงอาหารกลางวัน แต่ก็ยังสนใจการเพาะเลี้ยงไข่มุก
ถังฉีจำครอบครัวเหล่านี้ได้
มีสองบ้านที่ส่งลูก ๆ ไปเรียนที่สำนักศึกษาในตัวเมือง บ้านหนึ่งมีพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่และมีคนงานประจำสองคน บ้านหนึ่งเป็คนขับเกวียนรับจ้างโดยสารเข้าเมือง และบ้านสุดท้ายเป็พรานป่า
สภาพความเป็อยู่ของคนเหล่านี้ดีกว่าชาวบ้านคนอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นพวกเขาจึงมีเงินเหลือเก็บไว้บ้าง
“ให้แต่ละบ้านจ่ายเงินห้าตำลึงและแจกจ่ายให้ชาวบ้านเท่า ๆ กัน น่าจะไม่มีผู้ใดคัดค้าน”
ผู้นำตระกูลสรุปหลังจากครุ่นคิดพักหนึ่ง
รวมทั้งเขา ถังฉี และถังหม่านกุ้ย มีทั้งหมดแปดครัวเรือน บ้านละห้าตำลึงก็เท่ากับสี่สิบตำลึง เพียงพอจะแบ่งจ่ายให้ชาวบ้านได้
“ข้าไม่คัดค้าน!”
“พวกเราไม่คัดค้าน...”
“ท่านปู่ผู้นำตระกูล พวกเราก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เช่นกัน และเราจะสนับสนุนด้านกลวิธีเฉพาะทางให้ด้วย!”
****************