บทที่ 6 ที่นี่มีขุนช้างขุนแผนหรือไม่
นินย่อยข้อมูลที่ได้รับมาก็ทำหน้าแบบไม่รู้จะกล่าวอะไรดีนินมองไปด้วยความว่างเปล่าแล้วหันไปถามทองเื่หนึ่ง
นิน” พี่ถามอะไรหน่อยมีกรุงศรีอายุทธ์ยาหรือไม่ “ทองยิ้มออกมา
ทอง” นั่นต้องมีอยู่แล้ว” นินใจเต้นแรง
นิน “แล้วมีหมูบ้านบางระจันหรือไม่” แสนหัวเราะ
แสน “นั่นต้องมีสิ” นินถามต่อไปอีก
นิน “แล้วมี 11 วีรชนหรือไม่” ทั้งสองมองหน้ากัน
ทอง “ใครนะ” นินจึงกล่าวออกมา
นิน “ก็อย่าง นายจัน หนวนเขี้ยว หรือนายทองเหม็นอะไรแบบนั้นน่ะ” ทั้งสองหัวเราะออกมา
แสน “โอ้นั่นมันเื่นานมาแล้วนะตอนนี้คงเหลือแต่ลูกหลานของพวกเขานั่นแหละ” นินผิดหวังนั่นสินะเวลาของยุคนี้ไม่สัมพันธ์กันเลยมิใช่หรือไง
นิน” งั้นถามหน่อยว่ามี ขุนช้างขุนแผนไหม “อันนี้นินเอาฮาเพราะนี่มันเื่ในวรรณคดีไทยจะมีอยู่จริงได้อย่างไร สีหน้าของทั้งสองดูมืดมนลง
ทอง” มีสิ “นินผงะไป
นิน” อย่าบอกนะว่าตัวละครในวรรณคดีมีอยู่จริงถ้างั้นมันก็น่าสนุกขึ้นไปอีกน่ะสิ “ทองเล่าต่อ
ทอง” แต่ว่าไอ้แผนนั้นยังมิได้เป็ขุนหรอกนะตอนนี้เป็แค่หมื่นแผน ไอ้ช้างก็ยังมิได้เป็ขุนหรอกนะไอ้สารเลวนั่นมันยังเป็แค่หมื่นช้างน่ะ “นินค่อนข้างสับสนงั้นจะใช้คนเดียวกันหรือเปล่านะ
นิน” แล้วสองคนนี้ที่มาที่ไปเป็อย่างไร “นินรู้สึกว่าสองคนนี้จะต้องเป็บุคคลสำคัญยิ่งต่อเขาในอนาคตอย่างแน่นอนหากไม่ใช่มิตรต้องเป็ศัตรูตัวฉกาจแน่นอน
ทอง “หมื่นช้างน่ะหรือเป็ลูกของคุณพระศรีวิชัยแม้ไม่เก่งกาจได้การรบหรือเวทย์แต่สมองกลับดีมากฉลาดเป็กรดอายุไม่มากก็เป็ถึงหมื่นแล้วเอ็งต้องระวังให้ดีหมื่นช้างคนนี้มากเล่ห์ร้อยกล บ้านเดิมของมันคืออู่ทอง” นินขมวดคิ้ว
นิน “ดูเหมือนว่าพี่จะเกลียดมันนะ” ทองหัวเราะหยัน
ทอง “แน่สิถ้าไม่ใช้เพราะมันพ่อแม่พี่น้องของข้าคงไม่ตายหรอก” นินใ
นิน “หมายความว่าอย่างไร” ทองจึงเล่าให้ฟัง
ทอง” เพราะมันชอบน้องสาวของข้าแต่ว่ามันเป็คนบ้าตัณหาผู้หญิงที่ไม่หลงในเงินทองมีหรือจะะโเข้ากองไฟน้องสาวของข้าแน่นอนว่าปฏิเสธมันกฎหมายของเราห้ามบังคับสตรีไม่ว่ากรณีใดๆ มันจึงใส่ความว่าพ่อแม่ของข้าว่าขโมยของมันไปอำนาจมันขนาดนั้นมีหรือที่เื่จะจบแค่คืนของที่ไม่ได้มีอยู่จริง พ่อแม่ข้าต้องเข้าคุกน้องสาวของข้ายอมแต่งกับมันเพื่อช่วยพวกท่านออกมาแต่เมื่อพ่อแม่พ้นผิดน้องสาวข้าก็ฆ่าตัวตายพ่อแม่ข้าเสียใจมากจนตรอมใจตายตามไปข้ารู้ตัวว่าหากอยู่ต่อไปที่อู่ทองมันต้องหาทางเล่นงานข้าแน่จึงหนีออกมาและมายังพระนครแห่งนี้นึกไม่ถึงว่าท่านเ้าคุณจะช่วยข้าไว้ “นินตบไหล่พี่ชาย
นิน” อย่างนี้นี่เองให้ข้าลอบไปสังหารมันดีไหม “ทองส่ายหน้า
ทอง” คนเลวไม่นานจะต้องได้รับผลกรรมเองนั่นแหละข้าอยากให้มันตายอย่างทรมาน “นินพยักหน้าหากเป็เขาคงจับมันมาฆ่าให้จบๆ ไปแต่คนยุคนี้เน้นความสะใจสินะ
นิน” แล้วหมื่นแผนเล่าดูเหมือนท่านเองก็ไม่ชอบนะ “เื่นี้แสนเล่าเองเขาติดตามท่านเ้าคุณมาั้แ่เด็กๆ
แสน” เื่นี้เป็เื่ของท่านเ้าคุณน่ะสองตระกูลไม่ถูกกันมานานแล้วจนถึงรุ่นลูก “นินประหลาดใจ
นิน” หมายความว่าไง “แสนจึงเล่าออกมา
แสน” เอาเป็ว่าตระกูลของท่านเ้าคุณคอยจับผิดขุนนางส่วนตระกูลของพระยาพิเชษฐ์เป็ขุนนางไม่ดีน่ะครั้งหนึ่งเพราะพระยาพิเชษฐ์ทำให้พี่ชายของท่านเ้าคุณต้องตายส่วนลูกชายของพระยาพิเชษฐ์ก็ตายไปด้วยกันดังนั้นทั้งสองไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อีก “นินใ
นิน” โอ้แบบนี้นี่เอง “แสนเล่าต่อ
แสน” ที่น่าโมโหคือลูกชายคนเล็กของพระยาพิเชษฐ์เก่งกาจมากทั้งสติปัญญาการต่อสู้และวิชาอาคมอีกไม่นานน่าจะได้เป็ขุนในไม่ช้า “นินใ
นิน” แล้วนิสัยของเขาเป็อย่างไร “ทั้งสองหัวเราะในลำคอเสียงท่านเ้าคุณดังขึ้น
” ก็ไม่ได้ดีไปกว่าพ่อมันหรอก “นินหันไปมองท่านเ้าคุณทีเงียบมานาน
นิน “คนเล่าก็มีวาสนาของคนเล่านั่นแหละลุงแต่ว่าวาสนาของคนเลวมีไม่นานหรอก” ท่านเ้าคุณมองนินอย่างใช้ความคิด
” เอ็งก็อยากไปยุ่งกับมันล่ะแม้แต่ข้าก็จัดการมันยากเหมือนกันโดยเฉพาะตัวพ่อมัน “นินประหลาดใจ
นิน” ลุงยังจัดการไม่ได้หรือ “ท่านเ้าคุณกลอกตา
” มันและข้ามีผลงานการศึกพอๆ กันทว่าข้าเหนือกว่าจึงได้เป็เ้าพระยาสาเหตุที่ข้าไม่ได้เป็เ้าเมืองเพราะข้าไม่ชอบบริหารข้าจึงกลายเป็ผู้ตรวจการแผ่นดินแทน “นินตกตะลึง
นิน” ใหญ่โตขนาดนี้เชียว “นินรีบกอดข้า
นิน” งั้นผมขอเกาะขาลุงอยู่อย่าสุขสบายแล้วกัน “ทั้งสามหัวเราะออกมา
นิน” แต่ว่านี่ไม่ยุ่งยากกว่าหรือตำแหน่งของลุงเหมือนจะดีแต่ว่าจะมีแต่คนเกลียดท่านไม่ใช่หรือ “ท่านเ้าคุณหัวเราะ
” ต่อให้พวกมันเกลียดข้าแค่ไหนต่อหน้าก็ต้องประจบไม่ใช่หรือ “นินคิดว่ามีเหตุผลแค่คำพูดเดียวของลุงพวกนั้นก็อาจมีความผิดถึงตายได้แล้ว นินคิดว่าต้องเกาะข้าใหญ่คนนี้ให้แน่น
อย่างไรก็ตามท่านเ้าคุณก็ขมวดคิ้วแล้วถามออกมาอย่างสงสัยว่าทำไมนินถึงรู้จักหมื่นช้างและหมื่นแผนกันทั้งๆ ที่เขาอยู่หมู่บ้านชายแดน
“เอ็งรู้จักสองคนนี้ได้อย่างไรวะ” นินถึงกับพูดไม่ออกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าสองคนนี้มีจริง
นิน “ถ้าบอกว่าบังเอิญจะเชื่อไหม “ทั้งสามกลอกตา
นิน” เื่จริงนะถ้าข้าพูดว่าเป็วรรณคดีที่ข้าเคยแต่งเล่าลุงจะชื่อไหม” เพื่อเอาตัวรอดเขาก็แอบอ้างเป็คนแต่งเสียเอง
“เอ็งแต่งวรรณคดีได้งั้นหรือ” นินตบหน้าอกตัวเอง
นิน “ของมันแน่อยู่แล้วไม่งั้นผมจะเอาชื่อคนมาจากไหนเล่าเอาแบบนี้ผมจะเล่าให้ฟัง “ท่านเ้าพระยาขมวดคิ้ว
” เอ็งช่วยเปลี่ยนชื่อเื่ได้ไหม “นินส่ายหน้า
นิน” ชื่อตัวเอกเปลี่ยนไม่ได้แต่ตัวประกอบเปลี่ยนได้นะงั้นผมจะเล่าเื่ให้ฟังตลอดทางลุงช่วยวิจารณ์หน่อยว่าสามารถเอาไปทำเงินได้ไหม “ยังดีที่สมัยเรียนนินชอบเื่นี้เพราะนางเอกเป็คนน่าสงสารมากคนที่รักหลายใจส่วนคนที่ไม่ได้รักกลับจริงใจต่อนางทว่ารูปร่างกลับอัปลักษณ์นักเขาจึงได้เล่าออกมาเป็ฉากๆ ทั้งบทพูดที่แม่นยำของตัวละครรวมไปถึงแต่งเติมคำพูดให้สนุกขึ้นไปด้วยทั้งสามฟังเื่ราวออกมาก็ทั้งสนุกตื่นเต้นและสลดใจไม่น้อย
“ฮ่าๆ ไม่ว่าจะขุนช้างหรือขุนแผนก็ไม่ใช้คนดีทั้งคู่นั่นแหละชายที่มักมากในสตรีหาใช้คนดีไม่ซ้ำยังเอาลูกตัวเองทำกุมารอีก” นินประหลาดใจ
นิน” หมายความว่าอย่างไรมิใช่ว่าพวกขุนนางมักมีอนุกันหรอกหรอ” ทั้งสามถึงกับหน้ากระตุก
“เอ็งไปจำมาจากไหนวะการมีภรรยาน้อยเป็เื่น่ารักเกียรติข้าราชการมิทำกันหรอกเว้นแต่ว่าสตรีผู้นั้นจะมีบุตรมิได้ถึงยอมให้แต่งเมียเข้ามาเพิ่ม” นินถึงกับอึ้งไป
นิน “แปลกจริงไม่ใช่ว่ายุคสมัยก่อนมักแต่ภรรยาน้อยหลายคนหรอกหรือ “ทองจึงเล่าเหตุผลให้ฟัง
” ขุนหลวงมิชอบน่ะสิท่านเคยไปจีนครั้งหนึ่งพบว่าวังหลังนั้นสามารถทำให้บ้านเมืองสั่นคลอนประชาชนได้รับความเดือดร้อนดังนั้นจึงยกเลิกน่ะสิแต่มิได้ห้ามถึงขึ้นออกกฎหมายแต่ขุนนางใครจะกล้ากันเล่า” นินประหลาดใจ
นิน “แล้วทำไมหมื่นช้าง” ท่านเ้าคุณจึงกล่าว
“ก็อย่างที่บอกมันไม่ได้ออกเป็กฎหมายไงไอ้ช้างก็แค่ทำแบบลับๆ ก็ได้แล้ว” นินพยักหน้าเข้าใจ
นิน “มีพ่อใหญ่โตนี่ดีจริงๆ” ทั้งสามกลอกตา
นิน “แล้วตกลงมันขายได้หรือไม่” ท่านเ้าคุณจึงวิจารณ์
“เื่นี้ให้ข้อคิดและสนุกมากหากใช้คำที่สวยงามกว่านี้อาจได้รับเป็วรรณคดีชั้นเอกเลยก็ได้ “นินตาเป็ประกาย เพราะเขาอ่านวรรณคดีไทยมาไม่น้อยเลย พวกเขาเดินทางติดต่อกันหลายวันผ่านหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ข่าวเกี่ยวกับโจรโพกผ้าแดงเพิ่งจะกระจายไปทั่วว่าพวกมันโดนปราบแล้วข่าวนี้ก็มาจากพวกที่หลบหนีออกมานั่นเอง กลุ่มคนที่สนับสนุนกลุ่มโจรโพกผ้าแดงอยู่ไม่สุขแล้วตอนนี้
“บัดซบเป็แบบนี้ไปได้อย่างไรเ้าท่านจอมเวทย์มาหรือยัง” ทหารของมันกำลังจะกล่าวชายคนหนึ่งอายุประมาณสามสิบต้นๆ เดินเขามาเขามีหน้าตาหล่อเหลาผมยาว ต้องเข้าใจว่าในยุคนี้คนแถบเอเชียไม่นิยมตัดผมกันบวกกับตอนนี้เปิดประเทศแล้วจึงมีการแต่งการที่ค่อนข้างอิสระแต่คนไทยส่วนมากมักตัดผมสั้นมากกว่าโดยเฉพาะพวกบ่าวรับใช้แต่นินที่เป็คนป่าจะไปตัดผมได้อย่างไรดังนั้นตอนนี้เขาผมยาวราวกับพระเอกในหนังจีนกำลังภายใน กลับมาที่ชายหนุ่มที่มาเรือนของท่านขุนกันต่อเขาสวมใส่ชุดแบบพวกยิปซีหมอผีเดินเข้ามาเขามีนามว่า ปุณยะ เป็จอมขมังเวทย์ในแทบมาเลยู มีวิชาอาคมที่สามารถเรียกลมเรียกฝนได้เลย
” ท่านจอมเวทย์เป็อย่างไรบ้าง “ช่ายคนนี้คือ ขุน ศรีชัย เป็ขุนนางของ เวียงเชียงรอย หรือเชียงรายในปัจจุบัน จะกล่าวถึงความผิดของมันนั้นเรียกว่านับไม่หมดจริงๆ เปิดหอโคมเขียว โรงพนัน ค้าฝิ่น ขายของให้ศัตรู ค้าทาส แบบผิดกฎหมายเพราะว่ายุคนี้เลิกทาสไปแล้ว จะว่าไปใช้คำว่าเื่เลวมันทำหมดจะดีกว่า
“ข้าดูมาแล้วทั้งสองตายจริงๆ ข้าปลุกิญญาของมันสองคนมาทำหงพรายแล้วและทราบว่ามันมีคนมาช่วยซึ่งพวกมันไม่รู้ชื่อ” ขุนศรีชัยร้อนใจขึ้นมา
“ข้าไม่อาจปล่อยให้พวกมันรอดไปได้ท่านมีวิธีหรือไม่” มันหัวเราะ
“ท่านจะให้ข้าไปฆ่าคนหรือเื่พันนั้นข้าไม่ทำหรอกมันผิดกฎของสำนักข้า “จากนั้นชายหนุ่มหน้าตาดีก็เดินเข้ามาพร้อมบ่าวอีกหลายคนพวกมันยกหีบมาหลายหิบก่อนที่ช่ายหนุมจะเปิดออกมันคือเงินหลักแสนบาทพร้อมทองอีกหลายแท่ง
“ได้โปรดเถิดท่านจอมเวทย์ช่วยกำจัดภัยร้ายให้ข้าด้วย” ปุณยะยิ้มออกมา
“เห็นแก่ที่เ้าจริงใจข้าจะช่วยไว้สักครั้ง “ขุนศรีชัยยิ้มออกมา
” ขอบคุณท่านจอมเวทย์ “มันยิ้มออกมา
ปุณยะ” อย่าเพิ่งดีใจไปเ้าพระยาเรืองไม่ใช่คนที่เราจะจัดการได้ง่ายๆ ต้องวางแผนอย่างรัดกุมที่สุด “ทุกคนขมวดคิ้ว
” เชิญท่านว่ามาเลย “จากนั้นพวกมันก็วางแผนกัน ส่วนท่านเ้าคุณนั้นไม่รู้เลยว่าพวกเขาโดนหมายหัวที่จริงทั้งหมดเป็เื่เข้าใจผิดเพราะท่านเ้าคุณไปได้มาปราบขุนนางเขามาสืบราชการลับที่อังวะต่างหากเล่า
“เราพักที่หมู่บ้านนี้ก่อนแล้วกันได้ยินว่าอาหารที่นี่อร่อยนะ “นินตาเป็ประกาย
นิน” ว่าแต่ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนแล้วลุง” ท่านเ้าคุณจึงกล่าวออกมา
“ภูกามยาวนี่แค่ชานเมืองเท่านั้น” เขาคิดว่า ภูกามมันที่ไหนกันแน่ทว่าต่อจากเชียงรายก็น่าจะพะเยาไม่ใช่หรือ
นิน “งั้นนี่ก็น่าจะพระเยาสินะที่นี่อะไรดังนะ “นินนึกถึงข้อมูลก็พบว่าเหมือนจะมีสถานที่ดังๆ อยู่นะอย่างเช่นภูลังกา หรือวัดพระธาตุจอมทอง ยังมีวัดที่เคยเห็นในโซเชียลอย่างวัดนันตารามด้วยเขานึกได้แค่สามชื่อนี้ ทว่าจริงๆ แล้วพะเยามีที่น่าเที่ยวเยอะมาก นินจึงถามทั้งสามถึงสถานที่ทั้งสามแห่งนี้
หลังจากที่นินได้ฟังก็อึ้งไปเลยเพราะว่าภูลังกาแม้เป็สถานที่ที่สวยงามทว่าเป็สถานที่ที่น่ากลัวมากเช่นกันเพราะมันเต็มไปด้วยสัตว์อันตรายและพืชมีพิษนานาชนิดเพราะมันได้รับพลังฟ้าดินมากเกินจนกลายพันธุ์คนที่จะเข้าไปโดยมากจะเป็พรานล่าสัตว์ที่มีวิชาอาคมและนักขุดสมุนไพรเพราะสมุนไพรในป่าแบบนี้ราคาสูงมากบางชนิดแค่ใบของมันก็ราคาหลักหมื่นหลักแสนแล้ว
นิน “เชี่ยสมุนไพรอะไรถึงได้แพงแบบนั้น” ท่านเ้าคุณหัวเราะ
“นั่นมันไม่ได้เอาไว้รักษาคนแต่เอาไว้ฝึกพลังให้พวกจอมเวทย์ใช้ไงเล่า “นินสนใจขึ้นมา
นิน” ใช้อย่างไรหรือผมเคยได้ได้ยินว่าคนจีนดูดซับพลังผ่านการนำพวกมันไปปรุงยาแต่ด้านอาคมนี่ยังไม่เคยได้ยิน “ท่านเ้าคุณคิดสักพัก
” ไมาต่างกันหรอกสมุนไพรพวกนี้ได้รับพลังจากฟ้าดินมาเป็พิเศษมันจึงมีพลังหนาแน่นมากหากว่าได้ดูดซับพลังจากมันผ่านวิธีต่างๆ ของแต่ละสายพวกเขาก็จะสามารถพัฒนาพลังได้ไงอย่างข้าและพวกไอ้ทองเป็ทหารการใช้มันคือการกินเขาไปโดยตรงแล้วฝึกร่างกายพลังก็จะกระจายไปรอบตัวแล้ว “นินจึงถามต่อ
นิน” หมายความว่า ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ทำได้หรือ “ท่านเ้าคุณหัวเราะออกมา
” ไม่ว่าประเทศไหนก็มีวิธีของตัวเองการเดินทางยังมีหลายวิธีเลยไม่ใช่หรือไง “นินจึงเข้าใจขึ้นมา
นิน” งั้นแบบนี้ผมฝึกปราณได้ไหม “ทุกคนหัวเราะออกมานินทำหน้าไม่พอใจ
นิน” ขำอะไรกัน “ทั้งสามหยุดขำ
แสน” กำลังภายในจะต้องฝึกั้แ่ตอนหกขวบถึงสิบขวบมากกว่านั้นพลังปราณของเอ็งจะกลายเป็ตดน่ะสิ “ว่าจบก็หัวเราะกันออกมาอีก
นิน” บ้าจริงตาลุงพวกนี้ “เขาที่ชอบหนังจีนกำลังภายในจะยอมแพ้ได้ยังไง
นิน “เอาแบบนี้ลุงพอจะหาวิชาของจีนให้ผมได้ไหมล่ะผมอยากลองดู” ท่านเ้าคุณพยักหน้า
“ได้แต่ไหนเอ็งบอกอย่างเป็พ่อค้าไง” นินกลอกตา
นิน “ผมแค่เอามาศึกษาไงอยากจะรู้ว่าฝึกแล้วตดจริงไหม” ทุกคนหัวเราะออกมา
ทอง “ถ้าเอ็งทำได้ข้าจะยอมใช้มือเดินแทนขาเลย “ทุกคนหัวเราะ หลังจากทานอาหารและดื่มสุราไปเล็กน้อยทุกคนก็หาที่พักนอนบนรถม้ามาหลายคืนพวกเขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาจึงเข้าพักในเรือนรับรองนั่นก็เหมือนกับโรงแรมในปัจจุบันนั่นเอง ถึงจะบอกว่าเรือนรับรองมันก็มิได้สบายอย่างที่คิดเพราะนี่แค่หมู่บ้านชานเมืองเท่านั้นแต่ก็ดีกว่านอนในรถม้านั่นแหละ ในเช้าวันถัดมากหลังทานอาหารเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปต่อ
นิน” บ้าจริงอย่างแรกที่ต้องทำคือพัฒนาคุณภาพชีวิตนี่แหละ “นินพบว่าการแปรงฟันและการอึของเขาเป็ปัญหามากจริงๆ เขาจะทนไม่ไหวเพราะสองเื่นี้นั่นแหละอีกอย่างการอาบน้ำที่ต้องไปอาบในคลองนี่มันทำเอาเขาไม่รู้สึกว่าตัวสะอาดเลยให้ตายเถอะยังดีที่มีสบู่แล้วไม่งั้นเขาคงบ้าตายไปแล้ว
” เราไปไหว้พระในตัวเมืองกันหน่อยไหม “นินสนใจ
นิน” วันหรือได้เลยวันอะไรงั้นหรือ “ท่านเ้าคุณคิดสักพัก
” วัดที่ใกล้เราคงจะเป็วัดพระธาตุจอมทองนั่นแหละ “นินพยักหน้าการเดินทางค่อนข้างเร็วเพราะเขตเมืองย่อมมีถนนที่สร้างจากอิฐสองวันต่อมาเข้าพวกเขาก็มาถึงเขตเมืองชั้นในของเมือง แน่นอนว่าพวกตรงไปที่วัดเลยเพื่อขอพรวัดนี้เป็วัดดังย่อมศักดิ์สิทธิ์มาก คนมาเข้าวันกันตอนเช้าเพื่อใส่บาตรฟังพระราวกับว่าวันนี้มีงานบุญใหญ่อย่างนั้นแหละนินต้องยอมรับว่าคนโบราณนั้นนิยมมาวัดมากแต่สวนมากจะเป็สตรีเสียส่วนใหญ่เพราะสตรีในยุคนี้ไม่ออกไปทำงานนอกบ้านนัก
นิน “คนเยอะอย่างกับไปเที่ยวห้างเลย” และนี่เองที่นินได้เห็นสตรีไทยแท้ของจริงคือนินต้องยอมรับเลยว่าเขาไปมาหลายประเทศมากได้เห็นผู้คนมากมายทว่าก็ยังไม่เคยเห็นสตรีที่ไหนจะงดงามเท่าสตรีไทยในยุคโบราณมากก่อนแม้ว่าเครื่องสำอางในยุคนี้จะมีไม่มากทว่าพวกนางกลับงดงามเหลือเกินสวยมากแม้จะแต่งเพียงนิดเดียวมันเข้ากับชุดไทยอย่างยิ่งสำหรับชุดไทยนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลกจากที่เขาเห็นในละครมากนักและยังดูสวยกว่าด้วยแน่นอนว่านินแค่ชื่นชมเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น
นิน “น่าจะมีกล้องถ่ายรูปสักหน่อย” จากนั้นทั้งสี่ก็เข้าไปในวัดแล้วไปไหว้พระทว่าเขายังไม่ทันเข้าไปก็มีพระรูปหนึ่งเดินมาแล้วเรียกพวกเขาไว้
“ยมหลวงพ่อให้โยมทั้งสี่เข้าไปหาน่ะ” ทั้งสี่ทำหน้างุนงงแต่ก็ตามออกไป ทั้งสี่เดินขึ้นไปตามที่พระหนุ่มนำทางก่อนจะมาถึงเรือนไม้ด้านหลังวัดก็พบพระรูปหนึ่งนั่งจิบชาอยู่ใต้ต้นสาระ ทั้งสี่นั่งลงแล้วยกมือไหว้นินมองหลวงพ่อรูปนี้อายุน่าจะราวหกสิบเห็นจะได้หลวงพ่อมองไปทางนินแล้วกล่าวออกมา
“เมื่อข้ามมาแล้วก็อยู่นี่ไปเถอะ” นินชะงักไปหรือจะให้เขาบวชไม่นะแต่มาคิดอีกทีไม่น่าจะใช้เมื่อมองหลวงพ่อที่จ้องเขาจากนั้นเขาก็เข้าใจ
นิน “ผมมีทางเลือกด้วยหรือครับอยากกลับก็คงไม่ได้แล้ว “หลวงพ่อหัวเราะออกมา
“นั่นสินะแต่นี่เป็โลกที่เอ็งอยากมาตลอดไม่ใช่รึ” นินตกตะลึงหรือว่าเพราะความปรารถนาอันแรงกล้าก่อนตายจึงนำเขามาที่นี่จากนั้นหลวงพ่อมองไปทางเ้าพระยาเรือง
” เอ็งได้ผูกกรรมกับเ้านินคนนี้ไปแล้วอย่าผิดคำสัญญาเด็ดขาดไอ้หนุ่มคนนี้สำคัญนัก “นินใแม้แต่ชื่อเขาท่านก็รู้หรือเนี่ย ท่านเ้าคุณตอบรับ
“ขอรับหลวงแต่ว่าเ้านินมันสำคัญอย่างไรหรือขอรับ” หลวงพ่อหัวเราะ
“บอกไปฟ้าก็ผ่าข้าน่ะสิ” ทั้งสี่ทำหน้าแปลกๆ จากนินหลวงพ่อก็ส่งจิตไปบอกเ้าพระยาเื่หนึ่งทำให้เขาดีใจนัก
นิน “หลวงพ่อมีของดีบ้างไหมครับผมแปลกที่ยากที่จะสบายใจแถมเกือบโดนโจรฆ่าตายด้วยนะ “หลวงพ่อหัวเราะ
” ของดีหรือรู้หรือไม่ว่าทั้งตัวเองนี่แหละมีแต่ของดีของดีที่ข้ามียังด้อยกว่าหลายหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ “เขาหยิบไม้มาเคาะที่แขนนินเบาๆ ก็เห็นว่าิัของนินมีบางอย่างนูนออกมาแล้ววิ่งไปตามร่างกาย
นิน” เชี่ยอะไรวะเนี่ย “ท่านเ้าคุณกลอกตา
” ไอ้บ้าสำรวมหน่อยได้ไหม “นินรีบพนมมือ
นิน” ผมในี่” ท่านเ้าคุณกลอกตาแล้วบอก
“นั่นมันเหล็กไหลเชียวนะข้าเพิ่งเคยเห็นอันที่สองนี่แหละ” แน่นอนว่านินไม่ค่อยเห็นค่าอะไรของพวกนี้อยู่แล้วเพราะเขารู้เื่พวกนี้น้อยมากในความทรงจำนินคนก่อนยังไม่ปรากฏเื่นี้ หลวงพ่อกล่าว
“ใช่นี่เหล็กไหลแต่เป็ย้อนมงกุฎของเหล็กไหลมีพลังกดข่มภูตผีทั้งปวงหนังเหนี่ยวและยังได้รับพรศักดิ์สิทธิ์มาด้วยข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าพรอะไร” ทั้งสามมองนินด้วยความอิจฉา พระอาจารย์ส่งกระแสจิตเข้าหัวนิน
“จำคาถานี้ไว้ก่อนจะเมื่อท่องแล้วของในตัวเอ็งจะตื่นมีพลังเหนือธรรมชาติจะช่วยเอ็งได้ในยามคับขัน “นินท่องจำอย่างรวดเร็วจากนั้นพระอาจารย์ก็มอบพระให้คนละองค์ยกเว้นนินที่ได้เป็มีดสั้นแบบจีนลงอักขระมันคือมีดอาคมสามารถทำลายอาคมได้ทั้งปวง
นิน “เจ๋งเลยมีสั้นจีนแบบนี้ผมชอบมาก” เขารับมันมาแล้วชักออกมามันเป็สีเงินแค่มองก็รู้แล้วว่าคมมาก หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ให้ก่อนที่จะให้พวกเขากลับไปพวกเขาจึงเดินออกไปที่ทางออกทว่าท่านเ้าคุณหันมาถาม
“หลวงขอรับชื่อท่าน” ทว่าร่างของหลวงพ่อนั่นหายไปแล้วขนทั้งสี่ตั้งชันทันทีจากนั้นก็มีเสียงดังในหัวของทั้งสี่ว่า
“ใครๆ ก็เรียกข้าว่าครูบาน่ะ” สามคนตกตะลึงส่วนนินนั้นขมวดคิ้ว
นิน “คงไม่ใช่หรอกมั้งหรือว่าจะเป็ ครูบาศรีวิชัย พระอาจารย์คนดังกัน” …
(วรรณคดีเื่ขุนช้างขุนแผน ไม่มีผู้แต่งเพียงคนเดียว แต่เป็เื่เล่าพื้นบ้านที่พัฒนามาเป็บทเสภาโดยกวีหลายท่านในสมัยอยุธยาตอนปลายถึงต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในสมัย รัชกาลที่ 2 (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้กวีร่วมกันแต่งและทรงแต่งเองหลายตอน (เช่น ตอนกำเนิดพลายงามโดย สุนทรภู่) และ รัชกาลที่ 3 ก็ทรงแต่งบางตอนด้วย ทำให้เป็มรดกวรรณกรรมที่ยิ่งใหญ่และมีการแต่งเติมต่อเนื่องมา)
*เพื่อนๆแนะนำได้นะครับ ฝากแชร์หน่อยนะครับ*