ตอนที่ 24: คำทักทายบนแผ่นศิลา
คืนต่อมา ท้องฟ้ามืดสนิทไร้ซึ่งแสงดาวและแสงจันทร์ เป็ค่ำคืนที่เหมาะแก่การเคลื่อนไหวของเหล่าภูตผีและเงา
ภายในห้องลับของตำหนักเมฆาคล้อย เฟิงหวงได้เปลี่ยนไปเป็คนละคน เขาสวมชุดฝึกยุทธ์สีดำสนิทที่แตกต่างจากของเว่ยจื่อหลาน บนใบหน้าของเขาคือหน้ากากไม้เรียบๆ ที่แกะสลักเป็รูปใบหน้าไร้ความรู้สึก มันปกปิดตัวตนของ "อ๋องสันติ" ไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรัศมีของ "นายท่าน" ผู้ลึกลับและน่าเกรงขาม
"เหลียง เ้าเฝ้าดูอยู่ห่างๆ" เฟิงหวงสั่ง "หน้าที่ของเ้าคือคอยสังเกตการณ์รอบนอก และเป็พยานในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่าเข้ามาใกล้เด็ดขาด"
"ขอรับนายท่าน!" เหลียงตอบรับและหายไปในความมืดทันที
เฟิงหวงโคจรลมปราณอนันต์ไปทั่วร่าง เขาไม่ได้ใช้มันเพื่อเสริมพลัง แต่เพื่อปรับการเคลื่อนไหวของตนเองให้เบาหวิวและกลมกลืนไปกับสายลมยามค่ำคืน ร่างของเขาพุ่งทะยานออกจากตำหนักราวกับิญญาไร้ร่องรอย มุ่งหน้าตรงไปยังสุสานหลวงชานเมือง
เขามาถึงก่อนเวลาและซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้โบราณต้นหนึ่ง มองลงไปยังสุสานร้างที่เว่ยจื่อหลานเคยเข้าไปด้วยสายตาที่สงบนิ่ง
ไม่นานนัก...เงาร่างในชุดสีดำและหน้ากากสีเงินก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เว่ยจื่อหลานเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังและปราดเปรียวเช่นเคย นางเคาะลงบนแผ่นป้ายหินเป็จังหวะเดิม และทางลับใต้ดินก็เปิดออกต้อนรับนางเข้าไป
เฟิงหวงรอจนกระทั่งแผ่นป้ายหินปิดสนิทลงอีกครั้ง เขาไม่ได้ตามเข้าไป แต่กลับค่อยๆ โรยตัวลงมายืนอยู่เบื้องหน้าแผ่นป้ายหินนั้นอย่างเงียบเชียบ
"มาทักทายกันหน่อยแล้วกัน...พระชายาในอนาคตของข้า" เขายิ้มเย็นใต้หน้ากาก
เขาไม่ได้คิดจะพังประตูเข้าไป แต่เลือกที่จะทำในสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นมาก
เฟิงหวงยื่นนิ้วชี้ขวาออกไปเบื้องหน้า เขาไม่ได้สร้างใบมีดลมปราณที่รุนแรง แต่กลับรวบรวมพลังลมปราณอนันต์บีบอัดมันลงที่ปลายนิ้วจนกลายเป็ "เข็มลมปราณ" ที่เล็กละเอียดและคมกริบยิ่งกว่าเข็มใดๆ ในใต้หล้า
จากนั้น...เขาก็เริ่ม "เขียน" ลงบนแผ่นป้ายหินที่แข็งแกร่ง!
ไม่มีเสียงสกัดหินที่ดังสนั่น มีเพียงเสียงเสียดสีแ่เบาที่แทบไม่ได้ยิน ปลายนิ้วของเขาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามและมั่นคงราวกับจิตรกรเอกที่กำลังวาดภาพชิ้นเอก เศษหินเล็กๆ ร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบกริบ
เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจในการเขียนอักษรตัวใหญ่เพียงตัวเดียวลงบนแผ่นศิลา...
เงา
มันเป็ตัวอักษรที่เรียบง่ายแต่กลับแฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกล้ำ เป็ทั้งการบอกว่า "ข้ารู้ว่าเ้าคือเงา" และเป็การประกาศว่า "ข้าก็คือเงาเช่นกัน"
หลังจากทิ้งผลงานของตนเองไว้ เฟิงหวงก็ไม่ได้อยู่รอ เขาสะบัดชายเสื้อและหายตัวไปในความมืดทันที เขากับเหลียงล่าถอยกลับไปยังตำหนักเมฆาคล้อยราวกับว่าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน
หนึ่งชั่วยามต่อมา...ใต้ดิน
ภายในห้องโถงลับที่สว่างไสวด้วยไข่มุกราตรี เว่ยจื่อหลานในชุดหน้ากากเงินกำลังรายงานต่อบุรุษชราผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ในเงามืด "นายท่าน ข้อมูลทุกอย่างยังคงปกติเพคะ ฝ่ายขององค์ชายรองพังทลายลงแล้ว และฝ่ายขององค์ชายสี่ก็กำลังมุ่งเป้าไปที่องค์หญิงเจ็ด...ไม่มีผู้ใดสนใจอ๋องสันติผู้พิการคนนั้นเลย"
"ดีมาก" เสียงของบุรุษชราแหบพร่าและทรงอำนาจ "จงทำตามแผนต่อไป...เข้าไปในตำหนักเมฆาคล้อย และใช้มันเป็ฐานที่มั่นใหม่ของเรา"
"เพคะ!"
แต่ทันใดนั้นเอง! บุรุษชราพลันขมวดคิ้ว "หืม? เ้าได้ยินหรือไม่?"
"ได้ยินอะไรหรือเพคะ?" เว่ยจื่อหลานถามด้วยความสงสัย
"เมื่อครู่...ข้ารู้สึกถึงแรงสั่นะเืของพลังปราณที่แ่เบาอย่างยิ่งยวดจากเบื้องบน...มันละเอียดอ่อนจนแทบจับไม่ได้" บุรุษชรากล่าวด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเว่ยจื่อหลานกลับขึ้นมาสู่เบื้องบนและกำลังจะปิดทางเข้า นางก็ต้องตัวแข็งทื่อไปในทันที!
ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด จ้องมองไปยังอักษรคำว่า "เงา" ที่เพิ่งถูกสลักขึ้นมาใหม่อย่างไม่เชื่อสายตา!
รอยสลักนั้นเรียบเนียนและลึกล้ำ บ่งบอกถึงการควบคุมพลังที่น่าหวาดหวั่นอย่างที่สุด!
มีคนมาที่นี่! มีคนค้นพบฐานลับของพวกเขา! และที่น่ากลัวที่สุดคือ...คนผู้นั้นมาและจากไปโดยที่ยอดฝีมืออย่างนางและ "นายท่าน" ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย!
นี่ไม่ใช่การคุกคาม...แต่มันคือคำเตือนที่เย็นเยียบยิ่งกว่าคมดาบ!
เว่ยจื่อหลานรีบกลับลงไปรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น บุรุษชราในเงามืดถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินเื่นี้
"เป็ไปได้อย่างไร! ในเมืองหลวงเทียนหลง...ยังมีผู้ใดอีกที่มีพลังถึงระดับนี้?"
ในคืนนั้น...องค์กรลับที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาโดยตลอดก็ได้ตกอยู่ในความโกลาหลเป็ครั้งแรก
และที่ตำหนักเมฆาคล้อย เฟิงหวงกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เขารู้ดีว่าหมากตัวนี้...จะทำให้เกมที่น่าเบื่อในวังหลวงกลับมาสนุกสนานขึ้นอีกหลายเท่าตัว