ชิงเถาไม่ฟังเสียงเรียกของน้องชายหรือว่าของใครที่ร้องตามหลังนางมานางทำเพียงแต่เพียงใช้สมาธิไปกับการวิ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อให้ถึงจุดที่กำลังมีการต่อสู้กันเท่านั้น
“เชี่ยนเชี่ยนเจ้าไปดูก่อนเถอะว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง” ชิงเถาที่กำลังวิ่งตามเส้นทางไปด้วยความเร็วแต่นางก็ยังคงใจร้อนสั่งให้เชี่ยนเชี่ยนรีบไปสังเกตการณ์ให้แทน
‘ไม่ได้หรอก เผื่อเจ้าเป็นอะไรไปใครจะช่วยเล่า’แต่อีกฝ่ายกลับไปยอมทำตามคำสั่ง ทำเพียงบินตามนางไปติดๆเท่านั้น
“เจ้านี่น๊า”นางไม่ได้โกรธอีกฝ่ายจริงจัง เพียงแต่บ่นออกมาเล็กน้อยเท่านั้นตอนนี้คงต้องเร่งไปให้ถึงจุดนั้นก่อน นางคิดว่าตัวเองน่าจะช่วยจะไรได้บ้างนะ
‘ฟลิ่วววววว’ ‘เพล่งงงงงง’ ‘ฉั่วววว’
‘ย้ากกกกก’ ‘อ้ากกกก’
เสียงการต่อสู้ดังมาตั้งแต่ยังไปไม่ถึงเนื่องจากตอนนี้ท้องฟ้ามืดเต็มทีแล้วจึงต้องพึ่งเสียงแสงจากดวงจันทร์เท่านั้นชิงเถาที่มาถึงนางยังไม่ได้ลงมือในทันที แต่กำลังดูสถานการณ์อยู่หลังต้นไม้ใกล้ๆฝ่ายของคณะทูตหรือทหารที่อารักขากำลังใช้อาวุธของตนเข้าต่อสู้กับอีกฝ่ายที่ใส่ชุดสีดำปิดหน้าปิดตาอย่างมิดชิดนอกจากทหารแล้วยังมีขุนนางอีกหลายคนที่ต้องหยิบอาวุธเข้าสู้รบปกป้องตัวเองด้วยแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องหลบอยู่อย่างสั่นกลัวเพราะตนไม่ได้มีฝีมือด้านการต่อสู้ดูเหมือนว่าทหารของทั้งสองแคว้นที่ร่วมมือต่อสู้อยู่นั้นจะบาดเจ็บล้มตายไปแล้วหลายคนต่างจากอีกฝ่ายที่มีจำนวนคนน้อยกว่าแต่ก็ยังเหลืออยู่อีกมากทีเดียว
“ตรงนั้น”ชิงเถาที่เห็นว่าใครสักคนที่กำลังเพลี้ยงพล้ำให้คู่ต่อสู้อยู่ นางไม่รั้งรออยู่อีกรีบเข้าไปช่วยเขาทันที
‘ฟลึบบบ’ ก่อนที่ดาบเล่มใหญ่จะฟันถึงตัวของอีกคนที่กำลังบาดเจ็บเพราะดูได้จากต้นแขนของเขามีเลือดออกพอสมควร
“เก่งนักนะ”ชิงเถาที่เอ่ยออกมาตามสัญชาตญาณพร้อมมือที่ตวัดแส้ของตนฟาดใส่ถูกตรงคอของคนร้ายจนต้องล้มลงทันที
‘ผั่ว ผั่ว’
“ท่านเป็นเช่นไรบ้าง” ก่อนที่ชิงเถาจะได้ถามตัวคนที่นางช่วยก็ต้องฟาดแส้ใส่อีกสองคนที่ทำลังจะมุ่งเป้ามาทางนางแทน
“ข้าข้าไม่เป็นอะไรมากหรอก เจ้าไปดูคนอื่นเถิด”แต่บุรุษที่ชิงเถาได้ช่วยไว้ก็เอ่ยตอบนางออกมาซึ่งผิดกับสีหน้าที่ซีดเซียว
“เอาเช่นนี้ยาช่วยหยุดเลือดข้าจะใส่ให้ แล้วก็นี่อีกยาท่านกินเข้าไปก่อน”ชิงเถาพูดเร็วจนอีกคนฟังเกือบไปทัน แต่ก็ทำตามที่นางว่าส่วนชิงเถาที่แม้กระทั่งลืมบอกชื่อยาที่ให้อีกคนกินก็กำลังบี้ยาใส่แผลเขาที่ต้นแขนอยู่อย่างหน้าตาเคร่งเครียดยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นใกล้ๆนางกลัวไม่น้อย แต่ตอนนี้ต้องข่มมันไว้เสียก่อน
“ข้าว่าเจ้ารีบหลบไปก่อนเถอะเดี๊ยวก็ถูกทำร้ายไปด้วยหรอก”แต่ชายหนุ่มที่ชิงเถากำลังช่วยไว้กลับออกปากไล่นางไปเสียอย่างนั้น
“ไม่ได้หรอกว่าแต่ท่านเถอะดูแลตัวเองได้หรือ”
“ข้าไม่เป็นไรแล้วขอบใจเจ้ามากที่เข้าช่วย”ชายหนุ่มส่ายหน้าและขอบคุณนางที่เข้ามาช่วยเขาในตอนคับขัน
“เช่นนั้นก็ดีแล้วข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” ชิงเถาบอกอีกคนแล้วส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนที่จะวิ่งออกไปช่วยคนอื่นต่อทันที
การต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างรุนแรงด้านมี่หนิงหยางที่เร่งมาร่วมลงมือช่วยน้องชายตนเองกำลังต่อสู้กับคนร้ายอยู่หลายคนในการต่อสู้ครั้งหนึ่งเขาสามารถล้มคนได้หลายคนทีเดียวส่วนด้านชิงเถานางไม่ได้วิ่งเข้าสู้ไปตรงๆอย่างอุกอาจแต่อย่างไร นางจะสอดส่องไปหาจุดที่คนดูเหมือนจะเป็นฝ่ายอ่อนกว่าคนร้ายนางจึงจะเข้าไปช่วยซึ่งเมื่อคนร้ายยังคงเพ่งสมาธิสู้กับอีกคนอยู่จึงไม่ได้สนใจชิงเถาที่แอบไปด้านหลังจนสุดท้ายต้องบาดเจ็บหนักและล้มไปด้วยฝีมือของนางแทน
“หักออกไปอีกคน”ชิงเถาเอ่ยกับตัวเองเบาๆ นางส่งยิ้มให้ทหารที่มองหน้านางแปลกๆก่อนจะรีบเดินออกมาแล้วหาเป้าหมายต่อไปทันที นางต้องอดกลั้นเสียงไว้มากทีเดียวเพื่อไม่ได้คนร้ายรู้ตัวไปเสียก่อนซึ่งดูเหมือนจะได้ผลมากทีเดียว
‘พลั่ววว’
“ท่านพี่”องค์ชายเจ็ดที่กำลังประทะมือรับกระบี่ของคู่ต่อสู้อยู่เอ่ยขึ้นอย่างมีความหวังเมื่อเห็นพี่ชายที่ตนเองเคารพรักเข้ามาช่วยเหลือทำให้คนที่เขากำลังสู้อยู่ตกตายลงไปทันที เขาจึงได้ร้องทันพี่ชายขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วอย่าออกห่างจากข้าหละ หลบ” มี่หนิงหยางเอยสั้นๆก่อนจะตวัดกระบี่ของตนอีกรอบเมื่อมีคนร้ายวิ่งเข้าใส่อีกคน
“อ้ากกก”เสียงร้องจากฝั่งคนร้ายเมื่อต้องเจอกับมี่หนิงหยางดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเขาไม่ยอมพลาดพลั้งให้พวกคนร้ายได้เฉือนเนื้อเขาเป็นอันขาดด้วยความเร็วของมี่หนิงหยางจึงทำให้กระบี่เข้าถึงเนื้อของฝ่ายศัตรูก่อนได้ไม่ยาก
‘พลั่วว’
“อ่ะโทษทีนะ” ชิงเถาที่กำลังจะเข้าลอบเอาแส้รัดคอคนร้ายจากข้างหลังดังที่ทำมาหลายคนแต่ตามองไปกลับเห็นคนร้ายที่อยู่ห่างออกไปไม่มากกำลังเล็งธนูไปยังขุนนางอีกคนชิงเถาจึงได้รีบคว้ามีดสั้นออกมาแล้วปามันไปอย่างเร็ว ซึ่งก็เข้าเป้าไปจริงๆน่าจะปักที่คอของคนร้ายไปเต็มๆจนชิงเถาต้องตกใจ นี่นางปาไปอย่างกระทันหันนะเนี่ยสงสัยตายแล้วมั้ง
“คุณหนูเจี้ยนเฉิงนี่ท่าน”ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่สังเกตเห็นชิงเถาจึงได้เร่งมาหยุดอยู่ตรงหน้านางจะถามนางเสียงเข้มอย่างติดกังวลอยู่ไม่น้อย
“ท่านคือ”นางไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่ได้สวมชุดทหารหรือว่าขุนนางออกจะชุดเหมือนคนร้ายด้วยซ้ำ แต่ทำไมถึงรู้จักและเข้ามาทักนางได้
“ข้าเป็นคนของพรรคเหนือเมฆา”เขาตอบนางออกมาได้คลายความสงสัย
“อ้อ”นางเพียงพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ
“ข้าจะพาท่านกลับ”เขาถือวิสาสะเข้ามาจับแขนชิงเถาเพื่อจะดึงนางออกไปจากตรงนี้
“ไม่กลับเจ้าค่ะข้ามาเอง แล้วก็กลับเองได้ ท่านไปช่วยคนอื่นต่อเถิด”ชิงเถาปฏิเสธแล้วเบี่ยงตัวออกจากมือเขาแล้วออกตัววิ่งหนีอีกคนไปทันทีแต่ก็นั่นหล่ะ เมื่อเขาเห็นนางแล้วชิงเถาคงสลัดไม่หลุดเพราะเขาติดตามนางไปตลอดนางจะสู้กับใครก็ถูกคนผู้นี้เข้าสู้ตัดหน้าไปเกือบหมดชิงเถาจะได้ลงมือก็ตอนที่มีคนร้ายอยู่หลายคนจนคนผู้นี้จะรับมือไม่ทันนั้นแหละชิงเถาจึงรับหน้าที่เข้าช่วยคนที่บาดเจ็บแทน
การต่อสู้ผ่านไปอีกกว่าครึ่งชั่วยามในที่สุดฝั่งของผู้ถูกมุ่งร้ายก็เป็นฝ่ายชนะกลุ่มของคนร้ายตกตายและบาดเจ็บไปมากจนสุดท้ายคนที่เหลือรอดไม่เท่าไหร่จึงได้ล่าถอยและหนีไปในที่สุด
“ชิงเถานี่เจ้า”น้ำเสียงเข้มที่ติดดุอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นชิงเถากำลังช่วยพันแผลให้กับคนเจ็บอยู่นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขาจ้องนางเขม่งก่อนที่สายตาน่ากลัวจะเลื่อนไปยังคนของเขาที่ยืนอยู่ใกล้ๆนางเพื่อดูแลความปลอดภัยอีกทีซึ่งก็ได้รับมาเพียงหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกและรีบก้มหน้าหนีของลูกน้องส่งมาให้เขาเท่านั้น
“อ่ะคุณชายมี่นั่นเอง เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ แล้วองค์ชายได้รับบาดเจ็บหรือไม่เพคะ”ชิงเถาที่ได้ยินเสียงคนเรียกจึงได้เงยหน้ามองและเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมถามองค์ชายเจ็ดที่ยืนอยู่ใกล้กับมี่หนิงหยางไปด้วย
“เราไม่เป็นอะไรหรอก”องค์ชายเจ็ดตอบคำถามชิงเถายิ้มๆ
“อ่ะเสร็จแล้วเจ้าค่ะ ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำนะเจ้าคะ และอย่าพึ่งลงแรงที่ขาด้านนี้มาก”ชิงเถาเอ่ยบอกเมื่อทำแผลให้นายทหารผู้หนึ่งเสร็จ
“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”มี่หนิงหยางเดินเข้ามาใกล้ชิงเถา ส่วนชิงเถาก็ยืนขึ้นหันหน้าไปเผชิญกับเขาเช่นกัน
“ก็วิ่งมาเจ้าค่ะ มาทำหน้าที่พลเมืองที่ดี เผื่อว่าจะได้ความดีเป็นลดภาษี”ชิงเถาตอบไปด้วยอารมณ์ขัน ไม่ได้ดูสีหน้าเขาเสียเลย
“คุณหนูเจี้ยนเฉิงไม่รู้หรือว่ามันอันตรายแล้วบาดเจ็บหรือไม่” เป็นองค์ชายเจ็ดที่เอ่ยถามออกมา
“ไม่เลยเพคะหม่อมฉันสบายดี” ชิงเถายังคงส่งรอยยิ้มให้กับคนถาม
“มันอันตรายเจ้าไม่ควรมายุ่งนะพานางกลับไปที่พักก่อน” มี่หนิงหยางยังคงใช้เสียงดุๆคุยกับนางก่อนจะสั่งให้คนของเขาพานางกลับไปที่พักไปก่อน
“ไม่นะเจ้าคะมีคนเจ็บตั้งหลายคนข้าอยากช่วยพวกเขาก่อน” ชิงเถาไม่ยอมรีบค้านออกมาอีกอย่างนางรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไม่น้อยถ้าหากนางไม่มัวแต่ซื้อปลาอยู่ที่ท่าเรือเป็นนานสองนานก็คงจะมาทันกับขบวนเสด็จขององค์ชายเจ็ดตั้งนานแล้วคงไม่เกิดเหตุการณ์จนยืดเยื้อจนมีคนล้มตายไปหลายคนเช่นนี้หรอก มี่หนิงหยางคงได้มาช่วยน้องชายของเขาและคนอื่นๆได้เร็วกว่านี้
ผ่านไปค่อนคืนชิงเถายังคงอยู่ช่วยรักษาคนเจ็บอยู่ไม่ยอมไปไหนขบวนเดินทางก็เช่นกันยังไม่ได้เคลื่อนหน้าต่อแต่อย่างไรยังคงรั้งอยู่ที่เดิมเพื่อรักษาคนเจ็บและแยกคนที่เสียชีวิตออกมาส่วนฝั่งของคนร้ายล้มตายไปหลายคนเช่นกันไหนจะคนร้ายที่บาดเจ็บที่จับตัวไว้ได้อีกจึงต้องพักเอาแรงตรงจุดนี้ไปก่อนตอนนี้ดึกมากแล้วการจะเดินทางต่อก็ไม่ใช่เรื่องง่ายจึงรั้งอยู่ที่เดิมแล้ว รอให้เช้าจึงค่อยว่ากันอีกที
“เจ้าไปพักก่อนเถิดนี่ก็ดึกมากแล้ว คนเจ็บก็ได้รับการรักษาทุกคนแล้ว”มี่หนิงหยางเข้ามาพูดกับชิงเถาเมื่อยังเห็นนางหยิบจับนั่นนี่อยู่ตรงลานที่มีคนเจ็บนอนพักรวมกันอยู่ส่วนทหารที่ยังไหวพวกเขาก็ยังคงทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่รอบๆที่พักเผื่อว่าจะเกิดเหตุใดขึ้นอีก กลุ่มคนบาดเจ็บจึงมานอนรวมกันรอบๆที่ก่อกองไฟจะได้ดูแลรักษาได้ง่าย
“เอาเช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”ชิงเถายอมเดินตามมี่หนิงหยางไปยังกระโจมที่ถูกสร้างไว้ห่างจากคนอื่นเล็กน้อยแต่ก็ยังอยู่ในบริเวณที่ทหารเฝ้า
“เจ้านอนที่นี่ไปก็แล้ววกันส่วนน้องชายเจ้าข้าให้คนไปแจ้งให้แล้ว” เขาบอกแก่นางและเดินจากไปปล่อยให้ชิงเถายืนอยู่หน้ากระโจมมองแผ่นหลังของเขาที่กำลังเดินละไปก่อนที่นางจะเข้ามาด้านในเพื่อได้พักผ่อนเอาแรงที่เสียไปคืนมา
‘ข้าว่าเจ้ากินโอสถบำรุงร่างกายเสียหน่อยเถอะก่อนที่จะนอน’ เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยเตือน
“นั่นสินะ”ชิงเถาที่พึ่งจะเอาที่นอนออกมาจัดเรียบร้อยเห็นด้วยกับความคิดอีกคนถึงนางจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ร่างกายก็เหนื่อยล้าไปมากตื่นมาพรุ่งนี้อาจปวดกล้ามเนื้อได้ กินยากันไว้ก่อนก็ดีเหมือนกัน
‘นอนเถอะ คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้ว ข้าจะเฝ้าให้เอง’ชิงเถาก็เห็นควรตามที่เชี่ยนเชี่ยนว่า นางจึงนอนหลับไปง่ายๆหลังจากหัวถึงหมอนได้ไม่นาน่