ตอนที่ 44
นิลกาฬเดินไปตามตลาดอุปกรณ์ เขาซื้อแต่เพียงอุปกรณ์ที่เขาต้องการเท่านั้น และเขายังซื้ออุปกรณ์ต่างๆให้แก่สาวๆอีกด้วย นิลกาฬพบว่าราคาอุปกรณ์เพิ่มพลังธาตุพวกนี้ถูกเป็นอย่างมาก นิลกาฬซื้ออุปกรณ์ระดับกษัตริย์เพิ่มพลังธาตุ 20 % ในราคาชิ้นละ 3 - 4 พันเหรียญทอง ทำให้เขาซื้อมาเยอะเป็นพิเศษ
นิลกาฬซื้อ ต่างหู แหวน เกราะอก ปลอกแขน และรองเท้า มาอย่างละ 10 ชุด เขาต้องการที่จะปรับปรุงอุปกรณ์เหล่านี้ก่อนสวมใส่
นิลกาฬคิดว่าในอนาคตถ้าเขามีเงินมากพอ เขาจะซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ให้หมดตลาดเลยทีเดียว
หลังจากที่นิลกาฬเดินสำรวจตลาดอุปกรณ์เสร็จแล้ว เขาตรงไปที่ตลาดลูกแก้วพลังธาตุและผลึกจิตวิญญาณทันที เมื่อพวกเขามาถึงก็พบกับองค์หญิงแฝด 5 พอดี พวกนางเองก็กำลังจะเข้าภายในร้านต้นไม้ศักสิทธิ์สาขาเมืองป่าพิสุทธิ์ เมื่อพวกเขามาถึงหน้าร้าน
“ถอยออกไปพวกสามัญพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างใน พวกเจ้าออกไปจากที่นี้ให้ไวๆเลยก่อนที่พวกข้าจะลงมือ” ผู้คุ้มกันชายพยายามไม่ให้องค์หญิงแฝด 5 เข้าไปด้านใน เนื่องจากตอนนี้พวกนางกำลังปลอมตัวทำให้การแต่งตัวและหน้าตาของพวกนางไม่น่าจะมีเงินพอที่จะซื้อของภายในร้านค้าของพวกเขาได้
“พวกนางเป็นคนรับใช้ของข้าเองพวกท่านโปรดให้พวกนางเข้าไปด้านในยได้หรือไม่” นิลกาฬพูด
“เจ้าเป็นใครใหญ่มาจากไหนกัน ข้าถึงจะต้องฟังที่เจ้าพูดด้วย”
นิลกาฬขี้เกียจพูดกับคนคุ้มกัน เขานำตราต้นไม้สีเงินแวววาวออกมา เมื่อคนคุ้มกันเห็นถึงกับตกใจทันที โดยปกติแล้วพวกเขาจะเห็นแต่เพียงตราต้นไม้สีทองแดงซึ่งคนส่วนใหญ่จะเป็นพวกผู้มีอิทธิพลของเมืองต่าง ส่วนตราต้นไม้สีเงินจะมีแต่ตระกูลใหญ่ๆ ส่วนตราต้นไม้สีทองมีเพียงตระกลูราชวงศ์เท่านั้นที่ได้ถือครอง
พวกคนคุ้มกันไม่รอช้ารีบเปิดทางให้พวกนิลกาฬและเหล่าองค์หญิงทันที เมื่อเข้าไปภายในร้าน ผู้จัดการร้านรีบออกมาต้อนรับพวกนิลกาฬทันที
ผู้คนที่มาซื้อของในร้านต้นไม้ศักสิทธิ์ต่างหัมมองมาทางพวกนิลกาฬ พวกเขาต้องการรู้ว่าใครกันที่ถึงกับทำให้ผู้จัดการไป๋ทรงทรงออกมาต้อนรับ เมื่อทุกคนเห็นนิลกาฬมาพร้อมกับ 4 สาวงามและ 5 คนใช้ ทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉานิลกาฬเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่โง่พอที่จะไปมีเรื่องกันคนที่ทำให้ผู้จัดการไป๋ต้องออกมาตอนรับด้วยตัวเอง
“ยินดีตอนรับแขกผู้ทรงเกียรติ ข้าไป๋ทรงทรงเป็นผู้จัดการร้านแห่งนี้ ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใด”
“ข้าต้องการห้องรับรองพิเศษ วันนี้ข้าต้องการมาขายผลึกวิญญาณ และของต่างๆที่พวกนางต้องการ”
“ได้ขอรับนายน้อยไม่ทราบว่าท่านมีนามว่าอะไร ข้าจะได้เรียกชื่อนายน้อยถูก”
“ข้าชื่อนิลกาฬมาจากเมืองไม้คราม”
‘เจ้าหนุ่มนี้ได้ตราต้นไม้เงินจากท่านประมุข แสดงว่าจะต้องเป็นบุคคลสำคัญอย่างแน่นอน’ ไป๋ทรงทรงคิด
เนื่องจากตราต้นไม้แต่ละจะมีพลังของผู้ลงผนึกอยู่ ใครก็ตามที่นำตราต้นไม้นี้มาใกล้ๆร้านต้นไม้ศักสิทธิ์ ผู้จัดการของแต่ละสาขาจะรู้ทันที่ว่ามีแขกผู้มีเกียรติกำลังจะเข้ามาในร้าน
“เช่นนั้นเชิญนายน้อยนิลกาฬที่ชั้น 6 ข้าได้เตรียมห้องรับรองพิเศษให้นายน้อยเรียบร้อยแล้ว”
“เช่นนั้นรบกวนท่านไป๋ทรงทรงแล้ว”
ไป๋ทรงทรงเดินนำพวกนิลกาฬเพื่อไปยังห้องรับรอง ภายในห้องรับรองนั้นใหญ่และหรูหราเป็นอย่างมาก ของที่ประดับตกแต่งก็สวยงามมีกลิ่นอายของเครื่องหอม ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย
“ไม่ทราบว่านายน้อยต้องการขายอะไรยังงั้นหรือ”
“ข้าต้องการขายผลึกวิญญาณระดับราชันย์เลือดกึ่งมังกร”
““ระดับราชันย์เลือดกึ่งมังกร””
ทุกคนในห้องรับรองตกใจกันหมด
“ใช่ตามนั้น จะตกใจทำไมกัน”
หลังจากที่ไป๋ทรงทรงตั้งสติกลับมาได้นั้น
“ไม่ทราบว่าข้าขอดูผลึกก่อนได้หรือไม่”
“เชิญเลย” นิลกาฬเรียกผลึกวิญญาณกิเลนเพลิงออกมาทันที
“นิมันผลึกจิตวิญญาณประเภทออร่าไม่ใช่หรอ อะไรจะหาจะหายากขนาดนั้น ถ้าประมูลอย่างน้อยๆก็น่าจะได้สัก 7 - 9 ล้านเหรียญทอง”
“เช่นนั้น แล้วแต่ท่านจะให้ราคามาเลย”
“นายน้อยนิลกาฬท่านแน่ใจแล้วนะว่าจะขายผลึกวิญญาณชิ้นนี้จริงๆ”
“ใช่ข้าแน่ใจแล้ว”
“เช่นนั้น ข้าขอตัวไปปรึกษาผู้อาวุโสก่อน”
ไป๋ทรงทรงรีบมาที่ห้องผู้จัดการทันที เขาติดต่อไปยังท่านประมุขตระกลูไป๋ทันที
“ท่านประมุขไป๋”
“มีอะไรอย่างนั้นหรือทรงทรง”
“มีแขกผู้ทรงเกียรติมาขายผลึกวิญญาณระดับราชันย์เลือดกึ่งมังกรกิเลนเพลิง ประเภทออร่า เพิ่มพลังพลังโจมตี 20 % แก่พันธมิตรในรัศมี 200 เมตร ท่านคิดพวกเราควรรับซื้อไว้หรือไม่”
“เขาไม่ได้ต้องการที่จะฝากประมูลใช่ไหม”
“ขอรับเขาต้องการขายให้กับพวกเรา”
“เขามีนานว่าอะไร”
“นิลกาฬขอรับ”
“ห่ะ นิลกาฬยังงั้นหรอ ทำไมเขาถึงไปอยู่ที่เมืองป่าพิสุทธิ์ได้”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน”
“เช่นนั้นเจ้าซื้อผลึกวิญญาณนั้นซะและรีบนำมันมาให้แก่ข้า ให้ราคาเขาไป 10 ล้านเหรียญทอง”
“จะไม่มากไปหน่อยหรือขอรับท่านประมุข”
“เจ้าคิดว่าเขามาขายให้พวกกลุ่มของพวกเราทำไม เขาต้องการเพิ่มพลังให้แก่ตระกลูของเรา เขาต้องการเป็นพันธมิตรกับเรา ข้าคิดว่าราคาที่ข้าให้เขานั้นยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความสามารถของผลึกวิญญาณเลย จงทำตามที่ข้าบอกซะ”
“ขอรับนายท่าน”
ทางด้านนิลกาฬเองก็
“นิลทำไมเจ้าถึงได้ขายผลึกวิญญาณหายากเช่นนั้นกันละ”
“ใครว่าหายากกันข้ายังมีอีกอันด้วยซ้ำ” นิลกาฬเอาผลึกวิญญาณอีกอันให้แก่พวกนางดู
พวกนางตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขาก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมนิลกาฬถึงได้ขายผลึกวิญญาณหายากแบบนั้นไป ที่แท้นิลกาฬก็มีอีกอันนึงนี้เอง
“ท่านนิลท่านไปได้ผลึกเหล่านี้มาจากไหนท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่”
“ได้สิมันไม่ใช้ความลับอะไรอยู่แล้ว ถ้าพวกเจ้ามีความสามารถล่ะก็นะ ข้าได้มีจากการฆ่าบอสในการจำลองการสู้รบมา บอสพวกนี้จะเกิดอยู่ภายในป่า”
เมื่อพวกนางได้ยินที่นิลกาฬพูดก็เหงื่อตกทันที พวกนางไม่คิดว่าจะมีใครกล้าพอที่จะเข้าไปภายในป่าของศึกจำลองการสู้รบ เพราะมอนสเตอร์ภายในป่าจะมีระดับเท่ากับคนที่มีพลังมากที่สุดในศึกการแข่งขัน ผู้คนในอดีตเคยลองมาแล้วทุกวิธีการ ขนาดทั้ง 2 ทีมร่วมพลังกันแล้วยังไม่สามารถสู้กับมอนสเตอร์ภายในป่าได้แม้แต่ตัวเดียว
ยูกิไม่ถามอะไรนิลกาฬเพิ่มเติม นางไม่อยากรบกวนนิลกาฬมากจนเกินไป
หลังจากนั้นไม่นานไป๋ทรงทรงก็นำแหวนมิติบรรจุเงินจำนวน 10 ล้านเหรียญทองมาให้แก่นิลกาฬ
“นายน้อยนิลกาฬท่านประมุขไป๋ฝากบอกข้ามาว่าถ้าท่านกลับไปที่เมืองไม้ครามเมื่อไหร่ ท่านประมุขอยากจะขอคุยกับนายน้อยเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่”
“แน่นอนไม่มีปัญหา ถ้าข้ากลับไปที่เมืองไม้ครามแล้ว ข้าจะไปทักทายท่านประมุข ฝากท่านไป๋ทรงทรงบอกแก่ท่านประมุขด้วย”
“ขอรับนายน้อยนิลกาฬ และนี้ข้าได้นำรายการของต่างๆ ของทางร้านมาให้พวกท่านเลือกดูกัน”
นิลกาฬนำรายการมอบให้แก่เหล่าสาวๆ
“พวกเจ้าต้องการสิ่งใดบอกแก่ท่านไป๋ทรงทรงได้เลย เดียวข้าจะเป็นคนจ่ายให้พวกเจ้าเอง”
พวกนางดีใจเป็นอย่างมาก มีเพียงพวกหลินเท่านั้นที่ไม่ต้องการสิ่งใดอีก เนื่องจากพวกนางได้ของขวัญสุดล่ำค่าจากนิลกาฬมามากมายแล้ว ส่วนพวกองค์หญิงพวกนางเลือกแต่เพียงชุดเสื้อผ้าและเครื่องประดับเท่านั้น
หลังจากซื้อของเสร็จหมดแล้วนิลกาฬให้พวกสาวๆกลับไปก่อน เขาต้องการแวะที่นึงเป็นการพิเศษ
พวกสาวๆก็ไม่ได้คิดอะไรมากจึงกลับกันไปก่อน เมื่อพวกนางไปกันหมดแล้วนิลกาฬตรงไปยังตลาดอุปกรณ์ทันที เขาซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดภายในตลาด เขาหมดเงินไปทั้งเพียง 4 ล้านเหรียนทอง
พวกพ่อค้าแม่ค้าต่างก็ดีใจที่อุปกรณ์เหล่านี้ของพวกเขาขายออกได้ซะที่ พวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันว่าทำไมนิลกาฬได้มาเหมาอุปกรณ์พวกนี้ไปจนหมดตลาด
ขณะที่นิลกาฬกำลังจะเดินกลับเรือเหาะนั้น
“เจ้าจะออกมาจากตรงนั้นได้หรือยัง ข้ารู้นะว่าเจ้าตามข้ามาตั้งแต่ตลาดอุปกรณ์แล้ว”
แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา
นิลกาฬใช้ก้าวย่างเงาไปยังเงาที่ตามเข้ามาทันที คนที่ตามนิลกาฬตกใจและหลบหนีไปทันทีหลังจากที่นิลกาฬออกมาจากเงาของเขา
“คิดว่าจะหนีข้าพ้นยังงั้นหรือ”
นิลกาฬเองก็พุ่งตามไปแบบชิวๆสบายๆ
แต่คนที่ตามนิลกาฬมานั้นกำลังพยายามหนีนิลกาฬอย่างเต็มที่ จากนั้นพวกเขาก็ออกจากเมืองป่าพิสุทธิ์
คนที่ตามนิลกาฬวิ่งหนีออกมาสุดชีวิต เขามาหยุดใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งภายในป่าทางเหนือของเมืองป่าพิสุทธิ์ เมื่อเขาหันกลับหลังไปเขาก็ไม่เห็นนิลกาฬอีกต่อไปแล้ว ทำให้เขาสบายใจไปเปาะนึง
“แฮกๆ สงสัยหมอนั้นจะไม่ตามมาแล้วเนี้ยว คนอะไรก็ไม่รู้ตามไม่เลิกไม่ลาเลยจริงๆเนี้ยว ข้าแค่สงสัยเฉยๆว่าทำไมเขาถึงกว้านซื้ออุปกรณ์ไร้ประโยชน์พวกนั้นกัน และไม่คิดว่าเขาจะสามารถสัมผัสถึงข้าได้ขนาดข้าใช้ลบตัวตนขั้นสูงแล้วเชียวนะ แฮกๆ”
“เจ้าจะอยากรู้ไปทำไมว่าข้าซื้ออุปกรณ์พวกนั้นไปทำไม” นิลกาฬห้อยหัวลงมาจากต้นไม้และพูด
“เมี้ยววววว!!” คนที่ตามนิลกาฬตกใจและชกใส่หน้านิลการทันที แต่นิลกาฬสามารถรับหมัดของเขาได้
เมื่อนิลกาฬสัมผัสกับหมัดของคนที่ตามเขามาแล้วนั้น มันเป็นสัมผัสที่อ่อนนุ่มมากๆ มันไม่แข็งกระด้างเหมือนกับมือของผู้ชาย
‘นิมันมือของผู้หญิงนิหว่า’ นิลกาฬไม่คิดว่าคนที่ตามเขามาจะเป็นผู้หญิง
“เมี้ยววววว!!” ทางด้านผู้หญิงเองก็เช่นกันนางไม่เคยสัมผัสมือกับชายใดมาก่อน ทำให้นางเองก็ตกใจไม่น้อยที่นิลกาฬสัมผัสมือของนางอย่างนุ่มนวล