"แม่ก็แค่สงสัยทำไมลูกของแม่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้" นางเป็คนเลี้ยงมาั้แ่เด็กมีหรือนางจะมองไม่ออก คำพูดของนางทำให้เฟิงเยว่นิ่งเงียบไป ด้านซูเหวินสนใจการทำขนมมากกว่าเฟิงเยว่นางนวดแป้งเสร็จจึงหันไปทำไส้บัวลอยโดยนำหม้อขึ้นตั้งไฟใส่กะทิเคี่ยวด้วยไฟกลางจากนั้นตามด้วยงาดำบดเทลงไปเคี่ยวจนหนืดได้ที่แล้วจึงยกลงปล่อยให้เย็นแล้วจึงปั้นเป็ลูกกลมๆ ก่อนนำมาห่อด้วยแป้งข้าวเหนียวที่นวดพักไว้ เสร็จแล้วจึงนำลงไปต้มในน้ำเดือดพอสุกได้ที่ก็ตักขึ้นมาแช่น้ำเย็นก่อนจะแยกพักใส่ชามไว้จากนั้นจึงได้หันไปทำน้ำขิงต่อ
"เสร็จแล้วเ้าค่ะฮูหยินลองชิมดูนะเ้าคะ" ซูเหวินตักลูกบัวลอยใส่ชามแล้วตามด้วยน้ำขิงก่อนส่งให้ฮูหยินหวงได้ลองชิม
"อืม...อร่อยเ้าทำเป็ด้วยหรือข้ายังไม่ทันได้สอนเ้าเลย" ฮูหยินยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจในรสชาติที่นางทำมาก
"ไหนข้าขอชิมบ้าง"
"เ้าก็ตักกินเองสิ" ซูเหวินบอกเสียงห้วน
"มือของข้าเปื้อนอยู่เ้าไม่เห็นหรือ" เขาชูมือที่เปื้อนแป้งจากการปั้นลูกบัวลอยให้นางดู
"เช่นนั้นก็ไม่ต้องกิน" ซูเหวินวางชามบัวลอยน้ำขิงลงตรงหน้าก่อนเดินจากไป
"ทำไมเ้าใจร้ายกับข้าเช่นนี้" เฟิงเยว่ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิดเหตุใดนางจึงไม่สนใจเขาแล้ว ฮูหยินหวงอมยิ้มให้ทั้งสอง
ยามซวี (19.00-21.00น.)
รถม้าเคลื่อนตัวมาตามถนนหยุดจอดที่ด้านหลังของหอซุนเฟิง เฟิงเยว่และซูเหวินลงมาจากรถม้าก่อนจะพบกับคุณหนูซ่งอวิ๋นที่มากับบุรุษแปลกหน้า เฟิงเยว่นัดเจอซ่งเหว่ยที่นี่
"กว่าจะเสด็จได้นะคุณชาย ข้ากับซ่งอวิ๋นมารอเ้าตั้งนานแล้ว"
"ข้าขอโทษที่มาช้าพวกเราไปกันเถอะ อ๋อ..ลืมแนะนำให้เ้ารู้จักผู้นี้คือซ่งเหว่ยสหายสนิทของข้าและเป็พี่ชายของซ่งอวิ๋น ส่วนนี่ซูเหวิน...นางเป็สหายของข้าเหมือนกัน"
"คิดว่าเ้าจะไม่แนะนำแม่นางผู้นี้ให้ข้ารู้จักเสียแล้ว" ซ่งเหว่ยหันมองหน้าเฟิงเยว่อย่างสงสัยเขามีสหายเป็สตรีงามเช่นนี้ได้อย่างไร
"สวัสดีคุณชายซ่งเ้าค่ะ"
"สวัสดีแม่นางซู ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเ้ามีสหายเป็สตรีงดงามเช่นนี้พวกเรารีบไปกันเถอะงานกำลังจะเริ่มแล้ว" ซ่งอวิ๋นแทรกตัวเดินเข้ามาคล้องแขนเฟิงเยว่ไว้ก่อนทั้งสี่คนจะเดินผ่านตรอกเล็กออกมายังถนนด้านนอกที่ใช้จัดงาน บ้านเรือนสองข้างทางถูกประดับด้วยโคมไฟสีแดงสดอย่างสวยงาม เมื่อเดินมาได้สักระยะก็พบกับร้านขายโคมไฟประดับ
"พี่เยว่เ้าคะ ข้าอยากได้โคมไฟ" ซ่งอวิ๋นรั้งแขนเฟิงเยว่ให้หยุดเดินหน้าร้านขายโคมไฟ ทางด้านซูเหวินและซ่งเหว่ยได้แวะร้านขายขนมถังหูลู่
"เ้าอยากได้ก็เลือกเอาสิ" เฟิงเยว่ได้แต่คอยแอบมองซูเหวินกับซ่งเหว่ยเป็ระยะเหตุใดทั้งสองถึงได้ดูสนิทสนมกันเร็วเพียงนี้
"พี่เยว่ ท่านว่าอันไหนสวยเ้าคะ" ซ่งอวิ๋นชวนให้เขาเลือกโคมไฟที่นางกำลังชูขึ้นให้ดูหากแต่เขาก็ไม่ได้สนใจนัก
"เอ่อ...ก็สวยทั้งสองอันนั่นแหละหากเ้าชอบก็ซื้อทั้งสองอันเลย" เฟิงเยว่รีบตัดบทจิตใจของเขากำลังว้าวุ่นกับภาพซูเหวินกำลังส่งยิ้มหวานให้กับสหายของเขา ก่อนที่ทั้งสองจะหายไปจากรัศมีสายตาสร้างความว้าวุ่นใจให้เขาไม่น้อย
"เช่นนั้นข้าซื้อทั้งสองอันนะพี่เยว่จ่ายเงินด้วยเ้าค่ะ" ซ่งอวิ๋นยิ้มอย่างพอใจ
"อือ..เท่าไรหรือพ่อค้า ไม่ต้องทอน" เขาล้วงเงินออกมาก่อนส่งให้กับพ่อค้าอย่างไม่สบอารมณ์
"เราไปด้านโน้นกันดีกว่าเ้าค่ะ" ซ่งอวิ๋นพยายามแยกเฟิงเยว่ให้ห่างจากซูเหวินนางไม่ชอบที่สตรีผู้นั้นมาใกล้ชิดชายที่นางแอบมีใจ
"เ้าจะไม่รอพี่ชายเ้าก่อนเหรอ"
"ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ" พูดจบซ่งอวิ๋นก็รั้งให้เขาเดินตามโดยไม่สนใจคำทัดทานของเฟิงเยว่
"ข้าเพิ่งรู้นะว่าเทศกาลโคมไฟที่นี่สวยงามมากเพียงนี้" ซูเหวินตื่นตากับเทศกาลโคมไฟที่นางเพิ่งเคยมาเที่ยวเป็ครั้งแรก
"ยังมีความสวยงามอีกมากมายเดี๋ยวข้าจะพาแม่นางซูไปชมให้ทั่วแล้วกัน" ซ่งเหว่ยเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองหยุดที่หน้าร้านขายน้ำตาลปั้น
"ทำไมข้ารู้สึกเหมือนมีคนเดินตามเราเลย" ซูเหวินเอ่ยขึ้นขณะกำลังเลือกซื้อน้ำตาลปั้นอยู่
"จะมีคนตามได้อย่างไร ผู้คนมากมายต่างก็พากันเดินเที่ยวงานทั้งนั้นเ้าคิดมากไปหรือเปล่า"
"ข้าอาจคิดมากไปก็ได้ข้าหิวเราแวะหาอะไรรองท้องสักหน่อยดีไหม"
"อืม..ได้สิ เดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง" พูดจบซ่งเหว่ยก็เดินนำไปยังร้านขายบะหมี่น้ำที่อยู่ใกล้ๆ
"ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเพราะข้าไม่มีเงิน" ซูเหวินยิ้มแห้งให้ ั้แ่มาอยู่ที่นี่เธอยังไม่เคยมีเงินแม้แต่อีแปะเดียว
"เ้าอยากกินอะไรสั่งได้ตามสบายเลยนะ" ซ่งเหว่ยบอกก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
"เ้ารวยมากนักหรือ" ซูเหวินเอ่ยแซวก่อนทั้งสองจะสั่งบะหมี่คนละชาม เพียงไม่นานพ่อค้าก็นำบะหมี่ที่สั่งมาเสิร์ฟ
"เซี่ยเหยียนเป็เ้าจริงด้วย เ้าหายไปไหนมา" บุรุษแปลกหน้าเอ่ยทักขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินบะหมี่ ชายผู้นี้แต่งตัวดูดีสง่างามเฉกเช่นขุนนางในราชสำนัก เขาคอยตามดูั้แ่เห็นนางเดินเข้ามาในงานได้สักพักจึงมั่นใจว่าไม่ผิดคนแน่
"ขอโทษด้วยนะคุณชายท่านเป็ใครข้าไม่รู้จักท่าน" ซูเหวินสีหน้าใแอบนึกกลัวบุรุษตรงหน้าก่อนจะลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านหลังซ่งเหว่ย
"นี่เ้าจำข้าไม่ได้หรือ ข้าหวังเหล่ยไงเ้าหายไปไหนมาตั้งนานรู้หรือไม่ข้าคิดถึงเ้ามากเพียงใด" สายตาที่ชายตรงหน้ามองมายังนางบ่งบอกความดีใจที่ได้เจอ
"ท่านคงจะจำคนผิดแล้ว"
"คุณชายท่านจำคนผิดแล้วนางเป็สหายของข้าไม่ใช่คนที่ท่านตามหาหรอก" ซ่งเหว่ยเอ่ยออกไปพร้อมกับยืนขวางชายผู้นั้นไว้ไม่ให้เข้าใกล้นางไปกว่านี้
"ใช่แน่นอนข้าจำนางได้ เซี่ยหลินบอกว่าเ้าหนีไปกับชายอื่นแต่ข้าไม่เชื่อว่าเ้าจะทำอย่างนั้น"
"หวังเหล่ยเ้าอยู่นี่เองข้าตามหาเ้าตั้งนาน เอ่อ...เ้ากลับมาแล้วหรือเซี่ยเหยียน" เซี่ยหลินสีหน้าใเมื่อได้เห็นใบหน้าของซูเหวิน นี่นางยังไม่ตายหรือไหนเ้าสองคนนั้นบอกโยนลงหน้าผาไปแล้วอย่างไรเหตุใดนางจึงมาโผล่ที่นี่ได้ซ้ำหวังเหล่ยยังพบนางอีก
"ข้าชื่อซูเหวินไม่ใช่เซี่ยเหยียน พวกท่านทั้งสองคงจำคนผิดไปแล้ว" เหตุใดชายหญิงสองคนนี้ถึงบอกว่ารู้จักเรา ทั้งสองมีความสัมพันธ์ใดกับร่างของสตรีผู้นี้กันแน่
"เอ่อ ...ข้าต้องขอโทษแทนสามีข้าด้วยที่พูดจาล่วงเกินท่านทั้งสอง" หรือว่านางจะจำอะไรไม่ได้เช่นนั้นนางก็ต้องจำหวังเหล่ยไม่ได้ด้วยสิ 'นางความจำเสื่อมไปแล้วเป็เช่นนั้นก็ดี'
"ไม่เป็ไร คราวหน้าคราวหลังก็ดูแลคนของท่านดีหน่อยแล้วกันพวกเราไปกันเถอะ" ซูเหวินคว้ามือซ่งเหว่ยเดินออกจากตรงนั้นทันที หากอยู่นานมีหวังถูกชายคนนั้นจับกลับบ้านไปด้วยเป็แน่ หวังเหล่ยยังคงไม่ยอมแต่กลับถูกเซี่ยหลินรั้งเอาไว้