ตอนที่ 4 แผนการอันแยบยล
เช้าตรู่ของวันใหม่ พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ที่เส้นขอบฟ้า แต่ก็ยังมีแสงสว่างอ่อนๆ พอมองเห็นทิวทัศน์ เนี่ยฟงในสภาพเปลือยเปล่าท่อนบน กำลังวิดพื้นอยู่กลางสวนหย่อมหน้าที่พัก าแของเขาถูกฟื้นฟูเป็อย่างมาก เนื่องจากได้รับยาวิเศษของเนี่ยฉางไห่ โดยที่ห้องของเนี่ยฟงนั้น ถูกแยกมาอยู่ทางทิศตะตกของตระกูล ห่างไกลจากสายตาผู้คน มันเป็จุดประสงค์ของเนี่ยฟง ที่อยากอยู่อย่างสันโดษ ไม่อยากพบปะกับผู้ใด และด้านหน้าที่พักของเนี่ยฟง ก็ยังมีสวนสมุนไพรและต้นไม้นานาชนิด ที่ให้ทั้งความสงบและความร่มเย็น
เนี่ยฟงฝืนสังขารวิดพื้นอยู่หลายครั้ง ซึ่งการวิดแต่ละครั้ง มันช่างทำให้เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็อย่างมาก อีกทั้งยังรู้สึกกับว่าถูกเข็มทิ่มแทงไปทั่วทั้งร่าง หรือเพราะเนี่ยฟงคนเก่านั้น ไม่เคยออกกำลังกายแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เพื่อศึกษาตำราการแพทย์ เพราะด้วยเส้นชีพจรลมปราณที่พิการของเขา มันไม่สามารถฝึกฝนและกักเก็บลมปราณไว้ได้ จึงมุ่งเน้นไปศึกษาตำราการแพทย์แทน เผื่อได้ช่วยเหลืองานปู่ตน ซึ่งมันก็ทำให้เนี่ยฉางไห่รู้สึกปลาบปลื้มยินดี
“ทำไมมันเจ็บแบบนี้นะ!!” เนี่ยฟงสบทออกมาก่อนจะล้มนอนไปกับพื้น
“คุณชาย! นั่นท่านเป็อะไร?”
เสียงอุทานดังลั่น หลิงเอ๋อแทบจะทำถาดอาหารในมือร่วงหล่น นางรีบยกมันไปวางไว้บนโต๊ะหินอย่างรวดเร็ว แล้วเข้าไปประคองร่างของเนี่ยฟง เมื่อยามที่หลิงเอ๋อเข้าประคองร่างชายหนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ราวกับกลิ่นหอมของดอกไม้ ก็คุกรุ่นไปทั่วบริเวณใบหน้า ทำให้เนี่ยฟงนั้นสูดดมมันเข้าไปอย่างเต็มปอด มือที่จับประคองเนี่ยฟงไว้ ให้ััที่อ่อนนุ่มเป็อย่างมาก ถ้าหากเนี่ยฟงยังคงเป็กล้าในอดีต ััเช่นนี้ย่อมไม่มีวันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และในตอนนั้นเอง ที่ใบหน้าของเนี่ยฟงปรากฏสีแดงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหลิงเอ๋อเห็นดังนั้นก็ใช้ฝ่ามือที่นิ่มนวลของนาง ทาบลงบนหน้าผากของเขาทันที
“ตัวท่านก็ไม่ได้ร้อนนี่ เหตุใดหน้าของท่านถึงแดงนัก? คุณชายท่านาเ็ตรงไหนหรือไม่?”
“ไม่เป็ไร ข้าเพียงออกกำลังนิดหน่อยเท่านั้น เ้าไม่ต้องกังวล” เนี่ยฟงกล่าวพร้อมหันหน้าหนี
“ออกกำลัง!? คิก คิก นี่ท่านกำลังล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?”
เสียงหัวเราะของหลิงเอ๋อดังขึ้น ยิ่งทำให้ใบหน้าของนางนั้นน่ารักขึ้นหลายเท่า ตอนนี้หัวใจของเนี่ยฟงกำลังเต้นดังโครมครามไม่เป็จังหวะ
“เ้าขำอะไรกัน มันน่าขำขนาดนั้นเลยหรือไง เตรียมอาหารเถอะข้าหิวแล้ว” ชายหนุ่มรีบถอยตัวออกห่างแล้วแกล้งเปลี่ยนเื่คุยทันที
“หัวของคุณชายข้าต้องกระทบกระเทือนแน่ๆ เพราะคุณชายที่ข้ารู้จัก มักจะเก็บซ่อนตัวอยู่แต่ในห้อง การที่จะได้เห็นคุณชายของข้าเดินออกมานั้น มันยังยากกว่าหาของมีค่าในท้องทะเลเสียอีก ไม่เพียงแค่นั้นคุณชายที่ข้ารู้จัก แทบจะนับประโยคที่พูดได้ ราวกับเด็กที่กำลังหัดพูดก็ไม่ผิด ยิ่งเมื่อคืนที่ท่านพูดหยอกล้อกับท่านผู้นำ ว่าตัวท่านเป็ตู้ยาที่เดินไปมาได้ มันช่างทำให้ข้าแปลกใจยิ่งนัก เอาเถอะๆ วันนี้ข้าทำอาหารที่ท่านชอบด้วยนะ ท่านพึ่งจะหายป่วยควรกินให้มากๆ หน่อย จะได้มีแรงไปออกกำลัง คิก คิก”
หลิงเอ๋อพูดออกมาพร้อมกับเตรียมอาหาร ซึ่งแต่ละจานล้วนน่ากินเป็อย่างมาก หากจะบอกว่ามันเป็อาหารในโรงแรมห้าดาวก็ไม่ผิด กับข้าวแต่ล่ะจานล้วนถูกตกแต่งไว้อย่างประณีต ยิ่งทำให้แต่ละจานน่ากินเป็อย่างมาก และยิ่งอาหารจีนเป็อาหารโปรดของกล้าอยู่แล้ว ก็ทำให้เขาอยากจะลิ้มลองมันจนทนไม่ไหว
ขณะที่เนี่ยฟงกำลังลงมือกินอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า ในห้วงความคิดของเขาก็ปรากฎหน้าของเด่นขึ้นมา แม้กล้าจะไม่เคยได้ใกล้หญิงสาว แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเข้าใกล้ แต่ด้วยที่เขาไม่เคยพูดคุยกับผู้หญิงมาก่อน จึงทำให้เขาไม่รู้ว่าจะเื่ต้นยังไงดี ซึ่งผิดกับเด่นเป็อย่างมาก ที่มีผู้หญิงมากมายมาห้อมล้อม ทั้งด้านหน้าตาและคารมย์ของเด่น มันเป็สิ่งเดียวที่กล้าขอยอมแพ้
“ไอ้กล้า...ถ้าวันไหนแกมีโอกาสนะ แกลองแกล้งป่วยไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง แล้วมีแฟนแกคอยป้อนข้าวนะ โหย~! ขอบอกเลยว่าฟินสุดๆ แต่แกคงไม่มีโอกาสนั้นหรอกมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า”
คำพูดของเด่นวนเวียนอยู่ในหัว แล้วบังเอิญที่ตะเกียบคีบข้าวในมือหล่นพอดี มันทำให้เนี่ยฟงต้องหลุดออกจากภวังค์ เมื่อหลิงเอ๋อเห็นดังนั้นก็หยิบตะเกียบคู่ใหม่ขึ้นมา แต่กลับไม่ได้ส่งมันให้ชายหนุ่ม อีกทั้งยังหยิบชามข้าวของเขาออกไป
“แรงจะจับตะเกียบยังไม่มีเลย แล้วคุณชายจะเอาแรงที่ไหนไปออกกำลัง เช่นนั้นให้ข้าช่วยท่านเอง”
หลิงเอ๋อพับแขนเสื้อไปถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวผ่อง มันช่างเนียนใสไร้ตำหนิจุดด่างดำ นางค่อยๆ คีบข้าวในชามยื่นไปหาเนี่ยฟง ในตอนนั้นหัวใจของเนี่ยฟงเต้นถี่ระรัว เสียงของมันดังก้องในกกหู เนี่ยฟงค่อยๆ อ้าปากออก นางก็ป้อนข้าวเข้าไปในปากทันที มันทำให้เนี่ยฟงรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจเป็อย่างมาก หลิงเอ๋อค่อยๆ คีบข้าวและกับข้าวแต่ละจานป้อนเนี่ยฟง อย่างล่ะนิดล่ะหน่อย ก่อนจะถึงจานสุดท้าย เมื่อป้อนเสร็จนางก็จัดแจงเตรียมเก็บอาหารทันที ทำให้เนี่ยฟงรู้สึกแปลกใจ
“หลิงเอ๋อ เ้ากำลังทำอะไร?” เนี่ยฟงสงสัยพร้อมเอ่ยถาม
“ข้าก็กำลังเก็บอาหาร คุณชายมีอะไรหรือไม่?”
“แต่ข้ายังไม่อิ่มนะ”
“ท่านหยอกข้าอีกแล้ว ปกติข้ายกอาหารมา คุณชายก็จะกินแค่อย่างละคำเท่านั้น ข้าไม่เคยเห็นท่านกินไปมากกว่านี้ หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่กินเลย บางทีข้าเองก็แอบน้อยใจเหมือนกัน เพราะอาหารแต่ละจาน ข้าลงมือทำมันด้วยความตั้งใจ”
หลิงเอ๋อพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าเศร้า เนี่ยฟงใกับคำพูดของหลิงเอ๋อ พร้อมกับด่าเนี่ยฟงคนเก่าในใจ “ไอ้บ้า! กินแค่อย่างละคำ ตัวเอ็งมันถึงได้เท่ากับลูกหมานี่ไง!”
“หลิงเอ๋อ ต่อแต่นี้เป็ต้นไป อาหารที่เ้าทำมา ข้าจะกินมันให้หมด เช่นนั้นเ้าก็อย่าพึ่งเก็บอาหารเลยนะ”
เพียงคำพูดแค่ไม่กี่คำของเนี่ยฟง ทำให้ดวงตาที่เปล่งประกายของหลิงเอ๋อ มีน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมาเต็มเบ้าตา นางรีบเช็ดปาดมัน แล้วจัดแจงจัดโต๊ะอาหารอีกครั้ง คีบป้อนอาหารให้กับเนี่ยฟงอย่างมีความสุข ซึ่งการกระทำของพวกเขานั้น มันก็ไม่รอดพ้นสายตาของคนผู้หนึ่ง ที่กำลังจ้องมองมาพร้อมกับจิตที่มุ่งร้าย ดวงตาที่แฝงไปด้วยความอำมหิต หมัดของมันกำแน่นจนซีดเผือกไร้สีโลหิต ก่อนที่คนผู้นั้นจะหันหลังจากไปอย่างเงียบงัน...
ภายในห้องนอนที่ประดับไปด้วยสิ่งของราคาแพง เกิดเสียงเปิดประตูที่ดังสนั่น พร้อมกับการปรากฎตัวของเนี่ยตี้ เขาคือบุตรชายของผู้าุโลำดับที่หนึ่ง เนี่ยหลานเซิน ผู้เป็น้องของเนี่ยฉางไห่ เนี่ยตี้มีอายุได้สิบเก้าปี มีใบหน้าที่คมเข้มและหล่อเหลา ถือได้ว่าเป็บุรุษรูปงามคนหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจเทียบเคียงกับเนี่ยฟงได้ มัดกล้ามที่เปล่งปลั่งของมัน สามารถมัดใจสาวงามมาแล้ว หลายต่อหลายคน แต่กลับกัน! มันไม่สามารถมัดใจของหลิงเอ๋อผู้เป็สาวใช้ได้ บวกกับเนี่ยฉางไห่ที่ประเคนสมุนไพรหายากให้กับเนี่ยฟง เขาก็ยิ่งเกลียดชังเนี่ยฟงราวกับมูลสัตว์ก็ไม่ป่าน แต่ต่อหน้าผู้คนนั้นมันกลับเสแสร้งแกล้งทำว่าเป็ห่วงเนี่ยฟงอยู่เสมอ
หมัดของเนี้ยตี้กำแแ่ขนัด จนมือทั้งสองข้างซีดเผือกไม่มีสีโลหิต ก่อนจะขับพลังลมปราณออกมา ทุบที่พักแขนที่นั่งจนแตกละเอียด ซึ่งระดับลมปราณของเนี้ยตี้นั้น อยู่ที่ชั้นเริ่มต้นขั้นที่หก เขาคิดว่าหากได้รับตัวยา หรือสมุนไพรจากเนี่ยฉางไห่บ้าง มันคงทำให้เขาไปถึงขั้นที่เจ็ดได้อย่างไม่ยากเย็น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เขาจะเกลียดเนี่ยฟงราวกับมูลในไส้ ในตอนนั้นเอง ดวงตาเนี้ยตี้ปรากฎความโกรธออกมา แล้วเหลือบมองไปที่ประตูบานใหญ่ ะโเรียกใครบางคน
“เทียนเหมิน! ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ตรงนั้น รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!!”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง เดินก้มหน้าก้มตาเข้ามาในห้อง พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วใบหน้า เขาคือเนี่ยเทียนเหมิน บุตรชายของผู้าุโ ลำดับที่สอง เนี่ยเทียนหยาง ผู้ที่เป็น้องของเนี่ยฉางไห่อีกคน ด้วยระดับพลังลมปราณชั้นเริ่มต้น ขั้นที่ห้า เขาจึงเป็ลูกไล่ของเนี่ยตี้ ถึงใบหน้าของเขาจะไม่หล่อเหลานัก แต่ก็ไม่ได้ขี้เหล่แต่อย่างใด เทียนเหมินค่อยๆ ก้าวเดินมาหาเนี่ยตี้อย่างช้าๆ ด้วยความหวาดระแวง แต่เพียงแค่ไม่กี่อึดใจฝ่ามือของเนี่ยตี้ ก็ตบลงไปที่ใบหน้าของมันดัง “เปรี้ยง!!” สนั่นหวั่นไหว จนทำให้กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ
“ไหนเ้าว่ามันตายแล้วยังไง!! แล้วเหตุใดมันยังมานั่งกินข้าวกับหลิงเอ๋อของข้า”
“พี่ตี้! ข้าตรวจดูมันอย่างละเอียด ข้าแน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆ มันไม่มีหมดลมหายใจแล้ว แถมข้ายังทุบตีมันอีกตั้งหลายครั้ง ก่อนที่จะโยนร่างของมันลงไปที่ผาน้ำตก ให้เหมือนกับว่ามันพลาดพลั้งตกผาลงไปเอง”
“หุบปาก! ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าพูดเื่นี้ในตระกูล แกอยากตายหรือไง หา!!”
เทียนเหมินรีบยกมือทั้งสองข้างปิดปากของตัวเองแน่น ก่อนจะวิ่งไปที่ประตูด้วยอาการที่ร้อนรน แล้วเหลือบมองไปทั่วสารทิศ หวั่นเกรงว่าจะมีผู้ใดผ่านไปมา ก่อนจะปิดประตูห้องอย่างรวดเร็ว แล้วประคองหน้าที่บวมเปล่ง เข้ามาหาเนี่ยตี้
“เฮอะ! ในหนึ่งเดือนจะมีสักกี่วันกันเชียว ที่มันจะออกจากห้องไปหาตัวยาที่หลังตระกูล แล้วโอกาสที่มีเพียงครั้งเดียว แกก็ทำมันพังพินาศจนหมดสิ้น ผู้นำตระกูลก็ช่างลำเอียงจริงๆ สรรหาแต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวมัน ขยะของตระกูลเนี่ยอย่างมัน ไม่สมควรได้รับตัวยาที่แสนล้ำค่า แม้แต่กรัมเดียวด้วยซ้ำ จะเจ็บป่วยแล้วเป็อย่างไงเล่า เพียงแค่มันอย่างได้ฟ้าก็ได้ฟ้า อยากได้ฝนก็ได้ฝนรึไง! ไม่เพียงแค่นั้น มันยังได้สาวงามดุจดั่งเทพธิดาไว้ค่อยรับใช้ มันยิ่งทำให้ข้าคับแค้นใจจริงๆ”
“พี่ตี้ พี่ไม่ต้องกังวลไป ข้าได้ยินมาจากพ่อข้าและพ่อท่าน พวกเขาคุยกันเมื่อหลายวันก่อน ว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมีคนจากพรรคัฟ้ามาที่ตระกูลของเรา เพื่อมารับยาที่มีคุณภาพไม่ต่ำกว่าระดับเจ็ด เพื่อส่งให้แก่ประมุขพรรคัฟ้า ซึ่งท่านผู้นำต้องเข้าห้องปรุงยาเอง พร้อมกับเหล่าผู้าุโ ใช้เวลาอย่างน้อยก็สิบห้าวัน ใน่เวลานั้น เราต้องมีโอกาสสังหารมันได้แน่ๆ”
“เ้าแน่ใจใช่มั้ย ว่าได้ยินมาไม่ผิด? หากเป็เช่นนั้นจริงๆ ก็ถือว่า์ได้มอบโอกาสให้ข้าอีกครั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า! จะว่าไปแล้วสถานที่เ้าลงมือกับมัน เ้าได้เก็บกวาดแล้วจัดฉากได้ดีหรือไม่? เ้าแน่ใจใช่มั้ย ว่ามันจะไม่มีทางสืบสาวมาถึงตัวพวกเรา”
แววตาที่แสนจะเ้าเล่ห์ ปรากฎขึ้นในดวงตาของเทียนเหมิน ริมฝีปากของมันค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น ถึงแม้จะเ็ป จากาแที่ถูกตบก็ตาม ก่อนที่จะเล่าถึงการจัดฉากอุบัติเหตุ อันแสนแยบยลของตน ออกมาด้วยความภาคภูมิใจ ท่ามกลางความตั้งใจของเนี่ยตี้ที่กำลังรับฟัง
“พี่ตี้ไม่ต้องเป็ห่วงไป ข้าใช้เวลาคิดถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ จึงสามารถคิดแผนนี้ออกมาได้สำเร็จ ข้าได้ทิ้งผลไม้ชนิดหนึ่งไว้ที่นั่น ทำราวกับว่ามันร่วงหล่นมาจากต้นไม้สูง ข้าตั้งใจทำราวกับว่ามันถูกผลไม้ผลนั้นหล่นใส่หัวของมัน แล้วหมดสติพลาดพลั้งพลัดตกลงผาน้ำตกไป อีกทั้งที่ด้านหลังของตระกูล ก็มีผลไม้อยู่หลากหลายชนิด ข้าคิดว่าคนที่ไปสืบเสาะหาต้นสายปลายเหตุ ต้องคิดว่ามันถูกผลไม้จากต้นไม้สูง หล่นกระแทกใส่แน่นอน ข้ารับรองไม่มีผู้ใดสืบสาวหาความมาถึงพวกเราได้แน่ๆ”
“ยอดเยี่ยม! เป็ความคิดที่ดี แล้วเ้าทิ้งผลไม้อะไรเอาไว้ ?”
“หึหึ! ครั้งแรก ข้ากะจะเอาผลส้มโอไป แต่ด้วยขนาดของมัน คงไม่อาจทำให้คนหมดสติได้ ข้าจึงทิ้งผลแตงโมที่แตกเป็สองซีกเอาไว้ ทำราวกับว่าแตงโมลูกนั้น คือลูกที่ตกใส่หัวของมัน ฮ่าฮ่า!”
“ดี!! ดะ...เดียว...เดียวก่อน...เ้าว่าเ้าทิ้งอะไรไว้นะ?”
“แตงโม!! ข้าทิ้งแตงโมเอาไว้ที่นั้น”
“!!!!”