ตอนที่ 31 หากเจ้าไม่ตื่นข้าจะเป็นคนปลุกเจ้าเอง
การร่วมรักของอากอร์นกินเวลาไปทั้งวันวันนั้นเลยซึ่งเสียงร้องของลอลินั้นดังมาก ดังจนทำให้ทหารที่อยู่บริเวณนั้นอดที่จะรู้สึกหื่นกระหายขึ้นมาไม่ได้แต่ด้วยภาระหน้าที่พวกเขาจำต้องอดทนฟังเสียงเหล่านั้นต่อไปจนถึงเวลาเปลี่ยนเวรพวกจึงได้รีบจากไปจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น.......
เช้าวันถัดมา.......
ภายในห้องนอนที่อากอร์นและสามสาวอยู่......
“เช้าแล้วพวกข้าต้องไปทำธุระก่อนถ้าพวกเจ้ายังไม่ไหวก็นอนพักก่อนก็ได้” อากอร์นพูดขึ้นหลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาและเห็นว่าทั้งสามสาวยังนอนหลับอยู่แต่ก็มีพอสติ......
“จะ....จะ....เจ้าค่ะ”ทั้งสามต่างก็ตอบด้วยน้ำเสียที่เหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ดูแล้วเหมือนกันพวกนางสูญเสียแรกไปจำนวนมาก......
ซึ่งแน่นอนที่พวกนางจะเป็นเช่นนั้นเพราะตลอดทั้งคืนอากอร์นแสดงบทรักกับพวกนางไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งจนทำให้ร่างกายของพวกนางแทบจะขยับตัวไม่ได้เลยโดยเฉพาะลอลิเพราะนางยังคงใหม่กับเรื่องนี้มันเลยทำให้นางถูกอากอร์นแสดงบทรักมากที่สุดในกลุ่ม.......
ส่วนอากอร์นั้นแทนที่เขาจะหมดแรงกับเรื่องอย่างว่าแต่เขากลับรู้สึกดีและหายเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูกหลังจากที่ได้ปลดปล่อยน้ำส่วนเกินในร่างกายออกไปและเช้านี้เขาก็รู้สึกดีมากด้วยในตอนที่ตื่นขึ้นมาเขาจึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำและแต่งตัวเตรียมที่จะไปเข้าประชุมเรื่องของมอแกรน.......
ณห้องโถงสำรองข้างปราสาท.....
ห้องโถงนี้สร้างขึ้นมาสำหรับใช้ในการประชุมแทนห้องโถงเดิมภายในปราสาทที่กำลังดำเดินการก่อสร้างอยู่ซ่อมแซมตามแบบแผนของนายช่างอยู่และในเช้าวันนี้ทุกคนที่ไม่ได้มีหน้าที่เร่งด่วนก็ได้มาเข้าร่วมในการประชุมทั้งหมด......
“สวัสดีทุกคน”อากอร์นกล่าวทักทายทุกคนหลังจากที่เขาเดินเข้ามาภายในห้องโถงนี้......
ครืดดดดดด!!
“คารวะท่านอากอร์น!!”
ทั้งหมดต่างก็ลุกขึ้นยื่นและกล่าวคำทักทายอากอร์นอย่างสุภาพและเคารพในทันที.....
“ตามสบายเลยทุกคน”อากอร์นโบกมือให้กับทุกคนก่อนที่เขาจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ของเขาและกวาดสายตามองไปรอบๆห้องโถงอีกครั้งว่ามีใครเข้าร่วมบ้าง ซึ่งอัศวินทั้งหมดของเขาเข้าร่วมทั้งหมดและยังมีนักรบใหม่อย่างการ์เวล การ์ลอส เฮ้าร์และวีต้ารวมอยู่ด้วย......
“ท่านเรเว่นเรื่องของอัศวินมอแกรนท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?” อากอร์นเปิดหัวข้อในการพูดทันทีโดยเขาหันไปถามเรเว่นเป็นคนแรก......
“ตอบนายท่านอัศวินมอแกรนนั้นเป็นคนที่จริงจังกับหน้าที่ และเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากข้าน้อยเคยร่วมรบกับเขามาก่อนและเคยถูกเขาช่วยเอาไว้หนึ่งครั้งด้วย ดังนั้นแล้วการที่พวกเราจะรับพวกเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรามันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีขอรับ”เรเว่นตอบไปตามความคิดของเขาที่มองดูจากสถานการณ์และความเดิมที่เขาเคยรู้จักกับมอแกรนมา......
“อือ.....แล้วคนอื่นละคิดอย่างไร?”อากอร์นหันไปถามคนอื่นๆ ต่อว่าคิดอย่างไร.....
“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกันท่านเรเว่นเพราะข้าเองก็เคยได้ข่าวเกี่ยวกับท่านมอแกรนมาเช่นกันขอรับนายท่านและอีกอย่างพวกเราก็กำลังขาดหน่วยโล่ที่แข็งแกร่งแบบนี้ด้วย”ฮอล์สันกล่าวขึ้นมาว่าเห็นด้วยกับเรเว่นเช่นกันเพราะเขาเองก็เคยได้ยินข่าวของมอแกรนมาบ้าง......
“ข้าน้อยนั้นไม่มีปัญหาใดๆเพราะข้าชอบลุยไม่ได้ชอบป้องกัน” แรมโบ้นั้นไม่ได้คัดค้านใดๆเพราะเขาเป็นขาลุยไม่เหมาะกับการป้องกันและการที่ได้มอแกรนมามันก็ดีที่เขาจะได้บุกอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องระวังด้านหลังเมื่อเขาบุกไปข้างนอก......
“ข้าน้อยก็คิดเช่นเดียวกันกับแรมโบ้ขอรับ”วิลเลี่ยมเองก็คิดเช่นเดียวกันกับแรมโบ้ด้วยเพราะเขาเป็นเหมือนคู่หูขาลุยบ้าดีเดือดของอากอร์นเลย......
“ข้าเองก็ไม่มีปัญหายิ่งมีคนแข็งแกร่งมากมันยิ่งดีกับพวกเรา”เจมส์วิชเองก็ไม่มีปัญหาเช่นกันที่จะได้คนแข็งแกร่งมาช่วยงานเพิ่ม......
ส่วนนักรบใหม่ทั้งสี่คนนั้นต่างก็ไม่ได้ออกความคิดเห็นใดๆแต่ท่าทางของพวกเขานั้นแสดงออกว่าเห็นด้วยที่จะรับมอแกรนและพวกเอาไว้ ส่วนคนอื่นๆที่ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่นักยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าพวกเขานั้นจะไม่เห็นด้วยเพราะพวกเขายิ่งเห็นด้วยอย่างมาก......
“ในเมื่อทุกคนเห็นว่าควรรับเช่นนั้นก็ให้คนไปเรียกอัศวินมอแกรนเข้ามา”อากอร์นออกคำสั่งออกไปทันทีเมื่อได้ผลสรุปแล้ว......
เอี๊ยดดดด!!
ไม่นานทหารสองคนก็นำหน้ามอแกรนและคนสนิทของเขาอีกห้าเข้ามาภายในห้องโถงประชุมสำรองที่อากอร์นและทุกคนอยู่.......
อะ!!
บรรยากาศภายในห้องดูน่าอึดอัดมากและมันยังแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่น่ากลัวอีกด้วยนั้นเป็นเพราะว่าเหล่าอัศวินของอากอร์นต่างก็ปลดปล่อยคลื่นพลังของพวกเขาออกมาจ้องมองมาที่มอแกรนและคนสนิทของเขาก่อนที่อากอร์นจะโบกมือให้พวกเขาหยุดทำ......
หวืดดดดด!!
ทันทีที่บรรยากาศที่น่าอึดอัดหายใจคนสนิทของมอแกรนทั้งห้าคนที่แสดงสีหน้าโล่งออกมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อจำนวนมากที่ไหลเต็มหน้าผากของพวกเขาส่วนมอแกรนนั้นเขายังคงความสงบได้เป็นอย่างดีเพราะเขาผ่านสถานการณ์ที่โหดร้ายมามาก......
ตุบ!!
“คารวะท่านบารอนอากอร์น”เมื่อเดินเข้ามาถึงระยะที่สมควรแล้วมอแกรนก็ชันเข่าลงหนึ่งข้างพร้อมกับกล่าวทักทายอากอร์นอย่างสุภาพแล้วนอบน้อม......
“ลุกขึ้นเถอะท่านอัศวินมอแกรน”อากอร์นโบกมือให้มอแกรนและคนของเขาลุกขึ้นได้ก่อนจะยืนขึ้นและเดินเข้าไปหามอแกรนที่กำลังยืนขึ้นพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า“เรื่องที่คุยกันเมื่อวานนั้นข้าได้ตัดสินใจแล้ว และคำตอบของมันก็คือข้ายินดีอย่างมากที่จะได้ท่านและคนของท่านมาเป็นส่วนหนึ่งของข้าและร่วมรบไปกับข้า” อากอร์นพูดจบเขาก็แตะไปที่บ่าของมอแกรนอย่างเป็นกันเอง......
อะ!!
ตุบ!!
เมื่อได้ยินคำตอบมอแกรนไม่รอช้ารีบคุกเข่าลงหนึ่งข้างในทันทีพร้อมกับยกมือขึ้นมาทาบที่หน้าอกของตัวเองก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงที่ดังก้องว่า.....
“ข้าน้อยอัศวินมอแกรน อดีตหัวหน้าหน่วยปราการโล่ของท่านดานัทขอให้คำสัตย์ปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อท่านบารอนอากอร์นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหากข้าผิดคำพูดขอให้ตายอย่างทุกทรมานตกขุมนรกชั้นสุดท้าย!!”
“ข้าน้อย.................”
“ข้าน้อย.................”
ส่วนคนสนิทอีกห้าคนที่ตามมอแกรนมาด้วยต่างก็กล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะซื่อสัตย์ต่ออากอร์นเช่นกันพวกเขาทั้งหมดล้วนแล้วแต่ทำตามมอแกรน และไม่ว่ามอแกรนจะเลือกอะไรพวกเขาก็จะเลือกด้วยหามอแกรนว่าจะอยู่ภายใต้อากอร์นพวกเขาก็จะอยู่ด้วย.......
“ลุกขึ้นเถอะท่านมอแกรนต่อไปนี้ท่านคือหนึ่งในอัศวินของข้า และข้าขอแต่งตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าหน่วยผลโล่รับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการป้องกันต่างๆ ทั้งบนกำแพงและหอคอยรบ”อากอร์นทำการมอบหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันทั้งหมดให้กับมอแกรนในทันที.....
“เดียวก่อนนายท่านข้าพึ่งจะเข้าร่วมกับนายท่าน ข้ายังไม่ได้สร้างผลงานใดๆ เลยการได้รับหน้าที่เช่นนี้ข้าคิดว่ามันออกจะดูไม่ดีนักหาก........”
“ดีแล้วข้าตัดสินใจไปแล้วว่าให้ท่านทำหน้าที่นี้ หรือมีใครจะค้านไหม?” อากอร์นพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับหันไปถามคนอื่นๆ ว่ามีใครคัดค้านเขาไหม......
.........................
ซึ่งไม่มีใครสักคนเดียวที่กล้าเอ่ยปากไม่เห็นด้วยกับความคิดของอากอร์นเพราะทุกคนรู้ว่าที่อากอร์นตัดสินใจไปนั้นเขาย่อมมีเหตุผลอยู่แล้วไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มอบหน้าที่ที่สำคัญเช่นนี้ให้กับมอแกรนดูแลแน่นอนและเมื่อมอแกรนเห็นแบบนั้นเขาก็ถึงกับขมวดคิ้วในทันที.....
เพราะเรื่องแบบนี้มันอยู่นอกเหนือความคิดของเขาไปมากเขาไม่คิดว่าเขาจะได้รับหน้าที่ที่สำคัญเร็วเช่นนี้โดยที่เขายังไม่ได้แสดงผลงานใดๆเลยสักนิดเดียวแต่อากอร์นก็ยังมอบหมายหน้าที่สำคัญให้กับเขาและยังไม่มีใครพูดค้านขึ้นมาด้วย.......
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วข้าน้อยจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดและไม่ทันให้ท่านผิดหวัง!!”มอแกรนยอมรับในที่สุดและเขาก็จะทำหน้าที่นี้อย่างดีด้วย......
“เยี่ยม!!เช่นนั้นข้าขอฝากท่านด้วยละ”อากอร์นยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นมอแกรนตอบรับอย่างว่าง่ายจากนั้นอากอร์นก็หันไปหาเรเว่นและพูดขึ้นว่า “ท่านเรเว่นท่านช่วยจัดทหารหนึ่งพันนายไปให้มอแกรนด้วยเพราะทหารของเขามีเพียงแค่หนึ่งพันมันคงไม่พอแน่”
“รับคำสั่งของรับ”เรเว่นส่งเสียงพร้อมกับโค้งตัวรับคำสั่งทันที.....
“เอาละทั้งหมดแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้วอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ข้าหวังว่าเมืองของเราจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้และพื้นที่รอบๆ เมืองจะดูสะอาดมากกว่านี้”
ขอรับ!!
คำพูดของอากอร์นนั้นดูเหมือนจะเป็นคำพูดสบายๆไม่มีอะไร แต่สำหรับพวกเขาแล้วมันคือการมอบหมายงานอย่างหนึ่งซึ่งงานที่อากอร์นมอบหมายให้พวกเขาคือการทำให้เมืองดีขึ้นและจัดการพื้นที่รอบๆเมืองให้น่าอยู่ขึ้น หรือก็คือพวกกลุ่มโจรหรือสัตว์ร้ายที่อยู่รอบๆ นี้......
หลังจากที่เสร็จสิ้นการประชุมอากอร์นก็กลับไปที่ห้องที่สามสาวอยู่ซึ่งตอนที่เขามาถึงลอลิและเจนนี่ก็ไม่อยู่แล้วเพราะพวกเธอต้องออกไปทำภารกิจตรวจสอบประจำวันส่วนเจสสิก้านั้นยังคงนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิมโดยที่ยังไม่สวมใส่เสื้อผ้าใดๆ......
แต่อากอร์นรู้ว่าเจสสิก้าตื่นแล้วและอาบน้ำแล้วเรียบร้อยเพียงแต่เธอแค่แกล้งหลับเท่านั้นเพราะเธอรู้ว่าอากอร์นจะต้องกลับมาที่ห้องนี้แน่นอนและมันก็เป็นตามที่เธอคิดเอาไว้อากอร์นได้กลับมาที่นี่จริงๆและเขาก็ได้เห็นร่างของเธอที่นอนเปลือยกายอยู่.....
“เจสสิก้า!เจสสิก้า!!” อากอร์นส่งเสียงเรียกเจสสิก้าเบาๆสองครั้งเพราะเขารู้ว่าเธอนั้นแกล้งหลับอยู่แต่เมื่อเรียกแล้วหญิงสาวไม่ตอบกลับอากอร์นก็ยิ้มขึ้นที่มุมปากของเขาก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูหื่นกระหายว่า.......
“หากเจ้าไม่ตื่นข้าจะเป็นคนปลุกเจ้าเอง”
หวืดดดดดด!!
หมับ!!
เมื่อพูดจบอากอร์นก็ถอดชุดของเขาและพุ่งเข้าไปจับที่บั้นท้ายของเจสสิก้าทันทีก่อนจะดึงร่างของเธอให้พลิกกลับมานอนหงายและใช้ขาของเขาดันขาทั้งสองข้างของเธอออกไปด้านข้างก่อนที่จะทำการสอดใส่มังกรของเขาเข้าร่างของเจสสิก้าไปอย่างรวดเร็ว.....
พรึบ!!
อ้า!!
ตับ ตับ ตับตับ!!
อ้า!!ซีด.........อ้า!!