บทที่ 32 ราชาวัวครึ่งปลาอีกครั้ง!
“ท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์จากนี้ต่อไปท่านต้องการจะทำอะไรเหรอคะ?” ฮันน่าเก็บแร่สุริยันเอาใว้ที่เดิมของมันก่อนถามดารินทร์อย่างสงสัย
ดารินทร์เงียบไป สาวน้อยไม่รู้ว่าต่อจากนี้ตนเองจะทำอะไร เธอรู้เพียงแค่ว่าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากๆเท่านั้น ครั้งหนึ่งพี่สายฝนเคยบอกว่าบางทีสาเหตุการหายตัวไปของแม่อาจเกี่ยวข้องกับโลกเวทมนตร์ก็ได้ เขายังบอกอีกว่าไม่ใช่แค่มีโลกของคนธรรมดาอย่างเดียวเท่านั่น ยังมีโลกของจอมเวทย์ด้วย
“หนูต้องการแข็งแกร่งขึ้นค่ะ!” สาวน้อยกล่าวด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น สาเหตุการหายตัวไปของแม่อาจมีคนของโลกผู้ใช้เวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้องจริงๆ ถ้าเป็นอย่างงั้นตัวเธอที่อ่อนแอจะไปตามหาแม่ได้อย่างไร ลำพังแค่ตนเองก็ยากที่จะมีชีวิตแล้ว
“สมแล้วที่เป็นท่านนักบุญ ต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น” ฮันน่ามีความประทับใจดารินทร์มากจนเกือบคลั่งไคล้
สายฝนสงสัยมากๆว่าทำไมฮันน่าถึงเข้าใจผิดขนาดนี้ ในท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถทนเก็บความสงสัยใว้ได้อีกต่อไป สายฝนเอ่ยถามขึ้น “ฮันน่าทำไมเธอถึงรู้ได้ล่ะว่าดารินทร์เป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์?”
สายฝนเลือกใช้คำให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้เพื่อไม่ให้ฮันน่าสงสัยในตัวตนของดารินทร์
น่าแปลกมากครั้งนี้ฮันน่าตอบสายฝน “แน่นอนอยู่แล้วสิ ท่านนักบุญมีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์อยู่รอบๆตัว ถึงแม้ท่านจะซ่อนไว้แนบเนียนแค่ไหนแต่ก็มีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์หลุดรอดออกมาอยู่ดี อีกอย่างกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์นี้ยังเป็นกลิ่นอายของท้องทะเล ตอนแรกที่ฉันเห็นท่านฉันอดคิดไม่ได้ว่าท่านนักบุญต้องเป็นคนที่เทพแห่งนํ้าทะเลส่งมาแน่”
สายฝนครุ่นคิดหลังได้ยินสิ่งที่ฮันน่าพูด ‘กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์? หรือจะเป็นกลิ่นอายของนักเวทธาตุนํ้า? บางทีดาวดวงนี้อาจจะไม่มีนักเวทสินะ’
เวลานั้นสายฝนพลันคิดบางสิ่งบางอย่างได้ เขาเริ่มคาดเดา ‘เป็นไปได้มั้ยว่าเทพแห่งนํ้าทะเลจะเป็นนักเวทธาตุนํ้าที่มีระดับสูงมากๆ? ทะเลที่อยู่บนท้องฟ้าอาจเป็นผลของเวทมนตร์ก็ได้!’ การคาดเดานี้ถ้าเป็นจริงมันจะเป็นเรื่องที่น่าตะลึงอย่างมาก
‘ฉันคิดมากเกินไป’ สายฝนส่ายหัวในใจ การคาดเดาของเขายังไม่มีหลักฐานมายืนยัน มันยังเป็นแค่ความคิดเห็นเท่านั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริง
สายฝนถามต่อ “แล้วทำไมเธอถึงคิดว่าฉันเป็นผู้ติดตามหรือคนรับใช้ของดารินทร์ล่ะ?”
ฮันน่าเริ่มรำคาญสายฝน ชายคนนี้จะถามมากเกินไปแล้ว! “ดูก็รู้แล้วว่านายน่ะเป็นคนรับใช้ของท่านนักบุญศักดิ์สิทธิ์ ใช่มั้ย?” ฮันน่ากล่าวอย่างไม่มั่นใจนัก เธอคิดย้อนกลับไปตอนที่สายฝนสังหารโจรทั้งสามและตอนที่ดารินทร์จ้องมองเขาราวกับรอการตัดสินใจจากผู้มีอำนาจมากกว่า
สายฝนเห็นว่าฮันน่าไม่มั่นใจนักกับสิ่งที่เธอกล่าวออกมา เขายิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ใช่คนรับใช้หรือผู้ติดตามล่ะ?”
ฮันน่าเริ่มกังวลทว่าเธอก็ยังเชื่ออยู่ดีว่า
สายฝนเป็นผู้ติดตามของดารินทร์ “ถ้าไม่ใช่ผู้ติดตามแล้วนายเป็นใคร? นายเป็นเทพแห่งนํ้าทะเลรึไง?”
“ฉันไม่ใข่เทพแห่งนํ้าทะเลหรอก” หยุดเล็กน้อยจากนั้นจึงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มปีศาจ “จริงๆแล้วฉันคือเทพปีศาจ! และเวลานี้ฉันกำลังลักพาตัวนักบุญศักดิ์สิทธิ์ของเธออยู่ไง!” ขณะที่สายฝนพูดออกมาตัวเขาไม่รู้เลยว่าวินาทีนั้นรอบๆร่างกายเขาพลันมีพลังงานน่าขนลุกปรากฏขึ้น
“ฮ่าๆๆ นายเนี่ยนะเทพปีศ…” ฮันน่าสังเกตเห็นพลังงานที่น่าขนลุก ฉับพลันปากของเธอปิดสนิททันที เธอมองมาทางสายฝนอย่างตกใจ หรือว่าชายคนนี้จะเป็นเทพปีศาจจริงๆ
สายฝนประหลาดใจ เพราะอะไรกันจู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็เงียบซะงั้น ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังหัวเราะเยาะเย้ยเขาอยู่เลย ไม่มีเวลาให้สายฝนคิดอีกต่อไป วินาทีนั้นเขาพลันได้ยินเสียงร้องของสิ่งมีชีวิต
มอออ! มออ!
อย่างรวดเร็วสายฝนหันไปมองทิศทางต้นเสียง ดารินทร์กับฮันน่าก็หันตามในเวลาเดียวกัน สิ่งที่เห็นทำให้ฮันน่าตกใจ ครั้งนั้นตอนเธอกำลังหลบหนีโจรทั้งสามฮันน่าไม่ได้สนใจทิศทางเลยแม้แต่น้อย เธอคิดเพียงอย่างเดียวคือหนี ต้องหนีอย่างเดียว! เธอไม่คิดเลยว่าตนจะหนีมายังทิศทางที่โลเวลกำลังต่อสู้กับราชาวัวครึ่งปลา
สายฝนหรี่ตามองชายผมนํ้าตาลซึ่งกำลังสู้กับราชาวัวครึ่งปลาอยู่ เขาสามารถรู้ได้ทันทีจากท่าทางของฮันน่าและรูปลักษณ์ของราชาวัวครึ่งปลา ชายผมนํ้าตาลคือเพื่อนที่ฮันน่าเคยเล่าให้ฟังและสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายวัวคือราชาวัวครึ่งปลา ฮันน่าเคยบอกสายฝนถึงรูปลักษณ์ราชาวัวครึ่งปลามาก่อน
สายตาที่สายฝนใช้มองโลเวลเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตร ทว่าวินาทีถัดมาเขาก็รีบเก็บความเป็นศัตรูใว้ทันที สายฝนไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาไม่ชอบโลเวลเอาซะเลย อาจเป็นเพราะนิสัยที่แตกต่างกันกระมัง โลเวลเป็นคนซื่อสัตย์จริงจัง ส่วนสายฝนเป็นคนเห็นแก่ตัวชอบวางแผน นิสัยต่างกันสุดๆ
‘หรือว่านี่คือความรู้สึกของลาสบอสตอนเจอเข้ากับพระเอกกัน?’ สายฝนไม่แน่ใจนัก แต่ก็น่าจะเป็นประมาณนั้นแหละ
เสียงดัง ปึง! ร่างโลเวลกระเด็ดชนกับต้นไม้อย่างแรง เขากระอักเลือดสีแดงฉานออกจากปาก ใบหน้าซีดขาวราวกับไร้เลือด เสื้อผ้าฉีกขาด ตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก สายตาโลเวลเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขารอดจากการถูกราชาวัวครึ่งปลายิงไฟใส่ได้ทว่ามันก็ต้องแลกมากลับการเสียกำลังมหาศาล เวลานี้เขาแทบจะไม่มีแรงเหลือเลย
ถึงแม้โลเวลจะสิ้นหวังและเสียใจ สิ้นหวังที่ตนไม่มีทางรอดชีวิตกลับไปพบคนรู้จัก เสียใจที่ต้องตายก่อนหาพ่อพบอีกครั้ง แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกดีใจ เขาสามารถทำให้ฮันน่ารอดชีวิตได้
“โลเวล” จังหวะนั้นการรับรู้ของโลเวลพลันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย โลเวลตกใจ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงใครอื่น เป็นเสียงของเพื่อนที่รู้จักกันมานาน มันคือเสียงของฮันน่า!
‘ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่?!’ โลเวลรีบหันตามเสียงไป เป็นฮันน่าซึ่งกำลังมีสีหน้ากังวลเพราะเห็นสภาพของเขา ฉับพลันโลเวลสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม
///
“โลเวล” ฮันน่าตะโกนเสียงดัง เธอไม่คิดว่าสภาพเพื่อนของเธอจะเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้กัน? ไม่ใช่ว่าเขาควรจะหลบหนีจากราชาวัวครึ่งปลาได้ไม่ใช่เหรอ?
‘ฉันควรจะช่วยพวกเขา’ สายฝนคิด ตัวเขาไม่ใช่คนดีอะไร และสาเหตุที่เขาจะไปช่วยโลเวลไม่ใช่เพราะสงสาร สาเหตุที่สายฝนต้องการช่วยโลเวลมีอยู่สองสาเหตุ
สาเหตุที่หนึ่งคือถึงแม้โลเวลจะตายไปแล้วราชาวัวครึ่งปลาก็คงไม่หยุดโจมตีมนุษย์อยู่ดี ถ้าโลเวลตายไปคนต่อไปที่จะถูกตามล่าคือเขาสายฝนและสาวน้อยดารินทร์ หากเป็นแบบนั้นสู้เขาเข้าไปช่วยโลเวลจัดการราชาวัวครึ่งปลาไม่ดีกว่าหรือ?
สาเหตุที่สองคือสายฝนต้องการให้ฮันน่าพาเขากับดารินทร์ไปที่เมืองขั้นที่หนึ่งไร้นาม หากเขาปล่อยเพื่อนของเธอให้ตายต่อหน้าต่อตาเธอ ฮันน่าคงไม่ยอมพาเขาไปเมืองขั้นที่หนึ่งแน่
สายฝนมองรอบข้าง บริเวณแถวนี้เขาเคยมาสำรวจแล้วครั้งหนึ่ง เขาจำได้ว่าบริเวณนี้มันมีแม่นํ้าสายเล็กๆอยู่ สายฝนเดินเข้าไปกระซิบข้างหูสาวน้อย “ใช้เวลานานเท่าไหร่เธอถึงจะเตรียมตะข่ายวารีเสร็จ?”
สาวน้อยมองสายฝน เธอตอบว่า “ประมาณหนึ่งนาทีค่ะ”
สายฝนครุ่นคิด หนึ่งนาทีถือว่านานมากสำหรับสายฝนซึ่งเป็นแค่ระดับศูนย์ สำหรับคนธรรมดามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทนไม่ตายเพราะราชาวัวครึ่งปลาเกินสามวินาที
หลังจากครุ่นคิดอยู่สองสามวินาทีสายฝนก็ตัดสินใจได้ เขาแอบใช้โทรศัพท์เทพเจ้าเปิดแอป[ห้องปรุงยาแบบพกพา]ก่อนเข้า[คลังสิ่งของ] สายฝนนำขวดยาสามขวดออกมา
เป็นโชคดีอย่างมากระหว่างการสำรวจสายฝนได้พบกับวัตถุดิบคุณภาพดีหลายอย่างทำให้เขาได้แต้มสำรวจจำนวนมาก สายฝนใช้แต้มสำรวจซื้อสิ่งของอันหนึ่งในร้านค้า สิ่งของนี้มีความสามารถลดระยะเวลาในการปรุงยา เพราะงั้นในเวลาสิบห้าวันเขาจึงสามารถปรุงยาได้หลายขวด สามารถกล่าวว่าสายฝนใช้แต้มสำรวจส่วนใหญ่ไปกับไอเทมลดระยะเวลาก็ว่าได้
เสียงเปิดฝาจุกไม้ดังขึ้น สายฝนดื่มของเหลวภายในขวดเข้าไปโดยไม่ลังเล วินาทีต่อมาร่างกายเขาพลันเบาราวกับขนนก แน่นอนมันเป็นแค่คำเปรียบเทียบเท่านั้นมันไม่ใช่ความจริง
ยาขวดที่สายฝนดื่มมันมีผลทำให้ผู้ดื่มความเร็วเพิ่มขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง เวลานี้สายฝนมีความเร็วเท่ากับครึ่งก้าว ความเร็วแค่นี้มันไม่พอทนหลบหนีราชาวัวครึ่งปลาให้ถึงหนึ่งนาทีแน่แต่สายฝนไม่ได้จะหนีมันตรงๆ ด้วยความเร็วเท่ากับครึ่งก้าวมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนีราชาวัวครึ่งปลาได้เกินสิบวินาที
มอออ! มออ!
ราชาวัวครึ่งปลาเตรียมจัดการโลเวล ฮันน่าหน้าซีดเธอต้องการไปช่วยเพื่อนของเธอทว่าราชาวัวครึ่งปลารวดเร็วมาก ฮันน่าไม่สามารถไปช่วยได้ทัน
โลเวลจ้องมองราชาวัวครึ่งปลาซึ่งกำลังวิ่งเข้าใกล้ เขาไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออีกแล้ว เขาได้ใช้มันทั้งหมดไปกับการหลบหนีราชาวัวครึ่งปลาแล้ว สิ่งที่โลเวลเสียใจที่สุดในเวลานี้คือเขาไม่สามารถช่วยฮันน่าได้อีกต่อไป เขากำลังจะตายในไม่ช้า! แม้กระทั่งนักรบแห่งท้องทะเลอย่างเขายังสู้ราชาวัวครึ่งปลาไม่ได้ แล้วฮันน่าจะรอดชีวิตได้อย่างไร?
สายฝนรีบวิ่งเข้าไปในระยะการต่อสู้ ความเร็วของสายฝนในวินาทีนี้เร็วยิ่งกว่าความเร็วของฮั่นน่าเสียอีก ขณะวิ่งเขาก็สวมใส่เสื้อคลุมสายฟ้าทมิฬ สายฝนใส่ใว้ก่อนเผื่อเจอเรื่องไม่คาดฝันเขาจะได้ป้องกันตัวทัน
เมื่อเข้าใกล้ราชาวัวครึ่งปลาสายฝนก็โยนขวดยาทั้งสองในมือใส่ราชาวัวครึ่งปลาทันที อักษรลี้ลับไม่เพียงช่วยให้สายฝนแข็งแรงกว่าผู้คนปกติทั่วไปเท่านั้น มันยังช่วยทำให้สายฝนสายตาดีขึ้นอีกด้วย ด้วยสายตาที่ดีขึ้นเขาจึงไม่มีปัญหาในการกะระยะปาขวดยา
ราชาวัวครึ่งปลาสัมผัสได้ถึงขวดยาที่ถูกปามา มันไม่ได้หลบแต่อย่างใด มนุษย์ที่ปาขวดยามาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา(ความเร็วสายฝนเป็นครึ่งก้าวแต่ตัวสายฝนเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา)ทำไมมันถึงต้องหลบด้วยเล่า? มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำร้ายมันได้อยู่แล้วจะเสียเวลาหลบไปทำไม?
ขวดยาทั้งสองกระทบกับร่างราชาวัวครึ่งปลาจนแตก ขวดยาไม่สามารถทนความแข็งแกร่งของร่างกายราชาวัวครึ่งปลาได้ เมื่อขวดยาทั้งสองแตกออกของเหลวก็ไหลออกมา ของเหลวไหลซึมเข้าไปในร่างกายราชาวัวครึ่งปลาโดยที่มันไม่รู้ตัวเลย เป็นจังหวะเดียวกัน ฉับพลันสายฝนตะโกนยั่วยุ “ฉันจะจับเผ่าพันธุ์วัวครึ่งปลาของแกไปทำบาร์บีคิวให้หมดเลย เผ่าพันธุ์ของพวกแกก็เป็นได้แค่เนื้อย่างเท่านั้นแหละ! ฮ่าาาๆ”
มออออ! มออ
ราชาวัวครึ่งปลาโกรธจัด มันเปลี่ยนเป้าหมายจากโลเวลเป็นสายฝนแทน สายฝนเห็นแบบนี้เขาก็ยิ้มขึ้น ดูเหมือนหนึ่งในขวดยาที่เขาโยนใส่มันไปจะออกฤทธิ์แล้ว
ขวดยาทั้งสองขวดที่สายฝนปาใส่ราชาวัวครึ่งปลาเป็นยาพิษที่พิเศษมาก มันสามารถซึมเข้าผ่านร่างกายได้ หนึ่งในยาพิษทั้งสองมีความสามารถทำให้อารมณ์ของผู้ที่ถูกยาพิษซึมผ่านร่างกายหัวร้อนง่ายขึ้น ร่างกายราชาวัวครึ่งปลาแข็งแกร่งขึ้นเพราะการยกระดับ แต่อารมณ์ความรู้สึกไม่สามารถยกระดับได้ สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องควบคุมความรู้สึกของตนเอง
มออ! มออออ!
ราชาวัวครึ่งปลาพุ่งอย่างรวดเร็วใส่สายฝน สายฝนสงบนิ่ง เวลานี้เขากำลังเผชิญหน้ากับความตายเขาจะไม่ทำเป็นเล่นเด็ดขาด มีอยู่สองสิ่งที่สายฝนกลัวที่สุดในชีวิต หนึ่งคือการเสียผลประโยชน์ สองคือการเสียชีวิต
สายฝนไม่ได้กลัวราชาวัวครึ่งปลา ต่อให้ศัตรูแข็งแกร่งกว่าราชาวัวครึ่งปลามากเขาก็ไม่กลัว สิ่งที่เขากลัวคือความตาย เพราะไม่อยากตายสายฝนจึงสงบนิ่ง
เขาเคยผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาก่อนครั้งหนึ่ง สายฝนจำได้ว่าเวลานั้นเขาอยู่มัธยมหก เพื่อนของเขาคนหนึ่งซึ่งสายฝนค่อนข้างสนิทกับคนๆนี้ เพื่อนคนนี้มีชื่อว่ากล้าหาญ สายฝนเรียกมันด้วยชื่อเล่นว่ากล้า
กล้าเป็นคนจนคนหนึ่งที่เงินจ่ายค่าเทอมแทบไม่มี มันเป็นคนอดทนและขยัน วันหนึ่งมันกับสายฝนกำลังเดินซื้อของข้างถนนอยู่ วินาทีนั้นกลับเจอเข้ากับศัตรูซึ่งอยู่คนละโรงเรียนกัน สายฝนจำได้ ตอนนั้นเขาทำตัวเป็นเหมือนนักเลง ไม่สนใจกฎของโรงเรียนแม้แต่น้อย กล้าเองก็เป็นเช่นเดียวกับเขา
ศัตรูต่างโรงเรียนพอเจอหน้าสายฝนกับกล้าเข้าก็โจมตีก่อนทันที พวกสายฝนไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องโจมตีสวนกลับ ในขณะที่ศัตรูต่างโรงเรียนกำลังจะพ่ายแพ้ ศัตรูต่างโรงเรียนคนหนึ่งได้ชักปืนออกมายิงเป็นผลให้ลูกกระสุนเฉียดสีข้างสายฝน เวลานั้นช่างเป็นเหตุการณ์ที่อันตรายจริงๆ
กลับมาต่อที่ปัจจุบัน สายฝนเริ่มวิ่งทันที เขารู้ตัวดี ตนเองมีความเร็วน้อยกว่าราชาวัวครึ่งปลามาก ดังนั้นเมื่อครู่สายฝนจึงได้โยนขวดยาออกไป ของเหลวในขวดยาทั้งสองเป็นยาพิษพิเศษซึ่งสามารถซึมผ่านร่างกายได้ หนึ่งในนั้นมียาพิษซึ่งสามารถทำให้ผู้ที่ถูกมันซึมเข้าร่างความเร็วจะลดลงเล็กน้อยและเวียนหัว
“เข้ามาดิวะถ้าแน่จริง!” สายฝนตะโดนยั่วยุ เขาวิ่งผ่านต้นไม้หลายต้น ราชาวัวครึ่งปลาตามมาติดๆ เนื่องจากความหัวร้อนมันจึงใช้ความเร็วสูงสุดทำให้ราชาวัวครึ่งปลาหยุดไม่ทันและชนเข้ากับต้นไม้
สายฝนยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ราชาวัวครึ่งปลาเองก็ชนกับต้นไม้เรื่อยๆ ครึ่งนาทีผ่านไปในที่สุดมันก็หัวร้อนขีดสุด ราชาวัวครึ่งปลาใช้ทักษะที่เคยใช้กับโลเวลมาก่อน ทักษะยิงเพลิง!
‘แม่ง! มันกำลังทำอะไรวะ?’ สายฝนตกใจเมื่อเห็นราชาวัวครึ่งปลาใช้ทักษะยิงเพลิง เขารวบรวมสมาธิและระวังตัวมากกว่าเดิม
วินาทีถัดมาเพลิงโลหิตก็พุ่งเข้าใส่สายฝน บริเวณรอบข้างอุณหภูมิแปรเปลี่ยน อากาศร้อนขึ้นอย่างฉับพลัน ตามร่างกายสายฝนเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจำนวนมาก เขารู้สึกร้อนมากจนอยากเข้าไปในตู้เย็น
---
จบบทที่ 32 ราชาวัวครึ่งปลาอีกครั้ง!