ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 9 บทที่ 265 พรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราและศิลาจารึกดาบนภา!

        ภายในป้อมปราการ

        ระดับจักรพรรดิคนหนึ่งมองไปที่เย่เทียนและกล่าว“หินปราณ 100,000 ก้อน!”

        หินปราณ 100,000 ก้อนนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับระดับจักรพรรดิที่แข็งแกร่งแต่สำหรับระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว นี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ คงจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยที่ไม่สามารถรวบรวมหินปราณได้ครบ100,000 ก้อน

        การเข้าสู่โบราณสถานของนิกายดาบนภาครามไม่ได้การันตีว่าพวกเขาจะได้รับผลประโยชน์กลับมาและมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะไม่ได้อะไรเลย

        แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่น้อยที่ต้องการเข้าสู่โบราณสถานของนิกายดาบนภาครามและส่วนใหญ่ก็เป็นนักดาบ

        หากพวกเขาโชคดี พวกเขาอาจจะได้รับทักษะดาบที่ทรงพลังมาและเมื่อพวกเขาขายมันออกไป พวกเขาก็จะได้รับกำไรมหาศาล!

        สมบัติเหล่านั้นจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น

        “นี่คือหินปราณ100,000 ก้อน!”

        เย่เทียนจ่ายหินปราณหนึ่งแสนก้อนและได้เหรียญตรามาหนึ่งเหรียญ

        จากนั้นเขาก็เดินผ่านค่ายกลป้องกันด้านนอกภูเขาและบินไปยังยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของนิกายดาบนภาคราม

        เมื่อบินลงไปที่ด้านหน้าของยอดเขาเย่เทียนก็จ้องเขม็งไปที่ค่ายกลป้องกันและเดินตรงไปยังจุดนั้น

        ค่ายกลป้องกันนี้เป็นเพียงการค่ายกลป้องกันการโจมตีและป้องกันยอดฝีมือที่มีการบ่มเพาะในระดับจักรพรรดิระดับเท่านั้นตราบใดที่ยอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่กระตุ้นพลังปราณ พวกเขาก็จะสามารถเดินผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

        เย่เทียนเก็บกลิ่นอายและเดินเข้าไปอย่างช้าๆ

        พรึ่บ!

        เขาผ่านค่ายกลและเข้าไปในโบราณสถานของนิกายนภาครามได้สำเร็จ

        “อ่า ผ่านเข้ามาได้จริงๆแม้ว่าร่างนี้จะสามารถเปิดพื้นที่สมองได้แค่ 86% แต่ด้วยพรสวรรค์ของเรามันก็เพียงพอแล้วที่ร่างนี้จะไร้เทียมทานในระดับศักดิ์สิทธิ์” เย่เทียนพึมพำด้วยความมั่นใจ

        โบราณสถานของนิกายดาบนภาครามนั้นมีขนาดไม่เล็กนักอาณาเขตของมันกินพื้นที่ประมาณ 100 ลี้ มีอาคารที่สูงสง่ามากมายตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขา ทำให้ภูเขาลูกนี้ดูเหมือนกับว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเสาหลักค้ำจุนสวรรค์และโลก

        พรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนสามารถครอบคลุมรัศมี100,000 เมตรดังนั้นมันจึงเพียงพอที่จะครอบคลุมทั่วทั้งซากปรักหักพังของนิกายดาบนภาคราม

        ฟูม!!

        พรสวรรค์ในการคัดลอกปกคลุมทั่วทั้งภูเขาเย่เทียนค้นหาพรสวรรค์ด้านดาบ ทันใดนั้นพรสวรรค์ด้านดาบของระดับศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนจอประสาทตาของเย่เทียน

        [พรสวรรค์ด้านดาบระดับกลาง!]

        [พรสวรรค์ด้านดาบระดับสูง!]

        [พรสวรรค์ด้านดาบระดับเริ่มต้น!]

        [พรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงสุด!]

        พรสวรรค์ด้านดาบจำนวนมากทำให้เย่เทียนต้องตกตะลึงหากนักดาบเหล่านี้เป็นศิษย์ของหอสวรรค์ หอสวรรค์จะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหนกัน!

        น่าเสียดายที่นักดาบเหล่านี้ล้วนแต่มาจากขุมกำลังต่างๆเป็นไปไม่ได้ที่หอสวรรค์จะดึงดูดพวกเขาได้

        แม้ว่าเย่เทียนจะชักชวนคนเหล่านี้มันก็ไม่มีอะไรรับประกันความภักดีของพวกเขา

        “เจอแล้ว!”

        สีหน้าของพลันเย่เทียนเปลี่ยนไปเมื่อเห็นพรสวรรค์ของนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์

        [มนุษย์ : แบร์รีเคเบล

        พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับจันทรา

        พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับลึกลับ

        พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับลึกลับปลอม (60%)

        พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับลึกลับ ปลอม (70%)

        พรสวรรค์หลบซ่อนแสง : ระดับสูงสุด

        พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับดารา]

        ดูจากพรสวรรค์ของนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ด้วยพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับและพรสวรรค์ด้านดาบระดับดารา นี่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ระดับจักรพรรดิทั่วไปก็ไม่ใช่คู่มือของเขา

        ตัวตนเช่นเขาในวิหารเทพสงครามนั้นย่อมถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะชั้นยอดรองจากบุตรแห่งเทพสงครามอย่างแน่นอน

        เย่เทียนเดาว่าบุตรแห่งเทพสงครามจะต้องมีพรสวรรค์ด้านความเร็วและด้านการป้องกันระดับลึกลับอย่างแน่นอนความแข็งแกร่งของเขานั้น อีกฝ่ายน่าจะเหนือกว่านักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ และอีกอย่างชื่อเสียงของนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ยังด้อยกว่าบุตรแห่งเทพสงครามมาก

        โดยไม่รีรอ เย่เทียนรีบคัดลอกพรสวรรค์ดาบระดับดารามาทันที!

        เมื่อคัดลอกเสร็จสิ้นก็เท่ากับว่าเป้าหมายของเย่เทียนในการมาที่นี่นั้นสำเร็จแล้ว

        แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้จากไปทันทีมันไม่ง่ายเลยที่จะมาถึงที่นี่ได้ แล้วเขาจะจากไปง่ายๆ ได้อย่างไร?

        ตอนนี้เย่เทียนเขายังไม่มีทักษะดาบระดับเทพหากโบราณสถานนี้มีทักษะดาบระดับเทพอยู่ล่ะ?

        แม้ว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่ก็ยังมีหวังอยู่

        “ตำแหน่งที่นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้นมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆอยู่ไม่น้อย ที่นั่นน่าจะมีเหตุการณ์บางอย่าง เช่นนั้นเราก็มุ่งหน้าไปยังที่แห่งนั้นก่อน!”

        เย่เทียนบินออกไปในทันที

        หลังจากนั้นไม่นานเขาก็มาถึงลานกว้างขนาดใหญ่

        ด้านหลังของลานกว้างแห่งนี้เป็นวิหารสูงตระหง่านและภายในวิหารมีแผ่นศิลาขนาดใหญ่แผ่นหนึ่งตั้งอยู่ เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ต่างก็รวมตัวกันอยู่หน้าแผ่นศิลา

        เย่เทียนบินลงที่ลานกว้างเมื่อเขามาถึง ผู้ฝึกยกระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ก็มองมาที่เย่เทียนเพียงชั่วครู่ จากนั้นพวกเขาก็ละสายตาและหันมองไปยังแผ่นศิลาต่อ

        “ศิลาแผ่นนี้คืออะไร?”

        เย่เทียนหันไปถามผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างๆเขา

        ฝ่ายตรงข้ามจ้องมองเย่เทียนและก็คาดเดาได้ว่าเย่เทียนคงจะมาที่นี่เป็นครั้งแรกเขาจึงอธิบายออกมาว่า “นี่คือศิลาจารึกดาบนภาคราม กล่าวกันว่ามันมีความลับที่ซุกซ่อนอยู่มากมายแต่ไม่มีใครรู้ว่าความลับเหล่านั้นคืออะไรกันแน่ แต่ภายในกลับแฝงไว้ด้วยทักษะดาบ ตราบใดที่เพ่งสมาธิไปที่มันจิตใต้สำนึกของเราก็จะถูกนำเข้าสู่มิติศิลาดาบนภาคราม จากนั้นก็จะต้องผ่านบทโดยบททดสอบให้ได้โดยมันจะเป็นการเรียนรู้ทักษะดาบให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด จากนั้นก็จะได้เข้าสู่ด่านต่อไปเพื่อเรียนรู้ทักษะดาบที่ทรงพลังยิ่งขึ้นใครก็ตามที่สามารถเรียนรู้ทักษะดาบระดับเงินได้ภายในเวลาที่กำหนดก็จะมีสิทธิ์ที่จะเข้าไปในวิหารแห่งนั้นส่วนจะมีอะไรอยู่ในวิหารบ้าง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!”

        “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”

        เย่เทียนครุ่นคิดถึงบางอย่าง

        หลังจากสังเกตอยู่ครึ่งชั่วโมงเขาก็เห็นแสงสีขาวปกคลุมร่างของนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์

        ทันใดนั้นหลายคนก็อุทานออกมา“สวรรค์ นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ได้บรรลุทักษะดาบระดับเงินแล้ว เขาได้รับโอกาสในการเข้าไปในวิหารนภาคราม!”

        “นี่เป็นผู้ฝึกยุทธ์คนแรกที่มีสิทธิ์เข้าไปในวิหารนภาครามสมแล้วที่เป็นนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์จากวิหารเทพสงคราม พรสวรรค์ด้านดาบระดับดารานั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง!”

        “ใช้เวลาเพียง10 วันก็สามารถเข้าสู่วิหารนภาครามได้แล้ว ความเร็วเช่นนี้อยู่ในระดับแนวหน้าของพวกที่เข้าไปครั้งก่อนอีกเฮ้อ พวกเราคงไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้าไปด้านใน!”

        “ก็มันช่วยไม่ได้นี่นะถ้าไม่มีพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงก็คงไม่มีหวังแม้แต่นิดเดียว ด้วยพรสวรรค์ด้านดาบของพวกเราคงไม่มีทางที่จะสามารถเข้าใจทักษะดาบระดับเงินได้สำเร็จ!”

        “ฉันสงสัยจริงๆว่าจะมีสักกี่คนที่จะสามารถเข้าไปด้านในของวิหารนภาครามได้ แต่ฉันคิดว่าคงมีไม่เกิน5 คนหรอก!”

        “ห้าคน?ไม่แน่ว่าอาจจะมีแค่นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์เพียงคนเดียวก็ได้ แม้พรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงสุดจะไม่เลวนักแต่ถ้าโชคไม่ดีก็ยากที่จะเข้าใจทักษะดาบระดับเงินได้ภายในเวลาที่กำหนด ใครจะยอมใช้เวลาทั้งหมดไปกับเรื่องนี้กัน?แล้วถ้าล้มเหลว เราก็จะไม่ได้อะไรเลยนะ”

        “ใช่แล้ว โบราณสถานนิกายดาบนภาครามไม่ได้มีเพียงสถานที่แห่งนี้เท่านั้นแต่ยังมีวาสนาอื่นอีกมากมาย ผู้มีพรสวรรค์ด้านดาบระดับสูงสุดเหล่านั้นคงจะไม่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับศิลาดาบนภาครามหรอก”

        ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนเย่เทียนก็เดินเข้าใกล้แผ่นศิลาดาบนภาครามและจ้องมองไปยังแผ่นศิลา

        ฟูม!!!!

        กลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาดึงดูดความสนใจของเย่เทียนแต่เขาก็ไม่ได้จมดิ่งไปกับมันมากนัก เขายังคงจ้องมองแผ่นศิลาอย่างมีสติ

        และในวินาทีต่อมา

        จิตสำนึกของเย่เทียนก็มาถึงพื้นที่ภายในแผ่นศิลานภาคราม

        “ศิลานี้ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลมันน่าจะถูกสร้างขึ้นโดยระดับเทพ! ระดับจักรพรรดิไม่ความสามารถที่จะสร้างศิลาดาบนภาครามขึ้นมาได้!”เย่เทียนคาดเดา

        พรึบ!

        เนื้อหาของทักษะดาบระดับเหล็กดำปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทันใดนั้นน้ำเสียงที่เย็นชาราวกับเครื่องจักรก็ดังขึ้น “ฝึกฝนทักษะดาบระดับเหล็กดำให้ไปถึงขั้นต้นภายในระยะเวลา10 ชั่วโมง”

        มีเวลา 10 ชั่วโมงในการฝึกฝนทักษะดาบระดับเหล็กดำไปจนถึงขั้นต้น

        “ทักษะดาบวายุ!”

        เย่เทียนอ่านเนื้อหาของทักษะดาบระดับเหล็กดำและเริ่มทำความเข้าใจมันหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เข้าใจแก่นแท้ของทักษะดาบนี้

        ทันใดนั้นดาบก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

        เมื่อเหวี่ยงดาบออกไป สายลมสายหนึ่งก็พัดมากลายเป็นเส้นแสงดาบพุ่งออกไปข้างหน้า

        ทักษะดาบวายุขั้นต้น!

        ในขณะเดียวกัน

        เสียงอันเยือกเย็นก็ดังขึ้นอีกครั้ง“ทักษะดาบวายุเข้าสู่ขั้นต้น ในรอบต่อไปต้องฝึกฝนทักษะดาบระดับทองแดงให้เข้าสู่ขั้นต้นภายในระยะเวลา5 วัน”

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน