จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 59 แผนการร้าย


            ทุกคนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ พวกเขาอยากจะรู้ว่าการหลอมเม็ดยาจะสำเร็จหรือไม่ ผู้คนส่วนมากต้องการให้การหลอมเม็ดยาล้มเหลว ส่วนหลิวอี้เขาไม่ค่อยจะสนใจเป็นเพราะไม่ว่าจะหลอมสำเร็จหรือไม่สำเร็จเขาย่อมได้กำไรอยู่ดี


            เตาหลอมโอสถเปิดฝาออกเอง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าโอสถหลอมเสร็จแล้ว เย่เอ๋อหยิบเม็ดโอสถที่นางหลอมขึ้นมาจากเตา แสงสีทองแสบตาสาดส่องเข้าปะทะกับใบหน้าของทุกคน โอสถที่นางหลอมคือโอสถที่ช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บภายใน เป็นโอสถระดับพิภพขั้นสูง นางทำการหลอมทั้งหมดสิบเม็ด แต่นางกลับหลอมออกมาได้เพียงแค่เก้าเม็ดเท่านั้น


            กลุ่มนักหลอมโอสถแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น ภายในกลุ่มของนักหลอมโอสถไม่มีใครกล้าที่จะส่งเสียงออกมา แม้แต่หัวหน้านักหลอมโอสถยังเงียบ ตั้งแต่เขาเกิดมายังไม่เคยเห็นใครหลอมโอสถในสถานที่แบบนี้มาก่อน แถมนางยังหลอมสำเร็จอีกด้วยและเม็ดโอสถทุกเม็ดยังเป็นสีทองเกลือบจะทั้งหมดมีเพียงเม็ดเดียวที่เป็นสีเหลือง


            หลิวอี้หัวเราะเสียงดังพร้อมทั้งปรบมือ


            “เย่เอ๋อ เจ้าเก่งมาก ลำบากเจ้าแล้วกลับเข้ามาพักก่อน”


            เย่เอ๋อนางลงมาจากหลังคารถม้าและกำลังจะเข้าไปด้านใน


            “แม่นาง ท่านสนใจจะเข้าร่วมสำนักกับพวกข้าหรือไม่ ข้ารับลองได้ว่าหากท่านเจ้าสำนักเห็นความสามารถของท่าน ท่านจะถูกเขารับเป็นศิษย์แน่นอน”หัวหน้ากลุ่มนักหลอมโอสถพูดขึ้น


            “สำนักของท่านชื่อว่าอะไร”เย่เอ๋อพูดขึ้น


            “สำนักของพวกเรามีชื่อว่าสำนักหมื่นโอสถ สาขาทวีปลิ่ว”


            “ข้าไม่สนใจ”เย่เอ๋อพูดเสร็จนางเข้าไปภายในรถม้าทันที

            

            หัวหน้านักหลอมโอสถรู้สึกเสียดายอยู่บ้างแต่ไม่เป็นไร เขาจะต้องรีบกลับไปและรายงานเรื่องนี้ให้กับเบื้องบนทราบ ความจริงแล้วเขาอยากจะรู้ความลับของนางมากกว่า ส่วนที่เขาเสนอให้เข้าร่วมสำนักเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น


            “ข้าต้องขอขอบคุณ คุณชายจางหยวนที่ช่วยสนับสนุนหินกำเนิดปราณถึงสิบล้านก่อนให้กับข้าคนนี้ ข้าสัญญาว่าจะใช้หินกำเนิดปราณที่ท่านมอบให้ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ข้าขอตัวพักผ่อนก่อน”


            หลิวอี้พูดเสร็จเขาปิดม่านรถม้าทันที


            กลุ่มของนักหลอมโอสถรีบเร่งควบม้าจากไปเหลือเพียงกลุ่มของจางหยวน


            จางหยวนรู้ว่าเขาพ่ายแพ้แล้ว เขารู้สึกเจ็บหน้าอกเกือบจะกระอักเลือดออกมา เขาเสียทั้งหินกำเนิดปราณเสียทั้งหญิงงาม ตอนนี้ในตัวเขาเหลือหินกำเนิดปราณไม่ถึงร้อยก้อนด้วยซ้ำ เขาจำใจรีบเร่งควบม้าจากไป


            ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสายตาของหัวหน้าทหารคุ้มกันของขบวนพ่อค้าทั้งหมด เขาให้คนของเขาเร่งควบม้าไปยังด้านหน้าเพื่อแจ้งข่าวกับอีกกลุ่ม กลุ่มนี้มีด้วยกันสิบคน พวกเขาคือกลุ่มทหารคุ้มกันที่หลิวอี้จ้างมา


            “แจ้งข่าว พวกเราพบกลุ่มเป้าหมายแล้วขอรับและกำลังจะเดินทางมาถึง หัวหน้าให้พวกท่านซุ่มรอ”


            กลุ่มทหารคุ้มกันที่หลิวอี้จ้างมาทำการดักซุ่มอยู่ด้านหน้าห่างจากขบวนของพ่อค้าที่หลิวอี้ติดตามมาไม่ไกล


            ภายในรถม้าที่หลิวอี้นั่งมากับเย่เอ๋อ


            “เย่เอ๋อ เจ้าฝึกตำราควบคุมไฟที่ข้ามอบให้สำเร็จแล้วรึ"


            นางไม่ยอมตอบคำถามหลิวอี้นางยังคงนั่งหลับตาอยู่เหมือนเดิม


            “หากว่าเจ้าไม่ยอมพูดกับข้า ข้าจะทำการผสมสายเลือดกับเจ้าบนรถม้าคันนี้ตอนนี้เลย”


            หลิวอี้ขยับเข้าไปใกล้กับนางมือของเขากำลังจะถอดเสื้อผ้าของนางออก แต่ถูกนางจับเอาไว้เสียก่อน


            เย่เอ๋อลืมตาขึ้นมาจากนั้นนางจับมือของหลิวอี้เอาไว้


            “ท่านช่างเป็นบุรุษที่เลวทรามยิ่งนัก แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบข้าท่านก็ไม่เว้น”


            “เป็นเจ้าที่ไม่ยอมตอบคำถามของข้า”


            “ท่านเป็นคนเขียนตำราเล่มนี้ขึ้นมา ท่านน่าจะมองออกว่าข้าฝึกสำเร็จหรือไม่”


            “ข้าอยากจะได้ยินจากปากของเจ้าและอยากจะรู้ว่าเจ้าทำได้ยังไง”


            “มันก็ไม่ได้ยาก”

            

            หลิวอี้แทบจะหงายหลังกับคำตอบของนาง เขาใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าที่จะเข้าใจเเละฝึกฝนตำราเล่มนี้จนสำเร็จ แต่นางฝึกเพียงแค่เดือนเดียวกับฝึกฝนจนสำเร็จ เขารู้สึกท้อยิ่งนัก


            ตอนนี้เย่เอ๋อนางฝึกตำราควบคุมไฟจนสำเร็จแล้ว ขั้นต่อไปนางจะต้องหลอกล่อเอาตำราการหลอมโอสถมาจากเขาให้ได้


            หลิวอี้กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่าง อยู่ๆเย่เอ๋อนางก็ขยับเข้ามาใกล้เขาจากนั้นนางก็กอดหลิวอี้เอาไว้


            “หลายวันนี้ท่านเหนื่อยมากแล้ว แถมช่วงนี้อากาศเริ่มที่จะหนาวเย็น ข้าจะเป็นผ้าห่มให้ท่าน กอดท่านเอาไว้ ช่วยให้ร่างกายของท่านอบอุ่นมากขึ้น”


            หลิวอี้ทำตัวไม่ถูก อยู่ๆนางก็เปลี่ยนไป ตอนแรกยังเย็นชากับเขา แต่ตอนนี้กับกลายเป็นว่านางกลายเป็นผู้หญิงที่อบอุ่นขึ้นมา เพราะตอนนี้นางกอดเขาเอาไว้แน่น


            ทั้งสองคนกอดกันไปได้สักพักเย่เอ๋อนางพูดขึ้นมา


            “ตอนนี้ข้าเรียนตำราควบคุมไฟสำเร็จแล้ว แต่ข้ายังไม่มีตำราในการหลอมโอสถขั้นถัดไป ไม่ทราบว่าท่านมีหรือไม่ หากว่าท่านมีโปรดช่วยมอบมันให้กับข้าด้วยเจ้าค่ะ”เย่เอ๋อพูดเสียงอ่อนเสียงหวานที่ข้างหูหลิวอี้


            หลิวอี้ได้ยินคำพูดของนางเขาจึงได้รู้ที่นางทำตัวน่ารักกับเขาเป็นเพราะว่านางต้องการบางอย่างตอบแทน แต่มีหรือที่หลิวอี้จะยอมนางง่ายๆ


            “หากว่าเจ้าต้องการตำราหลอมโอสถข้าพอจะมีอยู่บ้าง หากว่าเจ้าทำตัวดีๆ เชื่อฟังคำพูดของข้า ข้าจะมอบมันให้กับเจ้าแน่นอน”


            เย่เอ๋อนางผละออกจากอ้อมกอดหลิวอี้ จากนั้นนางเริ่มจูบไปทั่วใบหน้าของเขา ทั้งแก้ม หน้าผาก ริมฝีปาก จากนั้นนางเริ่มบีบนวดให้กับเขา นางให้หลิวอี้นอนลงบนตักจากนั้นนางเริ่มนวดให้กับเขา ในระหว่างนั้นนางยังก้มหน้าลงไปจูบกับเขาอีกด้วย บางครั้งนางถึงกับใจกล้า เอาหน้าอกมาถูไปที่ใบหน้าของหลิวอี้