Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 115

    นทียังจำได้เรื่องที่เกิดขึ้นในไทม์ไลน์เดิมตรงนี้ หญิงสาวที่ชื่อว่าแอ้มเธอจะต้องขายรถให้กับเขาเมื่อครั้งก่อน และจะมีพวกพนักงานนินทาเขาเหมือนครั้งนั้น นทีที่พอรู้สันดานของคนกลุ่มนั้นเขาก็เลือกที่จะไม่ใช้บริการของคนกลุ่มนี้ และเรียกหาคนที่เขาต้องการจะซื้อด้วยอย่างแอ้มทันที ในขณะเดียวกันนั้นเอง “คุณแอ้มคุณทำงานกับเรามาก็เกือบจะ 15 วันมาแล้ว แต่คุณยังขายรถออกไม่ได้เลยสักคันเดียว ผมที่เป็นทั้งผู้จัดการแผนกการขายของเรา และทั้งยังเป็นคนที่ประเมินคุณด้วยก็ต้องจำใจให้คุณออกจากงาน เพราะเราไม่อยากเลี้ยงคนที่ไม่มีความสามารถแบบคุณ คอยกินเงินเดือนของบริษัทอีกต่อไป...” ผู้จัดการกล่าวพร้อมกับทำหน้าเคร่งขรึม“ได้โปรดเถอะค่ะผู้จัดการ แอ้มจะทำให้ดีกว่านี้ ได้โปรดให้โอกาสแอ้มอีกสัก 15 วันเถอะค่ะ..” แอ้มที่ได้ยินก็แทบจะทรุดตัวลงกับพื้นในทันทีที่ได้ยิน งานสมัยนี้มันก็ไม่ได้หากันง่ายๆ แต่งานที่หาได้มันกลับทำยากมากเสียอย่างนั้น  เธอพยายามขายให้กับทั้งลูกค้าที่มาหาร้าน แต่บางครั้งก็ถูกพวกรุ่นพี่ตัดหน้าไปหลังจากที่ลูกค้าคนเดิมนั้นกลับมา และตัดสินใจที่จะซื้อมัน เพื่อนของเธอเธอก็แนะนำ แต่เพื่อนๆเองก็ยังไม่พร้อมที่จะซื้อเลยแม้แต่คันเดียว มันอาจจะเป็นเพราะว่าอายุเธอยังน้อยกันอยู่ ยังอยู่ในช่วงเก็บเงินเก็บทอง“ได้มันก็ได้อยู่หรอกนะ แต่ถ้าเธอขายมันไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะได้เงินเดือนเลย แต่ถ้าออกตอนนี้ยังได้รับเงินเดือนครึ่งหนึ่งอยู่ ว่าอย่างไรล่ะอยากจะลองเสี่ยงดูสักหน่อยไหม..” ผู้จัดการเองก็อยากจะช่วยเธอคนนี้เหมือนกัน ซึ่งตามกฎของบริษัทมันก็เป็นอย่างนั้น ที่เขาพอจะช่วยได้ก็มีแต่เท่านี้นั่นแหละ แอ้มคิดมันอย่างลังเล เธอจะเลือกทางไหนเธอก็ต้องรับมันให้ไหว แต่จู่ๆประตูห้องก็ถูกเคาะ และเปิดออกมาอย่างกะทันหัน“มีอะไรครับเลขาฟ้า.. ผมกำลังคุยธุระสำคัญกับคุณแอ้มอยู่..” ผู้จัดการกล่าวถามออกไป“ผู้จัดการคะ พอดีมีลูกค้าสองท่านต้องการให้คุณแอ้มเธอไปบริการแนะนำสินค้าค่ะ .. ฉันว่าคุณมานพจะต้องตกใจมากเลยล่ะค่ะที่รู้ว่าใครมา... ลูกค้าท่านนั้นเป็นลูกสาวของสส.ทรงพลค่ะ..” เลขาฟ้ากล่าวออกมา มันเล่นทำให้มานพที่เป็นผู้จัดการตาแทบจะถลนออกมา“ว่าไงนะ.. ลูกสาวของท่านทรงพลอย่างนั้นเหรอ ฉันต้องออกไปต้อนรับเธอด้วยตัวเองเสียแล้ว” ใครบ้างจะไม่รู้จักสส.ผู้มีอิทธิพลคนนี้ อย่างข่าวล่าสุดที่เขาได้ยินมา สส.ท่านถึงกับนั่งเฮลิคอปเตอร์มาหาลูกสาวด้วยตัวเอง ในขณะที่มีเรื่องกับพวกนักเลงที่ร้านหมูกระทะ และถ้าเขาบริการไม่ดีแล้วทำให้เธอคนนี้ไม่พอใจในบริการ งานของเขาอาจจะเด้งออกมาเมื่อไหร่ก็ได้“เออ คือ.. พวกเขาต้องการพบแค่คุณแอ้มเธอน่ะค่ะผู้จัดการ..” ฟ้าเลขาคนสวยกล่าวออกมาอย่างลำบากใจ มานพที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปมองแอ้มอย่างคิดพินิจคำนึง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาเสียงดังว่า“ก็ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือไงคุณแอ้ม .. รีบไปบริการเร็วเข้าซิ นั่นลูกสาวของคุณทรงพลเชียวนะ ถ้าบริการไม่ดี ไม่ใช่แค่คุณ แต่เป็นผมด้วยที่จะได้ตกงานกันทั้งแผนก..” จากนั้นแอ้มกล่าวออกมารับคำ เธอยังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนระดับนั้นถึงได้มาช่วยเธอเอาไว้ในตอนนี้กัน ไม่รอช้าทั้งเธอ และทั้งผู้จัดการก็ต้องออกมาต้อนรับนที และพิมพ์ในทันที“สวัสดีครับคุณลูกค้าทั้งสองท่าน ผมชื่อมานพเป็นผู้จัดการแผนกงานขาย ส่วนนี่พนักงานที่คุณลูกค้าเรียกหาครับ ถ้ามีอะไรที่ต้องการเพิ่มเติมกรุณาบอกกับกระผมได้เลยนะครับ..” มานพมาแนะนำตัวเองเล็กน้อยก่อนจะสะกิดให้กับแอ้มทำหน้าที่ของตัวเองต่อ แน่นอนว่าแอ้มก็เกร็งๆเล็กน้อย เธอไม่รู้จะทำตัวอย่างไร จนนทีเห็นอาการของเธอ เขาจึงตัดสินใจพูดกล่าวออกมา“ไม่ต้องเกร็งไปครับคุณแอ้ม ผมเป็นเพื่อนกับต้า พอดีผมกำลังหารถยนต์ใช้งานอยู่น่ะครับ แล้วเจ้าต้ามันก็แนะนำมา.. อ่อจริงซิครับ ผมชื่อว่านทีนะครับ แล้วอย่าไปบอกต้ามันล่ะครับว่าผมมาซื้อตามคำแนะนำของมัน ไม่อย่างนั้นผมคงจะเขินๆแย่เลยที่มาตามคำขอของมัน..จริงๆมันก็ห้ามบอกเหมือนกันว่ามันขอผมมาช่วย คุณแอ้มช่วยปิดเป็นความลับด้วยนะครับ”นทีกันเอาไว้ก่อน เพราะเขารู้ว่าแอ้มจะไม่พูดออกไปกับคนนั้นอย่างแน่นอน จริงๆนทีไม่ได้รู้จักคนที่ชื่อต้าอะไรนั่นเลย เขารู้เพียงแค่เป็นคนที่พยายามอยากจะจีบแอ้มเพียงเท่านั้น แต่เพราะเหตุการณ์อะไรบางอย่างทำให้ทั้งสองยังไม่ได้คบกัน ปัจจัยหลักก็คงจะเป็นเรื่องเงินๆทองๆ พิมพ์เองก็งงเหมือนกันว่าคนที่ชื่อต้านี่เป็นใคร แต่เธอคิดได้เพียงแค่ว่าอาจจะเป็นเพื่อนสมัยมัธยมล่ะมั้ง จึงเลิกสนใจไป“ต้าเหรอคะ.. ยินดีมากค่ะ.. งั้นก่อนอื่นไม่ทราบว่าลูกค้าต้องการรถแบบไหน มีรุ่นไหน ยี่ห้อไหนในใจบ้างหรือยังคะ แอ้มจะได้แนะนำให้ได้ถูกต้อง..” แอ้มเอ่ยขึ้นก่อนที่นทีจะบอกความต้องการของตัวเองไป มันก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่ในการอธิบาย และลองนั่งที่เบาะดูหลายคัน เพราะโชว์รูมนี้ไม่ได้มีแค่รถยี่ห้อเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายยี่ห้อให้เลือกสรรอีกด้วย ในขณะเดียวกันผู้จัดการก็แอบมองๆดูจากระยะไกล พวกเขาสังเกตชายหนุ่มที่มาพร้อมกับลูกสาวของท่านทรงพลว่าเป็นใคร พอจะมีชื่อเสียงบ้างหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆเลย แต่ท่าทางไม่ต่างอะไรกับคู่รักเลย ไม่นานหลังจากนั้นนทีก็ตัดสินใจซื้อรถกระบะยี่ห้อดังอย่างโตยาตา ถึง 2 คัน เขาอยากจะให้ใช้ไว้สำหรับฟาร์มที่กำลังจะเกิดขึ้น 1 คัน ส่วนอีกคันเอาไว้ให้กับต้นที่จะมาเป็นผู้จัดการให้กับเขา นอกจากนี้ยังถอยโตยาตา รถเก๋งรุ่นอันติ ออกมาให้เป็นรถประจำตำแหน่งกับเฟิร์นเอาไว้ใช้งานอีกด้วย ส่วนรถของเขาพิมพ์เป็นคนเลือกให้ มันเป็นรถเก๋งยี่ห้อ BMN รถทรงสปอร์ตชื่อดังที่คันนี้มีมูลค่ามากถึง 3 ล้านบาท ยอดรวมเบ็ดเสร็จจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 ล้านบาท  แน่นอนว่ามันรวมถึงค่าขนส่งไปที่บ้านของเฟิร์นอีกนิดหน่อย นทีจ่ายมันออกไปอย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะพวกมันล้วนแต่เป็นของที่จำเป็นทั้งนั้น จากนั้นนทีก็จากไปพร้อมกับขับรถคันใหม่ออกไปอย่างชิวๆ“เยี่ยมมากเลยคุณแอ้ม.. ไม่คิดเลยว่าคุณจะหาลูกค้าที่เยี่ยมยอดอย่างนี้ได้ โบนัสเธอน่าจะได้เยอะเชียวล่ะ 5 เปอร์เซ็นต์เชียวนะ 5 เปอร์เซ็นต์” ผู้จัดการมานพกล่าวออกมาในขณะที่มองลูกค้าที่เสียเงินเท่านี้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขาภาคภูมิใจในตัวลูกน้องคนนี้มากก่อนที่เขาจะกล่าวต่อ“ที่เราคุยกันเมื่อกี้คิดซะว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน .. พยายามต่อไปล่ะ” จากนั้นมานพก็เดินหันหลังไปทำงานของเขาต่อไป แอ้มก็ตอบกลับในทันที ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก เงินเดือน 5000 บาทบวกกับโบนัสจากการขาย 2 แสน 7 หมื่น 5 พันบาทนับว่ามันสูงมากเลยทีเดียว เธอยิ้มออกมาท่ามกลางตัวอิจฉาตามเดิม“ขอบคุณนะคะต้า.. คุณทำให้ชีวิตฉันดีขึ้นมากจริงๆ..” เธอว่าจะลองเปิดใจให้กับชายหนุ่มต้า แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเลยสักกะอย่างเดียว มันคงเป็นพรหมลิขิตที่ถูกสิ่งที่เรียกว่า ‘อดีตเทพ’ สร้างขึ้นมาให้อย่างแน่นอน“เออ เกือบลืมไปเลย.. แอ้มเธอตามไปส่งรถให้กับลูกค้าด้วย แล้วก็อย่าลืมเรื่องบัตรส่วนลดกับคูปองเติมน้ำมันแถมให้เขาไปด้วยละกัน..” มานพกล่าวออกมาให้แอ้มไปส่งรถด้วยตัวเองก่อนที่จะกลับบ้านในตอนเย็น ซึ่งเธอก็รับหน้าที่นี้ทันทีที่ได้ยิน... 

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน