ยามเช้าวันเสาร์ของเซร่า ปกติเธอมักไม่รีบตื่นนอน บางครั้งนอนกลิ้งตัวเล่นจนเกือบสายจึงจะลงไปด้านล่าง
หากแต่วันนี้หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมายามเช้าเหมือนเฉกเช่นทุกวันที่ต้องไปโรงเรียน เธอก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อจะได้พบกับเหมันต์นอกเหนือจากภายในโรงเรียน
เซร่ารีบแต่งตัว แล้วค่อยๆ เดินลงมาจาก้า เนื่องจากขาของเธอยังไม่หายเจ็บดีนัก ถึงแม้จะสามารถเดินได้เกือบเป็ปกติแล้วก็ตาม
“อ้าว ตื่นแล้วรึคะ คุณหนู”
“ทำไมคะ? มีอะไรติดที่หน้าของหนูเหรอ?”
เซร่าขมวดคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะถามพ่อกับแม่ของเธอ และค่อยๆ เดินไปนั่งยังโต๊ะรับประทานอาหาร
“ไม่สบายรึเปล่าลูก?”
“หรือว่ากินยาผิดขวด หืม?”
“คุณพ่ออะ” เซร่าหน้าง้ำ ก่อนจะค้อนใส่พ่อของเธออย่างงอนๆ
ทุกคนพากันหัวเราะออกมา ป้าแมรี่นำจานที่มีออมเล็ตมาวางตรงหน้าของเซร่า (อาหารเช้าที่ทำจากไข่ และทอดด้วยเนย พร้อมกับใส่มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ ก่อนจะห่อให้เป็รูปทรงที่สวยงาม)
“ฮื้อ...หอมจังเลย”
“ฮึฮึ” ทุกคนพากันหัวเราะด้วยความเอ็นดู
“หนูตื่นเช้าบ้าง...ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยนี่คะ”
“จ้า แม่หนูน้อย ทุกทีแม่เห็นลูกตื่นเกือบเที่ยง”
“ก็แหม....” เซร่าก้มหน้าตอบงุบงิบ ก่อนจะเสหยิบส้อมขึ้นมาเขี่ยออมเล็ตในจานแก้เขิน
“จริงสิ วันนี้แองเจลโล่จะมาดูสถานที่สำหรับทำเรือนกระจกให้ คุณรู้แล้วใช่มั้ย?” ท่านทูตหันไปบอกภรรยาของเขา
“ค่ะ... คุณบอกฉันแล้วั้แ่หลายวันก่อนน่ะค่ะ”
มิเชลยิ้มให้กับสามีอย่างล้อเลียน เพราะเขาเป็ประเภทมักจะเตือนซ้ำบ่อยครั้ง เนื่องจากอยากให้แขกทุกคนที่มาเยือนสถานทูตแห่งนี้ กลับไปพร้อมกับความพึงพอใจในการต้อนรับ
“ฉันบอกให้แมรี่ช่วยจัดเตรียมเื่อาหารว่าง และอาหารกลางวันให้เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ”
“อาหารกลางวัน ฉันสั่งอาหารพื้นเมืองสุดอร่อยที่ปรุงจากของสดจากทะเลของแคว้นนอร์ดปาร์ เช่น พวกหอยแมลงภู่อบกับมันฝรั่งทอด ซุปปลากับไก่แกล้มเบียร์สดรสเลิศ รับรองว่าเป็เมนูเด็ด แบบลืมไม่ลงเลยล่ะค่ะ”
ภรรยาของท่านทูตมีดีกรีปริญญาเอกด้านการโรงแรม จึงถนัดในการรับรองแขกเป็อย่างยิ่ง
“คุณผู้หญิงลืม ไซเดอร์ ไวน์แอปเปิ้ลหอมหวาน ที่เป็ไวน์ขึ้นชื่อของแคว้นเราได้ยังไงกันคะ”
“รับรองคุณแองเจลโล่จะไม่ทานไวน์แคว้นอีกเลยล่ะค่ะค่ะ”
แมรี่เดินมาเสิร์ฟน้ำส้มคั้นให้กับคุณหนูของเธอ พร้อมกับเตือนมิเชลเื่ไวน์ซึ่งเป็ส่วนสำคัญสำหรับการรับประทานอาหารร่วมกันของผู้ชาย
ท่านทูตหัวเราะด้วยความพอใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่มิเชลเตรียมการเอาไว้เป็อย่างดี
เขารู้สึกภูมิใจเป็อย่างมากที่ได้มิเชลเป็ภรรยา เพราะไม่ว่าแขกจะมาจากประเทศใด มิเชลสามารถเตรียมการรับรองที่ทำให้แขกทุกคนกลับไปด้วยความพึงพอใจทั้งนั้น
แม้เซร่าจะนั่งทานออมเล็ตอย่างเงียบๆ แต่หูของเธอก็ตั้งใจฟังสิ่งที่ท่านทูตและแม่ของเธอพูดคุยกัน ภายในใจของเซร่ากำลังคิดถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขาบอกกับเธอว่าจะมาหาที่บ้านวันนี้
หญิงสาวรู้สึกหนักใจว่า จะแนะนำให้พ่อกับแม่ของเธอรู้จักได้อย่างไร รวมไปถึงการแนะนำให้ลุงแองเจลโล่รู้จัก
ทุกคนจะแปลกใจมั้ยนะ
ถ้าเราแนะนำคุณเหมันต์ให้ทุกคนรู้จัก...
“นายท่านครับ”
เสียงพ่อบ้านประจำสถานทูตเรียกขัดจังหวะการสนทนาของทุกคน ขณะที่กำลังสนทนาหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ
“มีอะไรรึ? ทานากะ” ท่านทูตหันไปถามพ่อบ้านทานากะ พ่อบ้านที่เขาพาติดตามมาจากประเทศญี่ปุ่นด้วย
“มีชายหนุ่มคนนึง มาขอพบคุณหนูเซร่าครับ”
พ่อบ้านทานากะตอบอย่างนอบน้อม พร้อมกับเซร่าที่หันขวับมาจ้องมองพ่อบ้านตาโต
“เอ๊ะ? ใครกัน?”
ท่านทูตขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะหากเป็ฮิเดกิ พ่อบ้านคงจำได้ แต่นี่คงไม่ใช่...
“เดี๋ยวหนูออกไปรับเองค่ะ”
เซร่ารีบวางแก้วน้ำส้มลงทันที พร้อมกับยันตัวเพื่อลุกขึ้นจะเดินออกไป
“เซร่า” ท่านทูตเรียกหญิงสาวเสียงเข้ม
“แหะๆ ไม่ไปก็ได้ค่ะ”
หญิงสาวชะงัก ตีหน้าเจื่อน และค่อยๆ นั่งลงกับโต๊ะด้วยสีหน้าจ๋อยๆ
ท่านทูตมิยาเกะขึ้นชื่อว่า หวงลูกสาวเป็ที่สุด
หากเป็เพื่อนหญิงหรือฮิเดกิ พ่อของเซร่าจะไม่ค่อยเข้มงวดมากนัก
แต่นี่แขกคนนี้เป็ใครที่ไม่รู้จัก ท่านทูตจึงต้องระวังเป็พิเศษ
“เชิญเขาไปที่ห้องรับแขก” ท่านทูตบอก ก่อนจะมองเซร่าด้วยสายตาเฉียบคม
“ครับ นายท่าน” พ่อบ้านวัยกลางคนโค้งทำความเคารพ และเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีนอบน้อม
ท่านทูตลุกขึ้นจากโต๊ะรับประทานอาหารไปยังห้องรับแขก โดยมีมิเชลและเซร่าลุกและเดินตามออกไปด้วย
เซร่ามีอาการกระสับกระส่ายใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอกลัวว่าพ่อของเธอจะไม่ชอบ จนอาจจะรุนแรงถึงขั้นไล่คนที่มาให้กลับไป
ซักครู่พ่อบ้านประจำสถานทูตก็เดินนำชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวคนหนึ่งเดินเข้ามายังห้องรับแขก
สีหน้าของชายหนุ่มภายใต้แว่นกรอบเงิน สงบนิ่งไม่มีอาการประหม่า
ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าท่านทูตจ้องมองเขา ั้แ่เดินเข้ามาจนกระทั่งมาถึงห้องรับแขก
ส่วนเซร่าที่นั่งมองเขา มีสีหน้าเกรงกลัวจนรู้สึกได้
ชายหนุ่มจึงพอประเมินสถานการณ์ได้ว่า ท่านทูตคงเป็คุณพ่อที่ค่อนข้างหวงลูกสาวอย่างแน่นอน
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มโค้งหัวและกล่าวทักทายกับท่านทูตอย่างสุภาพ เซร่าได้แต่กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก
“สวัสดี นั่งก่อนสิ” ท่านทูตกล่าวทักทายกลับสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมกับเชิญให้ชายหนุ่มนั่งลงตรงข้ามเขา
ชายหนุ่มโค้งหัวขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงตรงด้านตรงข้ามของท่านทูต โดยมีเซร่านั่งสงบเสงี่ยมอยู่โซฟาข้างขวา
“เธอมีธุระอะไรกับลูกสาวของฉันรึ?”
ท่านทูตถามเขาตามตรงไม่อ้อมค้อมทันที แม้ว่าเขาจะรู้สึกเคยเห็นชายหนุ่มที่ไหนมาก่อนก็ตาม
“ผมชื่อเหมันต์ครับ และเป็เพื่อนที่โรงเรียนของมิยาเกะซังครับ” ชายหนุ่มตรงหน้าแนะนำอย่างสุภาพเสียงดังฟังชัด
“ที่ผมมาวันนี้ เพราะผมเคยปรึกษาเื่เรียนต่อด้านออกแบบภายในกับมิยาเกะซังไว้ และเห็นเธอบอกว่าวันนี้ลุงของเธอจะมาหาที่สถานทูต ผมอยากได้รับคำแนะนำจากคุณลุงของเธอ ผมก็เลยมาที่นี่ล่ะครับ”
เหมันต์อธิบายถึงสาเหตุที่เขามาอย่างสั้นๆ และได้ใจความ ทำให้ท่านทูตทึ่งในตัวชายหนุ่มมากยิ่งนัก
เซร่าแอบตาโตเหลือบมองเหมันต์ด้วยสีหน้าทึ่งๆ ไม่แพ้กัน
ครั้งหนึ่งเธอเคยพาเพื่อนของเธอมาที่สถานทูตแห่งนี้ ทุกคนเจอพ่อของเธอวางมาดเข้มใส่ ทำให้แต่ละคนรู้สึกประหม่ากลัวพูดจาตะกุกตะกักต่อหน้าพ่อของเธอทั้งสิ้น
เหมันต์คงเป็คนแรก (ถ้าไม่นับรวมฮิเดกิ) ที่สามารถพูดตอบคำถามของพ่อเธอได้อย่างใจเย็นเช่นนี้
“เธอสนใจที่จะเรียนต่อด้านออกแบบภายในอย่างนั้นหรือ? แต่ลักษณะท่าทางแบบเธอ น่าจะเป็พวกที่สนใจอยากทำธุรกิจมากกว่า”
ท่านทูตผ่านการพบเจอผู้คนมามากมาย ดังนั้นท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เขารู้ว่าคนที่จะสนใจเื่ออกแบบภายใน ไม่น่าจะมีบุคลิกแบบชายหนุ่มตรงหน้าเขาได้เลย
สีหน้าของเหมันต์เปลี่ยนไปเพียงครู่เดียว และสามารถปรับสีหน้าให้เป็ปกติได้ทันที
เซร่ารู้สึกว่า หากเป็คนอื่นคงจะโกรธพ่อของเธอเป็แน่ เพราะการพูดเช่นนั้น เป็การดูถูกอย่างหนึ่งนี่เอง
“ผมรักและสนใจด้านการออกแบบภายในมานานแล้ว เพียงแต่สถานการณ์ของที่บ้านมีเหตุที่ทำให้ผมต้องเรียนรู้ด้านธุรกิจ แต่เื่การเรียนต่อ เป็สิ่งที่สำคัญใน่นี้ของผม ดังนั้นผมจึงตัดสินใจว่า จะเลือกเรียนในสิ่งที่ผมรักและสนใจย่อมเป็การดีกว่าที่จะเรียนในสิ่งที่ไม่ได้ชอบน่ะครับ”
เหมันต์ตอบกลับได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ท่านทูตอมยิ้ม พร้อมกับความคิดนิยมชมชอบภายในใจที่เพิ่มขึ้น
“เยี่ยม ตอบได้ดีมาก น้อยคนนักที่จะคิดได้แบบเธอ”
“ส่วนมากฉันเห็นเด็กหนุ่มหลายคนแล้วที่เลือกเรียนตามที่ทางบ้านกำหนด แล้วก็ต้องมาทนทุกข์กับการทำงานที่ตัวเองไม่ได้สนใจน่ะ”
ท่านทูตหัวเราะออกมาอย่างพอใจกับคำตอบของเหมันต์
หญิงสาวตาโต แอบยกนิ้วโป้งให้ชายหนุ่มด้วยความทึ่ง
อื้อหือ....
คุณเหมันต์นี่สมกับเป็ประธานนักเรียนจริงๆ แฮะ...
วางตัวได้น่าประทับใจ
แถมทำให้พ่อของเราชมออกมาได้
ช่างไม่ธรรมดาเลย...
ท่านทูตพูดคุยกับเหมันต์ต่อไปเล็กน้อย จึงจำได้ว่าชายหนุ่มเป็คนที่มาส่งเซร่าพร้อมกับฮิเดกิเมื่อวันที่เซร่าเจ็บที่ข้อเท้า เนื่องจากวันนั้นค่อนข้างมืดแล้ว ทำให้เห็นหน้าชายหนุ่มไม่ถนัด
“นายท่านครับ คุณแองเจลโล่มาถึงแล้วครับ”
“อ้อ เชิญเข้ามาเลยสิ”
“ครับ นายท่าน”
“ว่าไงแองเจลโล่ โอ้โห รีส เธอยังสวยไม่สร่างเลยนะ”
ท่านทูตทักทายลุงแองเจลโล่ ที่มาพร้อมกับป้ารีส (ภรรยาของลุงแองเจลโล่) ด้วยท่าทางยินดี
“คุณเหมคะ เยี่ยมมากเลยค่ะ” เซร่ากระซิบเสียงเบา ขณะที่พ่อของเธอกำลังยุ่งอยู่กับการทักทายแขกที่เพิ่งมาถึง
“ไม่หรอกน่ะ” เหมันต์เสยผมที่ปรกหน้าเล็กน้อย
“จริงๆ แล้ว ฉันประหม่าแทบแย่แน่ะ”
“คุณเนี่ยนะ!” เซร่าตาโต ไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกสักนิด
“เซร่า เหมันต์ มารู้จักแองเจลโล่สิ” ท่านทูตเรียกทั้งคู่ ก่อนจะแนะนำเหมันต์ให้รู้จักกับลุงแองเจลโล่
จากนั้นท่านทูตได้เดินนำแขกทั้งหมดไปยังด้านหลังของสถานทูต เพื่อไปดูสถานที่ที่จะใช้ในการสร้างเรือนกระจก
“ท่านทูตครับ ผมขอเป็คนประคองมิยาเกะซังนะครับ” ชายหนุ่มขออนุญาตท่านทูต พร้อมกับตั้งแขนของเขาเป็แนวตั้งฉากกับลำตัว และยื่นออกไปให้เซร่าเกาะแขน
เซร่ายืนลังเลเล็กน้อย และปรายตาไปมองยังพ่อของเธอ ท่านทูตพยักหน้าเป็เชิงอนุญาต
เธอจึงขอบคุณเหมันต์เบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับแขนของชายหนุ่ม และเดินไปด้านหลังของสถานทูตพร้อมกัน
สถานที่บริเวณกว้างขวางด้านหลัง ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ เพราะท่านทูตตั้งใจจะให้สร้างเรือนกระจก สำหรับการดูแล รวมถึงเพาะพันธุ์ดอกไม้ เช่น ดอกทิวลิป ดอกเจอราเนียม ดอกนาซิสซัส เป็ต้น
เซร่าได้แต่นั่งรอบนเก้าอี้หินอ่อนที่จัดตั้งไว้ 1 ชุด สายตาของเธอไล่มองดูพ่อของเธอ ลุงแองเจลโล่ และเหมันต์ที่ยืนคุยกันท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มจะร้อนขึ้น
เซร่านั่งมองเหมันต์ พร้อมกับครุ่นคิดถึงความแตกต่างของเหมันต์และคิมหันต์
เหตุการณ์เมื่อครู่ หากเป็คิมหันต์ เขาคงโมโหพ่อของเธอที่พูดจาดูถูก และอาจส่งผลให้เป็เื่ขึ้นมาได้ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเห็นความแตกต่างของเหมันต์และคิมหันต์ที่ไม่น่าจะเป็พี่น้องกันได้เลย
หญิงสาวต้องหยุดความคิดทั้งหมดลง เมื่อพ่อของเธอ ลุงแองเจลโล่ และเหมันต์เดินกลับมานั่งยังโต๊ะที่เธอนั่งอยู่
ทั้งหมดพูดคุยเกี่ยวกับด้านการออกแบบภายใน แม้เซร่าจะฟังไม่ค่อยรู้เื่เท่าไหร่ แต่เธอก็พอจะดูออกว่าเหมันต์นั้นสนใจฟังในสิ่งที่ลุงของเธอพูดตลอดเวลา
การให้คำแนะนำของลุงแองเจลโล่เปรียบเสมือนเพชรอย่างดีที่เหมันต์ไม่เคยเจอมาก่อน
บ้านของเขามีแต่การบังคับให้เรียนรู้เื่ธุรกิจส่งออกไวน์ และเป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอยู่ตลอดเวลาที่ไม่สามารถจะทำในสิ่งที่ตัวเองรักและสนใจได้
“หนุ่มๆ คะ ถึงเวลาทานอาหารเที่ยงแล้วค่ะ”
มิเชลและป้ารีสเดินออกมาตาม เมื่อเห็นทั้งหมดยังไม่เข้าไปด้านใน
“อ้าว เที่ยงแล้วรึ”
“นายโม้เพลินนี่” ท่านทูตมิยาเกะแซวแองเจลโล่ยิ้มๆ
“นานๆ ทีมีคนฟังเื่ที่ฉันพูดนี่นา” หนวดของลุงแองเจลโล่เชิดขึ้นตามริมฝีปากแย้มยิ้ม
“เฮ้ นายต้องบอกว่า นานๆ ทีมีคนฟังเื่ที่นายพูดรู้เื่มากกว่านะ” ท่านทูตมิยาเกะหัวเราะ ก่อนจะตบบ่าของเหมันต์
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
“มัวแต่คุยกัน ระวังไม่มีอาหารเที่ยงให้ทานนะคะ”
เซร่าส่งเสียงใสล้อเลียน ก่อนจะเดินตามแม่และป้าของเธอเข้าไปด้วยท่าทางร่าเริง
ท่านทูตเชิญให้ทุกคนร่วมกันรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องรับประทานอาหาร
ระหว่างมื้อกลางวัน พวกผู้ชายยังคงคุยกันเื่การออกแบบเรือนกระจกอย่างมีอรรถรส