เสียงพัดลมตั้งพื้นเบอร์สามครางฮือๆ แข่งกับเสียงเคาะแป้นพิมพ์ที่ดังรัวเร็วภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง แสงแดด่บ่ายสองของประเทศไทยช่างร้อนระอุ แม้ว่าผมจะเปิดหน้าต่างระบายอากาศไว้แล้ว แต่เหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็ยังซึมออกมาตามไรผมและแผ่นหลังจนเสื้อยืดที่สวมอยู่เริ่มเปียกชื้นแนบเนื้อ
ผมชื่อ "ไผ่" อาชีพกราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์ วัยยี่สิบปลายๆ ชีวิตของผมวนเวียนอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เดดไลน์ และแก้วกาแฟที่วางเกลื่อนโต๊ะ หลายคนอาจมองว่าการทำงานที่บ้านเป็เื่น่าอิจฉา ได้ตื่นสาย ได้เป็นายตัวเอง แต่สำหรับผม มันคือความโดดเดี่ยวที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ในห้องเช่าสองชั้นแถบชานเมืองแห่งนี้ เพื่อนคุยเพียงอย่างเดียวของผมมักจะเป็เคอร์เซอร์เมาส์ที่กะพริบอยู่บนหน้าจอ
“เฮ้อ... คิดงานไม่ออกโว้ย”
ผมสบถเบาๆ พลางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ทำงานราคาถูก เสียงสปริงใต้เบาะลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามแรงกด ผมถอดแว่นสายตาออกวางบนโต๊ะ ยกมือนวดขมับเพื่อคลายความล้า สายตาที่พร่ามัวจากการจ้องแสงสีฟ้านานเกินไปเริ่มมองหาที่พักพิง และโดยสัญชาตญาณ หรืออาจจะเรียกว่าความหมกมุ่นก็ได้ ดวงตาของผมก็หันไปหาจุดหมายเดิมที่ผมเฝ้ามองมาตลอดสามเดือน
หน้าต่างบานเกล็ดทางขวามือ... ที่ซึ่งมีทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในโลกซ่อนอยู่
บ้านฝั่งตรงข้ามถนนซอยเล็กๆ นี้ เป็บ้านเดี่ยวสองชั้นทรงโมเดิร์นที่ดูดีมีฐานะกว่าห้องเช่าของผมหลายขุม เ้าของบ้านคือผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรู้จักเพียงแค่ชื่อเล่นว่า "คุณภา"
และวินาทีนั้นเอง พระเ้าก็เหมือนจะเห็นใจคนทำงานหนักอย่างผม
ม่านสีครีมที่ชั้นสองของบ้านหลังนั้นขยับไหว ก่อนที่ร่างระหงของเ้าของบ้านจะปรากฏตัวขึ้น คุณภาเดินออกมาที่ระเบียงห้องนอนซึ่งตรงกับหน้าต่างห้องทำงานของผมพอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างเรามีแค่ถนนสองเลนกั้นกลาง แต่ด้วยตำแหน่งห้องของผมที่อยู่สูงกว่าเล็กน้อย ทำให้ผมมีมุมมองแบบ "VIP" ที่สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนราวกับดูหนังแถวหน้าสุด
ภาพที่เห็นทำให้ลำคอของผมแห้งผากยิ่งกว่าเดิม
คุณภา เป็ผู้หญิงวัยสามสิบต้นๆ ที่มีความงามแบบทำลายล้าง เธอมีผิวขาวจัดชนิดที่สะท้อนแสงแดดได้ ผมยาวสีดำสนิททิ้งตัวสลวยลงมาเคลียไหล่ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาและจิติญญาของผมให้หลุดลอยไปทุกครั้งคือรูปร่างของเธอ
พระเ้าจงใจปั้นเธอมาเพื่อทดสอบความอดทนของผู้ชายชัดๆ
วันนี้เธออยู่ในชุดอยู่บ้านตามสไตล์ที่ผมคุ้นเคย และคลั่งไคล้ มันคือเสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวบางเฉียบ เนื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ที่ผ่านการซักจนย้วยและบางจนแทบจะโปร่งแสง ชายเสื้อยาวคลุมลงมาเพียงแค่หน้าขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องที่ไร้ตำหนิ แต่จุดโฟกัสไม่ได้อยู่ที่ขา...
มันอยู่ที่หน้าอก
หน้าอกขนาด 42 นิ้ว... ตัวเลขนี้ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด เพราะก้อนเนื้อูเาไฟคู่มหึมานั้นดันเนื้อผ้าสีขาวออกมาจนตึงเปรี๊ยะ รูปทรงของมันกลมกลึง อวบอิ่ม และดูหนักแน่นไปด้วยมวลเนื้อนุ่มนิ่ม ยิ่งเธอไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นใน ซึ่งเป็นิสัยปกติของเธอเมื่ออยู่บ้าน ความอิสระของทรวงอกคู่นั้นก็ยิ่งแสดงอานุภาพทำลายล้างรุนแรงขึ้นไปอีก
ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สายตาจับจ้องไปที่จุดกึ่งกลางของูเาเนื้อคู่นั้น เนื้อผ้าสีขาวที่แนบไปกับผิวเนื้อทำให้ผมเห็นวงปานนมสีเข้มที่ซ่อนอยู่รำไร และที่สำคัญที่สุด คือ "ยอดอก" ที่กำลังชูชันดันผ้าออกมาเป็ตุ่มไตแข็งๆ สองจุดอย่างท้าทายสายตา
ลมหายใจของผมเริ่มติดขัด เืในกายสูบฉีดลงไปรวมกันที่จุดกึ่งกลางลำตัวอย่างรวดเร็ว กางเกงบอลขาสั้นที่ผมใส่อยู่เริ่มคับแน่นขึ้นมาทันที
คุณภากำลังเดินออกมาเพื่อรดน้ำต้นไม้กระถางเล็กๆ ที่แขวนอยู่ตรงราวระเบียง ทุกลีลาการก้าวเดินของเธอส่งผลโดยตรงต่อหน้าอกคู่นั้น แรงโน้มถ่วงของโลกทำงานประสานกับความนุ่มหยุ่นของก้อนเนื้อ ทำให้หน้าอกขนาด 42 นิ้วของเธอ "กระเพื่อม" ไหวขึ้นลงตามจังหวะการเดิน มันเด้งดึ๋ง สั่นไหว และกระแทกเบาๆ ราวกับลูกบอลน้ำที่มีชีวิต
ตึก... ตึก...
เสียงหัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียงออกมาข้างนอก ผมขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้หน้าต่างอีกนิด พยายามทำตัวให้เงียบที่สุด แอบมองผ่านร่องเกล็ดหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย
เธอเอื้อมมือไปหยิบบัวรดน้ำ จังหวะที่เธอยกแขนขึ้นนั้น ชายเสื้อยืดก็รั้งขึ้นตาม เผยให้เห็นต้นขาขาวๆ ที่สูงขึ้นไปจนเกือบจะเห็นแก้มก้น ความเป็ธรรมชาติของเธอช่างยั่วยวนเหลือเกิน เธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจับจ้อง หรือบางที... เธออาจจะไม่แคร์เลยก็ได้
เมื่อเธอก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อรดน้ำต้นไม้ที่แขวนต่ำ ก้อนเนื้อหน้าอกมหาศาลก็ทิ้งตัวห้อยลงมาตามแรงโน้มถ่วง ยอดอกที่แข็งเป็ไตดันผ้าจนแทบจะทะลุออกมา มันแกว่งไกวไปซ้ายทีขวาทีอย่างน่าหวาดเสียว ความอวบอัดนั้นดูนุ่มนิ่มจนผมจินตนาการได้ถึงความรู้สึกยามที่ฝ่ามือจมหายลงไปในเนื้อนุ่มๆ นั้น
"อึก..."
ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป ความปวดหนึบที่เป้ากางเกงเรียกร้องให้ได้รับการปลดปล่อย มือของผมสั่นระริกขณะเลื่อนลงไปที่ขอบกางเกงบอล ดึงรั้งมันลงมากองที่หน้าขา เผยให้เห็นท่อนเนื้อความเป็ชายที่บวมเป่งและแข็งขึงจนเส้นเืปูดโปน ส่วนหัวบานสีชมพูเข้มฉ่ำไปด้วยน้ำหล่อลื่นใสๆ ที่ซึมออกมาจากปลายยอด เป็หลักฐานยืนยันว่าร่างกายของผมตอบสนองต่อภาพของคุณภามากแค่ไหน
ผมกำรอบแท่งร้อนของตัวเองแน่น ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือััเข้ากับความแข็งแกร่งของอวัยวะเพศ ผมเริ่มขยับมือขึ้นลงช้าๆ ตามจังหวะลมหายใจ สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างของผู้หญิงฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา
ซี้ดดด...
ััเสียดสีที่คุ้นเคยเริ่มจุดไฟราคะในตัวให้ลุกโชน ผมจ้องมองไปที่มือของเธอ มือขาวเรียวที่กำลังจับด้ามบัวรดน้ำอย่างทะนุถนอม แล้วจินตนาการทับซ้อนลงไป
ในหัวของผม... มือนั้นไม่ได้จับบัวรดน้ำ แต่กำลังกำรอบท่อนเอ็นของผมอยู่
"คุณภา... อ่า... คุณภาครับ..."
ผมครางชื่อเธอออกมาเบาๆ ในลำคอ ขยับมือเร็วขึ้นเมื่อจินตนาการเริ่มชัดเจน ผมหลับตาลงวูบหนึ่ง สร้างภาพในหัวว่าเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม ในห้องนี้ กลิ่นกายหอมๆ ของเธออบอวลไปทั่ว เธอใช้มือนุ่มนิ่มคู่นั้นลูบไล้ท่อนเนื้อของผม ก่อนจะค่อยๆ รูดมันขึ้นลง นิ้วเรียวยาวของเธอกดเน้นที่เส้นเืปูดโปน ปลายนิ้วสะกิดโดนส่วนหัวที่ไวต่อความรู้สึก
"อึก! ซี้ดดด..."
ผมลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อซึมซับภาพตรงหน้า คุณภายังคงยืนอยู่ที่ระเบียง คราวนี้เธอหันข้างให้ผม ทำให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเอวที่คอดกิ่วรับกับสะโพกผายที่งอนงาม แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดก็ยังคงเป็หน้าอกด้านข้าง ที่ล้นทะลักออกมา
เธอขยับตัวบิดี้เีเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างชูขึ้นเหนือศีรษะ อกูเาไฟคู่นั้นถูกยกขึ้นสูง ยอดอกชี้ชันสู้แดด ผมเห็นรอยนูนของจุกนมดันผ้าออกมาเป็ทรงแหลมชัดเจน จังหวะที่เธอทิ้งแขนลง หน้าอกก็กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ดึ๋ง... ดึ๋ง... แรงสั่นะเืนั้นส่งผ่านมาถึงความรู้สึกของผมราวกับแผ่นดินไหว
มือของผมกำรูดท่อนเนื้อเร็วขึ้นและแรงขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ผมบีบเค้นความแข็งขึงของตัวเองอย่างไม่ปรานี จินตนาการว่ากำลังบีบเค้นหน้าอกคู่นั้น ความนุ่มหยุ่น ความเด้งสู้มือ... ถ้าได้เอาหน้าซุกเข้าไปตรงกลางร่องอกนั่น ถ้าได้ใช้ท่อนเอ็นถูไถไปตามร่องเนื้อนุ่มๆ มันจะรู้สึกดีแค่ไหนกันนะ
"อ่า... ใหญ่ชิบหาย... ภา... นมคุณแม่ง..."
คำหยาบคายหลุดออกมาจากปากผมโดยไม่รู้ตัว ความดิบเถื่อนในใจถูกปลุกขึ้นมา ผมขยับเก้าอี้จนชิดขอบหน้าต่าง แทบจะแนบใบหน้ากับกระจกใส ผมรูดรั้งแก่นกายด้วยจังหวะที่ดุดันขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง พั่บ... พั่บ... ประสานกับเสียงลมหายใจที่หอบกระเส่าของผม
ภาพของคุณภาที่กำลังสะบัดผม และใช้มือปัดเสื้อยืดบางๆ บริเวณหน้าอกให้คลายร้อน ทำให้เสื้อแนบเข้ากับร่องอก เผยให้เห็นทรงกลมสองลูกชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เป็ภาพที่กระตุ้นสันดานดิบของผมจนถึงขีดสุด
ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ขนอ่อนลุกชัน ผมรู้ตัวว่าใกล้จะถึงฝั่งฝันแล้ว ผมเร่งจังหวะมือให้เร็วยิ่งขึ้น ถูไถเน้นย้ำบริเวณส่วนหัวหยักบานที่กำลังเต้นตุบๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่หน้าอกที่กำลังกระเพื่อมไหวนั้น เพื่อเก็บภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนการะเิ
"ไม่ไหว... จะแตก... จะแตกแล้ว... คุณภา!!"
ผมเกร็งหน้าท้องจนแข็งเกร็ง ปลายเท้าจิกเกร็งกับพื้นห้อง สะโพกกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อความสุขสมเอ่อล้นจนกั้นไม่อยู่
พรวดดด!
น้ำรักสีขาวขุ่นข้นคลั่กพุ่งทะลักออกมาจากส่วนปลายยอดอย่างรุนแรง แรงดันของมันมหาศาลจนฉีดพุ่งเป็สายไกลไปข้างหน้า มันพุ่งเข้าใส่กระจกหน้าต่างใสที่กั้นขวางระหว่างผมกับเธอ
แปะ... แปะ... แปะ...
ของเหลวอุ่นร้อนสีขาวขุ่นสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระจกใสเป็วงกว้าง หยดน้ำรักบางส่วนค่อยๆ ไหลย้อยลงมาเป็ทางยาว บดบังภาพของคุณภาที่อยู่อีกฝั่งถนนไปชั่วขณะ
ผมหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายสั่นเทาด้วยความสุขสมที่เพิ่งได้รับ ปล่อยมือออกจากแก่นกายที่ยังคงกระตุกตุบๆ พิงหลังกับพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง ดวงตาของผมมองผ่านคราบน้ำกามสีขาวขุ่นบนกระจก เห็นภาพลางๆ ของคุณภาที่กำลังเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอ
เธอดูเหมือนจะไม่รู้เื่อะไรเลย... หรือเปล่านะ?
ผมนั่งมองคราบความใคร่ของตัวเองที่แห้งเกรอะกรังอยู่บนกระจก กลิ่นคาวคลุ้งเริ่มลอยเตะจมูก มันเป็หลักฐานของความหมกมุ่น ความปรารถนา และจินตนาการอันดำมืดที่ผมมีต่อเพื่อนบ้านสาวสวยคนนี้
ผมเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดทำความสะอาดท่อนเนื้อที่เริ่มอ่อนตัวลง ก่อนจะมองไปที่กระจกอีกครั้ง
"สักวัน..." ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่หน้าต่างห้องนอนของเธอที่ตอนนี้ว่างเปล่า "สักวัน... ผมจะต้องไปแตกใส่ของจริงให้ได้"
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นวายในหัว แต่ความปรารถนานั้นรุนแรงกว่า ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำแบบนี้ และดูเหมือนว่า... หน้าอกคู่นั้นจะมีอิทธิพลเหนือชีวิตผมมากขึ้นทุกวันเสียแล้ว
ผมลุกขึ้นยืน จัดการดึงกางเกงขึ้น ลากสังขารไปหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดกระจก พยายามลบร่องรอยแห่งตัณหาออกไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้...
วันที่ผมจะได้เฝ้ามอง "ทิวทัศน์" อันงดงามนั้นอีกครั้ง