หมอเทวะฟังที่เสี่ยวเทียนเล่ามาก็ได้แต่อึ้ง เพราะเขาอยากพบกับท่านเซียนลึกลับ มากเพื่ออยากขอคำชี้แนะเป็นอย่างยิ่ง
“ ท่านหมอเทวะ ท่านยังไม่ต้องรีบร้อน เรื่องนี้ค่อยๆ คุยกับเขา ว่าแต่เจ้าทั้งสองคนนี้เป็นศิษย์ของท่านผู้ใดกัน” สังฆราชฟ่งเหยียนชิ่ง เอ่ยปากถามเสี่ยวเทียนและศิษย์พี่รอง
“ ข้าชื่อมู่เอ้อ และนี่คือศิษย์น้องเล็กเฉินเสี่ยวชิง พวกเรามาจากเขาอินทรี เป็นศิษย์อาจารย์มู่หวายอิงขอรับ” ศิษย์พี่แนะนำตัวอย่างเป็นทางการออกไป
“ ดี ดีจริงๆ พวกเจ้าอย่าเพิ่งรีบกลับ ข้าอยากให้พวกเจ้าอยู่ที่สำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ของข้าก่อนสักสองสามวัน พวกเจ้าถือว่ามีบุญคุณกับ สำนักของเรามาก ให้ธิดาเทพพาพวกเจ้าชม สถานศึกษาของเราเสียก่อน แล้วค่อยกลับไป ข้ามีเรื่องอยากคุยกับ เฉินเสี่ยวเทียนหลายเรื่องเลย” เสี่ยวเทียนได้ฟังก็สะดุ้งเล็กน้อยไม่รู้ว่า ท่านสังฆราช จะคุยอะไรกับเขากันแน่
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอแจ้งเรื่องนี้ไปบอกท่านอาจารย์ก่อนนะขอรับ ท่านจะได้ไม่เป็นห่วงพวกเรา” ศิษย์พี่รองส่งข้อความเสียงเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างย่อ แล้วส่งข้อความไปทางหยกสื่อสาร แจ้งเรื่องให้อาจารย์มู่หวายอิงรับทราบ
สำนักปราชญ์เทวะ
“ ท่านจอมปราชญ์ ท่านทำนายได้แม่นจริงๆ เสี่ยวเทียนปราบมารพิณเจ็ดสี แล้วช่วยฟื้นชีวิต ให้ท่านสังฆราชคืนมา บัดนี้กลายเป็นเซียนสวรรค์ไปแล้ว”
“ อืม นั่นเป็นลิขิตสวรรค์ ท่านสังฆราชยังไม่หมดอายุขัย ต้องอยู่ใช้ชีวิตต่อไปอีก ส่วนมารพิณเจ็ดสี นั้นชะตาขาดตั้งแต่เสี่ยวเทียนได้มาเหยียบแดนบูรพาเทวะแล้ว ! แต่เรื่องของเสี่ยวเทียน ท่านก็ไม่ต้องไปเล่าอะไร ให้เขาฟังมากนัก บางสิ่งบางอย่างก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยไป พวกเราคอยดูไปว่า ชะตา ราชันเก้าพิภพอย่างเขา จะทำให้แผ่นดินเทวะบรรพกาล พลิกฟ้า คว่ำแผ่นดินขนาดไหน ! ” จอมปราชญ์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เหมือนกับว่าเขารอคอยที่จะเห็น การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทั่วอาณาจักรเทวะทั้งสี่ ด้วยน้ำมือเด็กน้อยวัย 9 ปีเพียงคนเดียว
หลังจากที่ได้แจ้งเรื่องให้อาจารย์มู่หวายอิงเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ได้อยู่ในสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะอาคันตุกะ ผู้มีเกียรติของสำนัก เย็นนี้เสี่ยวเทียนถูกเรียกให้เข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว กับ ท่านสังฆราช ฟ่งเหยียนชิ่ง
“ มานั่งลงก่อน เสี่ยวเทียน ข้าฟังวิธีที่เจ้าจัดการกับ มารร้าย ลูเซี่ยฟาง ทั้งหมดแล้ว ข้าสงสัยนัก เทพแปดกร ที่เจ้าอัญเชิญมานั้น ท่านเป็นเทพมาจากที่ใด แล้วดาบที่ใช้ฟันร่างจอมมารนั้นด้วย แล้วก็ฝ่ามือที่ทำลายดวงวิญญาณนั้นอีก เจ้าพอจะบอกให้ข้ารู้ได้ไหม”
“ ได้ขอรับ ข้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง ในโลกเก่านั้น มีพลังเทพอยู่หลายดินแดน พลังเทพแปดกรนั้นมาจากดินแดนแห่งชมพูทวีป ดาบเทพเจ้านั้นข้าได้มาจาก ดินแดนแห่งเทพไอยคุปต์ แล้วพลังภูตทมิฬ ก็เป็นพลังจากโลกเก่าเรียกว่าแดนเทพ ท่านอาจารย์เซียนลึกลับเป็นคนสอนข้า”
“ อืม ข้าเคยได้ยินเรื่องโลกเก่ามานานแล้ว ไม่นึกเลยพลังขั้นเซียนสวรรค์ ยังถูกเด็กอย่างเจ้าใช้พลังจากโลกเก่า ก็สามารถกำราบได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่เจ้ายังไม่บรรลุขั้นเซียนเลย พลังจากโลกเก่านี่น่ากลัวจริง ๆ แล้วเจ้ามาจากโลกชั้นใดกัน ข้าเคยอ่านบันทึกว่า โลกใหม่นั้น มีดินแดนถึงเก้าพิภพ ใช่ไหม” สังฆราชาเอ่ยถามอย่างสนใจ
“ ถูกต้อง โลกที่ข้าจากมา มีถึงเก้าพิภพ ข้าเองเกิดที่พิภพชั้นที่สาม ขอรับ”
“ แล้วเจ้าเข้ามาในอาณาจักรเทวะบรรพกาลได้อย่างไรกัน แล้วคิดว่าสามารถออกไปได้ไหม?”
“ ข้าผ่านด่านค่ายกลเทพสวรรค์ แล้วก็ถูกส่งตัวมาที่คุกสวรรค์แดนบูรพาเทวะ
เลยไม่รู้ว่าจะหาทางกลับออกไปได้อย่างไรเหมือนกัน คงต้องหาโอกาสออกไปให้ได้สักวัน แต่ตอนนี้ ข้าคงต้องค่อยๆสืบหาร่อยรอยของท่านพ่อให้ได้ก่อน แต่ที่แดนบูรพานี่ไม่มีใครพบเห็นท่านพ่อมาก่อน ข้าคิดว่า คงอยูที่นี่อีกไม่นาน แล้วค่อยสืบหาท่านพ่อที่ดินแดนเทวะอื่นๆ ต่อ”
“ ยังไงข้าก็ขอให้เจ้า พบกับท่านพ่อเจ้าเร็วๆ และนี่คือ ผลไม้แก้วมังกร ที่ฟ่งเฟยหยาน รับปากจะมอบให้กับเจ้า” เสี่ยวเทียนรับ ผลไม้สีแดง จากสังฆราชมาถือไว้
“ ขอบคุณท่านสังฆราชขอรับ”
“ ไม่ต้องขอบคุณหรอก เรื่องเล็กน้อย พรุ่งนี้ให้ฟ่งเฟยหยาน พาพวกเจ้าชมสำนักของข้าก่อน แล้วค่อยกลับสำนักของเจ้า” หลังจากคุยกันจบ เสี่ยวเทียนก็กลับไปที่ห้องพักส่วนตัว
“ ออกมา” สังฆราชเรียกชายชุดดำออกมาสี่คนทั้งสี่คนเป็นศิษย์อันดับ1-3และอีกคนเป็นเทพบุตรของสำนักวิหารศักดิ์สิทธิ์
“ คำนับท่านสังฆราช” ชายทั้งสี่คนทำความเคารพ
“ เป็นมันใช่ไหม?”
“ ใช่แล้ว มันเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียนที่ ทำร้ายเทพบุตรเย่วเหออย่างแน่นอน” คนชุดดำรายงาน
“ ฮึ่ม ! หากมันไม่มายุ่งเกี่ยวเรื่องในวันนี้ ข้าก็เปลี่ยนร่างกลืนวิญญาณองค์ชายห้าไปแล้ว เฮ้อ...แผนการที่ข้าวางไว้พังหมด แต่ก็ถือว่าโชคดียิ่ง ข้าพบว่าร่างของมันเป็นถึงร่างกายาอมตะ และมีพลังเทพจากโลกเก่าอีกด้วย ข้าเปลี่ยนใจที่จะใช้ร่างขององค์ชายห้าแล้ว ข้าจะใช้ร่างของเฉินเสี่ยวเทียน เพื่อกำเนิดใหม่แทน อีกสามเดือนดินแดนมหาเทพ เทวาสถิตย์จะเปิด พวกเจ้าเข้าไปหาโอกาสสยบมัน แล้วยึดเอาปราสาทเทพเซียนมาให้ได้ แล้วหาโอกาสใช้ดวงตาจอมปีศาจ ทำลายวิญญาณมันซะ แล้วนำร่างกายของมันกลับมาให้ข้า” สังฆราชฟ่งเหยียนชิ่งเอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม
“ พวกเราจะไม่ทำให้ท่านสังฆราชต้องผิดหวัง” ชายชุดดำทั้งสี่เอ่ยจบ ก็หายไป
ส่วนเสี่ยวพอกลับมาที่ห้องพัก ก็หยิบผลไม้แก้วมังกรมากินทันที ! พลังงานที่อยู่ในลูกแก้วมังกรนั้น ไหลสู่ลำคอแล้วแทรกซึมไปทั่วร่าง แล้วพลังปราณที่เข้ามาก็ไหลเข้ามารวมที่ จุดตันเถียนจนเต็ม ทำให้เสี่ยวเทียนระเบิดพลังออกมาได้อีก 5 ระดับ กลายเป็น ขั้นปราณจักรพรรดิ ระดับที่ 96 แล้ว !
เสี่ยวเทียนกลับเข้าไปในมิติฟ้าคราม พบว่าบัดนี้ต้นผิงกั่ว กลับโตขึ้นสูงท่วมหัวเสี่ยวเทียนแล้ว
“ นี่ ท่านอาจารย์ใส่ปุ๋ยอะไร ทำไมมันถึงได้โตเร็วขนาดนี้”
“ ข้าใช่พลังเทพบริสุทธิ์ แล้วรดน้ำจากสระเทพเจ้ามันถึงได้โตเร็วขนาดนี้ ดูจากการเจริญเติบโตของมัน อีกไม่เกิน 15 วัน มันน่าจะออก ผลผิงกั่วทองคำได้แล้ว”
“ แล้วข้าจะกลายเป็นเซียนแล้วน่ะซิ?”
“ ก็แค่เซียน ไม่เห็นจะต้องตื่นเต้นขนาดนี้ พรุ่งนี้เจ้าไปที่ตลาดการค้าหาซื้อไข่มุกอัสนีมาหลายๆ ลูก”
“ มีขายด้วยรึ ไข่มุกอัสนีเนี่ย?”
“ ถ้าไม่มีขาย เจ้าก็ซื้อเพชรสีน้ำเงินมาแทน ข้าจะทำเป็นที่เก็บทัณฑ์อัสนีเซียน”
“ ได้เลยเช่นนี้ก็คงไม่มีปัญหา แต่ต้องใช้มากไหม?”
“ ใช้ไข่มุกอัสนีสัก ยี่สิบลูก แต่ถ้าเป็นเพชรก็ต้องก้อนใหญ่หน่อยเท่าไข่ไก่ก็พอ”
“ ได้เลยขอรับ เดี๋ยวนะ ! เพชรขนาดเท่าไข่ไก่ มันใหญ่ไปไหม เอาเท่าไข่นกกระทาได้ไหมอาจารย์”
“ ไม่ได้ ทัณฑ์อัสนีเซียนนั้น มันมีพลังมากกว่าอัสนีสายฟ้าทั่วไปถึงสามเท่า หากเจ้าสามารถนำมันมาใช้ได้ ต่อไปเวลาเจ้าใช้พลังอัสนี หากเจอเซียนระดับจักรพรรดิลงมา ล้วนไม่รอดพ้นเงื้อมมือของเจ้าไปได้”
“ อาจารย์ข้ามีทั้งปราสาทเทพเซียน มีพี่อินทรี มีดาบเทพเจ้าแล้ว ยังต้องใช้อัสนีเซียนอีกด้วยเหรอ?” เสี่ยวเทียนแค่รู้สึกอยากประหยัดเงินเท่านั้น
“ นั้นคือของวิเศษนอกกาย พลังอัญเชิญก็นอกกาย แต่ถ้าเจ้าหลอมรวมทัณฑ์อัสนีเซียนนี้ได้ มันจะกลายเป็นพลังที่ติดตัวอยู่คู่กับร่างกายเจ้าไปตลอด หากไม่มีอาวุธพิเศษ เจ้าก็สามารถนำทัณฑ์อัสนีเซียนมาใช้ได้”
“ ขอรับอาจารย์ ศิษย์จะหาซื้อไข่มุกอัสนีหรือเพชรเท่าไข่ไก่มาให้ได้” เสี่ยวเทียนเริ่มเข้าใจแล้ว ว่ามันมีประโยชน์แค่ไหน
รุ่งเช้าเสี่ยวเทียนกับศิษย์พี่รอง ก็ได้เยี่ยมชมสำนักวิหารศักดิ์สิทธ์ โดยมี ธิดาเทพเป็นผู้แนะนำ พาชม ศิษย์พี่รองนั้นดูมีความสุขมากที่ได้เดินตาม ธิดาเทพเอ่ยแนะนำสถานที่ต่าง ๆ แต่เสี่ยวเทียนก็กำลังคิดว่า จะต้องรีบไปหาซื้อ ไข่มุกอัสนีหรือเพชรมาให้อาจารย์ให้ได้ก่อน จนไม่ได้มองเลยว่า รอบข้างที่ผ่านมานั้นมีสิ่งก่อสร้างที่ทำจากทองคำ และไข่มุกเป็นจำนวนมาก
“สิ่งก่อสร้างของสำนักเราที่เป็นทองคำมีส่วนผสมเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าสำนักเรานั้นมีเหมืองทองคำของเราเอง ดังนั้น พวกเราจึงนำมาใช้ได้ไม่จำกัด ส่วนไฟส่องสว่าง ที่พวกท่านเห็นนั้นคือ ไข่มุกแสงอาฑิตย์ เป็นหอยมุกที่ทางเราได้ทำการเลี้ยงขึ้นมาเอง ถึงได้สว่างไสว แม้ยามค่ำคืน” ธิดาเทพเอ่ยอธิบาย
“ ไม่ทราบว่าท่านรู้จัก ไข่มุกอัสนีบ้างไหม” จู่จู่ เสี่ยวเทียนก็เอ่ยถาม
“ รู้จัก ว่าแต่เจ้าฝึกพลังธาตุอัสนีรึ ถึงอยากไข่มุกอัสนี”
“ ก็กำลังคิดอยากจะฝึกอยู่เหมือนกัน”
“ ที่สำนักเราทำการเพาะเลี้ยงไข่มุกแสงอาฑิตย์ คนที่ฝึกธาตุไฟทั่วไปนิยมนำไปเก็บไว้สะสมพลัง แต่น่าเสียดายนำไปเก็บพลังธาตุอัสนีได้ เจ้าต้องไปที่ร้านจักรวาลยุทธ์ ที่นั่นน่าจะพอมีขายอยู่” ธิดาเทพเอ่ยตอบ
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องเอ่ยลากลับสำนักเลย ข้าต้องมีธุระต่อ เอาไว้โอกาสหน้าข้าค่อยมาเยี่ยมชมสำนักของท่านใหม่” เสี่ยวเทียนถือโอกาสกล่าวลา
“ เดี๋ยวก่อน จะรีบไปไหน ข้ายังไม่ได้เลี้ยงต้อนรับขอบคุณเจ้าเลย ที่ช่วยท่านสังฆราชเอาไว้” เสียงชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี เดินเข้ามาพร้อมกันชายหนุ่มอีกสองคน
“ ศิษย์พี่ใหญ่หยางลี่ นี่คือ เฉินเสี่ยวเทียน”
ทั้งหมดถูกธิดาเทพแนะนำให้รู้จักกัน หยางลี่ ยังยืนมองเสี่ยวเทียนด้วยสายตาที่แปลก ๆ
“ ไม่ต้องขอบคุณอะไรหรอก ข้าคงต้องกลับสำนักก่อน ขอลา” เสี่ยวเทียนทำท่าจะกลับ
“ เดี่ยว! ข้าอยากทดสอบฝีมือ ของเจ้าหน่อย ได้ข่าวว่า เจ้าสามารถเอาชนะจอมมารพิณเจ็ดสีได้ ข้าอยากรู้นัก สำนักจอมปราชญ์ ใช้วิชามารอะไร เอาชนะจอมมารพิณเจ็ดสีได้ !” หยางลี่คงอยากทดสอบจริงๆ แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาถูกสังฆราชส่งให้มาทดสอบฝีมือของเสี่ยวเทียน
“ ศิษย์พี่ เสี่ยวเทียนเขาเป็น ผู้ที่มีบุญคุณกับ สำนักของเรา ศิษย์พี่หยางยังกล้าหาเรื่อง ข้าจะฟ้องท่านปู่” ธิดาเทพเกรงว่า ถ้าสู้ประลองธรรมดา เสี่ยวเทียนเสียเปรียบแน่ เพราะหยางลี่ อยู่ในขั้นเซียนราชันขั้นปลายแล้ว
“ ข้ามู่เอ้อ จะขอประลองแทนศิษย์น้องของข้าเอง” เสี่ยวเทียนได้ยินเช่นนั้นก็ อดเป็นห่วงศิษย์พี่ไม่ได้ เพราะศิษย์พี่รองเอง เพิ่งจะเลื่อนระดับมาขั้นเซียนมนุษย์ระดับสูง หลังจากดูดซับแก่นเลือดเซียนไปไม่กี่วัน ยังห่างกัน ถึงหนึ่งขั้น
แต่ก็เข้าใจว่า ต่อหน้าธิดาเทพเขาไม่อยากให้ใครมาดูถูกสำนักปราชญ์เทวะ
“ เห็นไหม ศิษย์น้อง คนของสำนักปราชญ์เทวะ ท้าสู้ข้าเองนะ ในเมื่อไอ้หนูนี่ไม่กล้าสู้ งั้นเจ้าเป็นศิษย์พี่ก็เข้ามาเลย ข้าให้ ศิษย์น้องข้า จัดการเจ้าแทนก็แล้วกัน ข้าไม่อยากรังแกเด็กอย่างเจ้า ฮั่วฉี ออกมา” หยางลี่ไม่สู้แต่ สั่งให้ ฮั่วฉีอันดับสาม ขั้นเซียนราชันระดับต้น ออกมาแทน
ทั้งสองออกมาเผชิญหน้ากันบนลานประลอง ด้านหน้าวิหารเทพเจ้า โดยที่ธิดาเทพยืนดูอยู่อย่างไม่สบายใจ
“ เชิญ” ทั้งสองเอ่ยคำพูดออกมาพร้อมกัน
แล้วฮั่วฉีก็ปล่อยหมัดเหล็กเข้าใส่ ศิษย์พี่รองอย่างรวดเร็ว หมัดที่ปล่อยออกมากลายเป็นโลหะ ศิษย์พี่รองยังยืนนิ่งสนิทมองอย่างใจเย็น พอหมัดเหล็กพุ่งเข้ามาใกล้ ศิษย์พี่รองก็ใช้ออกด้วย พลังฝ่ามือคลื่นสวรรค์ ที่ปล่อยออกมาเหมือนกับพลังที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ว่า ทรงอานุภาพกว่าหมัดเหล็กอย่างแน่นอน พอพลังทั้งสองปะทะกัน โครม !! หมัดเหล็กจึงถูกทำลายไป ร่างของฮั่วฉี ถูกกระแทกกระเด็นตกเวทีไปอย่างง่ายดาย เสี่ยวเทียนปรบมือ แสดงความดีใจ
หยางลี่ ถึงกับหน้าเสีย ขนาดมีขั้นพลังที่สูงกว่า ยังล้มศิษย์สำนักปราชญเทวะไม่ได้เลย จึงหันไปสั่ง จางซัน มืออันดับรอง ขั้นพลัง เซียนระดับราชันขั้นกลาง
ให้ไปสู้อีก
“ หยุดก่อน ศิษย์พี่ของข้าเอาชนะไปแล้ว คราวนี้ข้าบ้าง แต่ว่าหากจะสู้กันธรรมดาก็จะน่าเบื่อ ข้าว่ามีเดิมพันหน่อยดีกว่า 1 ล้านเหรียญทอง หากชนะข้าได้ แต่ถ้าแพ้ก็ต้องจ่าย ตกลงไหมศิษย์พี่ หยางลี่” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกไปทำให้ ศิษย์พี่รองกับ ธิดาเทพอดกังวลไม่ได้ ส่วนหยางลี่ตะลึงไปสักพัก แต่พอเห็นว่า เสี่ยวเทียนยังมีพลังไม่ถึงขั้นเซียนก็เบาใจ
“ ได้ แต่เจ้าห้ามใช้อาวุธเซียน ห้ามใช้พิษทุกชนิด ห้ามแปลงร่างอื่นมาสู้ ตกลงไหม”
“ โห อย่างนี้จับข้ามัดมือด้วยเลยเอาไหม?” เสี่ยวเทียนโวยวายกลับไป
“ การประลองต้องใช้พลังด้วยตัวของเจ้าเอง หรือว่า สำนักปราชญ์เทวะ ต้องใช้อาวุธคอยช่วยตลอดเวลา ถึงจะสู้ได้” หยางลี่ยังดูถูกสำนักปราชญ์เทวะอีก
“ เสี่ยวเทียนอย่าสู้เลย พวกท่านกลับไปเถอะ” ธิดาเทพไม่อยากให้เสี่ยวเทียนเจ็บตัว
“ อย่างพวกเจ้า ข้าจะใช้พลังของข้าเอง จัดการก็พอแล้ว! ” เสี่ยวเทียนกระโดดขึ้นไปเผชิญหน้ากับ จางซัน ที่ร่างกายสูงเกือบสองเมตร ส่วนเสี่ยวเทียนสูงแค่ หน้าอกจางซันเท่านั้น
“ ไอ้หนู วันนี้ ข้าจะบีบหัวเจ้าให้เละเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จางซันตบหน้าอก เหมือนคิงคอง แล้วเดินหน้าเข้ายกหมัดทุบทั้งสองข้าง เสียงดังตุ๊บ ๆ ๆ เดินเข้าใส่ก่อนเลย
เสี่ยวเทียนยืนหลับตาแล้วก็สลายร่างกลายเป็นลมพัดเข้าไปปะทะด้วยอย่างไม่กลัวเกรง ตูม ! เสี่ยวเทียนวาร์ปเข้าไป แล้วเตะเข้ากลางเป้า โดนพวงสวรรค์ของจางซัน ถึงกับจุก คุกเข่า เอามือกุมเป้า พูดไม่ออก เสี่ยวเทียนใช้เท้าขวาฟาดเข้าก้านคออีกที เปรี้ยง !! จางซันถึงกับ ตาค้าง แล้วร่างก็ค่อย ๆ ร่วงหลับคาเวทีไป เวลานี้คนเข้ามาดูการประลองกันมากขึ้นเรื่อย ๆ พอเห็นฉากนี้ ก็ร้อง อุ๊บ! กันทุกๆ คน
“ ศิษย์พี่หยางลี่ ลองอีกไหม ตอนนี้กองกลางมีสองล้านเหรียญทองแล้ว ไม่อยากเอาคืนเหรอ?” เสี่ยวเทียนเอ่ยท้าทายออกไป
“เจ้าขี้โกง บังอาจเล่นทีเผลอ เตะจุดสำคัญแบบนี้ได้อย่างไร สำนักปราชญ์เทวะสอนเจ้าแบบนี้รึ? !”
“ อ้าว ก่อนสู้กันไม่ได้บอกนี่ ว่าห้ามเตะจุดไหน เอาล่ะ ! ต่อไปไม่เตะจุดสำคัญก็ได้”
“ แกตายแน่” ศิษย์พี่หยางลี่กระโดดขึ้นบนเวที เสียงโห่ร้องออกมาเสียงดัง มีแต่คนส่งเสียงเชียร์แต่ศิษย์พี่หยางลี่
“ เสี่ยวเทียนไหวไหม” ศิษย์พี่รองเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ นั่นซิ ศิษย์พี่ใหญ่หยางลี่ มีพลังเซียนราชันระดับสูงแล้ว เจ้าไม่มีทางสู้เขาได้หรอก” ธิดาเทพรีบเอ่ยเตือน
“ ก็ต้องลองดู” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็หันมาเผชิญหน้ากับ หยางลี่ทันที.....