“ รายงาน มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นที่ผิวหนังของเรา มันคือต้นอ่อนของต้นไม้ที่ไม่รู้จัก ”
ทุกคนที่นั่งอยู่ภายในห้องควบคุมทำสีหน้าตกใจ เมื่อรู้ว่าผิวหนังมนุษย์มีต้นไม้งอกออกมา เพียงแต่ว่าทุกคนกลับตั้งสติแล้วสอบถามกลุ่มคนที่อยู่ทางทิศใต้ที่ส่งไปตรวจสอบซอมบี้ที่เดินทางมาจากเมือง X น้ำเสียงของคนเหล่านี้ไม่ได้หวาดวิตกทุกคนภายในห้องควบคุมจึงไม่ได้หวาดกลัวมากจนเกินไป
“ มันชอนไชลงไใต้ผิวหนังหรือเปล่า ”
“ ไม่ครับ มันไม่ได้ชอนไชเข้าสู่ร่างกาย แต่มันพยายามจะปกคลุมผิวหนังให้ได้ ดูเหมือนว่าละอองของเหลวที่ปล่อยออกมาจากซอมบี้นกอินทรีย์ตัวเมื่อครู่จะเป็นเชื้อไวรัสที่เร่งการเติบโตของพืช ”
นักสู้จำนวน 5 คนพยายามใช้มือดึงต้นไม้ออกมาจากร่าง ตอนนี้มันยังคงเป็นต้นอ่อนจึงสามารถดึงออกได้ง่าย หากพวกเขาปล่อยทิ้งเอาไว้นานกว่านี้จนเกิดต้นใหญ่ ไม่แน่มันอาจจะชอนไชเข้ามาในร่างของพวกเขาได้จริงๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังรอฟังรายงานจากหลายๆกลุ่มนี้เอง โยฮันกลับบอกให้คนที่อยู่ภายในห้องเปิดไฟส่องสว่างออกไปรอบๆ เนื่องจากว่าตอนนี้เมือง Z ได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมต้นไม้ใบหญ้าเริ่มแห้งเหี่ยวจากการได้รับเชื้อไวรัสในช่วงแรก ต้นไม้เหล่านั้นกลับพยายามเติบโต
วินที่วิ่งออกมาจากใต้ดินรีบขึ้นไปยังหลังคาของห้าง ปรากฎว่านักสู้ที่อยู่ด้านบนนี้พยายามใช้มือดึงต้นไม้ออกจากร่างให้กัน ทุกคนที่สัมผัสกับละอองสีเขียวจากนกยักษ์ล้วนแล้วมีต้นไม้มากมายพยายามเกิดบนร่างจึงต้องรีบนำออกไป
วินกลับไม่ได้สนใจผู้คนมากนักเพราะมีบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจของเขาไปแทน สิ่งๆนั้นคือภาพรอบตัวที่ตอนนี้ราวกับว่ามันเป็นภาพที่หลุดออกมาจากภายในหนัง บ้านเรือนที่ถูกทำลายจนทำให้เกิดเศษซากนอนเกลื่อนกำลังถูกแทนที่ด้วยต้นไม้นานาชนิด ต้นไม้บางต้นปลดปล่อยแสงและสีออกมาจนทำให้รอบๆต้นของมันสว่าง บางต้นค่อยๆปลดปล่อยหมอกควันจางๆ บางต้นปลดปล่อยละอองสีชมพูดูแสนหวาน มันได้ย้อมพื้นที่รอบๆให้กลายเป็นสีชมพูไม่ต่างจากมัน ต่อให้ต้นไม้หลายต้นจะยังไม่โต วินกลับรู้สึกได้ว่าอีกไม่นานพวกมันจะโตจนสามารถปกคลุมทั่วตึกได้
“ เราจะกำจัดมันออกไปไหม ”
เหล่าคนที่ออกมาจากห้องควบคุมปรึกษากัน บนดาดฟ้าในตอนนี้ไม่มีที่ว่างอีกต่อไป ต้นไม้ใบหญ้าที่แตกตัวออกมาจากละอองของอินทรีย์มีมากเกินไป มันกำลังย้อมหลังคาห้างให้กลายเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ อีกไม่นานจะต้องกลายเป็นป่าบนหลังคาแน่นอน
“ โครงสร้างของห้างน่าจะรับน้ำหนักของมันได้ไหว ผมคิดว่าเราไม่ควรทำลายมัน ”
การทำลายต้นไม้ที่กำลังเติบโตออกจากห้าง นับว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลเสียเป็นอย่างมาก ต่อให้พวกเขาจะสร้างกำแพงและสิ่งก่อสร้างขึ้นมารอบๆห้างเพื่อให้รู้ว่าที่นี่เป็นฐานแล้วก็ตาม หากทำลายต้นไม้ใบหญ้าเหล่านี้ทิ้งไปจะทำให้ห้างแห่งนี้ดูเด่นสะดุดตาเมื่อจ้องมองมาจากด้านบน ดังนั้นพวกเขาควรจะใช้ต้นไม้เหล่านี้พรางตัวไปกับเมืองที่กำลังถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ นอกจากจะพรางตัวได้แล้วมันยังเป็นการเสริมโครงสร้างให้กับตึก ต่อให้จะมีรากไม้บางประเภทที่ชอนไชเข้าไปในตึก วินกลับคิดว่าพวกเขาสามารถอยู่ร่วมกับมันได้
“ แล้วถ้าหากว่าห้างถล่มในช่วงที่ต้นไม้เติบโตขึ้นล่ะ ”
“ เราจะนำคนออกมาก่อน ตอนนี้บนท้องฟ้าไม่มีละอองที่โปรยลงมาจากอินทรีย์แล้ว ค่อยนำคนกลับเข้าไปใหม่หลังจากต้นไม้พวกนี้หยุดเติบโต ”
วินหันมองหน้าทุกคนเพื่อดูว่าจะมีใครโต้แย้งความคิดของเขาไหม การที่เขาเป็นระดับ 6 ยังไม่ได้บอกใคร ถึงอย่างนั้นมันกลับเปลี่ยนอารมณ์ของเขาให้ดูสุขุมมากยิ่งขึ้นจนดูไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง
เมื่อทุกคนเห็นว่าไม่มีใครค้านจึงเห็นตามที่วินเสนอ ก่อนจะนำคำสั่งกระจายให้กับนักสู้ช่วยเรียกคนที่หลบอยู่ภายในห้างออกมา ในระหว่างนี้พวกเขาก็ขอให้นักสู้ที่ยังคงว่างช่วยตัดไม้ทำลายหญ้าด้านหน้าห้าง เพื่อให้มีที่ว่างในการอยู่อาศัยชั่วคราว
เหล่าผู้คนที่ถูกปลุกในช่วงฟ้าใกล้สางพยายามพาร่างลุกออกมาจากที่นอนพร้อมกับเก็บสัมภาระข้าวของเคลื่อนย้ายออกมาด้วย แต่แล้วทุกคนที่ออกมาจากฐานกลับเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามีต้นไม้นานาพันธุ์ทั้งดูคุ้นตาและดูประหลาดตาปรากฎตัว ไม่ว่าจะมองไปมุมใดก็ตาม ทุกอย่างถูกป่าปกคลุมไปแล้ว
“ ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ นี่คือเหตุการณ์ใหม่ที่เกิดจากเชื้อไวรัส เรายังไม่รู้ว่าป่าพวกนี้มีผลกระทบอะไรบ้าง ดังนั้นเราจึงเคลื่อนย้ายทุกคนออกมาก่อนเพราะห้างของเรากำลังถูกต้นไม้พวกนี้ชอนไช ขอให้ทุกคนอยู่ให้นิ่งที่สุดอย่าได้ไปสัมผัสต้นไม้แปลกๆ เข้าใจกันใช่ไหม ”
นักสู้พยายามควบคุมผู้คนไม่ให้สัมผัสสิ่งที่อันตราย ซึ่งไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเพราะทุกอย่างที่มากับเชื้อไวรัสล้วนแล้วอันตรายทั้งสิ้น
“ พี่โย มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นอีกไหมครับ ”
โยอันมองไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ตอนนี้นักสู้เมือง Y และเมือง V คงขึ้นรถไฟเตรียมเดินทางกลับมาที่เมือง Z ตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ว่าเช้าวันที่ 24 จะต้องเดินทางกลับมา โยฮันที่ได้ยินวิทยุจากวินจึงยกขึ้นมารับสายแล้วรายงานสิ่งที่เห็นออกไป
“ ยังไม่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้น นอกจากตึกรามบ้านช่องบางหลังถล่มหลังจากถูกรากไม้แทงทะลุเข้าไป ”
“ พี่ได้ลองสำรวจร่างของอินทรีย์ดูอีกครั้งหรือยังพี่ ”
“ สำรวจแล้ว มีเพียงส่วนหัวของมันที่มีเนื้อ นอกนั้นเป็นกระดูก การที่มันบินมาจนถึงที่นี่ได้คงเพราะเถาวัลย์มากมายที่พันรอบๆตัวของมัน ”
“ แล้วพี่เจอเถาวัลย์ที่น่าจะเป็นสิ่งที่ควบคุมนกหรือยัง ”
“ ฉันพยายามหาให้ทั่วแล้ว เถาวัลย์ที่โจมตีฉันดูเหมือนจะตายกันหมด ทุกอย่างที่น่ากลัวที่มาพร้อมนกตายหมดแล้ว เหลือก็แค่เชื้อที่มันทิ้งเอาไว้เท่านั้น ”
กระดูกของอินทรีย์ที่โยฮันเตะก่อนหน้านั้นกลายเป็นกระดูกผุๆในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงที่มันร่วงตกลงสู่พื้นดิน ไม่สามารถนำมาทำเป็นอาวุธได้ เนื้อหนังและสมองส่วนหัวของมันย่อยสลายด้วยความรวดเร็วก่อนจะถูกต้นไม้ดูดซับไปทำปุ๋ยจนบริเวณส่วนหัวของอินทรีย์มีต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ขนาดของมันโดดเด่นกว่าต้นอื่นๆเพราะตอนนี้มีขนาดเท่าตึก 10 ชั้นไปแล้วด้วยการใช้สมองของระดับ 7 เป็นสารอาหาร โยฮันที่ยืนเฝ้าต้นไม้ต้นนี้เพื่อหาความอันตรายจากมันเขากลับยังไม่เจอสิ่งใดผิดปกตินอกจากความสามารถในการเติบโต เขาจึงปล่อยให้มันได้โตอย่างที่มันต้องการ
“ ได้ยินไหม มีใครได้ยินหรือเปล่า ”
เสียงดังขึ้นภายในวิทยุสื่อสาร โยฮันรู้สึกสงสัยมากจึงกระชับวิทยุเข้ามาใกล้หู การที่ใครสักคนจะใช้วิธีกระจายสัญญาณวิทยุไปยังวิทยุทุกเครื่องเช่นนี้จะต้องมาจากผู้รอดชีวิตที่พยายามขอความช่วยเหลืออย่างแน่นอน เขาจึงพยายามฟังว่าเสียงนั้นจะเอ่ยสิ่งใดต่อ
“ มีใครได้ยินไหมตอบด้วย ”
“ ได้ยินชัดไหม โหลโหล มีใครได้ยินหรือเปล่า ”
เสียงแทรกยังคงดังขึ้นไม่ขาดสาย แม้จะพูดได้ไม่เต็มประโยคคนที่ฟังกลับสามารถนำคำพูดมาเรียบเรียงได้จนรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้ใครสักคนรับสาย ทันใดนั้นทางฝั่งห้างก็เป็นฝ่ายจับคู่กับวิทยุที่กำลังสื่อสาร ซึ่งมันเป็นช่องสาธารณะทำให้โยฮันได้ยินบทสนทนาเช่นเดียวกัน
“ นั่นใคร ”
“ ได้ยินใช่ไหม เราคือกลุ่มที่เดินทางไปเมือง Y รหัส 24 ”
วินหันมองหน้าทุกคนภายในห้อง จากนั้นเขาก็ขอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนช่องสัญญาณเพราะถ้าทำแบบนี้ทุกคนที่จับสัญญาณสามารถฟังที่พวกเขาคุยกันได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามต้นทางกลับปฎิเสธเปลี่ยนช่องทาง เนื่องจากว่าการใช้สัญญาณสาธารณะคือช่องทางเดียวที่พวกเขาสามารถส่งสัญญาณมาถึงเมือง Z ได้
“ ตอนนี้เราอยู่ห่างจากเมือง Z ไปราว 100 กิโลเมตร กำลังเดินทางกลับ เราไม่สามารถใช้วิทยุของกองทัพเมือง Y ติดต่อกับฐานได้ ทราบแล้วเปลี่ยน ”
วินหันมองดูทุกคนอีกครั้ง วิทยุสื่อสารข้ามเมืองของกองทัพควรจะใช้งานได้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะต้องรออีกสักหน่อย กลุ่มคนที่อยู่ภายในเมือง Y เดินทางกลับเร็วไป ดูท่าพวกเขาคงจะต้องรออีก 3 วันเพื่อให้การสื่อสารข้ามเมืองทำได้ เนื่องจากว่าการสื่อสารนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อฝนเลือดหยุดตก ซึ่งกำหนดการณ์ที่วินรับรู้คือพรุ่งนี้วันที่ 25 จะมีฝนเลือดตกที่เมือง Y และเมือง V พร้อมกันพวกเขากลับเดินทางออกมาก่อน
“ ฐานรับทราบ ขอให้เดินทางปลอดภัย ระวังตัวเอาไว้ด้วย เมือง Z เปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว หากไม่สามารถนำรถไฟเข้ามาในเมืองได้ ให้เปลี่ยนไปใช้วิธีเดินเท้าแทน ”
“ รับทราบ ”
ลุงสนิทวางสายแล้วหันมองหน้าไอริส เขาดีใจที่สามารถติดต่อเมือง Z ได้หลังจากเดินทางพ้นเขตเมือง Y เพียงแต่ว่ามันกลับมีสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ เพียงแค่ 2 วันที่พวกเขาไม่อยู่เมือง Z กลับเปลี่ยนไป แม้จะไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนไปในรูปแบบใด การที่อีกฝ่ายไม่ได้แจ้งเตือนถึงอันตราย พวกเขาจึงไม่ต้องระมัดระวังตัวให้มาก
“ เอาล่ะทุกคน เราจะใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะถึงเมือง Z เราคงนอนได้เต็มตื่น ใครที่ง่วงพยายามหลับซะเพราะเมื่อใดก็ตามที่เราไปถึงที่นั่น ภารกิจใหม่ของเราจะเริ่มในทันที ”
ลุงสนิทกระจายคำสั่งออกไปรอบๆขบวนรถไฟคันที่ 1 จากนั้นเขาก็ให้ทหารนำคำสั่งกระจายเข้าสู่ขบวนรถไฟคันที่ 2 ที่วิ่งตามหลังมา ซึ่งรถไฟที่วิ่งมาจากเมือง Y ไม่ได้มีแค่ 2 ขบวนเท่านั้น ด้วยจำนวนคนหลายพันทำให้ต้องใช้รถไฟมากถึง 5 ขบวนวิ่งตามกันมาติดๆ
“ รู้สึกอุ่นใจจังที่ได้เดินทางตอนเช้า”
แอลลี่พูดด้วยใบหน้าโล่งใจ หลังจากรู้ว่าครั้งนี้การเดินทางเกิดขึ้นในช่วงเช้า ต่อให้เธอจะมองเห็นในช่วงกลางคืนได้ดี การมองในช่วงเช้ากลับทำได้ดีกว่า หากมีอันตรายเข้าใกล้เธอสามารถมองมันด้วยตาทั้งสองข้างแล้วแจ้งเตือนทุกคนได้
“ แอลลี่ นี่ตับในส่วนมื้อเช้า เราอาจจะไม่ได้พักเมื่อไปถึงเมือง Z ”
“ ขอบคุณค่ะ พี่ไอริสกินหรือยัง ”
“ ยังจ้ะ แจกจ่ายคนอื่นให้ครบก่อนพี่ค่อยกิน ”
“ งั้นหนูรอกินพร้อมพี่ก็แล้วกันค่ะ ”
---------------------------------------------------------------
“ ลุงพล คนของลุงใช้วิทยุติดต่อเมือง Z ได้หรือยัง ”
ก๊อตถามด้วยใบหน้าเป็นกังวล พวกเขายังไม่สามารถติดต่อเมือง Z ได้ทั้งที่รถไฟวิ่งออกมาจากอาณาเขตเมือง V แล้ว
“ เรายังไม่สามารถติดต่อได้เหมือนกัน คงต้องรออีกสักพัก ตอนนี้เราน่าจะยังไม่เข้าใกล้ระยะ 100 กิโลเมตร เมื่อถึงตอนนั้นน่าจะใช้งานได้ ”
“ ถ้าติดต่อได้ส่งคนไปบอกพวกผมด้วยนะครับจะได้ไม่ทำงานซับซ้อนเกินไป ”
“ ได้ๆ พักผ่อนให้เต็มที่ เมื่อกลับไปถึงเมือง Z เราจะเริ่มแผนการณ์อีกขั้นกันทันที ”
ก๊อตกระโดดกลับไปยังรถไฟของตนเองที่อยู่หลังสุด นับเป็นขบวนที่ 4 จากรถไฟทั้งหมดที่กำลังวิ่งต่อท้ายกัน การเดินทางในครั้งนี้น่าจะใช้เวลานานกว่าครั้งที่เดินทางมา เนื่องจากพวกเขานำตู้รถไฟต่อเข้าไปกับหัวรถจักรมากเกินไปทำให้ความเร็วตกลง การที่ไม่เพิ่มหัวรถจักรนั่นก็เพราะว่ามันไม่มีให้ใช้ พวกเขาสามารถหาเพิ่มได้เพียง 3 เครื่องเท่านั้นจึงทำให้มีขบวนรถไฟเพียง 4 วิ่งมาจากเมือง V มุ่งหน้าเข้าหาเมือง Z.