ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 42 : กวาดล้างกองกำลังใต้ดิน!

    ลุงเฉียนพยักหน้าเบาๆ เขาประคองร่างของจางหยินเซียวขึ้นมานอนราบ และส่งพลังปราณเข้าสู่ร่างของจางหยินเซียวเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น


    หลังจากนั้นไม่นานจางหลินก็พบกับเม็ดยาระดับ 4 สองเม็ด เขาป้อนให้แก่จางหยินเซียวในทันทีโดยไม่จำเป็นต้องคิด 


    ผ่านไปไม่นานร่างกายที่ซีดเซียวของจางหยินเซียวก็เริ่มแสดงอาการดีขึ้น


    จางหลินถอนหายใจอย่างโล่งอก และปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก ก่อนจะหันไปหาลุงเฉียนและกล่าวถาม “ลุงเฉียน กลุ่มบัญญัติสวรรค์มาถึงกันแล้วหรือยัง?”


    ลุงเฉียนประสานมือและตอบกลับอย่างสุภาพ “ในตอนนี้พวกเขาทุกคนมารวมตัวกันที่ศาลานวดาราตามคำสั่งแล้ว... นายน้อยมีคำสั่งใดๆให้พวกเขาหรือไม่?”


    จางหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ถ่ายทอดคำสั่ง! ออกตามหายาอายุวัฒนะระดับสูงในเมืองหยางโจวมาให้ได้มากที่สุด! และหาซื้อตำราหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นกำเนิดแห่งชีวิตมาให้ได้มากที่สุด!”


    “และสุดท้าย…ล้างบางเครือข่ายใต้ดินที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชิงทั้งหมดไม่เว้นแต่ชีวิตเดียว!” ทันทีที่จางหลินออกคำสั่ง ลุงเฉียนพลันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วง ราวกับว่าจางหลินกำลังโบกธงสงครามกับตระกูลชิงอย่างเป็นทางการ!


    หัวใจของลุงเฉียนปั่นป่วนราวกับเลือดได้สูบฉีดอย่างรุนแรง เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขอรับ!”


    ในตอนนี้กลุ่มบัญญัติสวรรค์ที่ถือได้ว่าเป็นกองกำลังส่วนตัวของจางหลินที่เคยโลดแล่นในใต้ดินและมุมมืดของแต่ละย่านได้มารวมตัวกันในที่เดียว 


    พวกเขาจะทำการกวาดล้างครั้งใหญ่เพื่อให้ตระกูลชิงไม่มีอำนาจใดๆเหลืออยู่ในเมืองหยางโจวอีกต่อไป!


    หากดูจากหน้าเสื่อแม้ตระกูลชิงจะอพยพออกจากเมืองหยางโจวไปแล้วก็จริง แต่อย่าลืมว่าเครือข่ายใต้ดินที่ไม่ได้เปิดเผยตัวของตระกูลชิงยังคงอยู่ เพราะไม่มีผู้ใดสามารถระบุตัวตนได้ว่ากองกำลังใต้ดินใดขึ้นตรงกับคำสั่งของตระกูลชิงบ้าง และจางหลินมั่นใจว่าพวกตระกูลชิงจะไม่ถอนกองกำลังใต้ดินออกจากเมืองหยางโจวอย่างแน่นอน


    แต่น่าเสียดายที่กลุ่มบัญญัติสวรรค์ได้แทรกซึมเข้าไปในทุกกองกำลังของเมืองหยางโจวแล้ว พวกเขาจึงสามารถระบุได้ว่ามีผู้ใดบ้างที่กำลังเคลื่อนไหวใต้ดินให้แก่ตระกูลชิงอย่างลับๆ


    ฉะนั้นการล้างบางเครือข่ายใต้ดินของตระกูลชิงสำหรับจางหลินไม่ใช่เรื่องยากเลย!


    นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะไม่มีผู้ใดที่ทำงานให้ตระกูลชิงสามารถอยู่รอดปลอดภัยในเมืองหยางโจวได้อีกต่อไป ด้วยน้ำมือของกลุ่มบัญญัติสวรรค์!


    จู่ๆ ลุงเฉียนก็นึกบางอย่างขึ้นได้ ก่อนจะเอ่ยถาม “นายน้อย หากทำลายกองกำลังของตระกูลชิงแล้ว ท่านจะให้กลุ่มบัญญัติสวรรค์ยึดครองถิ่นฐานเหล่านั้นทันทีเลยหรือไม่? เมื่อนั้นทรัพยากรทั้งหมดจะได้ตกเป็นของกลุ่มบัญญัติสวรรค์แต่เพียงผู้เดียว”


    แต่จางหลินโบกมือปฏิเสธและให้เหตุผลว่า “ยังก่อน การทำเช่นนั้นจะทำให้ตระกูลชิงตระหนักได้ในทันทีว่าการล้างบางเครือข่ายใต้ดินในครั้งนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลจางโดยตรง และมันอาจจะใช้แผนการอื่นๆในการพุ่งเป้ามาที่ตระกูลจางเป็นเป้าหมายหลัก”


    จากนั้นเขาก็เสนอแนะวิธี “สิ่งที่ต้องทำคือกำจัดผู้นำเครือข่ายใต้ดินที่ทำงานให้ตระกูลชิง และมอบตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของแต่ละกองกำลังให้กระจัดกระจายกันออกไป อย่างเช่นมอบให้แก่ตระกูลฉี ตระกูลหลินหรือตระกูลหยู ทำให้ดูเหมือนว่าตระกูลชิงได้ถูกล้างบางโดยตระกูลอื่นๆที่ไม่ได้มีเพียงแค่ตระกูลจาง”


    “เมื่อนั้นเป้าหมายของตระกูลชิงจะกระจัดกระจายออกไปเป็นวงกว้าง และชิงเหลียนเฟิงจะไม่กล้ายื่นมือเข้ามากอบกู้กองกำลังเครือข่ายใต้ดินอีกต่อไป เพราะมันมองว่าหากมันกระทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการตั้งต้นเป็นศัตรูกับสี่ตระกูลในคราวเดียว! หากเป็นไปตามที่ข้าต้องการ เมื่อนั้นเครือข่ายใต้ดินของตระกูลชิงก็จะถูกกวาดล้างโดยสมบูรณ์! โดยที่ชิงเหลียนเฟิงไม่กล้าที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเมืองหยางโจวอีกต่อไป!” จางหลินกล่าวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน


    ลุงเฉียนอดไม่ได้ที่จะปรบมือชมเชย “นายน้อยช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก”


    หากกลุ่มบัญญัติสวรรค์ทำตามคำสั่งของจางหลินได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อนั้นทุกสิ่งอย่างในเมืองหยางโจวก็จะไม่มีมือที่สามกล้าที่จะเข้ามาแทรกแซงกิจการใต้ดินอีกต่อไป 


    แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับทรัพยากรมากองไว้ที่ตระกูลจางเป็นจำนวนมาก แต่พวกเขาก็ยังได้รับส่วนแบ่งบางส่วนโดยแลกกับการกระจายเป้าหมาย 


    สำหรับจางหลินนั่นถือว่าคุ้มค่าแล้ว


    หลังจากรับคำสั่งอย่างละเอียด ลุงเฉียนก็กระโจนออกนอกหน้าต่างด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ฆ่าคนจนหนำใจ! 


    ในเวลาเดียวกันนั้นสาวใช้ก็เปิดประตูห้องส่วนตัวเข้ามาด้วยความสงสัย “นายน้อย เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น?”


    แต่เมื่อเห็นสภาพของจางหยินเซียว นางก็หน้าถอดสี จางหลินจึงหยุดนางไว้และกำชับว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับผู้ใดเป็นอันขาด


    .

    .

    .


    เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงพลบค่ำ เหล่าสมาชิกของตระกูลจางกลับมาจากคฤหาสน์เจ้าเมืองด้วยการแสดงออกที่เบิกบานกันถ้วนหน้า นั่นแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันเข้าสู่สำนักจักรพรรดิดาราเป็นข่าวดีสำหรับตระกูลจาง


    ซึ่งการคัดเลือกศิษย์ภายนอกสำนักในครั้งนี้ สมาชิกตระกูลจางทั้งสามอย่างจางเจียหยู จางหลงและจางหวู่ฮุ่ย ได้กลายเป็นลูกศิษย์ของสำนักจักรพรรดิดาราอย่างเป็นทางการ


    และพวกเขามีกำหนดการที่จะต้องออกเดินทางเข้าสู่สำนักจักรพรรดิดาราในอีกสองวันให้หลัง เพื่อที่จะเริ่มฝึกฝนในเส้นทางแห่งเต๋าและได้รับการดูแลภายใต้การปกครองของสำนักจักรพรรดิดารา


    แต่เมื่อจางหยุนเซิงที่รู้สึกยินดีกำลังจะนำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่จางหยินเซียว เขากลับพบว่า จางหยินเซียวกำลังได้รับการดูแลโดยจางหลินอย่างเคร่งครัด


    ก่อนจะมารู้ภายหลังว่าก่อนหน้านี้ต้นกำเนิดพลังชีวิตของจางหยินเซียวเกิดแตกสลายเนื่องจากไม่สามารถต้านทานปราณของปรมาจารย์ซูหยานได้ แต่โชคยังดีที่จางหลินนำยาอายุวัฒนะมาให้แก่เขาได้ทัน ด้วยเหตุนี้พลังชีวิตของจางหยินเซียวจึงยังไม่ถูกระบายออกไปมากเท่าที่ควร


    เพียงแต่พลังยุทธ์ขอบเขตตื่นรู้ 1 ดาวของจางหยินเซียวกลับลดลงเหลือเพียงแค่ขอบเขตก่อกำเนิด 8 ดาว ซึ่งนี่เป็นผลเสียที่อาจจะก่อให้เกิดความไร้เสถียรภาพในเมืองหยางโจวสำหรับตระกูลจาง


    แต่จางหลินก็มีคำสั่งอย่างเข้มงวดว่าเรื่องนี้ห้ามให้มีผู้ใดรับรู้นอกจากจางหยูเซิง สาวใช้และพ่อบ้านส่วนตัวของจางหยินเซียวเท่านั้น เพื่อที่จะป้องกันความโกลาหลที่จะเกิดขึ้น 


    โดยที่หลังจากพบว่าอาการของจางหยินเซียวดีขึ้นมากแล้ว จางหลินก็ขอตัวจากไปเพื่อที่จะรับข้อมูลที่ถูกส่งมาจากลุงเฉียนอีกที