ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่18 ทําอาหารบนดาดฟ้า

    เช้าตรู่วันต่อมา ณ ภัตตาคารบัวสวรรค์ บนดาดฟ้าริมฝั่งด้านหน้า มีเครื่องครัวต่างๆรวมถึงเตาและอุปกรณ์ที่จําเป็นในการทําอาหารวางเรียงรายดูน่าสวยงามสุดตระการตาอยู่
    ท่ามกลางเครื่องครัวต่างๆ มีชายหนุ่มในชุดสูทสีดํายืนมองไปบนท้องฟ้ารอบๆ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับเทพเซียนในนิยาย
    เขาก็คือ…ยูหมิง !
    ยูหมิงเลิกมองท้องฟ้าอีกต่อไป เขาเดินไปที่ริมดาดฟ้าด้านหน้าแทน และกวาดตามองไปยังพื้นถนนเบื้องล่าง
    ที่ข้างล่างมีคนเดินไปมาสัญจรกันน้อยนิด และจะสังเกตได้ว่าส่วนใหญ่นั้นป็นคนที่กําลังออกกําลังกายอยู่
    พวกเขาต่างมีเหงื่อโชกที่เปียกอย่างเห็นได้ชัดบนร่างกาย
    “ ได้เวลาเริ่มโชว์กันแล้ว ! ” ยูหมิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นเขาก็จุดไฟขึ้นมา
    พรึ่บ
    ไฟจากเตาลุกโชนขึ้นมา ส่งผลให้ท้องฟ้าที่มีแสงสว่างน้อยนิด ดึงดูดความสนใจจากคนเบื้องล่างได้ดี
    “ ดูนั่น ! เขากําลังทําอะไรน่ะ ? ” ชายชุดแดงที่เหงื่อเปียกโชกอุทานขึ้นหลังจากที่สังเกตเห็นไฟจากเตาที่ยูหมิงจุดขึ้น
    “ เฮ้ย ! ไอ้หนุ่มนั่นมันบ้ารึเปล่าเนี่ย ไปทําอาหารอะไรบนนั้น ? แถมยังทําตรงริมๆอีก นี่มันไม่กลัวพลาดตกลงมาเลยรึไง ?! ” ชายชราชุดดําที่กําลังวิ่งจ็อกกิ้งอยู่ หยุดวิ่งและอุทานออกมาด้วยความตกใจ
    “ บ้าไปแล้ว ! ภัตตาคารบัวสวรร์ตกตํ่าถึงกับจ้างเชฟปัญญาอ่อนแบบนี้แล้วเหรอ ? ” หนึ่งในคนธรรมดาที่มาแถวนี้บ่อยๆพูดขึ้นด้วยความสงสัย
    หลังจากนั้นไม่นานเสียงดังเซ็งแซ่ทั้งหลายก็ดังยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์การกระทําของยูหมิงด้วยความสงสัยและตกใจ และอีกส่วนเป็นเสียงที่ดูถูกเยาะเย้ย
    จะไม่ให้พวกเขาตกใจได้ยังไง อยู่ดีๆก็มีคนมาทําอาหารสุดแสนหวาดเสียวที่ริมดาดฟ้า นี่มันโครตจะอันตรายเลยนะ !
    หากพลาดทีได้ไปเยือนยมบาลแน่ !
    “ จะตกใจอะไรกันนักกันหนา สงสัยไม่เคยเห็นคนหล่อเหลาขนาดนี้แน่เลย เฮ้อ… ” ยูหมิงถอนหายใจเงียบๆ เพราะเสียงดังเซ็งแซ่ทั้งหลายนี้มันทําให้เขารําคาญ
    โดยไม่รอช้า ยูหมิงทําการนวดแป้งและจีบ ใช่แล้วยูหมิงกําลังทําเสี่ยวหลงเปา แต่ครั้งนี้เขาใช้ความเร็วสูงสุด
    …
    ในไม่ช้าเสี่ยวหลงเปากว่าหนึ่งร้อยลูกก็ถูกนึ่งเสร็จ มีเพียงยูหมิงเท่านั้นที่ได้กลิ่นหอมของมันอย่างชัดเจน
    “ กลิ่นอะไรน่ะ ? หอมจังเลย ! ” หญิงสาวในชุดทํางานที่ตื่นเช้าตรู่ได้กลิ่นหอมจางๆที่ถูกส่งมาจากดาดฟ้า เธอรู้สึกได้ถึงความหอมของติ่มซําที่ราวกับของกินสุดอัศจรรย์
    “ นี่มันกลิ่นของเสี่ยวหลงเปานี่ ! แต่ทําไมมันถึงได้หอมชวนชื่นนักล่ะ ?! ” เถ้าแก่ร้านซักรีดตกตะลึง ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความไม่อยากเชื่อ 
    เขาเคยผ่านเสี่ยวหลงเปามามากมายนักต่อนักแล้ว ครั้งนี้เขาจึงรู้ได้ว่ามันคือกลิ่นของเสี่ยวหลงเปา แต่ทําไมมันถึงได้หอมเลิศเลอขนาดนี้นักล่ะ ?
    ขนาดเสี่ยวหลงเปาอันที่อร่อยที่สุดที่เขาเคยกินมามันยังไม่หอมขนาดนี้เลยด้วยซํ้า !
    ในตอนนี้เขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าต้องเป็นเสี่ยวหลงเปาแบบไหนถึงได้หอมขนาดนี้ เขามองไปยังจุดดาดฟ้าของภัตตาคารบัวสวรรค์ทันที “ เขาคือคนทํามันสินะ ? ”
    ยูหมิงเหมือนจะรู้สึกได้ถึงการจ้องมองของสายตาหลายคู่ เขาเพียงยิ้มจางๆตอบกลับไปแทน “ ทุกท่านวันนี้ผมเชฟยูจะทําการเสิร์ฟเสี่ยวหลงเปาจํานวนหนึ่งร้อยลูกให้ทานฟรี หากอยากทานอีกก็สามารถแวะมายังภัตตาคารบัวสวรรค์ของเราได้ตลอด ! ” 
    ทันใดนั้นยูหมิงก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สองมือจับเข่งของเสี่ยวหลงเปาแล้วสะบัดมันออกไปทั่วทิศทาง
    เสี่ยวหลงเปาในเข่งจํานวนหนึ่งร้อยลูกลอยกระเด็นไปยังฝูงชนเบื้องล่างทันที
    พวกมันได้ลอยกระเด็นเข้าไปในปากของผู้คนที่อยู่ข้างล่าง จนพวกเขาสัมผัสได้ถึงความร้อนที่เกือบจะลวกปาก 
    “ ไอ้เชี่ยตัวไหนมันโยนอะไรเข้าปากฉันวะเนี่ย ?! ”
    “ บัดซบ ! ปากพี่ใหญ่คนนี้จะพองอยู่แล้ว เชี่ยตัวไหนกันที่ทําแบบนี้ ? ”
    “ ไอ้เชี่ยเชฟนั่นนี่เอง ! ไม่ถงไม่ถามซักคําอยู่ดีๆก็โยนเข้าปากมาให้กิน เดี๋ยวแม่งเจอดีแน่ ! ”
    ผู้คนทั้งหลายต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พวกเขาอยากจะจัดการไอ้คนที่มันทําเรื่องแบบนี้ บางคนที่มองเห็นว่าเป็นยูหมิง เขาถึงกับโกรธจัดจนจะตามไปจัดการ
    ทว่าในตอนนั้นเอง เสี่ยวหลงเปาที่อยู่ในปากของผู้คนมันก็ได้ละลาย พร้อมๆกันความอเร็ดอร่อยสุดลํ้าก็ได้ระเบิดออกมา
    ผู้คนจํานวนมากที่โวยวายในก่อนหน้านี้ก็พลันเปลี่ยนท่าที พวกเขาอดไม่ได้ที่จะขยับปากและเริ่มเคี้ยวอย่างไม่รู้ตัว
    “ เชี่ย ? นี่มันรสชาติอะไรกัน ? อย่างกับอาหารของเทพในตํานานเลย ! ”
    “ อร่อยขนาดนี้ถึงจะร้อนแต่พี่ก็จะทน ! ”
    “ นี่มันเสี่ยวหลงเปาชั้นเลิศ ! ”
    “ ถึงไอ้เชฟนั่นจะบ้า ! แต่เสี่ยวหลงเปาของมันก็อร่อยจริง ! ”
    “ หล่อไม่พอยังทําอาหารอร่อยด้วย ฉันอยากได้คุณเป็นแฟนจังค่ะ จะได้กินเสี่ยวหลงเปาอร่อยๆแบบนี้ทุกวัน ”
    “ เมื่อกี้ไอ้เชี่ยตัวไหนนะที่บอกจะไปจัดการมัน ? ”
    “ ฉันเอง ! แกมีเรื่องอะไรงั้นเรอะ ? ”
    “ มา ! ไปกับฉัน ! ไปขอเสี่ยวหลงเปาจากมันเพิ่มกัน ! ”
    “ โอ้ ! คิดเหมือนกันเลยว่ะ มา ! ไปกัน ! ”
    ทางด้านเถ้าแก่ร้านซักรีดที่ได้ลิ้มลองเสี่ยวหลงเปา เขาถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้น ใบหน้าตกตะลึงสุดขีดจนแทบคลั่ง “ พระ…เจ้า…พระเจ้า ! นี่มันเสี่ยวหลงเปาระดับพระเจ้าชัดๆ ! ” ที่ผ่านมาตัวเขาไม่เคยได้ลิ้มลองเสี่ยวหลงเปาที่อร่อยเลิศขนาดนี้มาก่อนเลย มันอร่อยมากจนซะเขาอยากแทบปิดร้านซักรีดไปขอสืบทอดวิธีทํา มาทํากินเองเลยล่ะ !
    “ สุดยอด ! นี่มันเสี่ยวหลงเปาของสวรรค์ชัดๆ มันชําระล้างได้แม้กระทั่งความเหนื่อยล้า นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว ! ” ชายชุดแดงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เขาสัมผัสได้ว่าความเหนื่อยล้าจากการออกกําลังกายนั้นได้หายไปหลังจากที่กินเสี่ยวหลงเปา
    “ ใช่แล้ว ! นี่มันเป็นความอร่อยสุดลํ้าที่ทําให้ลืมได้แม้กระทั่งความเหนื่อยล้าอย่างไม่รู้ตัว ! ” ชายชราชุดดําที่ยังอยู่และได้ลิ้มลองเสี่ยวหลงเปาของยูหมิง เขารู้สึกฮึกเหิมอยากวิ่งต่อขึ้นมาในทันที
    “ สมแล้วที่กลิ่นหอมขนาดนั้น ! ” หญิงสาวในชุดทํางานพึมพําออกมาอย่างไม่รู้ตัว
    ในตอนนี้ทุกๆคนต่างอดไม่ได้ที่จะมองไปยังชายหนุ่มชุดสูทสีดํา ที่กําลังยืนตระหง่านราวกับเย้ยหยันใต้หล้า เขาคนนี้คือคนที่ทําเสี่ยวเปาสุดลํ้าขึ้นมา !
    พวกเขาอยากรู้ว่าทําไมอีกฝ่ายถึงทําเสี่ยวหลงเปาได้อร่อยขนาดนั้น 
    อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาพวกเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
    เพราะในตอนนี้พวกเขาล้วนพบว่าชายหนุ่มคนนั้นกําลังใช้กระทะอันใหญ่ผัดข้าวผัดด้วยวิธีแปลกประหลาด ทว่าสิ่งที่ทําให้พวกเขาตกตะลึงนั้นไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็น…การที่อีกฝ่ายผัดข้าวผัดในระหว่างเดินไปเดินมาบนริมดาดฟ้าต่างหาก !
    อา…ช่างน่าหวาดเสียวเกินไปแล้ว !
    ก่อนที่ผู้คนจะได้พูดอะไร ยูหมิงก็ทําข้าวผัดไข่เสร็จแล้ว เขานํามันใส่จานทีละจานอย่างรวดเร็วจนครบหนึ่งร้อยจาน
    ซึ่งแต่ละจานนั้นได้แบ่งข้าวผัดไข่ไว้ในจํานวนเท่าๆกัน 
    เมื่อทุกจานพร้อมแล้ว ยูหมิงก็ไม่รอช้าและหยิบจานใบหนึ่งขึ้นมา “ นี่คือข้าวผัดไข่ ! ขอให้ทุกท่านอร่อยนะครับ…อ้อ หาช้อนเอาเองด้วยนะ ผมไม่เสิร์ฟช้อน ! ” พูดจบยูหมิงก็ซัดจานๆนั้นตรงไปยังคนๆหนึ่งที่อยู่ข้างล่าง
    ชายชราที่มองเห็นจานสีขาวที่กําลังพุ่งเข้ามาทางเขาด้วยความรวดเร็วอย่างกับจานบิน เขาถึงกับตกใจแทบหัวใจวายซะเดี๋ยวนั้น “ เฮ้ย ! ทําไมปาจานใส่ฉันล่ะเนี่ย ?! ” เขาพยายามเคลื่อนตัวหลบ แต่มันก็ช้าเกินไปที่จะหลบ
    ฟรึ่บ
    จานสีจาวที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งไปหยุดบนมือของชายชราอย่างน่าอัศจรรย์ !
    ทุกๆคนในเวลานี้ถึงกับตกตะลึง สายตาของพวกเขาต่างจ้องมองไปยังข้าวผัดไข่ที่อยู่ในจานของชายชรา 
    มันแทบไม่มีเลยที่ข้าวผัดไข่ในจานจะเละเทะ แต่พวกมันกลับอยู่อย่างกับไม่เกิดอะไรขึ้น 
    เขาทําได้อย่างไร ? 
    เสิร์ฟแบบนั้นได้อย่างไร ?  
    นี่มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว !
    ทุกๆคนต่างมองเห็นข้าวผัดไข่ที่ดูผิดแปลกตา บางคนถึงกับขยี้ตาด้วยความอัศจรรย์ เพราะพวกเขาพบว่ามันเป็นข้าวผัดไข่ที่อย่างกับเยลลี่ไม่มีผิด
    ชายชราเองก็มองไปยังจานในมือด้วยความไม่อยากเชื่อ แต่ในเวลานี้เขาก็เหมือนจะตะหนักได้ถึงบางอย่าง ใบหน้าของเขาถึงกับเหยเก “ ช้อน ? ”
    มันไม่มีช้อน !
    แล้วเขาจะกินยังไง ? 
    เขาต้องเลียแผล็บๆเหมือนหมาอย่างนั้นเรอะ ?!