ฉู่หนิงยื่นมือออกไปที่ไหทรายสีม่วงเขากำลังต่อสู้กับเจ่อจ้วงและถังเทียน!
“ถ้าเจ้าไม่อยากตายอย่างน่าเกลียดก็อย่ายุ่งกับมัน”กงเสวียนยื่นมือออกไปตีมือของฉู่หนิง
“ตัวเล็กตัวน้อยอย่างเจ้าต้องการดื่มมันหรือ? เอาเรื่องกว่าอาสามของเจ้านัก”ชิงจีมองไปยังฉู่หนิงด้วยความงุนงงขณะพูดออกมา
สือเทียนหลินเอื้อมมือออกไปคว้าไหทรายสีม่วงก่อนจะเปิดมันแล้วเทใส่ชามให้ตัวเองกับเยี่ยซาง “สิบสาม ถือว่าเพราะเห็นแก่หน้าเจ้าหรอกนะพวกนี้คือเหล้าที่ดีที่สุดของศิษย์พี่หญิงหก ข้าคิดถึงมันมานานแล้ว จำได้ว่าข้าดื่มมันครั้งสุดท้ายเมื่อสิบปีก่อน”
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงหกข้าจะให้เกียรติศิษย์พี่หญิงหกและศิษย์พี่แปดด้วยเหล้าชามนี้”เขายกชามเหล้าให้ชิงจีและพยักหน้าให้สือเทียนหลินจากนั้นเยี่ยซางก็เงยหน้าขึ้นดื่มเหล้า
หลังจากดื่มแล้วเยี่ยซางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เหล้านี้แรงกว่าเหล้าที่เขานำมาจากหมู่บ้านจู๋หยวน ทั้งยังร้อนราวกับไฟ
“สิบสามเหล้านี้เป็นอย่างไรเล่า?” สือเทียนหลินยิ้มและมองเยี่ยซาง
“ร้อนเหมือนไฟมีพลังมาก เป็นเหล้าชั้นดีทีเดียว” เยี่ยซางกล่าวขึ้นหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง
“อะไรกัน? เจ้าไม่เวียนหัวเลยหรือ?” สือเทียนหลินตะลึงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำพูดของเยี่ยซางเขาเคยดื่มไปชามหนึ่งเมื่อสิบปีก่อนหลังจากดื่มแล้วความร้อนแรงของเหล้าก็พุ่งขึ้นไปที่หัวของตนเองโดยพลัน
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าหลังจากผ่านไปนานฤทธิ์สุราก็หายไป?” เมื่อมองไปที่ชามเหล้าในมือสือเทียนหลินก็ได้กลิ่นและส่ายหัว เขารู้สึกว่าฤทธิ์สุรานั้นยังคงแรงอยู่ดี
“เจ้าแปดสิบสามดื่มเสร็จแล้ว เจ้ายังจะรออะไรอยู่?” ชิงจีมองไปที่สือเทียนหลินและกล่าว
“โอ้!”สือเทียนหลินถือชามเหล้าและดื่มในอึกเดียวเช่นเดียวกับเยี่ยซาง
หลังจากดื่มแล้วสือเทียนหลินก็ปิดปากแน่นดวงตาของเขาเบิกกว้าง จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ“เหล้านี้แรงกว่าเมื่อสิบปีก่อนเสียอีก”
“เมื่อสองสามปีก่อนข้าใส่น้ำดีของหมีสีเงินลงไปอีก ทำไมพวกเจ้าถึงใช้ชามเล่า? ใช้ไหสิผู้ชายต้องดื่มจากไหไม่ใช่หรือ?” ชิงจีพูดด้วยรอยยิ้ม
“ท่านอาจารย์ขอข้าดื่มกับอาจารย์อาสิบสาม” เมื่อเห็นว่าอาจารย์เริ่มเมาเล็กน้อยซูเฟิงจึงเดินเข้ามาหาสองสามคนที่อยู่ตรงนี้
“สิบสามสู้ตายกับศิษย์อาจารย์คู่นี้เลย” หยางเหล่ยตะโกนนางเห็นแล้วว่าความสามารถในการดื่มของเยี่ยซางนั้นแข็งแกร่งมากคงไม่เป็นอะไรถ้าเขาจะดื่มกับสือเทียนหลิน
ชิงจีก้าวไปข้างหน้าพร้อมเทเหล้าใส่ชามให้ซูเฟิงและเยี่ยซาง
เยี่ยซางยกมือไปทางซูเฟิงและดื่มเหล้าในอึกเดียว
ซูเฟิงโค้งคำนับชิงจีและดื่มเหล้ารวดเดียวเช่นกัน
เมื่อซูเฟิงวางชามเหล้าลงขาของเขาเริ่มอ่อนแรง “ทำไมโต๊ะนี้ถึงสั่นกัน?”
หลังจากพูดจบซูเฟิงก็ล้มลง
“เจ้าตัวเล็กตัวน้อยนี่เจ้าคิดว่าเจ้าคือสิบสามหรือ?” ชิงจียิ้มแล้วใช้เท้าของนางเขี่ยซูเฟิงขึ้นมาก่อนจะโยนไปที่เก้าอี้ข้างๆเท้าของนางแข็งแรงแต่ก็นุ่มนวล ร่างกายของซูเฟิงตกลงบนเก้าอี้แต่กลับไม่สั่นแม้แต่น้อย
“ศิษย์น้องหญิงหกการดื่มเหล้าชิงเซวี่ยจากไหนั้นถือว่าทำร้ายกันเกินไป ไม่คุ้มเลยที่จะสูญเสียเหล้าชิงเซวี่ยนี้เพียงแค่ทำให้ศิษย์น้องขายหน้า”สือเทียนหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เอาเถิดถ้าอย่างนั้นก็ใช้ถ้วยกัน!” ชิงจีพยักหน้า เมื่อสือเทียนหลินยอมแพ้นางก็ไม่ได้บังคับให้สือเทียนหลินฝืนดื่มอีก แค่กลั่นแกล้งเล่นเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องก็เพียงพอแล้วนางจะไม่ทำให้สือเทียนหลินต้องอับอาย!
“สิบสามน้อยดูไม่ออกเลยว่าที่เจ้าดื่มเข้าไปเป็นสุราฤทธิ์แรงของจริง ดูเจ้าเด็กคนนั้นสิดื่มไม่ไหวแล้ว!” สือเทียนหลินส่ายหัวขณะมองไปยังซูเฟิงที่กำลังหลับอยู่บนเก้าอี้
“ไม่ว่าจะไหวหรือไม่จะเป็นเรื่องดีกว่าหากสามารถลุกขึ้นออกหน้าในช่วงเวลาวิกฤติได้”กงเสวียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาพอใจกับศิษย์รุ่นที่สามของยอดเขาไท่เสวียนเป็นอย่างมาก
“กลับไปแล้วข้าจะต้องเอาถังเหล้าออกมาให้เขาเสียผู้ชายจะดื่มไม่เป็นได้อย่างไร?” สือเทียนหลินพึมพำแต่เขาก็มองซูเฟิงบนเก้าอี้ด้วยความพึงพอใจ
คืนนั้นทุกคนพักผ่อนในบ้านเล็กๆที่ป่าไร้สำเนียง เมื่อตกกลางดึกเยี่ยซางก็ทำเนื้อย่างสำหรับทุกคนกงเสวียนเป็นคนแนะนำให้ทุกคนลองชิมเนื้อย่างของเยี่ยซาง ดังนั้นเขาจึงทำให้อู๋ฉี่หวาหนานและคนอื่นๆ ลิ้มรส หลังกินเสร็จทุกคนต่างชื่นชมฝีมือของเยี่ยซาง
เมื่อพักผ่อนทั้งคืนเยี่ยซางก็ล้างหน้าและวางแผนจะจากไป
“น้องสิบสามมีเรื่องอะไรหรือ? ถึงได้มาหาศิษย์พี่หญิงหก”เมื่อเยี่ยซางเดินออกมาจากบ้านที่ป่าไร้สำเนียง เขาก็พบชิงจียืนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณ
“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงหกสำหรับการต้อนรับเมื่อคืนนี้หากมีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะมารบกวนศิษย์พี่หญิงหก” เยี่ยซางพยักหน้า
“เอาเถิดหลังจากที่ศิษย์ใหม่เข้ามาได้สามเดือนจะมีโอกาสได้กลับบ้านบ้านเกิดของพวกเขาจะได้รับการปกป้องจากหุบเขาโอสถด้วยนอกจากนี้ยังมีศิษย์นอกสำนักของหุบเขาโอสถไปประจำอยู่ที่แห่งนั้นเช่นกันเมื่อถึงเวลาศิษย์พี่หกจะไปกับเจ้าเอง” ชิงจีหันไปมองกับเยี่ยซางแล้วกล่าวขึ้น
“ตกลง ถ้าถึงเวลาข้าจะไปหาศิษย์พี่หก”เยี่ยซางพยักหน้าและจากไป เขารู้ว่าชิงจีหมายถึงอะไรการที่เขาเดินทางมายังหุบเขาโอสถและต้องการเป็นศิษย์ของหุบเขาโอสถก็เป็นเพราะเขาต้องการให้หมู่บ้านจู๋หยวนได้รับการปกป้องจากหุบเขาโอสถ
“ศิษย์พี่หกท่านพบอะไรหรือไม่? สิบเอ็ดสิบสองและสิบสามดูคล้ายคลึงกันมาก พวกเขาทั้งหมดล้วนโดดเดี่ยวและเด็ดเดี่ยวน่าสงสารสิบสองนัก” หยางเหล่ยปรากฏตัวข้างชิงจี
“สิบเอ็ดกับสิบสองมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นที่สุดถึงนิกายเล็กๆ ที่เรียกว่าสี่ช่องสมุทรจะโดนอาจารย์ทำลายไปแล้วแต่เจ้านิกายก็หนีไปได้ ทุกปีที่สิบเอ็ดออกไป เขาก็ไปนานกว่าครึ่งปีเพื่อตามล่าอีกฝ่ายกล่าวได้ว่าเรื่องนี้ก็เป็นปมในใจของสิบเอ็ด” ชิงจีพูดขณะเช็ดดวงตาของนาง
ศิษย์ที่สิบเอ็ดของหลิ่วหยางอวี่โม่เฉิน และศิษย์ที่สิบสอง กวนเหยี่ย เข้าสำนักพร้อมกันและฝึกฝนด้วยกันต่อมาพวกเขาแยกกันไปทำภารกิจของสำนักกวนเหยี่ยโดนปิดล้อมจนตัวตายโดยนิกายที่เรียกว่าสี่ช่องสมุทร
กวนเหยี่ยสังหารคู่ต่อสู้มากกว่ายี่สิบคนมีดาบมากกว่าสิบเล่มอยู่ทั่วร่างกายของเขา แขนของเขาหัก ถึงอย่างนั้นหากตราบใดที่เขาบอกว่าตนเองเป็นศิษย์ของหุบเขาโอสถคนพวกนั้นย่อมไม่กล้าสังหารเขาอย่างแน่นอน ทว่าแม้จนจบต่อสู้แล้วเขากลับไม่ได้ใช้ตัวตนของหุบเขาโอสถเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้เลย
เมื่อศิษย์ของหุบเขาโอสถไปพบเข้าเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว แต่ก็ยังทิ้งคำพูดไว้ว่าเขาไม่ได้ทำให้ยอดเขาไท่เสวียนเสื่อมเสียและไม่ได้ทำให้ท่านอาจารย์เสียหน้า
หลิ่วหยางอวี่ได้ทำลายนิกายสี่ช่องสมุทรจนราบคาบด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุดแต่เจ้านิกายสี่ช่องสมุทรกลับรีบหนีออกไปและรอดพ้นจากหายนะไปได้ เมื่อเขารู้ว่าชายหนุ่มที่ตนเองนำคนไปปิดล้อมและสังหารคือลูกศิษย์ของหลิ่วหยางอวี่หัตถ์เขย่าสวรรค์ของหุบเขาโอสถ ชายผู้นั้นก็ไม่กล้าแม้แต่จะปรากฏตัว
“พอนับวันดูแล้วสิบเอ็ดน่าจะกลับมาเร็วๆ นี้” เสียงของหยางเหล่ยชะงักไปเล็กน้อย ในใจของพวกเขาต่างก็เห็นโม่เฉินและกวนเหยี่ยเป็นน้องชายของตนเองทั้งนั้น
“อืมเหตุผลที่ยอดเขาไท่เสวียนไม่รับศิษย์ใหม่ก็เพราะท่านอาจารย์ไม่ต้องการเห็นลูกศิษย์ของตนเองต้องตายอีกครั้งการปรากฏตัวของสิบสามทำให้ความรู้สึกของอาจารย์เปลี่ยนไป ถือเป็นเรื่องดี”ชิงจีกล่าว
“เจ้ากังวลว่าสิบสามจะเจอปัญหาระหว่างทางจึงต้องการไปที่บ้านเกิดของสิบสาม เพื่อดูแลเขาใช่หรือไม่?” หยางเหล่ยถาม
“ใช่ถึงจะบอกว่าผู้ฝึกตนต้องฝ่าฟันผ่านลมฝนนับไม่ถ้วน แต่ก่อนที่สิบสามจะเติบโตขึ้น ข้าจะทำหน้าที่ศิษย์พี่หญิงให้ดีที่สุด”ชิงจีพยักหน้า
“ไม่ต้องห่วงข้าจะไปกับเจ้าด้วย” หยางเหล่ยก็ตัดสินใจเช่นกันตอนนี้นอกจากเยี่ยซางที่เพิ่งเริ่มฝึกตนศิษย์ของหลิ่วหยางอวี่แต่ละคนล้วนสามารถดูแลตัวเองได้ดังนั้นทุกคนจึงให้ความสนใจกับเยี่ยซางเป็นพิเศษ
เยี่ยซางเพิ่งมาถึงที่ยอดเขาป่าไผ่ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักของกงเสวียนเล็กน้อยพลันนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้อง ซึ่งเป็นเสียงร้องของเทียนอวี่เอง
ทันทีหลังจากเสียงนั้นดังขึ้นเทียนอวี่ก็ปรากฏตัวออกมา มันกางปีกสองข้างออกแล้วร่อนลงตรงหน้าเยี่ยซาง
หลังจากนั้นก็เดินไปเข้าไปหาเยี่ยซางเขาจึงตบที่ปีกของมันเบาๆ เยี่ยซางไม่ได้เจอเทียนอวี่มาหนึ่งเดือนแล้ว จึงทำให้ค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับมัน
หนึ่งเดือนผ่านไปร่างกายของเทียนอวี่ดูใหญ่ขึ้นเล็กน้อยและขนสีขาวก็เป็นประกาย
“กลับบ้านกันเถิดบิน!” เยี่ยซางตบที่คอของเทียนอวี่แล้วพูด
ปีกของเทียนอวี่กางออกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเยี่ยซางกระโดดขึ้น มือขวาของเขาคว้ากรงเล็บอันแหลมคมของเทียนอวี่
มันพาเยี่ยซางขึ้นไปบนท้องฟ้าเมื่อบินขึ้นมาสูงมากกว่าสิบหมี่ กรงเล็บอันแหลมคมของเทียนอวี่ก็สะบัดอย่างรุนแรง จนโยนเยี่ยซางที่ไม่ได้ตั้งตัวออกไป
“เทียนอวี่ เจ้าทำให้ข้ากลัว ข้าคิดว่าเจ้าไม่พอใจ”เมื่อเยี่ยซางขึ้นมายืนบนหลังของเทียนอวี่ เขาก็เข้าใจเจตนาของมันได้โดยพลันเทียนอวี่อนุญาตให้เขาขึ้นขี่หลังได้แล้ว