ตอนที่แปดสิบสี่ ระวังของขึ้น
การ “ของขึ้น”นั้นเป็นเรื่องที่ผมต้องระวังอย่างมากจนผมคิดว่าไม่ค่อยคุ้มเท่าไรหากเรายังฝึกฝนจนควบคุมสติตนเองไม่ได้
อาคมก็จะควบคุมตัวเรา
หากมองตามแนว Warhammer คนจะคิดว่าเอเรบัสเป็นคนบ้าบอที่สักยันต์เต็มตัว
แต่หากพิจารณาจากทางอาคมแล้วเราควรจะตั้งคำถามว่า
“ทำไมคนเล่นอาคมถึงไม่สักยันต์เต็มตัว”
ต่างหาก
เราจะปล่อยให้ผิวหนังของเรามีช่องว่างรอยโหว่ที่ไม่มีวิทยาอาคมคุ้มครองป้องกันไปเพื่ออะไร?
แสนตรีเพชรกล้าก็ยังสักทั้งตัว
คนบ้าที่เราเห็นในเรื่อง Warhammer พอมาพิจารณาตามแนวคาถาอาคมของทางเราแล้วจะเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น
หากมองตามแนวคิดของแสนตรี เพชรกล้าเอเรบัส อาจารย์คงแล้วผมคงเป็นเพียงแค่คนที่ยังไม่ทุ่มเทเต็มที่เพื่ออาคมเท่านั้นเอง
แต่โทษที ผมยังทำใจไม่กล้าพอจริงๆในการทำเรื่องที่เกี่ยวกับคาถาอามคมโดยไม่ได้ทำการฝึกจิตก่อน
ผมยังทำใจไม่ได้หากฝึกผิดพลาดต้องกลายเป็นชีเปลือยหรือทำท่าอย่างจระเข้จนต้องคอยให้พระเยซูหรือพระอาจารย์มาช่วยแก้ของขึ้นให้ตามตำนาน
ผมยังคาใจอยู่พอสมควร
ทั้งที่ตามไบเบิ้ลหรือพระไตรปิฏกก็บอกอย่างชัดเจนว่าหากสวดภาวนาเอาพระเยซูเป็นที่พึ่งหรือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งมารต่างๆจะไม่สามารถกล้ำกราย...
แล้วทำไมคนเราถึงเลือกฝึกคาถาอาคมกัน?
เปรี้ยง
ต้นกล้วยที่ไอ้ห้อยไอ้โหนช่วยกันจับไว้หักคามือของมันตามแรงเตะของผม
ทั้งสองคนล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
“ลูกพี่ตีลหนักขึ้นอีกแล้ว คราวนี้ไอ้ขามต้องแพ้พี่แน่นอน”
“ลูกพี่เก่งที่สุดคราวนี้คนทั้งตำบลก็จะได้รู้ว่าลูกพี่เก่งกว่าไอ้ขาม”
“นงพะงาต้องมาหลงรักลูกพี่อย่างแน่นอน”
ใช่แล้วครับ
พวกเขามีความสามารถเหนือมนุษย์
แต่จะใช้ความสามารถไปเพื่อเล่นงานนักเลงแถวบ้านกับอวดสาวเท่านั้น
ผมสูดลมหายใจหลังจากที่ฝึกทั้งสายอ่อนและสายแข็ง
และชื่นชมไอ้ห้อยไอ้โหนมากที่พวกมันชมผมได้ทุกอย่างไม่ว่าผมจะทำอะไรอย่างนี้
“เอาล่ะ เราไปพักทานข้าวทานน้ำกันเถอะข้าจะไปช่วยพ่อกำนันเก็บค่าเช่าในตลาดเสียหน่อย”
ผมกล่าวต่อไอ้ห้อยไอ้โหน
ผมยังติดนิสัยเหมือนเดิม
รีบไปตลาดแต่เช้าและรีบกลับมาก่อนตะวันตกดิน
ทำไมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต่างๆยังไม่เข้าถึงแถวนี้ฟะ
เราหวังได้แค่การจุดโคมไฟเจ้าพายุหรือเอากระสือมาเป็นผีรับใช้ให้คอยส่องไฟให้เราเท่านั้น
แล้วทำไมเราสามารถเหาะ ล่องหน หายตัวก้าวที่ละหนึ่งกิโลเมตรได้ แต่ทำไมไม่มีคาถาที่สามารถจุดไฟได้ตอนกลางคืนฟะนี่?
หรือเราต้องจับกระสือมาประดับเสาข้างทางจริงๆ?