บทที่19
ความสามารถใหม่
โลหิตเจิ่งนองตามพื้นร่างไร้ศีรษะหกร่างนอนกลายเป็ร่างไร้ิญญา
พวกมันเป็ร่างของผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นห้า
ในเมืองอวี้หยางผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นห้าก็ถือว่าเป็ผู้ฝึกตนระดับกลางแล้ว
แต่กระนั้นพวกมันทั้งหมดก็ตายโดยที่พวกมันแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
คนเดียวที่ััได้ถึงอันตรายแล้วก็หลบจนรอดชีวิตมีเพียงหยางไห่เท่านั้น
ทว่าหยางไห่ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมรู้เลยสักนิด
ร่างของหยางไห่สั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวใบหน้าของมันซีดเซียว
ในตอนนี้มันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าตัวของมันกำลังพบเจอสิ่งด้วยอยู่กันแน่
การโจมตีเมื่อครู่มันในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นเจ็ดกับมองไม่เห็นเลยสักนิดเดียว
“ถ้าขยับตาย..”เสียงแ่เบาของหยุนโม่ดังขึ้น
แต่คำพูดแ่เบานั้นในการได้เสียงของหยางไห่กับได้ยินอย่างชัดเจน
หยางไห่ย่อมต้องรู้สึกหวาดกลัวเพราะว่าการโจมตีนั้นสังหารผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นห้าได้ง่ายดาย
นั้นแสดงว่ามันสามารถสังหารผู้ฝึกตนขอบเขตแต่งพลังขั้นเจ็ดอย่างมาได้ไม่เพียงแค่นั้นความน่ากลัวที่สุดก็คือการโจมตีที่ไม่มีการเคลื่อนไหว
มันไม่สามารถััได้ถึงปราณิญญาที่กระเพื่อมเลย
แต่ว่าเป็ผู้ฝึกตนการโจมตีแต่ละ อย่างน้อยก็ต้องโคจรปราณิญญาในร่างกาย
และนั่นก็เป็สิ่งที่ทำให้ผู้ฝึกตนสามารถโต้ตอบแทนโจมตีที่กำลังจะมาถึงได้
แต่เมื่อครู่ไม่มีการรวบรวมปราณิญญาการโจมตีนั่นเหมือนกับปรากฏขึ้นในอากาศ
นี่ยิ่งทำให้ตัวของมันนั้นรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
การโจมตีที่แม้กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นเจ็ดอย่างมันไม่สามารถััได้แม้กระทั่งการเคลื่อนไหว
เห็นได้ชัดว่าเป็การโจมตีที่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับหลอมกายา
ตู้บ!!หยางไห่ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้นก้มศีรษะลงโขกกับพื้นอย่างรุนแรงแล้วก็กล่าวออกมาอย่างร้อนรน
“ข้าผิดไปแล้ว!!ขอผู้าุโให้อภัยด้วย! ข้าผิดไปแล้ว!! ขอผู้าุโให้อภัยด้วย!”
หยุนโม่ยกยิ้มอย่างดูถูก
พูดตรงที่ยกย่องว่าตนเองนั้นประหนึ่งเทพเซียนอย่างไรถ้าเกิดว่าอยู่เบื้องหน้าความตายต่อให้เป็มนุษย์ธรรมดาพวกมันเองก็พร้อมที่จะคุกเข่าร้องขอชีวิต
เื่นี้เป็เื่ธรรมดาและเป็สัจธรรมต่อหน้าความตายฐานะผู้ฝึกตนอันใดสำคัญกัน
“นี่ตอบคำถามข้าหน่อยสิ”หยุนโม่เอ่ยขึ้น
หยางไห่หยุดโขกศีรษะมันเงยหน้าขึ้นมาที่กล่าวมาอย่างรวดเร็ว “ผู้ส่งเชิญถามถ้าเกิดว่าอันใดข้าตอบได้ข้าย่อมต้องตอบไม่กล้าปกปิด”
หยุนโม่ยังไม่ได้ลดปืนในมือลง
“หัวหน้าของกลุ่มหมาล่าเนื้อของพวกเ้าอยู่ที่ใดกัน?”
เื่นี้เป็เื่ที่หยุนโม่กำลังสงสัย
ในตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มหมาล่าเนื้อตามความทรงจำของผู้ฝึกตนจากกลุ่มหมาล่าเนื้อ 2 คนที่เขาเคยสังหารไป
พวกมันรู้ว่าหัวหน้าไม่ค่อยปรากฏกายมาเป็เวลานานแล้วอาจจะเป็เพราะว่าพวกมันทั้งสองเป็ผู้ฝึกตนที่มีฐานะไม่สูงภายในกลุ่ม
เลยไม่รู้เกี่ยวกับเื่การเคลื่อนไหวของหัวหน้ากลุ่มแต่ว่าสำหรับชายที่อยู่ด้านหน้าในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นเจ็ด
อีกฝ่ายต้องมีความสามารถมากพอที่จะรู้ถึงการเคลื่อนไหวของคนห้ากลุ่มหมาล่าเนื้ออย่างแน่นอน
หยุนโม่เลยอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเื่ของหัวหน้าของกลุ่มหมาล่าเนื้อที่หายตัวไปอย่างไรเขาเองก็กำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มหมาล่าเนื้อ
หัวหน้าของกลุ่มหมาล่าเนื้อคือคนที่เขาจำเป็ต้องให้ความสำคัญสูงสุดในตอนนี้
เพราะอีกฝ่ายเป็ผู้ฝึกตนที่มีขอบเขตสูงสุดแล้วก็อันตรายที่สุดของกลุ่มหมาล่าเนื้อ
ส่วนทำไมเขาถึงไม่สังหารชายที่อยู่ด้านหน้าแล้วก็ทำการอ่านความทรงจำจากความทรงจำที่กู้คืน
เหตุผลนั้นก็ง่ายมากความสามารถในการกู้คืนความทรงจำจากคนที่เขาสังหารไป มันกู้คืนความทรงจำไปได้บางส่วนเท่านั้น
เขาเกรงว่าความทรงจำในส่วนที่เขาอยากจะรู้มันอาจจะหายไปด้วยเพราะแบบนั้นถามกับคนที่ยังมีชีวิตย่อมดีกว่า
อีกฝ่ายแสดงท่าทางลังเลก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็พูดอย่างตะกุกตะกัก
“ถ้าเกิดว่าข้าบอกจะปล่อยข้าไปหรือไม่..”
หยุนโม่ยิ้มยกมือที่ว่างเปล่าขึ้น “ข้าสาบานในฐานะผู้ฝึกตน”
หยางไห่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“หัวหน้ากำลังเก็บตัวเพื่อทะลวงอยู่เพื่อพัฒนาไปขอบเขตหลอมกายาขั้นกลาง”
สิ้นสุดคำพูดนั้น
ปั้ง!! ศีรษะของหยางไห่ะเิแตกก่อนที่ตกตายและก่อนที่ศีรษะของมันจะะเิแตก ใบหน้าของหยางไห่ใน่วินาทีนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ
ตัวของมันไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนผิดคำสาบานในฐานะผู้ฝึกตนจริงๆ
หยุนโม่แย้มยิ้มแล้วกล่าวขึ้น “เสียใจด้วยข้าไม่ใช่ผู้ฝึกตนเพราะแบบนั้นคำสาบานต่อวิถีฟ้าดินของข้าไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้น”
สิ่่งที่ทำให้หยางไห่เชื่อให้คำพูดของเขาเมื่อครู่แล้วยอมเปิดเผยความลับออกมามันเองก็มีเหตุผลอยู่
นั่นก็คือเป็เพราะว่าคำสาบานของผู้ฝึกตนต่อฟ้าดิน
ผู้ฝึกตนดูดกลืนปราณิญญาฟ้าดินมาฝึกฝนเพราะแบบนั้นคำสาบานต่อฟ้าดินสำหรับพวกเขานั้นสำคัญเป็อย่างมาก
เพราะถ้าเกิดว่าไม่ทำตามคำสัญญาต่อฟ้าดินมันเองก็จะมีผลกระทบต่อเส้นทางแห่งการฝึกตนของพวกเขา
แต่ว่าหยุนโม่ไม่ได้เป็เช่นนั้นเขาเป็คนธรรมดาทั่วไป
คำสาบานต่อฟ้าดินอะไรนั่นมันไม่ได้มีผลกับเขาเลยสักนิด
ในขณะนี้สังหารผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังไปเจ็ดคนลูกแก้วภายในห้วงจิติญญาของหยุนโม่เองก็กำลังเปล่งประกายเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง
หยุนโม่เริ่มจัดการศพนั้นก็คือเริ่มเอาของที่มีค่าทั้งหมดของพวกเรา
จากนั้นก็เอารากิญญาของพวกมันออกมาแล้วก็ทำการเผาทำลายศพทั้งหมด
หยุนโม่มองดูรากิญญาที่ประหนึ่งเมล็ดพืชที่กำลังเปล่งประกาย เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“มีพวกนี้สร้างเครื่องกักเก็บปราณได้เพิ่มขึ้นอีกแถมยังเป็เครื่องที่มีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย”
ร่างโปร่งใสก้อนขนปรากฏขึ้นมาด้านหน้า
“นายท่านความสามารถของระบบเกิดการพัฒนา”
“ตอนนี้มีความสามารถใหม่ปรากฏขึ้นแล้ว”เสียงของโนวาดังขึ้น
หยุนโม่เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
“ความสามารถใหม่งั้นเหรอ?”
“ใช่แล้วขอรับในตอนนี้เปิดพื้นที่มิติส่วนตัวแล้วขอรับ”
หยุนโม่ดวงตาเปล่งประกายหลังจากที่ได้ยิน
“พื้นที่มิติกว้างขนาดไหน?”หยุนโม่ถามออกมาทันที เขากำลังปวดหัวกับการขนย้ายของอยู่พอดีเลย
ไม่คิดว่าตอนนี้ความสามารถพื้นที่มิติจะเพิ่มขึ้นได้พอดิบพอดี
“ในตอนนี้กว้างเพียงห้องธรรมดาหนึ่งห้องเท่านั้น”
“แต่คาดการณ์ว่าในอนาคตจะสามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก”
หยุนโม่พยักหน้าเขารีบเข้าไปเก็บของในรถม้าทั้งหมดเข้าพื้นที่มิติของตนเองทันที
การเก็บและเคลื่อนย้ายมันนั้นง่ายดายเป็อย่างมากเพียงแค่เขาััมันแล้วก็ให้โนวาเป็ตัวกลางในการบังคับผู้ควบคุมก็สามารถเก็บพวกมันทั้งหมดเข้าไปได้แล้ว
หลังจากที่เก็บของทั้งหมดแล้วสิ่งที่หยุนโม่ทำต่อไปคือการเผารถม้าของเขา จากนั้นก็รีบเดินทางออกจากสถานที่แห่งนี้
ที่เผารถม้าก็เป็เพราะว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้หยุนโม่มั่นใจว่าพวกมันจะต้องส่งคนมาสืบหาข้อมูลตรงบริเวณแถวนี้อย่างแน่นอน