บทนำ สิ่งที่์ชดเชยให้
ลู่เซียวมี่ กำลังนั่งร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็สายเื ร่างกายที่สั่นเทาคล้ายจะขาดดิ้น เอาแต่กอดป้ายชื่อของคนทั้งสามไว้แแ่ เื่น่าเศร้ามันได้เกิดขึ้นแล้ว สามีที่แสนดี รวมทั้งลูกน้อยอีกสองคน ตายในกองเพลิง แม้แต่เถ้ากระดูกก็ไม่เหลือให้ดูต่างหน้า มีแค่ชื่อให้จดจำก็เท่านั้น
“เซียวมี่ ดื่มอะไรอบอุ่นร่างกายสักหน่อยเถอะ ไม่งั้นคุณจะไม่รอดเอานะ”
เสียงกระซิบดังข้างหู นั่นคือิเจียเซิง เพื่อนร่วมงานของเธอเอง ทว่าต่อให้เขาพูดเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ในใจของลู่เซียวมี่ทั้งมืดมิดและเหน็บหนาว ราวยืนอยู่บนยอดหอคอยที่ปกคลุมไปด้วยแท่นน้ำแข็ง
เสียงสะอึกสะอื้นดังแ่เบาเรื่อย ๆ แต่แล้วคำพูดประโยคหนึ่งก็ดังชัดเจนขึ้นมา
“ตายไปซะได้ก็ดี ฉันจะได้ไปอยู่เป็เพื่อนลูกกับสามี”
สิ้นเสียงพูดอันน่าหดหู่ใจนี้ ลู่เซียวมี่ก็หมดสติลงตามลำดับ ทุกวินาทีที่ยังหายใจอยู่ สิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัว เปรียบเสมือนคำอธิษฐาน ก็คือความตาย
ลู่เซียวมี่ปลงไม่ตก...เอาแต่คิดว่า โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินไปหากต้องอาศัยอยู่คนเดียว โดยปราศจากครอบครัวที่อบอุ่น ที่ผ่านมาลู่เซียวมี่ ถูกยกให้เป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก เพราะสามีของเธอเป็คนดีมาก ลูกน้อยก็น่ารักนิสัยดี ชีวิตของลู่เซียวมี่ดำเนินมาได้ด้วยดีเสมอมา
กระทั่งสี่โมงเย็นวันนี้ สามีของเธอเดินทางไปรับเด็ก ๆ ที่โรงเรียนเหมือนทุกวัน แต่แล้วเื่อันน่าเศร้าก็ถ่ายทอดผ่านรายการสด นั่นคือลูกของเธอติดอยู่ในอาคารสูงชั้นแปดที่กำลังมีไฟลุกโหมอย่างรวดเร็ว ในฐานะคนเป็พ่อไม่ยอมแพ้แม้ความหวังมีเพียงริบหรี่
ในขณะที่คนส่วนใหญ่สนใจแค่ชีวิตของตัวเอง วิ่งสวนออกมาเพื่อเอาตัวรอด สามีผู้แสนดีของลู่เซียวมี่กลับวิ่งสวนเข้าไปในตัวอาคารที่ร้อนระอุ เป้าหมายเดียวก็เพื่อช่วยชีวิตลูกน้อยออกมา จนวินาทีสุดท้ายสามีและลูกของเธอก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย
.
.
“ท่านแม่ อย่าทิ้งข้ากับน้องไปนะขอรับ”
เสียงเด็กชายพยายามปลุกท่านแม่ด้วยจิตใจที่หดหู่ แล้วยังััได้อีกว่า มีเสียงร้องไห้ของเด็กผู้หญิงดังอยู่ข้างใบหู ช่างเป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่ ทำให้ลู่เซียวมี่ตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย ในหัวคิดของเธอกำลังคิดว่า ความฝันเหล่านี้ช่างเหมือนจริงเหลือเกิน
เด็กน้อยกำลังเรียกหาแม่?
ลู่เซียวมี่ เพิ่งผ่านการสูญเสียลูกมาหมาด ๆ แน่นอนว่าต้องอ่อนไหวกับเสียงเรียกร้องของเด็กน้อย ลู่เซียวมี่พยายามลืมตาตื่นอย่างสุดความสามารถ จู่ ๆ ก็รู้สึกหนักอึ้งที่หน้าท้อง แล้วก็ลามมาหนักอึ้งที่หน้าอก หลังสูดลมหายใจเข้าออกให้มั่นคง และกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสมดุลให้ม่านตาที่พร่าเลือน
จึงพบว่า หน้าท้องที่หนักอึ้งมีหัวทุยของเด็กหญิงซบอยู่ บนหน้าอกของลู่เซียวมี่ก็มีแขนของเด็กชายกอดอยู่เช่นกัน ประเมินจากสัดส่วนทรวดทรง เด็กชายอายุคงราวเจ็ดขวบเห็นจะได้ ส่วนเด็กผู้หญิงอายุน่าจะไม่เกินสี่ขวบ
“เด็กน้อย เลิกร้องไห้ได้แล้ว นี่มันปวดหัวมากนะ”
ลู่เซียวมี่เอ่ยกับเด็กทั้งสองด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย นั่นทำให้เด็กสองพี่น้องที่กำลังร้องไห้ระงม หันหน้ากลับมามองลู่เซียวมี่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทันทีที่ได้เห็นใบหน้าของเด็กทั้งคู่ให้ชัด ๆ ลู่เซียวมี่ก็เป็ฝ่ายน้ำตาไหลพรากออกมาเสียเอง
“ลู่เฟิงเหยา ลู่หลิงเอ๋อร์”
ลู่เซียวมี่เรียกชื่อลูกน้อยด้วยความคุ้นชิน ยังไม่ทันรอให้เด็กทั้งสองได้อ้าปากแก้ต่าง อาการเ็ปบนร่างกายก็หายเป็ปลิดทิ้ง แล้วผู้เป็มารดาก็ลุกขึ้นนั่งแล้วรวบแขนลงไปดึงเด็กสองคนเข้าสู่อ้อมกอด ลู่เซียวมี่ร้องไห้หนักเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าลูกกับสามีตายซะอีก
“ข้าหยางเฟิงเหยาขอรับ”
“ส่วนข้าหยางหลิงเอ๋อร์เ้าค่ะ”
เด็กทั้งสองเอ่ยแก้ต่างให้ตนเอง เพราะท่านแม่เอ่ยแซ่ของพวกเขาผิดไป จริงอยู่ที่ท่านแม่แซ่ลู่ แต่พวกเขาเป็เด็กที่มีบิดาเป็ของตัวเอง จะย้ายไปใช้แซ่มารดาได้อย่างไร ตามหลักก็ต้องใช้แซ่ของบิดาอยู่แล้ว เว้นเสียแต่ว่าบิดาจะตายตก หรือไม่...สองพี่น้องก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูล จึงจะย้ายไปใช้แซ่ตามมารดาผู้ให้กำเนิด
คำพูดของเด็กทั้งสองฟังดูแปลกพิลึก ลู่เซียวมี่จึงตั้งสติแล้วมองไปรอบกาย พบว่าในห้องนอนที่ควรเป็โรงพยาบาล หรือไม่ก็ห้องโถงในงานพิธีศพ กลับกลายเป็ห้องไม้ที่ประดับตกแต่งไปด้วยของใช้ย้อนยุค ราวกับว่าย้อนเวลามาอยู่ในยุคโบราณอย่างไรอย่างนั้น
แจกันเอย โต๊ะ ตู้ ตั่งเตียง ล้วนทำจากไม้ป่าและแกะสลักอย่างประณีต ซึ่งแน่นอนว่าปี 2022 ไม่มีใครใช้ของตกแต่งบ้านที่ดูล้าหลังขนาดนี้ แล้วสำเนียงของเด็กน้อยก็ไม่น่าใช่สำเนียงธรรมดา ต่างเรียกท่านแม่อย่างถนัดปาก ซึ่งลูกของลู่เซียวมี่มักเรียกเธอว่า ‘คุณแม่’ ต่างหาก
ลู่เซียวมี่พึงรู้ในบัดดลว่าตัวเอง ไม่ได้อยู่ในโลกเดิม แต่ได้ย้อนเวลามายังยุคโบราณ ที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า ย้อนมาอยู่ในยุคของจักรพรรดิองค์ใด แต่ดูจากการแต่งกายของเด็กทั้งสองก็น่าจะนานกว่าที่มีเขียนบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์
แต่จะย้อนมายุคไหนไม่สำคัญเท่าการที่ได้เห็นเด็กสองคน ที่ถอดแบบมาจากลูกของเธอราวกับลอกคราบกันออกมา นอกจากมีหน้าตาเหมือนกัน ชื่อก็ยังเหมือนกันอีก ผิดแค่แซ่ที่นำหน้าเป็แซ่ของสามีก็เท่านั้น
เอ๋! เดี๋ยวก่อนนะ
ร่างนี้แต่งงานแล้ว งั้นก็เท่ากับว่า ลู่เซียวมี่ที่ย้อนเวลามาจากอนาคต ก็ต้องเป็หญิงที่แต่งงานแล้วนะสิ?
ให้ตายเถอะ์!
นี่มันเื่อะไรกันแน่?
เกิดอะไรขึ้นกับลู่เซียวมี่??
ประทานพรให้มาอยู่อีกมิติก็ขอให้มอบความทรงจำที่เกี่ยวข้องให้ลู่เซียวมี่ด้วยเถอะ
หลังเว้าวอนต่อทวยเทพชั่วสามลมหายใจ คล้าย์ได้ยินคำขอของลู่เซียวมี่ ทันใดนั้นความทรงจำของใครบางคนแสดงหลายเหตุการณ์ในหัวของลู่เซียวมี่
ั้แ่ต้นจนจบ ลู่เซียวมี่ เพิ่งเข้าใจว่า ที่แท้เธอก็ตายตามสามีกับลูกไปแล้วจริง ๆ ด้วยหัวใจที่เศร้าโศกและไม่รู้จักปล่อยวาง พาดวงิญญาของลู่เซียวมี่มายังโลกใบนี้ เพื่อให้เธอได้เรียนรู้การใช้ชีวิต และเติมเต็มความปรารถนาของเธอเอง
หรือว่านี่จะเป็การชดเชยจาก์
ลู่เซียวมี่ลุกขึ้นเดินเพื่อไปสำรวจตัวเองโดยเฉพาะ โดยมีลูกทั้งสองคนคอยเดินตามก้น ราวกับว่ากลัวท่านแม่คนนี้หายวับไปกับตา ดูเหมือนว่าลูกสองคนจะติดเธอมาก ห่างแค่สามก้าวก็นับว่าห่างกันมากเกินไปแล้ว นี่สินะความรู้สึกของการได้เป็มารดาที่แท้จริง
ขณะนี้ลู่เซียวมี่ยืนอยู่หน้าคันฉ่องสีเหลืองทอง สะท้อนดวงหน้าที่งดงามดุจภาพวาด สีผิวขาวละเอียดดุจแพรไหม ช่อแก้มกลมนูนรับกับคางที่เรียวแหลม เสียก็ตรงที่ปากซีดเกินไปหน่อย เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นุ่งห่มก็นับว่าหรูหราเกินความจำเป็
ลู่เซียวมี่ภูมิใจกับใบหน้านี้มาก อย่างน้อย์ก็ไม่ได้มอบร่างกายของหญิงขอทานข้างถนน หรือไม่ก็…ให้ไปอยู่ในร่างของตัวร้ายที่ต้องนอนรอวันตายในชนบทเหมือนในละครที่เคยเห็นผ่านตามาบ้าง
ลู่เซียวมี่ อยู่ในร่างหญิงสาวที่มีชื่อเดียวกัน แต่ร่างนี้มีอายุแค่ 18 ปีเท่านั้นเอง อีกอย่างก็เพิ่งแต่งงานไปหมาด ๆ เสียด้วย ส่วนเด็กสองคนที่ตามติดหนึบเหมือนดวงิญญา ก็ไม่ใช่ลูกของนางเสียหน่อย เฟิงเหยากับหลิงเอ๋อร์คือลูกของพี่ชายต่างหาก
หน้าที่เลี้ยงดูเด็กตัวแสบสองพี่น้อง จึงตกมาอยู่ที่ลู่เซียวมี่โดยที่เ้าตัวไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ หลังจากที่ให้กำเนิดลูกคนสุดท้อง มารดาตัวจริงก็ตายเพราะเสียเืมาก มีเพียงบิดาที่คอยเลี้ยงดู ต่อมาบิดาที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ก็ถูกฆ่าตายในสนามรบเพราะปกป้องพี่น้องร่วมสาบานคนหนึ่ง
ทำให้เด็กสองพี่น้องกลายเป็กำพร้า เพราะความไร้เดียงสาก็อุปโลกน์ว่าลู่เซียวมี่เป็มารดาของตน ไม่ว่านางจะยอมรับหรือไม่ แต่เด็กสองพี่น้องไม่สนใจ เอาแต่คอยเดินตามตูด แล้วเอื้อนเสียงเรียก ท่านแม่ ๆ อยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน กระทั่งท้ายที่สุด ลู่เซียวมี่ ก็ต้องกลายเป็มารดาลูกสองในชั่วข้ามคืน
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า กดค้นหาชื่อเื่ หรือชื่อนักเขียนนามปากกา หวงตี้ny ก็ได้ค่า