บุญอิ่มเข้ามาดูแลเกตุแก้วตามคำสั่งของคุณหลวงภัสดาที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อสักครู่นี้ เมื่อบุญอิ่มเข้ามาก็ดูนั่นดูนี่ อย่างเป็นห่วง
“ฟื้นก็ดีแล้วแม่เกตุแก้วคุณหลวงท่านมิได้หลับได้นอนวนเวียนเฝ้าไข้หล่อนทั้งคืนทั้งยังขอให้ท่านเจ้าคุณบดินทร์เทพกับคุณหญิงแจ่มจันทร์ช่วยปกป้องคุ้มครองหล่อนด้วยนะ” เกตุแก้วฟังแล้วรู้สึกสงสัย
“ท่านเจ้าคุณบดินทร์เทพคุณหญิงแจ่มจันทร์ ใครกันรึพี่บุญอิ่ม?” เจ้าตัวถามขณะที่พลิกตัวตะแคงมาทางบุญอิ่ม
“เอ๊าอยู่เรือนท่านมาตั้งนานไม่รู้เลยรึ?ก็เจ้าคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณหลวงท่านแล้วก็คุณลำเภาอย่างไรเล่าห้องนี้ก็ห้องท่านทั้งสองนั่นแหละปกติห้องนี้คุณหลวงท่านดูแลอย่างดีมิเคยให้ใครเข้ามา ท่านหวงของท่านนักแต่ท่านให้หล่อนเข้ามานอนพักรักษาตัวที่ห้องนี้คงจะสำคัญทีเดียวล่ะ” บุญอิ่มชงให้เกตุแก้วได้ยินเพราะรู้ว่าเกตุแก้วคงจะโกรธนายตนอยู่ไม่น้อยจึงอยากให้หญิงสาวรู้สึกดีขึ้นบ้างกับการกระทำของคุณหลวงภัสดา
“หน้าตาท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงเป็นอย่างไรรึ? มีรูปท่านไหมพี่บุญอิ่ม?” เกตุแก้วรีบถามเพราะข้องใจไปถึงเรื่องราวในฝันเมื่อคืน
“มีสิช่างฝาหรั่งเคยถ่ายไว้” บุญอิ่มพูดพลางเดินหาไปทั่วห้องจนเจอรูปถ่ายจึงรีบนำมาให้เกตุแก้วดูเมื่อเกตุแก้วเห็นก็ต้องตกตะลึง ใช่แล้ว..ท่านทั้งสองมาฝากฝังลูกชายไว้กับเธอรึนี่เกตุแก้วยกมือขึ้นไหว้นอบน้อมทั้งที่ยังนอนอยู่เพราะบาดแผลที่หลังยังไม่หายดี ‘ลูกชายคุณท่านร้ายเหลือเกินเจ้าค่ะ’ เกตุแก้วนึกในใจกับรูปถ่ายบุคคลในรูปมองตรงมาทางหล่อนพร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นแกมเอ็นดู เกตุแก้วบรรจงวางรูปนั้นไว้บนตู้ตัวเตี้ยๆข้างหัวเตียงแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง จึงรีบพูด
“พี่บุญอิ่มฉันขอขอบใจพี่มากนักที่เมื่อคืนคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวเฝ้าไข้ฉันทั้งคืน”บุญอิ่มได้ฟังถึงกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“แหม..หล่อนลืมรึนี่ยังสาวยังแส้ขี้ลืมยังกะคนแก่ก็ข้าเพิ่งบอกไปอยู่เมื่อตะกี้ว่าคุณหลวงท่านเฝ้าไข้หล่อนทั้งคืนข้าน่ะหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้วคนที่เช็ดตัวให้หล่อนก็คงจะไม่พ้นคนเฝ้าไข้นั่นกระมัง”พูดพร้อมหัวเราะคิกคักจั๊กจี้หัวใจเกตุแก้วเมื่อรู้ดังนั้นก็รีบดึงผ้าขึ้นคลุมถึงหน้าอกอายแสนอายหน้าร้อนฉ่าไปเสียหมด‘ฉวยโอกาส มันน่าให้อภัยอยู่รึ’
หลายวันต่อมาเกตุแก้วอาการดีขึ้นมากแล้วเธอกำลังนั่งพับผ้าห่มบนเตียงคุณหลวงภัสดาเดินเข้ามาเงียบๆ เกตุแก้วยกกรอบรูปเจ้าของห้องขึ้นมายิ้มอยู่คนเดียว
“ขอบพระคุณคุณท่านทั้งสองที่ให้อิฉันอยู่อาศัยพักรักษาตัวที่ห้องนี้อย่างสงบสุขตลอดมา”เกตุแก้วพูดพร้อมวางกรอบรูปไว้ที่เดิมเบามือ แต่ทว่าเมื่อหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งเล็กๆเมื่อเห็นคุณหลวงภัสดายืนตระหง่านอยู่กลางห้อง หญิงสาวหน้าเจื่อนเล็กน้อยเพราะยังอายที่เขาเช็ดตัวให้ คงจะเห็นเนื้อตัวไปถึงไหนๆ
“จะไปไหน?”เสียงถามเรียบ
“กลับห้องคุณลำเภาเจ้าค่ะ”ตอบเลี่ยงสายตา
“ห้องนี้ฉันยกให้หล่อน”พูดเรียบนิ่งเช่นเดิม เกตุแก้วตกใจ
“ไม่เจ้าค่ะอิฉันไม่ขอรับสินน้ำใจนี้” รีบปฏิเสธพัลวัน
“หล่อนไม่อยู่ในฐานะที่จะเลือกสิ่งใดในเรือนนี้ได้ฉันให้ก็คือให้นับแต่วันนี้ไปหล่อนคือเจ้าของห้องนี้ เข้าใจรึไม่?” คุณหลวงภัสดารีบดักคอ ทีผ้าผืนงามราคาแพงระยับ หล่อนยังรับมาไว้ด้วยความเต็มใจแล้วห้องของพ่อแม่เขาหล่อนจะไม่รับให้มันรู้ไป ความคิดเอาแต่ใจราวกับเด็กน้อยเกตุแก้วฮึดฮัดขัดใจที่โดนบังคับไปเสียทุกเรื่อง
“ของกำนัลหล่อนฉันเอาไปคืนกับแม่ลำเภา อยากได้ก็ไปทวงกับแม่ลำเภาเองละกัน” พูดห้วนๆชายหนุ่มมิได้เอาไปทิ้งเพราะเกรงว่าจะทำให้เจ้าหล่อนขุ่นแค้นเขาหนักขึ้นกว่าเดิมทั้งที่ในใจอยากจะเผาทิ้งไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่คราวนี้เกตุแก้วกลับยิ้มขึ้นมาบ้าง
“คุณลำเภาคุยกับอิฉันเมื่อเช้าแล้วเจ้าค่ะอิฉันฝากพี่บุญอิ่มเอาไปคืนเจ้าของเขาเพราะรับไว้ก็คงไม่ได้ใส่ไปไหนเก็บไว้ก็เสียดายเปล่าอย่างน้อยถ้าคุณหลวงธรรมธรท่านจะได้นำไปเป็นของกำนัลกับญาติพี่น้องท่านก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่าให้บ่าวอย่างอิฉันป่านนี้ก็คงถึงมือเจ้าของแล้วเจ้าค่ะ” คุณหลวงภัสดายิ้มระรื่นทันทีก่อนบอกคนบนเตียงด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“หล่อนก็อยู่ที่ห้องนี้ฉันยกให้ พักผ่อนเสียเพิ่งฟื้นไข้มิใช่รึ ฉันจะไปทำงาน” เขาบอกอย่างเอาใจก่อนจะยกมือของตัวเองขึ้นพลิกดูหน้ามือหลังมือ เกตุแก้วมองอย่างสงสัยคุณหลวงมองสบตาเกตุแก้วด้วยสายตาคมกริบ พลางพึมพำเบาๆ ดังว่ารำพึงกับตัวเอง
“เนื้อนาง...ร่างนวล... อวลกรุ่น...” คำพูดปริศนาแฝงความหวานหยดย้อย ก่อนจะทิ้งสายตาสิเน่หาไว้กับเจ้าของเตียงคนใหม่แล้วเดินจากไป
คนบนเตียงนั่งหน้าร้อนฉ่าด้วยความเขินอายผ้าที่พับอยู่ยับยู่ยี่เพราะเจ้าตัวกำเสียแน่น จะหนีพ้นฤาไม่ นับวันยิ่งกระชับติดตรึงใจ เกตุแก้วนั่งคิดอยู่คนเดียวไม่มีคุณลำเภาอยู่ด้วยกันแบบนี้ ถ้าเขาเข้าหาอย่างที่เคยขู่เอาไว้หล่อนจะทำอย่างไร ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักในอก
บนเตียงนอนขนาดใหญ่เช่นกัน แต่อยู่ในปัจจุบันชาติเมขลานั่งก้มหน้าบีบมือเขินอาย อาการเหล่านั้นอยู่ในสายตาของวิญญาณคุณหลวงภัสดาวิญญาณหนุ่มยิ้มเอ็นดู หญิงใดเล่าจะน่ามองเท่าหล่อนเป็นมิมี
“นอนเถอะ ดึกมากแล้ว” บอกอย่างอ่อนโยน เมขลาทำตามอย่างง่ายดายหญิงสาวนอนลงโดยตะแคงข้างหันหน้ามาทางเก้าอี้โยกตัวเก่าสักพักคุณหลวงภัสดาก็ปรากฏร่างบนเก้าอี้โยกตัวนั้นพร้อมกับโยกเก้าอี้ไปมาด้วยความสบายใจ ทั้งยังส่งสายตาหวานซึ้งมาทางหญิงสาวอีกด้วยเมขลาสะดุ้งรีบพลิกตัวหันกลับไปอีกด้านทันที เธอได้ยินเสียงหัวเราะขบขันเบาๆในลำคอ ต่างคนต่างอบอุ่นในหัวใจ เพียงไม่นานเมขลาก็ค่อยๆหลับตาลงก่อนจะล่วงเข้าสู่ห้วงนิทรา โดยมีจิตสำนึกสุดท้ายกระหวัดไปที่ ‘เนื้อนาง ร่างนวล อวลกรุ่น’ และในที่สุดก็หลับสนิทเมขลาฝันต่อเนื่องไปถึงเหตุการณ์ที่คุณหลวงภัสดาเล่าค้างเอาไว้ บนเรือนของคุณหญิงเนื่องทอง
“ทำอะไรไม่รู้จักระวัง...”เสียงเอ็ดตะโรลั่นบ้านคุณหญิงเนื่องทองเอ็ดผู้เป็นบุตรสาวอย่างไม่ชอบใจ บัวทองเองก็นั่งนิ่งอย่างรับสภาพเมื่อเห็นบุตรสาวนิ่งคุณหญิงเนื่องทองก็เอ็ดต่อ
“แล้วทีนี้จะเอาหน้าไปพบคนที่เรือนโน้นได้อย่างไร?”คุณหญิงให้มีโมโหยิ่งนักที่บุตรสาววางแผนไม่รอบคอบจนโดนจับได้แทนที่จะว่ากล่าวตักเตือนบุตรสาวเพื่ออบรมสั่งสอนในการกระทำที่ไม่ดี
“คุณแม่ต้องช่วยลูกนะคะอีเกตุแก้วมันทั้งมายาสาไถยทั้งสำออย มันถึงได้มีผู้ชายมารุมล้อมชอบพอมัน” บัวทองนอกจากจะไม่ได้สำนึกผิดแล้วยังกล่าวร้ายแก่ผู้อื่นอย่างหน้าไม่อายฝ่ายคุณหญิงเมื่อได้ฟังความบุตรสาวก็เงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยนิ่งๆ รอบคอบ
“ตอนนี้ลูกควรจะอยู่เฉยๆเอาไว้ก่อน รอเรื่องเงียบสักพัก ประเดี๋ยวแม่จะจัดการเองควรแล้วรึทำอะไรไม่รู้จักปรึกษาหารือแม่ก่อน” ตำหนิลูกสาวพร้อมกับครุ่นคิดหาทางจัดการกู้หน้าบุตรสาวคืนมา
“แล้วอีเกตุแก้วคุณแม่จะปล่อยมันชูคออยู่แบบนี้รึเจ้าคะ?”เสียงบัวทองประท้วงขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“แม่แค่บอกว่าให้รอไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำอะไรมัน คนอย่างมันลูกขี้ครอกบ้านนอกบ้านนาแม่ไม่ปล่อยให้มันชูคอเทียบเทียมลูกและไม่ปล่อยให้มันมีความสุขเป็นแน่แม่จะกำจัดมันเอง” บอกชัดเจนแฝงความเกลียดชังในแววเสียงที่พูดออกมาและดูท่าว่าสองแม่ลูกจะไม่ยอมรามือเอาง่ายๆ เสียด้วย
ภพชาติปัจจุบัน... ช่วงสายของวันใหม่แสงแดดอ่อนๆ ทอประกายจ้าขึ้นเป็นลำดับเวลาคุณการุญและมินตราออกไปทำงานพร้อมกันตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยเพราะพิษของรถที่ติดกระหน่ำจึงทำให้สองพ่อลูกรีบไปแต่เช้าอีกอย่างคุณการุญได้แจ้งกับมินตราลูกสาวคนรองว่ามีประชุมโปรเจคประชาสัมพันธ์บริษัทซึ่งเป็นโปรเจคใหญ่ของปีนี้ทำให้มินตราต้องรีบเตรียมวาระการประชุมที่ค่อนข้างเร่งด่วนอีกด้วย
ดังนั้นเช้านี้ในคฤหาสน์หลังใหญ่ก็จะมีเพียงคุณรัศมีกับเรืองรินสองแม่ลูกที่ไม่ได้ทำงานทำการอะไรและเพิ่งจะลงมาจากด้านบนในยามที่เสาหลักภายในบ้านไปทำงานแล้วทั้งสองเดินคุยกันหัวเราะกันไปอย่างอารมณ์ดี โดยมีแวววาวยืนหน้าเจื่อนๆอยู่ตรงประตูห้องรับประทานอาหารคุณรัศมีเห็นแวววาวก็คาดโทษเรื่องเมื่อคืนที่ให้ตามไปดูเมขลาแต่ว่าสาวใช้คนสนิทกลับทำพลาดแล้วไหนยังจะกุเรื่องผีหลอกทำให้คนงานในบ้านพากันหวาดกลัวไปตามๆ กันจนโดนคุณการุญผู้เป็นสามีตำหนิ
“นังแวว เดี๋ยววันนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับแกยาว”พูดเสียงดุ แต่แวววาวสาวรับใช้ทำหน้าพยักพเยิดคล้ายจะบอกอะไรบางอย่างแต่ไม่ส่งเสียงพูดออกมา
“อะไรของแกนังแวววาว” เรืองรินตะคอกแวววาวก้มหน้างุดแล้วก็ชี้มือไปในห้องอาหารที่สุดแสนจะหรูหราสองแม่ลูกสงสัยเลยเดินเข้าไปดูว่าในห้องอาหารมีอะไร เมื่อเดินเข้าไปก็ถึงกับชะงักด้วยกันทั้งคู่
ภาพเบื้องหน้าคือเมขลาลูกสาวคนโตของคุณการุญในชุดเอี๊ยมยีนส์พอดีตัวด้านในเป็นเสื้อยืดสีขาวแลดูสดใสสมวัยหญิงสาวถักเปียหลวมๆ ปล่อยปอยผมเกลี่ยบริเวณแก้มใบหน้าขาวใสไร้การแต่งแต้มหนาเตอะทำให้ดูคล้ายเด็กสาวแรกรุ่นกว่าเรืองรินผู้เป็นน้องคนสุดท้องเสียอีกหญิงสาวกำลังตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย พลางก็กดรีโมทย์โทรทัศน์เปลี่ยนช่องนั้นช่องนี้อย่างสบายอารมณ์ที่สำคัญตรงที่เธอนั่งคือตำแหน่งประจำของคุณรัศมี เรืองรินแทบเต้นเร่าๆด้วยความไม่พอใจ...