“รสชาติดีเลยใช่ไหมล่ะ หนุ่มน้อย?”
“..”
จีเนสดื่มน้ำผลไม้ที่คุณลุงบาร์เทนเดอร์ใจดีเลี้ยงจนหมดไปหกแก้ว ก่อนที่คุณลุงจะยิ้มแย้มออกมาอย่างโล่งใจที่หนุ่มน้อยตรงหน้าไม่ได้มีอาการเมาแต่อย่างไร เพราะสองแก้วสุดท้ายมันไม่ใช่น้ำผลไม้ธรรมดา แต่เป็น้ำผลไม้ที่ถูกหมักไว้หลายปีจนมันกลายเป็เหล้าชั้นยอดที่ไม่ว่าคนคอแข็งแค่ไหนก็หลับได้ในแก้วเดียว แต่หนุ่มน้อยคนนี้เขาไม่ใช่พวกคออ่อนเกินคาดอย่างที่คุณลุงคิดไว้ในตอนแรก ไม่ได้แสดงอาการทางสีหน้าท่าทางเลยว่าจะมึนเมา ถึงแม้ว่าตอนจีเนสดื่มสองแก้วสุดท้ายเข้าไปก็พอรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่น้ำผลไม้ธรรมดา ๆ แต่เขาก็ต้องดื่มเพื่อเป็มารยาทต่อคนที่เลี้ยง
ชายในชุดสีดำััได้ว่าเสียงฝนข้างนอกเริ่มจะซาลงมากแล้ว เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าก็เริ่มเบาบางลงพอสมควรและเวลาตอนนี้ก็ใกล้จะรุ่งสาง จีเนสใช้เวลาเกือบทั้งคืนจัดการกับพวกปีศาจทั้งหมดที่อยู่ในเมือง แต่ก็ยังเหลือปีศาจข้างนอกที่เตรียมพร้อมจะบุกเข้ามาเป็กองทัพ เมื่อถึงเวลานั้นเมืองปราสาทแห่งนี้คงจะโดนพวกมันเข้ายึดอย่างง่ายได้ แต่กรณีแบบนั้นมันจะเกิดขึ้นยากถ้าหากเขาอยู่ที่นี้ในเวลานี้
“เป็นักผจญภัยที่ยังอายุน้อยอยู่เลยนะ ไม่น่าจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี้” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดง ๆ เหมือนกับคนที่เริ่มเมาในระยะแรก ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับคุยกันไม่รู้เื่
“คุณลุง อายุมันเป็แค่ตัวเลขนะ” จีเนสตอบกลับ พรางทำตาขวางใส่แบบไม่ตั้งใจ
คุณลุงบาร์เทนเดอร์พอดื่มเข้าไปหลายแก้วจนเริ่มเมาได้ที่ ก็เริ่มพูดคุยอะไรเรื่อยเปื่อย โดยให้จีเนสที่อายุน้อยกว่าเป็ฝ่ายนั่งฟัง
“ดวงตาดีนี่ ฉันเองก็เคยเป็นักผจญภัยมาก่อน แต่สุดท้ายแล้วก็เป็ได้ไม่นานจนต้องมาอยู่ในร้านเหล้าแห่งนี้”
“งั้นเหรอ” หนุ่มน้อยตอบกลับพอเป็พิธี พรางทำความสะอาดเอาผ้ามาเช็ดดาบของตัวเองให้เงาวับ
“และนายท่าทางจะแข็งแกร่งอยู่นะ และนายก็คอไม่แข็งพอที่จะดื่มเหล้าสินะ เพราะงั้นถึงได้สั่งแต่น้ำผลไม้ทั้งที่มันเป็ร้านเหล้า”
“ลุง.. รีบหนีออกไปจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุดจะดีกว่านะ ถ้าไปตอนนี้ก็อาจจะทัน” จีเนสพูดขณะที่เสียบดาบใส่ฝักอย่างหนักแน่น ก่อนจะสวมถุงมือสีดำที่ถูกออกแบบมาให้มีแต่นิ้วที่โพล่
คุณลุงพอได้ฟังคำพูดของคนหนุ่มก็หยุดพูดคุย หลับตาลงสักพักก่อนจะเบิกตาสีดำขึ้นมาอย่างใจเย็นราวกับเตรียมใจที่จะยอมรับบางสิ่งไว้แล้ว ก่อนจะขยับริมฝีปาก
“ฉันทำแบบนั้นไมได้หรอก..”
“ทำไมล่ะ?” หนุ่มน้อยถามอย่างครุ่นคิด
“ฉันจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉันทิ้งร้านเหล้าที่สืบทอดต่อ ๆ มาจากตะกูลนี้ไม่ได้หรอก …แล้วอีกอย่าง ลูกเมียฉันก็ป่วยเพราติดเชื้อโรคระบาดนอนอยู่ข้างบน เพราะแบบนั้นไง …คนในเมืองนี้ก็คงจะหลบอยู่แต่ในบ้าน และที่หลบภัยรอให้คนมาช่วย แต่กว่าอัศวินและกองกำลังทหารจะมาถึง ตอนนั้นก็คง..”
“เพราะงั้นผมถึงได้มาอยู่ที่นี้ไงล่ะ… ก็ตั้งใจไว้แบบนั้นอยู่แล้ว” ชายในชุดสีดำพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกำลังเดินตรงไปยังประตูทางออกด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เ้าของร้านเหล้ามองดูแผ่นหลังของเขา
“และก็อ่า…ฉันจะเป็คนปกป้องเมืองนี้เอง …เพราฉันคือ ผู้ผดุงความยุติธรรม” สิ้นสุดคำพูดของชายในชุดสีดำ ประตูก็ถูกพลักออกพร้อมกับเสียงห่าฝน และเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่คำรามดังไปทั่ว
“นายสู้กับเ้าพวกนั้นตัวคนเดียวไม่ไหวหรอก นายคิดว่าตัวเองเป็ใคร หรือว่าจะเสียสติไปแล้ว!”
คุณลุงเขาไม่หนีราวกับยอมรับชะตากรรมแบบนี้ เขารู้ว่ากำลังเสริมยังไงก็มาไม่ทัน ไม่มีความหวังอะไรั้แ่แรก เพราะเตรียมใจไว้แล้วที่จะยอมตายไปทั้งแบบนี้ นี่เป็ความสิ้นหวังแบบถึงขนาดเตรียมใจไว้อย่างเยือกเย็น
“บทพูดนั้น ฟังจนเบื่อแบบโคตรจะเอือมแล้วนะ …และฉันคืออัศวินสีดำ”
“ไม่เห็นรู้จัก”
“งั้นเหรอ…”
“อืม..”
…
..
T_T
หลังจากโดนพูดแทงใจดำใส่ว่าไม่รู้จัก จีเนสก็แสยะยิ้มพร้อมทำหน้าจริงจัง ก่อนจะขยับริมฝีปากพูดออกไปว่า
“เอาเป็.. ก่อนหน้านั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่า ห้องน้ำอยู่ที่ไหน?”
“…หลังร้าน”
ห่าฝนที่ตกทั่วบริเวณโดยรอบจนตอนนี้มันได้สงบลงแล้ว แม้จะเข้าสู่รุ้งสาง แต่ก็ยังไร้สว่างแสงจากดวงอาทิตย์ เพราะท้องฟ้ายังคงถูกปกคุมไปด้วยเมฆสีดำซึ่งได้กลืนกินชั้นบรรยากาศข้างบนจนหมด โดยไม่มีแม้แต่แสงเล็ดลอดเข้ามาได้ สถานกาณ์ด้านนอกปราสาทยังคงไม่มีอะไรเปลื่ยนแปลง ปีศาจและมนุษย์ประหลาดที่กระหายคาวเืจำนวนมากกำลังเตรียมพร้อมที่จะบุกเข้ามาโจมตี ซึ่งพวกปีศาจหรืุ์ประหลาดที่มารออยู่ข้างนอกตอนนี้จะมีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน
อาณาจักรใหญ่ที่มารวมตัวกันจะเป็คนกำหนดความร้ายแรง โดยระดับหายนะของปีศาจและมนุษย์ประหลาดจะแบ่งออกดังนี้
F อันตรายตุ่์รายบุคคล
C อันตรายต่อกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง
B เป็ภัยอันตรายต่อผู้คนจำนวนมาก สร้างความเสียหายเป็วงแคบ
A ภัยพิบัติอันตรายต่ออัศวินและพลเรือนทั่วไป สร้างความเสียหายให้กับเมืองเป็วงกว้าง
S หายนะระดับผู้นำทัพปีศาจ ถ้าพบเจอให้วางแผนรัดกลุมและรวมกลุ่มกับคนแข็งแกร่งจำนวนมากเพื่อใช้พลังสามัคคี
S+ สร้างความเสียหายให้กับเมืองหลายเมืองเป็วงกว้าง เป็ภัยร้ายต่อคนทั้งภาคเขตแดน พาคีอัศวิน นักเวท นักรบ
SSS หายนะระดับประเทศ อาณาจักรและเมืองจำนวนมาก ส่วนมากจะเป็การทำลายล้าง สามารถทำลายูเาได้ทั้งลูก เป็ภัยตุ่์ อัศวิน อัศวินศักดิ์สิทธิ์ โดยจะมีพวกสติปัญญาและไม่มีสติปัญญา แต่จำพวกที่มีสติปัญญาจะน่ากลัวกว่า ถ้าพบให้หนีตายสุดชีวิต
SSR หายนะระดับจอมมาร เป็ภัยผู้กล้า เผ่าต่าง ๆ และมวลมนุษยชาติบนโลก ถ้าเจอก็ได้แต่สวดภาวนา โอกาสรอดตายครึ่งต่อครึ่ง
F,C เป็หายนะระดับต่ำ
B, A เป็หายนะระดับกลาง
S,S+,SSS,SSR เป็หายนะระดับสูง
โดยปีศาจบุกมาครั้งนี้จะมีหายนะความเก่งต่ำไปจนถึงสูง นอกจากจะเป็พวกปีศาจระดับต่ำทั่วไปหลักร้อยหลักพัน ก็จะมีปีศาจระดับกลางจำนวนมาก และปีศาจชั้นสูงที่มีเยอะในระดับหนึ่ง โดยผู้นำของมันก็ยังเป็ปีศาจชั้นสูงสุดที่แข็งแกร่งสุดในกองทัพนี้ ซึ่งต่อให้นำกองกำลังของอาณาจักรเกือบครึ่งมาก็ยังรับมือลำบาก ล้วนแล้วครั้งนี้จะเป็ศึกที่หนักและเป็การต่อสู้ที่ยาวนาน เพราะกองทัพปีศาจพวกนั้นถูกสร้างมาเพื่อที่จะเข้ายึดเมืองปราสาทได้ทั้งเมืองภายในระยะเวลาอันสั้น
ดินแดนของปีศาจนั้นอยู่ไกล้กับเมืองแห่งนี้ และอาณาจักรที่คอยปกครองเมืองแห่ง ก็คืออาณาจักรใหญ่ ซึ่งกองกำลังเสริมของทางนั้น ส่งมาที่นี้ไม่ทันก่อนถึงรุ่งสางแน่
ตอนนี้กองทัพปีศาจจำนวนมากกำลังเริ่มเคลื่อนไหวตรงมายังเมืองปราสาท
อสูรผู้เป็แม่ทัพนำศึกครั้งนี้มีความน่าเกรงขามมากซึ่งมันอยู่หลังสุดของกองทัพ ลำตัวและความสูงขนาดมหึมาใหญ่เท่ากับปราสาทหลังหนึ่ง ดวงตาของมันคล้ายกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ร่างมันเป็หินทั้งหมดเหมือนกับโกเลมขนาดมหึมา และตามรอยแตกแขนงตามตัวก็เต็มไปด้วยไฟจากลาวาร้อนระอุ ซึ่งแต่ละก้าวที่มันเดินราวกับเกิดแผ่นดินไหว และพื้นดินที่มันเคยเหยียบก็ยุบลงไปหลายเมตร นี่เป็ตัวตนที่เป็ภัยต่อสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติชัด ๆ
น้ำฝนที่เปียกชุ่มไปทั่วร่างของมันกำลังถูกความร้อนจากร่างกายที่เป็เหมือนแหล่งกำเนิดขุมพลัง ทำให้น้ำฝนระเหยเป็ไอควันลอยไปตามกระแสลม และเมื่อใดที่มันอ้าปากไอร้อนก็จะโพยพุ่งออกมา [ปีศาจหายนะระดับ S+] ถือเป็ปีศาจที่รับมือยากมาก ต้องรวบรวมอัศวินทั่วไปนับสิบ และอัศวินที่อยู่พาคีเจ็ดถึงแปดคนรวมถึงกองกำลังทหารมือดีอีกหลายสิบเพื่อโค่นล้มมัน แต่นอกจากนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าปีศาจตนนี้จะเก่งและรับมือยากขนาดไหน
กองทัพของปีศาจเริ่มเคลื่อนเข้ามาไกล้เมืองปราสาทเข้ามาเรื่อย ๆ ก่อนที่ทั้งกองทัพจะหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน เพราะตรงด้านหน้าทางเข้าเมืองปราสาทมีใครบางคนมายืนขวางไว้อยู่
ชายที่สวมชุดราตรีซึ่งเข้ากับบรรยากาศที่มืดมนต์ตอนนี้ เขากำลังสาวเท้าเดินไปยังเบื้องหน้า ซึ่งเต็มไปด้วยอสูรกายที่มีนับไม่ถ้วนอย่างห้าวหาญด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยราวกับไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว และนั่นก็ดึงดูความสนใจพวกปีศาจที่กำลังจ้องมองมาที่เขา ก่อนหนุ่มน้อยภายใต้แว่นตาสีดำจะก้าวมาหยุดชะงัก ห่างกับกองทัพปีศาจราว ๆ 100 ก้าว แล้วเชิดหน้ามองอย่างสนใจ พรางวางมือลงจับที่ด้ามดาบดำ
“...”
“…”
สถานการณ์ในตอนนี้เงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงสัตว์น้อยใหญ่ร้อง
จีเนสชำเรืองมองปีศาจที่อยู่ตรงหน้าด้วยการวางมือในระดับคิ้ว ราวกับพยามจะมองศัตรูทุกตนที่อยู่ในสมรภูมิรบแห่งนี้ที่กำลังจะเต็มไปด้วยการนองเื ก่อนจะสังเกตเห็นอสูรกายขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังกองทัพซึ่งมีความโดดเด่นมากที่สุด จนหนุ่มน้อยถึงกับพูดอุทานออกมาว่า
“ตัวพ่อโพล่มาเองเลยนี่หว่า!” น้ำเสียงที่ชัดเจน ดังพอที่จะทำให้ฝั่งตรงข้ามที่หูดีกว่าได้ยิน
“ได้ยินนะโว้ย อย่าทำเป็อวดดีไอ้มนุษย์หน้าโง่!” น้ำเสียงที่ใหญ่โตดังมาจากด้านหลังสุด
“!” จีเนสถึงกับใไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าอสูรกายหินั์ซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของกองทัพจะได้ยินเื่ที่หนุ่มน้อยพูดนินทราออกไป นับเป็ปีศาจเพียงไม่กี่ตนที่หูดีได้ขนาดนี้
จากนั้นไม่นานวินาทีต่อมา หนุ่มน้อยก็เริ่มนับจำนวนของฝั่งศัตรูว่ามีกันมากเท่าไหร่ แต่แค่มองกับตาตัวเองก็ยั้วเยี้ยไปหมดจนเกินกว่าจะนับได้ แล้วทันทีที่จีเนสรู้ว่ามันเยอะเกินกว่าจะนับหมด ก็ส่งเสียงะโลั่น
“เฮ้ย… พวกแกมีกันเท่าไหร่วะ!?” หนุ่มน้อยะโถามออกไปอย่างชัดเจน ซึ่งเสียงนั้นก็ได้ยินไปถึงปีศาจอีกตนซึ่งเป็รองแม่ทัพใหญ่
“5 พันตัว เอ้ย.. ตน!” น้ำเสียงที่ทั้งเล็กและแหลมะโออกมาจากปากเล็ก ๆ ของมัน
เป็สิ่งมีชีวิตอีกตนที่มีหน้าตาประหลาด ลักษณะคล้ายหอยทากที่ยืนได้แต่ไม่มีกระดอง ตัวใหญ่กว่ามนุษย์สองถึงสามเท่าแต่ก็ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป และร่างกายของมันถูกอาบไปด้วยสีชมพูหวาน ส่วนสิ่งที่มาทดแทนกระดอง คือหางที่คล้ายกับหางของจรเข้ รูปร่างหน้าตาประหลาดยังไม่พอ หูยังดีมากอีกด้วย แต่เสียงดันแหลมเล็ก
“ไม่ว่าจะดูยังไง ทางโน้นก็ดูเหมือนจะเยอะกว่าซะด้วยสิ” จีเนสพูดกวน ๆ กับตัวเอง ทั้งที่รู้ว่ามีแค่ตัวเองคนเดียวที่ต้องรับมือกับพวกมันทั้งหมด
“มันใครวะ ลูกพี่?” ปีศาจหอยทากถามท่านผู้นำของมันอย่างสงสัยด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก
อสูรขนาดมหึมาไม่ตอบคำถามของรองผู้นำ ก่อนจะคว้าหินก้อนใหญ่ที่อยู่ข้างกาย ขว้างตรงไปยังชายในชุดสีดำ ตึ่ง! ก้อนหินขนาดใหญ่พุ่งทะลุผ่านชั้นบรรยากาศตรงมาทางนี้ ขณะที่จีเนสได้แต่ยืนนิ่งมองมันตรงเข้ามาหาอย่างไม่สะทบสะท้าน
แต่ก่อนที่หินก้อนั์นั้นจะเข้ามาถึงตัวจีเนส ชั่วพริบตา มันก็แตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ กลางอากาศกลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยฝีดาบที่รวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทันของจีเนส ก่อนวินาทีต่อมาเขาจะเก็บดาบเข้าฝักอย่างฉับไว
ปีศาจผู้เป็แม่ทัพ ซึ่งหลังจากได้ทำการทดสอบฝีมือนักดาบสีดำไป ก็ได้ตอบกลับปีศาจหอยทากไปอย่างเรียบง่าย
“ไม่รู้สิ ถ้าไม่ใช่ไอ้โง่ที่ไหน ก็คงเป็ไอ้บ้าที่แกร่งสุด ๆ”
ซึ่งปีศาจหอยทากพอได้ฟังแบบนั้น ก็หันไปยังเบื้องหน้าก่อนจะะโถามอีกครั้ง
“ประกาศนามมา ว่า แกชื่ออะไร!?”
“ฉันชื่อจีเนส!” หนุ่มน้อยะโตอบกลับด้วยพลังเสียงทั้งหมดที่มี
“ใครวะ?” ปีศาจผู้ติดตามอีกตนเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“มันใครวะ ไม่รู้จัก ไม่ได้อยู่ในลิสเฝ้าระวังด้วย …ขอชื่อเป็ทางการหน่อย!!” ปีศาจหอยทากเปร่งเสียงะโถามออกไปอีกรอบ
ซึ่งจีเนสที่ได้ยิน ก็ะโตอบกลับทันทีอย่างไม่ยั้งคิด
“ชายผู้ถูกขนานนามว่า.. อัศวินสีดำ!!”
ครั้งนี้ที่เขาได้ะโตอบไป ก็ดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายเริ่มมีท่าทางครุ่นคิดแตกต่างจากคราวก่อน
“…ชื่อนี้คุ้น ๆ ช่วยกันคิดหน่อยดิ ว่าไอ้หมอนี้ใคร ชื่อแบบนี้… ไอ้นั้นไง ที่มัน………..อะไรวะ ลืม…?” ปีศาจหอยทากเกือบจะนึกออกแล้ว แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิด และโยนความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครทิ้งไป เพราะเ้าตัวคิดว่ายังไงมันก็มีแค่ตัวคนเดียว
จีเนสเลิกะโ และล้วงมือไปหยิบของที่อยู่ในกระเป๋าขนาดเท่าฝ่ามือด้านหลังเอว มันเป็กระเป๋าที่สามารถเก็บของได้เยอะกว่าที่เห็นภายนอก เพราะมันถูกสร้างมาจากเวทชนิดพิเศษ ซึ่งกระเป๋าแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุก เป็ของหายากที่จีเนสได้ไว้กับตัว
และสิ่งหนุ่มน้อยหยิบออกมาจากประเป๋าใบนั้นคือ อุปกรณ์เวทมนต์ที่ถูกสร้างมาจากการเล่นแร่แปรธาตุ เป็ของที่นักเล่นแร่แปลธาตุคนหนึ่งซึ่งเป็คนจากเผ่าอื่นสร้างขึ้นมา เพื่อใช้ในการสื่อสารจากที่ไกล ๆ ซึ่งมันคือเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยสื่อสารกับคนที่อยู่ไกล ๆ ได้ แต่ก็มีระยะทางได้ยินที่จำกัดเพียง 2 ร้อยเมตร
เครื่องขยายเสียงถูกยกขึ้นในระยะริมฝีปากของหนุ่มน้อย ก่อนจะส่งเสียงดังออกมาเป็คำพูดของจีเนส
“ฉันเป็ตัวแทนของมวลมนุษยชาติ ขอสั่งให้พวกแกทุกตัววางอาวุธและหน้าโง่ ๆ ลงที่พื้นซะ!” น้ำเสียงที่ดังชัดเจนออกจากเครื่องขยายเสียงของจีเนสว่ากล่าวด้วยคำสั่งเด็ดขาด จนทำให้พวกปีศาจถึงกับแสดงสีหน้าท่าทางไม่พอใจ
“หึ ๆ ยังไม่สายที่จะทำตามคำสั่ง …ยอมมอบตัวซะ เพราะทางนี้ได้ล้อมไว้หมดแล้ว!” จีเนสส่งเสียงะโบอกมาอย่างงั้น
“เฮ้ย! เดี่ยว ๆ ไม่ว่าจะดูยังไงฝั่งแกก็มีแค่แกคนเดียวไม่ใช่เหรอ อย่ามาแหกตากันซะให้โง่เลย และนั่นควรจะเป็คำพูดของทางนี้มากกว่านี้!!” ปีศาจหอยทากแหกปากะโตอบกลับด้วยน้ำเสียงทั้งที่มีขณะที่เหงื่อแตกหอบอย่างหนัก
“ไอ้บ้าเอ้ย นี่แกไม่รู้สินะว่าฉันเป็ใครสินะ แกจะไม่รู้ก็ไม่แปลก เพราะแค่ตัวฉันคนเดียวก็มีกำลังเท่ากับกองทหารทั้งจักรวรรวัดินะเว้ย!”
“เฮ้ย! โม้ให้มันน้อย ๆ หน่อย”
“คงเป็แค่ไอ้โง่คนหนึ่ง” อสูรผู้นำทัพกล่าวอย่างเอือม ๆ ด้วยความรู้สึกผิดหวัง
จีเนสเก็บอุปกรณ์เวทมนต์ที่เป็กำลังเสียงให้เขาใส่กระเป๋า และมองออกไปยังเบื้องหน้าก่อนจะถอนหายใจหนึ่งครั้ง แล้วพูดออกมาว่า
“บอกเลยว่าได้หมดทุกตัว”
“ก็มาดิครับ ทางนี้ก็จะลุยแบบเต็มพิกัด ไม่คิดจะปราณีให้อยู่แล้ว ฉันจะคอยฟังเสียงกรีดร้องของแกที่กำลังถูกบดขยี้ โดนอีกร่างกายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ฉันอนุญาติให้แกร้องได้เต็มที่เลย เพราะที่นี้ยังไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของแก!” เสียงคำขู่และพร้อมรบของปีศาจหอยทากบอกกล่าวอย่างไม่เกรงกลัว
“ถ้าไม่คิดจะยอมแพ้ล่ะก็… พ่อจะเชือดทิ้งให้หมดเลย” จีเนสแสยะยิ้มด้วยหน้าตาที่ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือว่าจะดีใจดี พรางกดเสียงต่ำ
สิ้นสุดคำพูดของชายในชุดสีดำ เขาก็ชักดาบดำออกจากฝักอย่างใจเย็น ก่อนจะสบัดไปข้างหน้า เสียงดัง ฝึบ!
วินาทีต่อมาก็มีบางอย่างเริ่มเปลื่ยนไปอย่างฉับพลัน ดาบของหนุ่มน้อย จู่ ๆ เปร่งแสง พร้อมกับออร่าสีฟ้าและสีแดงที่หมุนเป็เกียวรอบตัวดาบ ในตอนนั้น ดาบดำแบล็กโฮลราวกับกำลังถูกกลืนกินด้วยแสงที่เปร่งขึ้นมา ก่อนจีเนสจะสบัดดาบไปข้างกายอย่างเฉียบคม จังหวะนั้น ดาบดำก็ได้เปลื่ยนกลายสภาพเป็ดาบตรงเล่มยาวที่คล้ายกับดาบขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น ดาบที่มีความคมซึ่งไม่มีอะไรที่ตัดไม่ขาด ดาบคาตานะเล่มสีดำที่เหมือนกับสีของชุดเขา ััได้ถึงความน่าย่ำเกรงและความเฉียบคม แรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวดาบ นี่คืออาวุธชิ้นที่สองที่ใช้สำหรับสังหารพวกปีศาจ
“ปลดปล่อยดาบคิซานาอิ…ิญญาที่ไร้ค่าของพวกแก จงกลายเป็เยื่อของดาบเล่มนี้ซะ!” จีเนสพูดออกไปเช่นนั้น ราวกับว่านั่นไม่ใช่เพียงแค่คำขู่
พวกปีศาจต่างมองไปที่นักดาบในชุดดำอย่างสนใจ ก่อนผู้นำทัพปีศาจจะให้สัญญาณบ่งบอกเพื่อสั่งเข้าโจมตีทันที ด้วยการชี้นิ้วไปยังเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า พอออกคำสั่งแบบนั้นไป พวกปีศาจระดับต่ำไปถึงสูงจำนวนหนึ่ง ก็พุ่งพรวดออกจากกองทัพอย่างรวดเร็ว และพวกมันทุกตัวก็พร้อมใจกันะโเข้าใส่เพื่อจัดการกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
จีเนสเมื่อเห็นว่าท่าไม่ดี ก็พุ่งออกไปด้วยแรงถีบเท้าที่พื้นทันทีอย่างไม่น้อยหน้า พร้อมกับเสียงแหวกอากาศดัง ฝุบ! พุ่งเข้าใส่ปีศาจทุกตนที่กำลังลอยอยู่กลางชั้นบรรยากาศ ในระยะประชิด ก่อนคาตายะของนักดาบในชุดดำจะถูกเหวี่ยงด้วยมือสองข้างอย่างหนักหน่วง ฟาดฟันครั้งเดียวกลางอากาศ เสียงดัง ฉึบ! และความเฉียบคมนั้น ก็ทำให้ร่างของปีศาจทั้งหมดที่เข้ามาโจมตีตัวขาดเป็สองท่อนอย่างง่ายดาย
นักดาบสีดำลงถึงพื้นดิน และวิ่งตรงออกไปข้างหน้า ก่อนจะบุกทะลวงเข้าใส่กลุ่มปีศาจที่เข้ามาสมทบอย่างไม่เกรงกลัว ตัวเขาไม่มีความกลัวอยู่ั้แ่แรกแล้ว เพราะงั้นถึงได้พุ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย เขาลงดาบฟันใส่พวกปีศาจอย่างหนักแน่นและเฉียบคม พวกมันที่เข้ามาทั้งหมด โดนการโจมตีแบบวิ่งเข้าใส่ของจีเนสอย่างจังโดยไร้ความปราณี วิถีคมดาบคาตานะที่เวี่ยงไปมาอย่างรวดเร็วของจีเนสช่างดูกระฉับกระเฉงและตอบสนองได้ยอดเยี่ยม
ในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วิ ปีศาจที่ตรงเข้ามาหมายจะสังหารเขา โดนจัดการอย่างง่ายดาย ด้วยดาบคิซานาอิ จนไปถึงตัวที่อยู่หลัง ๆ นักดาบชุดดำหลบกันโจมตีของปีศาจหลายตน พร้อมกับลงดาบสวนกลับไปในคราเดียวกันอย่างว่องไว ราวกับอ่านการโจมตีทั้งหมดพร้อมกับหาช่องโหว่ไปพร้อม ๆ กัน ขณะพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างไม่หยุด ด้วยการตอบสนองอันรวดเร็ว จีเนสก็เอนหลังไถลเพื่อหลบวิถีของดาบใหญ่ ซึ่งโจมตีในแนวนอนผ่านหน้าของเขาไป ขณะที่คมแฉลบเส้นผมสีดำ
จีเนสซึ่งเข้าประชิดตัวด้วยการถลาหลับการโจมตี ตั้งหลักพร้อมเหวี่ยงดาบโจมตีจากด้านล่าง คมดาบฟันผ่าร่างท่อนบนของปีศาจในฉับเดียวไปด้านหลัง แต่ขณะที่ปีศาจอีกตนปรากฎตัวโพล่มาด้านหลังพร้อมง่างอาวุธหมายจะจัดการเขาซึ่ง ๆ หน้า จีเนสก็ลงดาบโจมตีจาก้าผ่าร่างของอสูรตนนั้นด้วยมือสองข้างที่จับด้ามดาบคาตานะไว้แน่น ส่วนศีษะจนถึงกลางลำตัวแยกขาดด้วยคมดาบพร้อมมีเสียงหนักดังตึง ๆ
ตอนนี้ปีศาจซึ่งเป็ตัวสุดท้ายที่ถูกส่งออกมาตายโดนจัดการเรียบร้อย จีเนสยกคมดาบด้วยสองมืออย่างหนักหน่วง แล้วค่อย ๆ เวี่ยงลงด้านขวาด้วยท่าเตรียมของนักดาบซามูไร
จีเนสพุ่งทะทานออกไปยังเบื้องหน้า และเข้าต่อสู้กับปีศาจนับพันด้วยตัวคนเดียว
จบ
-----------------------
ตอนต่อไป 1 vs 5000