บทที่37 ใครร้อนกว่ากันแน่
ใช้เวลาอยู่กับเสี่ยวไป๋ประมาณสิบนาทีในที่สุดเย่จื่อเฉินก็รู้แล้วว่าทำไมเจ้าตัวเล็กนี่ถึงได้โดนคัดออก
เพราะว่ามันหยิ่งเกินไป!
เจ้าหมาตัวนี้ไม่ไว้หน้าเจ้าของเลยด้วยซ้ำ บ่งบอกว่าในโลกของมันมันต่างหากที่เป็นราชาผู้สูงส่ง
"แกทำแบบนี้กับฉันได้ แต่อีกเดี๋ยวตอนที่เจอแม่ฉันแกจะต้องทำตัวให้เชื่องและน่ารักเข้าไว้ล่ะ"
ไม่สนใจ
"ถ้าแกเชื่อฟัง ครั้งหน้าฉันจะเอาของอร่อยมาให้แกกินอร่อยกว่าของกินบนสวรรค์พวกนั้นอีกนะ"
เสี่ยวไป๋ตาลุกวาว แต่ก็มีสีหน้าลังเล
"ฉันสาบาน!"
เย่จื่อเฉินชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว
ดวงตาของเสี่ยวไป๋ไล่มองสำรวจเย่จื่อเฉินอย่างพินิจพิจารณาจากนั้นจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจภาษาคน พร้อมกับยื่นอุ้งเท้ามาประกบเข้ากับมือของเขาด้วย
ในตอนที่พาลงมาจากรถ เสี่ยวไป๋ก็ยังใช้สายตาคาดโทษมองเขาอีก
ราวกับกำลังบอกว่า
จำเรื่องของอร่อยไว้นะ!
ดูท่าว่าเสี่ยวไป๋จะเป็นนักกินตัวน้อยด้วยนะเนี่ย
"ไป นั่นแม่ฉัน"
เย่จื่อเฉินวางเสี่ยวไป๋ลงบนพื้นแล้วบุ้ยปากไปทางเย่หรงที่อยู่ในศาลา
หลังจากที่เสี่ยวไป๋กระดิกหางเป็นสัญญาณว่ามันเข้าใจดีแล้วก็ออกวิ่งไปทางเย่หรงด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
"จื่อเฉิน มันชื่อว่าอะไรเหรอลูก?"
ตอนที่เย่จื่อเฉินเดินเข้าไปหา เสี่ยวไป๋ก็ได้คลุกคลีสนิทสนมกับเย่หรงแล้วและที่สำคัญไปกว่านั้นคือเสี่ยวไป๋ยังขยิบตาให้เขาอีกด้วย
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเย่หรง เย่จื่อเฉินก็ยิ้มแล้วพูดขึ้น
"เสี่ยวไป๋ครับ"
"มันฉลาดจริงๆ เชียว" พอเย่หรงตบมือเสี่ยวไป๋ก็กระโดดเข้าไปอ้อมแขนของเธอเอาหัวคลอเคลียไปกับลำคอของเธอเป็นการออดอ้อน
เย่จื่อเฉินยิ้มพร้อมกับมองดูทุกอย่างตรงหน้า และในทันใดนั้นโทรศัพท์ในกระเป๋ากลับเสียงดังขึ้นมา
เมื่อรับสายโทรศัพท์ มุมปากของเย่จื่อเฉินก็ยกยิ้มขึ้นมา
"แม่ครับ ผมมีธุระนิดหน่อย ผมไปก่อนนะครับ"
"ไปไหนลูก ไม่กินข้าวเย็นเหรอ?" ถึงแม้ว่าเย่หรงจะมีความสุขที่ได้เล่นกับเสี่ยวไป๋แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในใจของเธอก็ยังเป็นเย่จื่อเฉินอยู่ดี
"ไม่กินครับ มันค่อนข้างด่วน"
ยังไม่ได้อธิบาย เย่จื่อเฉินก็รีบบึ่งรถมุ่งหน้ามาถึงโรงแรมจินชุน
รถตู้ทะเบียน 415
เมื่อดันประตูเปิดออกเย่จื่อเฉินก็เห็นฮวางเหมาแฟนคลับตัวยงของดราก้อนบอลนั่งติดหน้าต่างเหม่อมองไปด้านนอกตัวรถ
"นี่"
"พี่ชายมาแล้วเหรอ" ฮวางเหมายืดตัวขึ้นทันทีเย่จื่อเฉินส่งสายตาว่าเขาไม่จำเป็นต้องลุกขึ้น ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนที่นั่งของรถตู้แล้วเลิกคิ้วถาม "ฟู่เฉิงหมิงอยู่คันตรงข้ามเหรอ?"
"ใช่ครับ ดูเหมือนว่าจะมีใครสักคนเลี้ยงข้าวเขา ตอนที่เขาอยู่ในโรงแรมก็ดื่มไปค่อนข้างเยอะแล้วครับ"
"คนครบแล้วใช่ไหม?"
"เรื่องนี้พี่ไม่ต้องห่วงเลยครับพวกลูกน้องของผมกระจายตัวกันอยู่รอบโรงแรมแล้ว ขอแค่พี่ชายสั่งมาเท่านั้น หึหึหึ..."
"โอเค"
รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่จื่อเฉินครั้งที่แล้วเจ้านี่เล่นสกปรกลับหลังเขา
ครั้งนี้ตัวเขาก็จะเล่นสกปรกลับหลังมันบ้างเหมือนกัน มาดูสิว่าใครจะร้ายกว่ากัน
"พี่ฟู่ ตอนเย็นยังมีงานอีก พี่หกจะเปิดห้องใหญ่ที่ไนต์คลับเลยนะหาเด็กนั่งดริ๊งก์มาตั้งเจ็ดแปดคน พี่ไม่ไปหรือไง?"
ด้านหน้าโรงแรมจินชุน เด็กหนุ่มห้าคนที่ดื่มกันไปค่อนข้างเยอะแล้วยืนโอบไหล่กันอยู่
คนตรงกลางที่อยู่ในกลุ่มนั้นก็คือฟู่เฉิงหมิง
"ไม่ไปแล้ว ช่วงนี้ไต...พังเว้ย"
ฟู่เฉิงหมิงเมาจนลิ้นแทบจะพันกันแล้ว เด็กหนุ่มสามสี่คนที่อยู่ข้างๆยังอยากไปต่อ แต่ฟู่เฉิงหมิงกลับปฏิเสธ
ในขณะที่ยืนสะลึมสะลืออยู่ริมถนนเพื่อเตรียมจะโบกแท็กซี่กลับบ้านเย่จื่อเฉินที่ซ่อนตัวอยู่แถวนี้มานานแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก
"จัดการ"
ทันใดนั้นก็มีเด็กวัยรุ่นสามสี่คนที่ย้อมผมหลากสีปรากฏตัวออกมาทางด้านหลังของฟู่เฉิงหมิง
บนหัวสวมหมวกปิดหน้า ส่วนตรงท้ายทอยก็มือกระบอง
"ถอดๆๆ..."
เย่จื่อเฉินยืนเท้าเอวอยู่ตรงบริเวณป่าลูกน้องของฮวางเหมาล้อมตัวฟู่เฉิงหมิงเอาไว้พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาไม่หยุด
เพียงครู่เดียวร่างกายของฟู่เฉิงหมิงก็แค่เหลือแค่กางเกงบ๊อกเซอร์สีแดงตัวเดียว
พอเห็นบ๊อกเซอร์สีแดงตัวนี้ เย่จื่อเฉินก็แทบขย้อนอาหารออกมา
โตเป็นผู้ใหญ่แล้วยังใส่กางเกงสีแดง แถมยังเป็นทรงกางเกงชั้นในอีก...
เจ้าบ้านี่น่าขยะแขยงชะมัด
"พี่ใหญ่ ถอดหมดแล้วครับ"
"ถอดหมดแล้วจะมัวยืนบื้ออะไรอยู่เล่าเอามันไปทิ้งไว้บนเก้าอี้ยาวในสวนข้างมหาลัยเทคโนโลยีปิงเฉิงนู่นให้มันได้รับรู้ถึงความสุขจากสายตาของทุกคนในวันพรุ่งนี้!"
"ได้เลย"
ลูกน้องของฮวางเหมาโยนฟู่เฉิงหมิงเข้าไปในรถตู้แล้วก็ขับออกไปเย่จื่อเฉินลูบหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังลานจอดรถของโรงแรม
"ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน..."
ในตอนที่เย่จื่อเฉินกำลังเดินไปที่รถเพื่อจะขับรถออกไปเสียงร้องอ่อนแรงก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา
"ปล่อยฉันนะ ไอ้โรคจิต..."
เย่จื่อเฉินส่ายหน้า ไม่ยุ่งเรื่องของชาวบ้านดีที่สุด
"ช่วยด้วย!"
สุดท้ายมือที่กำลังจะเปิดประตูรถก็ชักกลับมา โอเคเห็นเรื่องคอขาดบาดตายตรงหน้าแล้วไม่ช่วยเขาทำไม่ได้จริงๆ
ลานจอดรถกว้างมาก แถมรถก็เยอะด้วย
จากเสียงร้องของผู้หญิงนั้น เดาได้ว่าน่าจะโดนคนทำร้ายอยู่ในรถ
เนตรอัคคี เปิด!
เย่จื่อเฉินยืนอยู่กับที่แล้วมองดูรถที่อยู่รอบๆเพียงครู่เดียวเขาก็เห็นผู้หญิงคนนั้นอยู่ในรถตู้คันหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้มากนัก
ปึกๆๆ
เย่จื่อเฉินเคาะกระจกรถ กระจกของรถตู้ไม่ใช่แบบโปร่งแสง คนข้างนอกจะมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในรถ
สิ่งนี้ทำให้อีกฝ่ายเลือกที่จะกระทำการอุกอาจภายในรถคันนี้
วินาทีที่เย่จื่อเฉินเคาะประตู คนในรถก็เงียบไปเหมือนว่าตายไปแล้วแต่รถกลับขยับโยกขึ้นมาอย่างรุนแรง
"คนที่อยู่ข้างในออกมา!"
"อื้อ...ช่วย..."
เสียงต่อสู้ขัดขืน!
เย่จื่อเฉินพยักหน้าเล็กน้อย
"ฉันให้เวลาแกคิดสามวินาที แกจะออกมาเองหรือจะให้ฉันพังรถของแก?"
สาม
สอง
หนึ่ง!
"ไม่ออกมาใช่ไหม ได้!"
เมื่อเห็นว่ารอบๆ นี้ไม่มีคนอื่น เย่จื่อเฉินก็สะบัดแขนสองทีจากนั้นกำปั้นที่หนึ่งก็ทุบเข้าที่กระจกรถ
เพล้ง!
กระจกรถร้าวทันที
หลังจากนั้นก็ทุบลงไปอีกครั้ง
เพล้ง!
กระจกของรถคันนี้แตกละเอียดทันที
เมื่อมองผ่านกระจกรถเข้าไป เย่จื่อเฉินก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มีปานน่ากลัวอยู่บนใบหน้ากำลังนอนอยู่ใต้ร่างของชายแก่คนหนึ่ง
ผู้หญิงสวมชุดพนักงานของทางโรงแรมดูแล้วน่าจะเป็นพนักงานของโรงแรมจินชุน
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ เย่จื่อเฉินรู้จักผู้หญิงคนนี้
"หลี่เจียอี๋!"
"เย่จื่อเฉิน"
ตอนที่หลี่เจียอี๋เห็นเย่จื่อเฉินในดวงตาก็ฉายแววความดีใจออกมาแต่เสียงตอบกลับของเธอกลับไร้เรี่ยวแรง
เย่จื่อเฉินจึงได้เห็นว่าบนใบหน้าของเธอมีรอยแดงขึ้นเป็นปื้น
"ไอ้สวะ!"
เมื่อยกเท้าขึ้นถีบประตูให้เปิดออก เย่จื่อเฉินก็เข้าไปลากไอ้อ้วนคนนั้นลงจากรถทันที
"ไสหัวไป!"
ทำให้กระจกนิรภัยแตกกระจายได้ด้วยสองหมัด เจ้าอ้วนก็ไม่กล้าอยู่แล้วก้าวขาได้ก็วิ่งออกไปเลย แม้แต่รถก็ไม่เอาแล้ว
เย่จื่อเฉินอุ้มหลี่เจียอี๋ขึ้นมา
รอยแดงจางๆ ปรากฏขึ้นที่ผิวของคนตรงหน้าทั้งตัวร่างทั้งร่างร้อนราวกับกองไฟ
"บ้าชิบ ไอ้อ้วนนี่มันเลวเกินไปแล้ว"
เย่จื่อเฉินสบถด่าด้วยความโมโหหลี่เจียอี๋เป็นเพื่อนร่วมห้องตอนมัธยมปลายของเขาบนใบหน้าเรียวรูปไข่ทางด้านขวาของเธอมีปานเด่นสะดุดตา
จะว่าไปแล้ว ถ้ามองหน้าเธอแค่ด้านเดียวจะเห็นว่าเป็นคนที่สวยมาก
แต่ปานนี้กลับส่งผลกระทบต่อความสวยงามโดยรวม
"เย่จื่อเฉิน ฉันร้อน..."
หลี่เจียอี๋ยกสองมือขึ้นคล้องคอเย่จื่อเฉินแล้วก็เกาะเขาไว้
"เธออย่ามาร้อนสิวะ ฉันร้อนกว่าเธออีกเนี่ย!"