อะแฮ่ม..
นี่ก็ร้อยตอนแล้ว
โอเค.. ผมรู้.. มันก็ดูเยอะนะ..
แต่สำหรับผม..
มันเหมือนเพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่ลมหายใจเอง
เพราะไอ้เรื่องบ้าบอที่ผมต้องเจอแต่ละวัน มันก็ไม่ได้ให้เวลาหยุดนับอะไรหรอก
แต่พอหันไปมองข้างหลังทีไรก็ดันเจอพวกนายยังนั่งอยู่ตรงนี้นี่สิ
ยังไม่หนี ยังไม่ปิดหู ยังไม่โยนผมทิ้ง
แบบนี้จะไม่ให้ผมแอบประทับใจได้ยังไง
ถึงผมจะไม่ใช่คนชอบพูดอะไรซึ้ง ๆ
แต่ผมจะยอมพูดให้พวกนายแค่นี้แล้วกัน
“ขอบคุณนะที่ยังฟังผมเล่ามาจนถึงตอนนี้..
พวกนายนี่มัน..
ว่างไม่มีอะไรทำเลยจริง ๆ”
และไหน ๆ ก็มาถึงจุดนี้แล้ว
ผมขอใช้เวลาในตอนพิเศษนี้ เปิดแฟ้มลับเบื้องหลังแนะนำเพื่อนร่วมก๊วนของผมสักหน่อย
______________________
หลิว เจี้ยน (สายน้ำ,กระบี่)
ระดับวรยุทธ์ในตอนปัจจุบัน : สัมผัสสรรพวิถี ขั้น กลาง
พลังสถิตร่าง : ราชันมังกรทอง (หวงหลง) ระดับ หกดาว
วิชาที่ใช้ : วิชากระบี่โบยสวรรค์ , วิชาหัตถ์ภูติ , ท่าร่างเหยียบขุนเขา , ท่าร่าง ภูติเงาเล้นกาย
อาวุธ : กระบี่กระแสธารา
พลังแฝง : เนตรจ้าวมังกร , ปราณกระบี่สำนักสี่ขุนเขา , ปากเกรียนคีย์บอร์ด
เอาล่ะ..
ถ้าจะบรรยายตัวเองให้ตรงกับความจริงที่สุด ผมก็คงเป็น
“ผู้ชายที่หน้าตาเหมือนลูกครึ่งพระเอกจีนปนพระเอกเกาหลี กล้ามแน่น หน้าคม คิ้วโก่งดั่งคันศร ตาเฉียบแบบเหยี่ยว ดั้งโด่งพองาม ผมผูกหางม้าลวก ๆ แบบไม่พยายามแต่ก็ยังเท่”
(ผู้เขียน : ขี้โม้ฉิบหาย)
เฮ้?!! นายคนนั้นน่ะ มาจากสำนักไหน นายว่าใครขี้โม้กัน?
เอาล่ะ ๆ อย่าไปสนใจเสียงนกเสียงกาของเจ้านั่นเลย..
กลับมาที่ตัวผมก่อน
ผมเกิดวันมังกร เดือนมังกร ปีมังกร เวลา...ก็ยังมังกร! เรียกได้ว่าเป็น ซูเปอร์มังกรพรีเมียม
ถ้าสงสัยล่ะก็..
มันคือ 30 เมษายน 2543 คศ. ก็ ปี 2000 พอดี
ถ้าถามว่ามีใครอยากรู้ไหม..
ก็ไม่หรอก..
ยังไม่ชินอีกเหรอ..
ผมก็เป็นพวกชอบพูดไปเรื่อยแบบนี้อยู่แล้ว..
ชินซะเถอะ!
เอาล่ะ.. ต่อ ๆ
ผมเคยโตที่เยาวราช มีอาม้าที่รักผมเหมือนไข่ในหิน
ตอนนี้ผมอยู่ในสำนักสี่ขุนเขาสาขาเมืองนพบุรี แล้วยังต้องฝึกยุทธ์แบบเข้มข้นทุกวันเลยล่ะ
ถ้าถามว่าฝึกไปทำไม..
พวกนายมีนิ้วพอนับไหมล่ะ?
ถ้าพอ..
ผมฝึกยุทธ์ก็เพื่อ..
ป้องกันตัวเองจากพรรคมารราตรีค้ำฟ้า ฝึกให้เก่ง ๆ และไปแก้แค้นพวกมัน เอาไว้ป้องกันตัวเผื่อญาติทางฝั่งแม่ของผมรู้เรื่องของผม เอาไว้ตบเกรียนตงเสวี่ยซาน อ้อใช่ จากตระกูลตงที่เริ่มหมายหัวด้วย ไหนจะเรื่องคดีเงินเถื่อนที่อยู่ ๆ ก็ไปเจอมา ยังไม่รวมเรื่องคำทำนายที่ผู้ก่อตั้งทำนายด้วยนะ
ในห้าคนตอนนี้ผมเพิ่งเจอแค่สามคนเอง ไอ้สองคนที่เหลือก็ไม่รู้ว่าผมต้องไปเจอเรื่องอะไรอีก
เยอะแยะใช้ได้เลย
(ผู้เขียน : แล้วยังว่างมาแนะนำตัว?)
ก็ใช่! แต่ถ้าผมไม่เล่า แล้วใครมันจะเล่าล่ะ?
(ผู้เขียน : อยากเล่าหรอ.. งั้นเล่าเรื่องเรือนบุปผากลิ่นธาราหน่อย)
หะ?
(ผู้เขียน : เรือนบุปผากลิ่นธาราน่ะ ...เ.รื.อ.น...บุ.ป...ผ.า...ก.ลิ่.น...ธ.า.ร.า...)
เรือนบุปผากลิ่นธารา?
(ผู้เขียน : ที่มีคนชื่อผิงเอ๋อร์ไง)
อะไร๊? ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน ผิงองผิงเอ๋อร์อะไร ผมไม่รู้จัก และผมไม่เคยเสียท่าให้ผู้หญิงด้วย (ผิวปาก)
______________________
ซุน โหวหวัง (ผู้สืบทอด,บุรุษผู้งดงาม)
ระดับวรยุทธ์ในตอนปัจจุบัน : สัมผัสสรรพวิถี ขั้น ต้น
พลังสถิตร่าง : ราชันวานรแดง ระดับ สี่ดาวครึ่ง
วิชาที่ใช้ : วิชากระบองประจำตระกูลซุน , วิชากระบี่โบยสวรรค์ , ท่าร่างเหยียบขุนเขา
อาวุธ : กระบองปราบมังกร ระดับ ตำนาน
พลังแฝง : เปลวนิพพาน , ปราณกระบี่สำนักสี่ขุนเขา , มายากลซ่อนดอกไม้
เอาล่ะ..
คราวนี้ถึงตาของหมอนั่นแล้ว
ใช่.. หมอนั่นที่หน้าเหมือนลิงแถมยังพูดเหมือนหลุดมาจากกรุงเก่า
ขอแนะนำให้รู้จัก..
ซุน โหว หวัง ชื่อฟังดูเหมือนจะเป็นผู้นำตระกูลอะไรสักอย่างใช่ไหมล่ะ
ซึ่งก็ใช่..
มันเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลซุน หนึ่งในห้าตระกูลเสาหลักของอาณาจักรปัญจมิตร
เป็นพวกหนุ่มเจ้าสำราญ ขอบเที่ยวหอบุปผา แถมยังทำตัวเหมือนแบกดอกไม้มาเป็นกระสอบแล้วซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ
(ผู้เขียน : แล้วนายไม่แบกอะไรบ้างล่ะ?)
แบกความหล่อกับความกวนไว้เต็มสองไหล่ไง
ขอบใจที่ถาม..
กลับมาที่หมอนี่ก่อน..
โหวหวังถ้าจะให้บรรยายแบบกลาง ๆ ก็ต้องบอกว่า หมอนี่เป็นคนสุภาพ เยือกเย็น ใจเย็น.. เย็นแบบที่เวลามีเรื่องแทนที่จะด่ากลับ มันจะบอกว่า “แม่หญิงบ้านนั้นช่างงามล้ำเสียจริง”
เอาง่าย ๆ
มันไม่สนใจที่จะมีเรื่องเลย
ในหัวมันมีแต่เรื่องผู้หญิง
(ผู้เขียน : แล้วที่บอกว่ามันเหมือนหลุดมาจากกรุงเก่านี่ยังไง ขยายความหน่อย)
นี่นายเพิ่งผ่านมาใช่ไหมเนี่ย? แสดงว่าไม่ได้ฟังเรื่องที่ผมเล่าทั้งร้อยตอนก่อนหน้านี้เลย?
เห้อ.. ก็ได้.. เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
โหวหวังเวลาพูดจะแถมคำว่า 'ฤๅ' กับ 'ขอรับ' มาด้วยทุกประโยค
ฟัง ๆ ไปเหมือนกำลังคุยกับคนต่างยุค มากกว่ายุคเดียวกัน
แต่ที่บอกว่าหมอนี่ใจเย็นก็ใช่ว่าจะเดินไปแหย่มันได้นะ
จริง ๆ ก็แหย่มันได้แหละ..
ถ้าเป็นผู้หญิงน่ะนะ
แต่ถ้าเป็นผู้ชายแล้วไปแหย่มันน่ะ..
ก็ดูอารมณ์มันด้วย
ระวังมันยกกระบองขึ้นมาฟาดจนหลังหักล่ะ
ผมไม่ได้พูดเล่นนะ
เพื่อนผมคนนี้มือหนักใช่เล่น
แล้วนอกจากเรื่องนั้น..
หมอนี่ยัง ฉลาดมาก ๆ
ผิดตรงที่มันเอาความฉลาดที่มันมีไปใช้ผิดเรื่องน่ะ
(ผู้เขียน : เรื่องเรือนบุปผากลิ่นธารา?)
เออ!! ยอมรับเรื่องนั้นก็ได้ แล้วหยุดถามเรื่องนั้นสักที!!
โหวหวังมันเป็นตัวต้นคิดเรื่องหลอกผมเข้าไปในเรือนบุปผา แล้วมาทำหน้าระรื่นเหมือนคนไม่รู้เรื่องก็เถอะ!
แต่เพราะเป็นมันไง..
ผมถึงไม่โกรธ..
ถึงจะแอบเขียนชื่อมันไว้ในบัญชีแค้นส่วนตัวก็เถอะนะ
และถ้านายยังถามเรื่องเรือนบุปผาอีก..
ผมสัญญาว่าจะเขียนชื่อนายลงไปด้วยอีกคน!
โดยรวมหมอนี่น่ะเป็นเพื่อนที่ผมไว้ใจได้ที่สุดคนหนึ่ง
ถึงจะพูดช้า คิดเยอะ และชอบวางท่าเหมือนคุณชายกำลังประเมินราคาอย่างตั้งใจ
แต่เวลาผมอยู่ข้างมัน..
ผมก็รู้สึกเหมือนมีพจนานุกรมที่หน้าปกเขียนว่า 'บันทึกยุทธภพ' อยู่ข้างตัว
(ผู้เขียน : แต่ก็กัดมันทุกประโยค?)
ก็นั่นแหละ!
วิธีการบอกว่าหมอนี่คือเพื่อนแท้ในฉบับของผม!
______________________
ทง บีโฮ (ตะวันออก,นักรบ)
ระดับวรยุทธ์ในตอนปัจจุบัน : สัมผัสสรรพวิถี ขั้น กลาง
พลังสถิตร่าง : มังกรคราม ระดับ ห้าดาว
วิชาที่ใช้ : วิชาดาบประกายครามแห่งเกล็ดมังกร
อาวุธ : ดาบทาจิ ระดับ จิตวิญญาณ
พลังแฝง : เนตรหยั่งสวรรค์ , ปราณกระบี่สำนักสี่ขุนเขา , แก้วหูระดับเทพตีบวก (ทนการบ่นได้ขั้นเทพเพราะปลดอะชีพเมนต์หูทองคำ)
บอกตรง ๆ ว่าถ้าไม่เคยรู้จักมาก่อน แล้วเห็นหน้าหมอนี่ครั้งแรก
พวกนายอาจจะคิดว่า “โอ้! เขาคงเป็นนักฆ่าจากแดนเหนือ” หรือไม่ก็ “อดีตมือสังหารที่สูญเสียความทรงจำอะไรทำนองนั้น”
ซึ่งก็ไม่ผิดเท่าไรนะ
(ผู้เขียน : ฟังแล้วน่ากลัวพิลึก)
ใช่!! ไอ้หมอนี่น่ะเกิดมาหน้าหม่นทั้งปีไงล่ะ!
มองไปทางไหนก็นิ่ง มองไปอีกที! ก็ยังนิ่ง!
พูดอะไรใส่ก็เงียบ
บางครั้งผมยังแอบสงสัย..
ว่าในหัวมันเปิดซับภาษาอะไรอยู่ ใช่ภาษาเดียวกันกับผมรึเปล่า
แต่เอาเข้าจริงนะ
หมอนี่ไม่ใช่คนเงียบเพราะไม่มีอะไรจะพูด
มันเงียบเพราะมันรู้ว่า 'คำพูดที่ไม่จำเป็น' ไม่ต้องพูดก็ได้
แล้วก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนในยุทธภพที่พูดคำว่า “ไม่เป็นไร” แล้วทำให้ผมเชื่อจริง ๆ ว่ามันจะดูแลให้ได้
(ผู้เขียน : เป็นคนซึน ๆ ว่างั้นแหละ?)
หนึ่งแต้มให้บ้านกริฟฟินดอร์!
ทงบีโฮมันเป็นพวกที่ใช้แผ่นหลังแทนคำพูดเวลามีอันตราย
มันจะยืนข้างหน้า ปากไม่พูดอะไร แต่มือจะจับไปที่ดาบทาจิแล้วจะกันไม่ให้ใครเข้ามาทำอะไรพวกนายได้
แต่พอทำงานเสร็จก็จะพูดว่า “ข้าไม่ได้คิดจะช่วย.. แค่เจ้านั่นมาขวางทางข้า..”
แล้วพอมันพูดจบก็จะ ทำท่านิ่ง ๆ เก๊ก ๆ
ซึ่งถ้าทางแบบนั้นมันก็อดไม่ได้ที่ผมจะพูดอะไรไปสักประโยค
เช่น..
“เห้ยบีโฮ! เจ้ามีอารมณ์อื่นนอกจากหงุดหงิดบ้างไหม?”
“บีโฮ รู้ไหมว่าหน้านายทำเด็กแถวนี้ร้องไห้ไปสามคนแล้ว”
(ผู้เขียน : แล้วนายก็ยังไปกวนเขา?)
ผมเรียกมันว่า 'การละลายพฤติกรรมแบบชาวยุทธ์' ต่างหาก!
แต่ก็ต้องยอมรับแหละ..
ว่าโดนดาบฟันเฉียดหน้าไปหลายครั้งอยู่กว่าจะสนิทกับมัน
ทงบีโฮน่ะ..
เป็นเหมือนโล่ที่แข็งแกร่งแบบไม่ต้องพูดเยอะ
เป็นคนที่เจ็บแทนคนอื่นโดยไม่เคยขอคำขอบคุณ และแม้จะไม่ค่อยยอมพูดตรง ๆ
แต่ผมรู้ว่า..
มันคิดถึงพวกเราทุกคนเสมอ
(ผู้เขียน : ดูเท่กว่านายตั้งเยอะ)
เงียบปากไปเลย..
______________________
ทง มีโซ (ตะวันออก,รอยยิ้ม)
ระดับวรยุทธ์ในตอนปัจจุบัน : ยังไม่เปิดเผย
พลังสถิตร่าง : พญานาค ระดับ สี่ดาวครึ่ง
วิชาที่ใช้ : ยังไม่เปิดเผย
อาวุธ : ยังไม่เปิดเผย
พลังแฝง : ยังไม่เปิดเผย
แน่นอน..
พูดถึงทงบีโฮและจะขาดน้องสาวของมันไปได้ยังไง
แค่ได้ยินชื่อ..
ก็ได้กลิ่นความป่วนลอยมาตั้งแต่หน้าปากซอยแล้ว
ถ้าจะเปรียบเธอเป็นอะไรสักอย่าง..
คงเป็น 'ระเบิดลูกเล็ก ๆ' ที่วิ่งได้และไม่เคยหยุดนับถอยหลังซักวินาทีเดียว
(ผู้เขียน : พูดเหมือนนายโดนระเบิดลูกนั้นเป็นประจำ?)
ก็ใช่น่ะสิ! โดนจนเริ่มมีภูมิคุ้มกันแล้วด้วย!
ทงมีโซน่ะ..
เป็นเด็กสาวที่..
เอ่อ..
เอาไงดีล่ะ
ถ้าพวกนายเคยเลี้ยงแมวแล้วเอาแมวตัวนั้นไปฝึกยุทธ์ แอดพลังแฝงเป็นพลังสถิตร่างพญานาคใส่ แล้วเพิ่มโหมด 'ดื้อเงียบ+กล้าสู้+ไม่ยอมคน' เข้าไป
นั่นแหละทงมีโซ..
อย่าดูแค่ความตัวเล็ก ๆ หรือเสียงใส ๆ นะ
เอางี้ดีกว่า..
โหวหวังถึงขั้นขยาดเธอ แล้วเรียกเธอว่าลูกพี่น่ะ!
(ผู้เขียน : ถึงขั้นที่ซุนโหวหวังไม่กล้ายุ่งด้วยเลย?)
ใครมันจะกล้าไปยุ่งล่ะ!
ก็บอกอยู่ว่าพี่ชายของยัยนี่คือบีโฮ!
เข้าไปหาแบบมั่ว ๆ หัวได้หลุดกันพอดี
(ผู้เขียน : แล้วที่นายบอกว่า 'ดื้อเงียบ+กล้าสู้+ไม่ยอมคน' น่ะ ขยายความที)
เอางี้.. ลองคิดภาพตามดูนะ
ทุกความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่
หากนายมองไปก็จะเห็นมีโซยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่ว่าจะเป็นยัยนั่นที่เป็นคนก่อเรื่องเอง หรือเป็นคนที่พุ่งเข้าไปช่วยคนอื่น
อะ..อะ.. ผมอาจพูดไม่ชัดพอ..
ขยายความให้อีกนิด..
เรื่องที่เข้าไปยุ่งน่ะ.. ไม่ใช่เพราะเธอเป็นพวกชอบสร้างปัญหาหรอกน่ะ
เธอแค่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรมน่ะ
สำหรับมีโซ.. เธอน่ะ..
เป็นเด็กที่พูดมากพูดเยอะแถมยังขี้บ่นเป็นบ้าเลย!
ไม่เชื่อถามบีโฮมันดู..
หากเรียกมันแล้วไม่หัน ไม่ใช่เพราะมันเผลอไปกินหมูดิบนะ!
แต่เพราะน้องสาวของมันพูดมาก พูดเยอะ จนหูของบีโฮมันเริ่มตึงแล้ว!
(ผู้เขียน : ระวังบีโฮได้ยินนะ)
แค่ก ๆ ใคร? ใครพูดอะไร? ไม่มี้? ผมไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย (เหล่ตามองซายขวา)
______________________
อุซางิ ซากิ (กระต่าย,ผู้เบ่งบาน)
ระดับวรยุทธ์ในตอนปัจจุบัน : สัมผัสสรรพวิถี ขั้น ต้น
พลังสถิตร่าง : จักรพรรดินีกระต่ายขาว ระดับ สี่ดาวครึ่ง
วิชาที่ใช้ : วิชาพัดประจำตระกูลอุสางิ , ท่าร่างเหยียบขุนเขา
อาวุธ : พัดหยกเย็น
พลังแฝง : ยังไม่เปิดเผย , (สายตาอาฆาต)
แค่พูดชื่อยัยนั่น..
ผมก็รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกด่าแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้ว
เธอคือหนึ่งในห้าทายาทตระกูลหลัก ว่าที่ผู้นำตระกูลศศะ
และใช่..
เป็นหนึ่งในคู่กัดของผมในสมัยก่อน
(ผู้เขียน : ซากิร้ายกาจขนาดนั้นเชียว?)
โฮะโฮ่! น้อยเกินไปน่ะสิ!
ยัยนั่นน่ะเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองยิ่งกว่าผมที่มั่นใจในความหล่อของตัวเองซะอีก
เธอจะเดินเข้ามาในสนามเหมือนพื้นนั้นปูพรมแดง
พูดทีนึงคนฟังรอบสนามต้องตั้งใจฟังทุกตัวอักษร
ไม่ใช่เพราะเสียงหวานนะ
แต่หากไม่ฟังก็อาจหูชาหนักกว่าเดิม
ถ้าให้อธิบายยัยคนนี้แบบกระชับสั้น ๆ ก็ ความงามระดับนางพญา+ปากที่ไม่เคยรู้จักคำว่าอ้อมค้อม+มือที่พร้อมจะฟาดใส่ทุกคนแบบไม่กลัวเกรง
(ผู้เขียน : พูดเหมือนนายเคยโดนมาแล้ว)
ก็หลายครั้งอยู่..
แต่อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย..
ฟันผมเกือบโยกเพราะเธอมาแล้ว
คิดแล้ว..
ยังเข็ดไม่หาย
พูดรวบ ๆ อีกที
อุสางิซากิเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครสั่งแม้แต่เงาของเธอเอง
______________________
หลิน ซิน (ป่า,หัวใจ)
ระดับวรยุทธ์ในตอนปัจจุบัน : ยังไม่เปิดเผย
พลังสถิตร่าง : ยังไม่เปิดเผย
วิชาที่ใช้ : ปัด กวาด เช็ด ถู ตีบวกด้วยการทำกับข้าวอร่อย
อาวุธ : ความเงียบ
พลังแฝง : เงียบมาก ๆ
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งผิวขาว ใส่ชุดเรียบ ๆ ผูกโซ่เหล็กที่ข้อมือ
ไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่สบตาใคร
ผมรู้จักเธอครั้งแรกในสภาพแบบนั้นแหละ
ผมยังจำได้เลยว่าคนรอบข้างพูดถึงเธอว่ายังไงบาง
หลายคนสงสัยว่าเธอทำผิดร้ายแรงอะไรถึงต้องถูกล่ามโซ่
บางคนเมินเฉย เหมือนเธอเป็นเพียงเงา
แต่สำหรับผม..
เธอคือเสียงเงียบที่ดังพอให้คนฟัง ถ้ากล้าฟังจริง ๆ
(ผู้เขียน : พูดเหมือนนายรู้จักเธอดีเลย?)
ไม่หรอก.. ผมไม่ได้รู้จักเธอดีขนาดนั้นหรอก..
ผมแค่สังเกตเธอ.. เหมือนที่ผมมักสังเกตคนอื่น ๆ นั่นแหละ
หลินซินไม่ใช่คนแข็งแรง ไม่ใช่นักรบ ไม่ใช่คนที่ชูดาบลุยหน้ากับใคร
เธอไม่ได้มีพลังที่เปล่งประกายแบบคนอื่น
แต่แปลกนะ..
เวลาอยู่กับเธอ..
มันก็รู้สึกเหมือนบรรยากาศรอบข้างสงบแบบแปลก ๆ
ขอเน้นคำว่า 'แปลก' ตัวโต ๆ ด้วย
เธอเป็นคนขยัน ไม่บ่นเวลาทำอะไรให้คนอื่น แถมเธอจะตั้งใจทำจนสุด แม้จะไม่มีใครชมก็ตามที
บางครั้ง..
แค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็พอรู้แล้วว่าเด็กคนนี้..
ไม่เคยคาดหวังอะไรจากโลกนี้เลย
ถ้าพูดแบบง่าย ๆ
หลินซินไม่ใช่คนที่ต้องถูกช่วย..
เธอแค่พยายามทำให้ตัวเองไม่ใช่ภาระ
ซึ่งบางที..
เธอก็สามารถทำให้คนหลายคนเวลาอยู่ใกล้เธอจะรู้สึกว่าปลอดภัย
ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ใช่คนที่จับดาบเก่งอะไรเลย
______________________
เอาล่ะ.. ผมว่าผมเล่ามาเยอะแล้วนะตั้งแต่ตอนแรกยันตอนนี้
...เ.ล่.า...ม.า...ห.นึ่.ง...ร้.อ.ย...ต.อ.น...!!
...ห.นึ่.ง...ศู.น.ย์...ศู.น.ย์...ต.อ.น...!!
ยังไม่มีใครเอาน้ำสักแก้วมาวางให้ผมเลย
สาบานได้!
ผมพยายามมองหาขวดน้ำตั้งแต่ตอนที่ 28 แล้ว
แต่มองไปทางไหนก็เจอแต่สายตาของพวกนายที่จ้องจะล้วงความลับผมอยู่ตลอด!
แล้วที่แย่คืออะไรรู้ไหม?
ผมดันเล่าให้ฟังเองซะงั้นนี่สิ
ยอมรับเลยว่าพวกนายมันนักฟังชั้นยอดจริง ๆ
แต่ก็เอาเถอะ..
เพราะไหน ๆ ก็เล่ามาแล้ว ผมจะถือว่าเรื่องนี้มันเป็นเหมือนบันทึกเล่มนึงในชีวิตของผมก็เท่านั้น
ตลอดร้อยตอนที่ผ่านมาบางคนอาจชอบผมบ้าง บางคนอาจหมั่นไส้ บางคนอาจอยากเอากระบี่เสียบปาก เพราะผมหล่อกว่าพวกเขา หรือเพราะผมเป็นพวกชอบแซะ
ซึ่งผมก็ไม่ได้อะไรเท่าไหร่หรอกนะ
แต่รู้อะไรไหม?
ผมก็ยังอยู่ตรงนี้พร้อมที่จะเล่าต่อ พูดต่อ กัดต่อก็เพราะ 'เรื่องนี้มันยังไม่จบ'
ยังมีอีกหลายคนที่ยังรอจะถูกเปิดโปง
รอให้ผม..
หลิวเจี้ยนคนนี้เปิดฝาแล้วเทเรื่องราวใส่หูพวกนายจนเปียก
ดังนั้น
ถ้าพวกนายยังมีแรงจะฟัง ผมก็ยังมีแรงจะเล่า
และต่อให้เสียงผมแหบจนคล้ายลุงขายยาในตลาดเยาวราช
ผมก็จะเล่าให้จบเพราะนี่คือเรื่องของผม
และพวกนายก็ดันเลือกจะมาฟังมันเข้าแล้ว
ก็หวังให้พวกนายอยู่ฟังกันจนถึงที่สุดละกันนะ
แล้วเชื่ออะไรไหม..
ไม่มีใครคิดจะหยิบน้ำให้ผมจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย!?!