เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    ตอนที่ 56 สถานะการณ์ที่ย่ำแย่

    “อ๊ากกกกกกกก” เสียงนายกร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด จากบาดแผลที่โดนบีบเค้น
    “ร้อง..ร้องออกมา!! , โฮะ โฮะ โฮะ..เสียงร้องของเจ้าช่างเสนาะหูยิ่งนัก โฮะ โฮะ โฮะ” วาจาที่กล่าวออกมาเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ สายตาบ่งบอกถึงความเย็นชาไร้ปรานี
    “สคอร์ปิอัส..นั้นเจ้า? , เจ้าหายแล้ว?” ลิบรากล่าวออกมาด้วยความสงสัย เพราะอีกฝ่ายเคยหลอกลวงใช้แผนการเช่นนี้ออกมาแล้วคราหนึ่ง จึงทำให้มันรู้สึกกังขาในสิ่งทีเกิดขึ้น
    เมื่อโดนกล่าวถามเช่นนั้น สคอร์ปิอัสจึงโยนร่างของหยางน่าที่ไร้สติให้แก่มัน “ทารกนี่ข้าให้เจ้า..ที่เหลือแล้วแต่เจ้าไตร่ตรอง” ชายชราเอ่ยตอบมันด้วยความเฉยเมย
    มันรีบรับร่างของนางเอาไว้ แต่สายตาที่จับจ้องไปที่ชายชราก็ยังเกิดความกังขาอยู่เช่นเดิม มิได้เสื่อมคลายลงไปแม้แต่น้อย
    “แคสเซอร์ได้มากับเจ้าด้วยหรือไม่? , ข้าคิดถึงคะนึงหานางยิ่งนัก..ไม่ได้เห็นหน้าเมียมาตั้งนาน..ข้าล่ะอยากพบนางใจจะขาด” ชายชราถามต่อผู้อยู่ตรงหน้ามัน
    “นะ นางอยู่ทางทิศบูรพา..กำลังกวาดล้างเหล่าทหารที่เหลือรอดอยู่” มันตอบออกมาพร้อมกับใบหน้าที่แสดงรอยยิ้ม “เป็นเจ้าจริง ๆ เจ้าจดจำเรื่องราวได้แล้ว , ฮะ ฮ่า! ดี เป็นเรื่องดี..กลับไปที่กิลด์เจ้าต้องมาดื่มกับข้า!!”
    “เจ้านี่ก็กระไร , ข้าพึ่งถามถึงเมีย..เจ้ายังกล้าชวนข้าไปดื่ม , เห็นใจผู้ที่อดอยากมานานไม่ได้รึ?” สกอร์ปิอัสกล่าวออกมาด้วยท่าทีขบขัน
    “จริงสิจริงสิ , ข้าก็ลืมคิดไป , ห่างหายไปนาน..เมียเจ้าก็คงจะไม่ต่างกับเจ้า” ลิบร้ากล่าวสวนไป พร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้กับสหายของมัน “นางคงต้องการความรักของเจ้ายิ่งนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
    “ซูจินยี่..นี่เจ้า..” เสียงของนายกแฮร์รี่เอ่ยปากออกมาด้วยสายตาที่หมองหม่น จับจ้องไปยังชายชราผู้คุ้นเคย แต่อีกฝ่ายหันกลับมามองมัน สายตาคู่ที่จับจ้องคืนมา มีแต่ความหมางเมินไร้แววตาที่เป็นมิตรอย่างสิ้นเชิง
    “โอ้วโทษที..ข้าลืมเจ้าไปสนิท” ก่อนที่ซูจินยี่จะง้างมือตบใส่นายกจนมันกระเด็นออกไปไกลห่าง พร้อมกับหันไปหาสหายของมัน “ไปเถิด..ข้าคิดถึงเมียข้ายิ่งนัก” ชายชรากล่าวออกไป ก่อนจะเหินร่างตัวเองขึ้น
    “ข้าไปกับเจ้าด้วย , ข้าอยากเห็นหน้านางตอนพบเจ้า , หน้าของนางคงจะแปลกพิกล ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มันกล่าวจบพร้อมกับเหินร่างตามสหายของมันไป...ย้อนกลับไป 1 อาทิตย์ก่อน หลังจากที่ซีว่างสลบไม่ได้สติพร้อมร่างกายมีแต่บาดแผล ทั้งที่เกิดจากผู้อื่นและแผลที่มันกระทำต่อตนเอง มันได้แต่นอนแน่นิ่งโดยไม่รับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้น
    ท่ามกลางทิวเขาเงาไม้ นอกจากเสียงลมที่พัดผ่าน ก็มิได้มีเสียงอื่นใดรบกวนต่อร่างอันสะบักสะบอมของซีว่างเลย นอกเสียจาก...

    “ซี.....ว่างงงงงงงง” เสียงกู่ร้องออกมาอย่างแหบแห้งและอิดโรย ในน้ำเสียงที่คำรามออกมาเต็มไปด้วยความโกรธาอย่างถึงที่สุด
    ผู้ที่ร่ำร้องออกมาอย่างเคียดแค้นคือเจมมินาย สภาพของมันตอนนี้ไม่ต่างกับชายหนุ่มที่มันพึ่งกล่าวถึง ตามเนื้อตามตัวมันมีแต่บาดแผลสาหัสสากรรจ์ที่แตกต่างคงจะมีเพียงอย่างเดียว..มันยังมีสติ
    มันกวาดตามองหาเด็กหนุ่มในทันที จนสายตาจรดไปที่ร่างที่ไร้สติของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า
    มันพ้นลมหายใจออกมา ค่อย ๆ คลาน เสือกร่างที่บาดเจ็บเข้าไปหาซีว่าง หวังที่จะสังหารมันในทันที โดยไม่สนใจต่อคำสั่ง ที่สั่งให้จับเป็น
    มันกัดฟันแน่น ใช้ขาที่อ่อนแรงค่อย ๆ ถีบยันพื้นเคลื่อนตัวเข้าหาชายหนุ่ม สายตาแสดงถึงความโกรธาที่เต็มเปี่ยม
    ที่มันเกียจชังชายหนุ่มถึงเพียงนี้ เพราะตอนนี้ศีรษะด้านซ้ายของมันขาดแหว่งหลุดออกไปจากวิชาที่ร้ายกาจของชายหนุ่ม หัวที่หลุดกระเด็นไปนั้นเปรียบดั่งกับพี่น้องของมัน จะไม่ได้มันบังเกิดโทสะได้อย่างไรได้อย่างไร
    บาดแผลขนาดใหญ่ตรงส่วนหัวที่ขาดออก ทำให้เลือดหลั่งไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนตามอกตามหลังของมัน ต่อให้มันต้องตายลงตอนนี้ มันก็ไม่สนใจ ขอเพียงสังหารซีว่างได้เป็นพอ
    มันยิ่งคิดเรื่องที่เกิดขึ้น ความแค้นความโกรธายิ่งสุมมากขึ้นอัดแน่นอยู่ในอก สายตาจับจ้องอย่างแน่วแน่ไม่เลื่อนลอย ขาถีบมือก้าวไปตามจังหวะ จากยี่สิบเมตรเหลือสิบเมตร จากสิบเมตรเหลือเพียงห้าเมตร ก่อนจะถึงร่างที่บอบช้ำที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เบื้องหน้า
    มันยิ้มออกมา ปากบ่นพึมพำ “ฆ่า...ฆ่า...ฆ่า...ข้าจะฆ่าเจ้า...ข้าจะแก้แค้นให้น้องชายข้า...เจ้าต้องตาย...” แววตาแสดงความโหดเหี้ยมอาฆาตส่วนปากยิ้มอย่างน่าเกียจ
    อีกเพียงสามเมตรก็ถึงตัวชายหนุ่ม
    แต่จู่ ๆ ก็มีเงาดำทอดยาวลงมาจากบนฟ้า ก่อนมันจะละสายตาแลมองไปยังจุดกำเนิดเงา
    “แว๊คคคค” เสียงร้องออกมาของหงส์ดำ มันหุบปีกกดหัวของมันบินโฉบมุ่งหน้ามาทางชายที่เคยมีสองหัว ก่อนที่มันจะชนร่างที่อ่อนแรงใกล้ตายของเจมมินายกระเด็นไปไกล
    พร้อมกับเด็กสาวที่วิ่งตรงเข้าหาร่างที่บอบช้ำของชายหนุ่ม พยุงมันขึ้นหิ้วปีกพยายามใช้ร่างกายอันบอบบางของตัวนาง ในการลากร่างของบุรุษหลีกหนีออกห่างและจากไป
    ด้านเจมมินายเมื่อถูกหงส์ดำตัวน้อยถลาลมบินชนมันจนกระเด็นไป ยิ่งทำให้บาดแผลที่มันมี..เพิ่มเติมความเจ็บปวดเข้าไปอีก เลือดไหลหลากออกมาจากบาดแผล ตัวสั่นกระตุก ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลงไป พร้อมดวงตาที่เบิกโพลง
    สำหรับบนแผ่นดินนี้ ผู้ที่อยู่ระดับเหยียบนภาขั้นที่ 5 ต่างถือเป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่งที่มีเกียรติอย่างมาก อาจเป็นเพราะบาปที่มันเคยก่อไว้ จึงทำให้มันตายอย่างอานาถไร้ดินกลบฝังร่างเช่นนี้
    หญิงสาวทั้งหิ้วทั้งแบกร่างที่โชกเลือดบอบช้ำไปตามทาง หวังจะพามันกลับไปยังที่ปลอดภัยโดยเร็ว
    พรึบ!!
    มีร่างของคนผู้หนึ่งพุ่งลงมาขวางกั้นทางข้างหน้า ของเด็กสาวเอาไว้
    เชียเล็ซจ้องมองไปที่นางผู้ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ดวงตาฉายแววตื่นผวาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะหันหลังวิ่งลากชายหนุ่มกลับไปทางเดิมอย่างทุลักทุเล
    “เจอเสียที..ไอ้ตัวแสบ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมา ต่อให้ไม่เห็นหน้าก็สามารถทราบได้ว่า นางผู้นี้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
    หญิงชราเมื่อเห็นเด็กสาวกึ่งลากกึ่งจูนชายหนุ่มหนีจากไป นางจึงกล่าวบอกออกมาเล็กน้อย "ข้าเป็นสหายของมัน..มิได้จะมาทำร้ายมัน..”
    ผู้ที่กล่าวออกมาเช่นนั้นคือ เพลิงทมิฬล่าสมบัติ..เอสเธอร์ หรือ อินหลิง หญิงชราผู้ที่เป็นสหายของซีว่าง
    แต่เด็กสาวก็มิได้หยุดที่จะรีบเร่งหนีจากไป นางยังคงพยายามวิ่งอย่างเต็มความสามารถ มิได้ปล่อยชายหนุ่มทิ้งไว้กลางทาง เพื่อหนีเอาชีวิตรอดเลยแม้แต่น้อย นางยังคงแบกร่างที่ไร้สติตามนางไปด้วย
    เอสเธอร์เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งตัวไปดักหน้าของเด็กสาวเอาไว้ ก่อนจะใช้มือจับไปที่ต้นแขนของนาง พร้อมออกแรงเล็กน้อย
    “ข้ามีนามว่าเอสเธอร์..., เป็น..สะ...หาย...ของ...มัน” นางจ้องเขม็งไปยังหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า พร้อมพูดช้า ๆ ชัด ๆ เน้นย้ำประโยคหลังของนางทุกตัวอักษร
    แต่เด็กหญิงก็ได้แต่ตัวสั่นกลัว พร้อมมองไปที่นางด้วยสีหน้าหวาดหวั่น มิได้เชื่อนางเลยแม้แต่น้อย “ปล่อยพวกข้าไปเถิด..พวกเราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางต่อกัน , เหตุใดต้องตามรังควานกันไม่เลิกด้วย..” เสียงที่กล่าวออกมาพร้อมน้ำตาและปนเสียงสะอื้นเล็กน้อย จากความหวาดกลัวต่อหญิงชราผู้ที่อยู่ตรงหน้า
    เอสเธอร์เห็นเช่นนั้นจึงยื่นนิ้วเข้าไปปาดน้ำตาของนาง พูดปลอบเด็กหญิงด้วยความอ่อนโยน “ข้าเป็นสหายของมันจริง ๆ อย่าได้เกรงกลัวไปเลย , หากข้าคิดร้ายต่อมัน..โบกมือทีเดียวมันก็ตายกลายเป็นผีลามกตนหนึ่งแล้ว , และถ้ามันตาย..หญิงสาวที่อยู่ในนรกคงจะเดือดร้อน , ปล่อยมันมีชีวิตน่ะดีแล้ว” ก่อนที่จะปล่อยแขนเด็กหญิง แล้วยื่นของที่อยู่ในมือให้นาง
    ของที่ยืนมาคือขวดโอสถขวดหนึ่ง กลิ่นสมุนไพรลอยออกมาจากในขวด เป็นกลิ่นที่อ่อนโยนอย่างมาก แค่ได้กลิ่นก็รับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ยาพิษ
    “เอาให้มันดื่ม , จากสภาพของมันตอนนี้..ข้าคาดว่าไม่เกิดชั่วยามมันคงจะมีสติฟื้นคืนมา” เอสเธอร์ยิ้มออกด้วยสายตาที่อ่อนโยนดั่งกับดอกไม้ในแสงแรกยามตะวันที่ลอยขึ้นขอบฟ้า
    เด็กหญิงค่อย ๆ ยื่นมือออกไปรับขวดโอสถจากมือของหญิงชรา มือที่ยื่นออกไปยังสั่นเทาจากความกลัวเกรงอยู่ แต่ด้วยกลิ่นของโอสถที่บ่งบอกชัดเจนว่ามิใช่พิษร้าย และตอนนี้ชายหนุ่มที่อยู่ในอ้อมแขนของนางต้องการโอสถอย่างเร่งด่วน
    เชียเล็ซชำเลืองมองไปที่หญิงชราเล็กน้อย ก่อนค่อย ๆ เปิดขวดยาออกมาแล้วใช้จมูกของนางสูดดมกลิ่นให้แน่ใจครั้งหนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าหญิงชราอีกครั้งหนึ่ง
    หญิงชรายิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย ให้แม่หนูน้อยผู้นี้นำยาให้เด็กหนุ่มดื่ม
    เด็กหญิงค่อย ๆ ประคองร่างของชายหนุ่มและป้อนยาให้มันอย่างทุลักทุเล ก่อนที่หญิงชราจะยื่นมือเข้าช่วย โดยการยื่นมือไปจับที่ใบหน้าของชายหนุ่ม
    เด็กหญิงชักมือกลับด้วยความตกใจ แต่หญิงชรามือไวคว้ามือเอาไว้ ก่อนจะดุนางออกไปหนึ่งประโยค “ข้ารู้ว่าเจ้ากลัว..แต่หากข้าคิดร้ายจริง..เจ้าคงหมดลมหายใจไปนานแล้ว”
    “ ไว้ใจข้า..เมื่อมันฟื้นขึ้นมา , เจ้าจะกระจ่างชัดเอง..ว่าข้าเป็นสหายของมันจริง ๆ ” ก่อนที่หญิงชราจะทำหน้าตาจริงจัง แล้วปล่อยข้อมือนาง
    เด็กหญิงพยักหน้าหนึ่งที ก่อนจะป้อนยาให้ซีว่างดื่มเข้าไป
    เมื่อดื่มยาจนหมด ก็มีไอควันสีแดงลอยออกจากปากของชายหนุ่ม หญิงชรารีบกล่าวเสริมทันที ก่อนเด็กสาวจะเข้าใจผิด “ที่ออกมาคือละอองเลือดที่ตกค้างอยู่ภายในร่างของมัน , หากเป็นคนปกติ..ละอองเลือดขนาดนี้..มันผู้นั้นคงตายไปแล้ว , น่าจะเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์..มันจะฟื้นภายในหนึ่งชั่วยาม..แต่น่าจะกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ภายในหนึ่งอาทิตย์”
    “มาให้ข้าช่วย..พวกเจ้ามีที่หลบซ่อนอยู่ที่ใด” หญิงชรายื่นมือออกไป แต่เด็กสาวดึงร่างชายหนุ่มเข้าสู่อ้อมอกของตนเอง นางยังคงไม่ไว้ใจหญิงชราเท่าที่ควร
    หญิงชราขบขันเล็กน้อยกับกริยาของเชียเล็ซ “หากมันฟื้นอยู่..มันคงจะชอบใจในกลิ่นอกของสาววัยขบเผาะเช่นเจ้ายิ่งนัก”
    เมื่อหญิงชรากล่าวออกมา หน้าของเด็กสาวแดงขึ้นมาดั่งกับก้นลิง ก่อนที่นางจะรีบปล่อยร่างของซีว่าง ยกมือขึ้นมาปิดอกด้วยความเหนียมอาย ร่างที่ไร้สติของชายหนุ่มร่วงหล่นลงไปหัวฟาดพื้นอย่างจัง
    “ให้ข้าช่วยเจ้าเถอะแม่หนูน้อย..เจ้าน่าจะไว้ใจข้าได้แล้วหนา” เอสเธอร์ก้มลงไปอุ้มเด็กหนุ่ม “นำทาง..”
    เด็กหญิงมองหน้าหญิงชราอยู่ครู่หนึ่ง จึงเดินนำทางนางไปอย่างจำยอม เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างมันบอกออกมาทางกริยาที่หญิงชราแสดง ว่านางมิได้มาร้าย
    เด็กหญิงนำทางมาถึงถ้ำเดิมที่นางเคยแอบซ่อนตัวอยู่ เอสเธอร์ว่างชายหนุ่มให้นอนแผ่ก่อนจะหยิบเอายาทาออกมา แล้วบรรจงทามันบนร่างกายของชายหนุ่ม ให้แผลสมานอย่างเร็วไว
    พอนางทายาทั่วร่างชายหนุ่ม ตอนนี้ตัวมันถ้านำไปชุบแป้ง สามารถทอดได้เลยทีเดียว เพราะแผลตามร่างกายมัน มีหลายจุดมาก แต่ละที่สาหัสแตกต่างกันไป แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด น่าจะเป็นแผ่นหลังของชายหนุ่ม ที่มันทั้งโดนศอกและเตะหลายครั้ง หากเป็นผู้อื่นคงจะตายไปเสียนานแล้ว
    หญิงชราส่ายหน้ากับสภาพของมัน ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองเชียเล็ซ สายตาที่จับจ้องมาอย่างกับเสือที่กำลังจะขย้ำกระต่ายอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เด็กหญิงรีบหลบตา จับจ้องไปที่กำแพงหรือผนังถ้ำแทน
    “เล่ามา..เอาทั้งหมดตั้งแต่เจ้าพบมัน” หญิงชราเอ่ยปากพร้อมกับจับจ้องมาที่นาง เชียเล็ซพอโดนหญิงชรากล่าวถาม นางกับสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปเพื่อพูดคุยกับนาง เล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ
    ระหว่างที่พรรณนาต่าง ๆ นางจับจ้องสายตาไปที่หน้าผากของหญิงชรา มิกล้าสบตาเอสเธอร์แม้แต่น้อย ระหว่างเล่าด้วยความที่พึ่งพบและรู้จักกัน นางจึงค่อนข้างพูดจาสุภาพเรียบร้อย ดั่งกับตอนที่เจอชายหนุ่มครั้งแรก
    “...พอข้าได้ยินเสียงระเบิดครั้งใหญ่เสียงดังสนั่น , ด้วยความที่ข้าเป็นห่วงท่านซีว่าง , ข้าจึงรีบเร่งวิ่งตามไปที่จุดกำเนิดเสียง , พอมาถึงเขาก็นอนสลบมิได้สติ..ส่วนมารร้ายมันพยายามคืบคลานเข้าไปเพื่อหวังจะสังหารท่านซีว่าง , ข้าจึงรีบเร่งเข้าไปขวางทางเอาไว้โดยแบกเขาแล้ววิ่งจากมา..ส่วนหงส์น้อยของข้า..ข้าก็สั่งให้มันโจมตีมารร้ายคนนั้น , ระหว่างรีบเร่งเดินจากมา..ข้าก็ได้มาพบกับท่าน”
    เมื่อเด็กสาวกล่าวจบ หญิงชราก็วุ่นคุ้นคิด..นำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับฟัง ผนวกกับเหตุและผลต่าง ๆ ก่อนจะจับจ้องไปที่เด็กหนุ่ม “ไอ้ตัวแสบนี้จริง ๆ เล้ย..หาเรื่องตลอดเวลา , มันคงมีดวงนารีคุ้มครองอยู่กระมัง..ถึงได้รอดมาได้ , แต่มันก็คงมีดวงนารีวิบัติเช่นกัน..ถึงได้ทำเรื่องโง่ ๆ ต่าง ๆ เพราะหญิงสาว , ข้าล่ะปวดกบาลเสียจริง”
    ได้รับฟังสิ่งที่หญิงชรากล่าวมา เชียเล็ซก็พยักหน้างึกงึกเห็นพ้องกับสิ่งที่หญิงชรากล่าวออกมา
    “น้าม...น้ำ...ข้าหิวน้ำ....” เสียงของซีว่างพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง พร้อมกับขยับตัวเพื่อควานหาอะไรบางอย่าง
    ได้ยินดังนั้นหญิงชรารีบหยิบน้ำออกมาจากถุงมิติของตนเอง ก่อนจะค่อย ๆ กอกเข้าปากมันช้า ๆ
    “ว่าอย่างไรเจ้ามารตัวน้อย..ได้สติแล้วรึ? , เจ้านี้จริง ๆ เลยก่อเรื่องได้ตลอดเวลา , ข้าล่ะวิ่งตามหาเจ้าเสียทั่ว” หญิงชราได้ทีรีบกล่าวตำนิซีว่างเมื่อมันได้รู้สึกตัว
    “เอสเธอร์..นั้นท่านรึ?” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเบา ๆ พร้อมปรือตาสอดส่องมองไปทางต้นเสียง
    “ใช่ข้าเอง..รู้ไหมข้าตามหาเจ้าเป็นเดือน ๆ , ข้าลำบากขนาดไหนกว่าจักได้พบเจ้า , พอพบก็ปางตายเช่นนี้ , เฮ้อ...เจ้านี่จริง ๆ เลย.... ฯลฯ” ด้วยวัยของนางที่อยู่ในช่วง 60 ต้น ๆ นางจึงบ่นพร่ำออกมาไม่หยุด
    “เชียเล็ซ..เชียเล็ซ.... , เอสเธอร์..ท่านพบเจอสาวน้อยที่มากับข้าบ้างหรือไม่..ทำไมตาข้ามองไม่เห็นสิ่งใดเลย” ซีว่างกล่าวออกมาอย่างวิตกด้วยเสียงบางเบาพยายามเพ่งมองหาเด็กสาว
    “ข้าอยู่นี่..” หญิงสาวกล่าวตอบต่อชายหนุ่ม
    “$%#@$%&^!” เสียงของซีว่างกล่าวออกมานั้นเบามาก จึงทำให้จับใจความไม่ได้
    “ท่านกล่าวอะไรของท่าน..ข้าฟังไม่เห็นเข้าใจ” เชียเล็ซกล่าวสวนกลับไปก่อนที่นางเงี่ยหูฟังชายหนุ่ม
    “$^&@# (*$^&^&#*$#” มันก็ยังกล่าวไม่ได้ใจความอีก
    “ท่านว่าอะไรของท่าน” ก่อนที่นางจะก้มลงไป จนใบหูของนางแทบจะแนบชิดปากของชายหนุ่ม แต่โดนมือของเอสเธอร์ฉุดรั้งไว้ก่อน พร้อมกับส่ายหน้าอันงดงามเล็กน้อย
    “ไอ้ตัวแสบน้อยมันคงจะพยายามล่วงเกินเจ้าน่ะ..มันได้ยาไปแล้วคงไม่มีอาการเช่นนั้นหรอก” หญิงชรากล่าวออกมาอย่างรู้ทัน “ตอนนี้มันสามารถลุกขึ้นนั่งได้ด้วยซ้ำ..ยาของข้านั้นแพงมาก..มันคงหายได้ในเร็ววัน”
    ได้ยินสิ่งที่หญิงชรากล่าวออกมา เชียเล็ซง้างมือเตรียมฟาดใส่ชายหนุ่มที่นอนแผ่อยู่เบื้องหน้า ก่อนที่จะบอกแรงฟาดลงไปเต็มเหนี่ยว
    ฟุบ !! มือของหญิงสาวถูกชายหนุ่มคว้าไว้อย่างว่องไว ก่อนที่ชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นมาปล้วจับจ้องไปที่เด็กสาว “ เฮ้!! สาวน้อย , ข้าบาดเจ็บอยู่เจ้าเห็นหรือไม่ ” มันกล่าวออกมาก่อนที่จะปล่อยมือของนาง
    มันกวาดสายตากลับไปมองหญิงชรา ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยวาจาด้วยเสียงที่แหบแห้งบางเบา
    “ข้าล่ะเกลียดผู้หญิงรู้ทันอย่างท่านเสียจริง..” ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ชันตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างยากลำบาก ก่อนจะยิ้มให้สาวน้อยอย่างเจ้าเล่ห์หนึ่งที ก่อนจะกรอกสายตากลับไปหาหญิงชรา
    “แล้วคนอื่นล่ะท่าน..พวกมัน..โอ้ย , เป็นอย่างไรกันบ้าง..โดยเฉพาะหยางน่า” ชายหนุ่มรีบกล่าวถามในทันที ถึงกริยาที่ทำเป็นเล่นขอมมันจะทำให้มันดูเหมือนไม่เป็นอะไร และโอสถจะดีเช่นไรที่สามารถทำให้มันลุกขึ้นมานั่งได้ แต่มันก็ยังเจ็บตัวทุกครั้งที่ขยับร่างกายของตนเอง
    “นั้นล่ะที่เจ้าต้องเป็นห่วง , กิลด์วิญญาณประกาศออกมาให้จบนางกลับไป , ไอ้ชั่วเคทิฟ..มันหวังจะเอานางมาเป็นเสพสมก่อนที่จะปล่อยให้ลูกสมุนชั่ว ๆ ของมันเวียนกันมอบราคีให้แก่นาง..เพื่อแก้แค้นต่อเจ้า , แล้วมันก็สั่งให้จับเป็นเจ้ากลับไป..ให้เจ้าได้รับชมทุกอิริยาบถที่นางโดนกระทำจนกว่านางจะสิ้นใจ...”