ว๊าก !!!!!!!!!!!!! เสียงสตีฟร้องออกมาอย่างตกใจเพราะภาพที่เขาเห็นคือภาพของเด็กคนหนึ่งที่ผมยาวดำปิดหน้าปิดตากำลังเกาะขากางเกงเขาอยู่บวกกับท้องฟ้าที่ใกล้จะมือและเมฆฝนที่กำลังก่อตัวทำให้บรรยากาศมันดูวังเวง
“เสียงดังค่ะคุณลุง” เสียงเด็กที่เกาะขาสตีฟอยู่พูด
“หือเสียงนี่มันเสียงหนูแอนนา !!!” สตีฟที่ได้ยินเสียงก็พลันได้สติก่อนจะมองดูดีๆร่างเด็กตรงหน้านี้คือหนูแอนนาจริงๆ
ควับ !! สตีฟปัดผมที่ปิดหน้าของหนูแอนนาออกเพื่อมองดูหน้าเธอชัดๆ
“หนูแอนนาจริงๆด้วยมาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย !!!” สตีฟอุทานอย่างตกใจ
“หนูอยู่กับคุณลุงตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ” หนูแอนนาพูด
“ตั้งแต่เช้าถ้าอย่างนั้นอย่าบอกนะว่าคนที่กินอาหารของลุงบนเครื่องคือหนูแอนนาน่ะ !!” สตีฟถามหนูแอนนาซึ่งคำตอบที่ได้คือการพยักหน้าเบาๆของเธอ
ครืน !! เสียงท้องฟ้าร้องอีกครั้งก่อนฝนจะเริ่มลงเม็ด
แปะๆๆๆๆ !! ฝนเริ่มตกลงมาทำให้สตีฟรีบอุ้มหนูแอนนาขึ้นมาทันที
“เกาะแน่นๆนะหนูแอนนาต้องรีบหาที่หลบฝนแล้ว” สตีฟพูดกับหนูแอนนา
“ค่ะ” แอนนาพยักหน้าก่อนจะเกาะแขนสตีฟแน่น
ฟุ่บ !! ร่างของสตีฟหายไปจากจุดที่เคยอยู่มุ่งหน้าเข้าไปในป่าทันทีเขาหวังว่าจะเจอต้นไม้ต้นใหญ่ๆให้หลบฝนสักต้นก็ยังดี
สิบนาทีต่อมา
“จะตกหนักเกินไปแล้วโว๊ย !!” สตีฟตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้าหลังจากเข้าป่ามาได้หลายกิโลฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆจนสตีฟอดตะโกนออกมาไม่ได้
ตอนเจอฝนที่เยลโล่สโตนว่าหนักแล้วแต่นี่ดันหนักกว่าฝนบ้าฝนบออะไรกันฟระเนี่ย สตีฟคิดในใจพลางพยายามหาที่หลบฝนต่อไป
“หนูแอนนาไหวมั้ย” สตีฟถามแอนนาที่อยู่ในอ้อมแขน
“วะ วะ ไหวค่ะ” แอนนาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆสตีฟเห็นปากของเธอซีดไปหมดตอนนั้นเองแอนนาก็เห็นอะไรบางอย่างจึงชี้ให้สตีฟดู
“คะ คะ คุณลุงนั่นลมหมุนๆ” แอนนาชี้ไปที่ด้านหลังสตีฟ
“หือลมหมุน ??” สตีฟถึงกับงงก่อนจะหันกลับไปดูและก็ต้องอ้าปากค้าง
“เฮ้ยพายุ นี่ถึงกับมีพายุไซโคลนในป่าเลยเหรอฟระเนี่ยบ้าไปแล้ว” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นพายุเริ่มก่อตัวลงมา
พายุนี่คือสาเหตุที่ทำให้สิ่งก่อสร้างในประเทศโคลอมเบียพังพินาศหมดสินะ สตีฟคิดตอนแรกเขานึกว่าพวกตึกราบ้านช่องพวกนั้นเป็นฝีมือของสัตว์กลายพันธ์เสียอีกแต่นึกไม่ถึงมันจะเป็นฝีมือของธรรมชาติไปเสียได้
“คุณลุงลมหมุนๆมันใหญ่ขึ้นแล้ว” เสียงแอนนาพูดขึ้นทำให้สตีฟหลุดจากความคิดก่อนจะหันไปมองเจ้าพายุที่กำลังก่อตัว
“โอ้แม่เจ้านั่นมันระดับ F5 หรือเปล่านั่น” สตีฟอุทานเขานั้นไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพายุแต่ที่เขาเห็นตอนนี้เขาเชื่อเลยว่ามันจะต้องเป็นระดับ F5 แน่ๆพายุระดับนี้นั้นสามารถกวาดล้างเมืองๆหนึ่งได้สบายๆ

พิมพ์คำอธิบายที่นี่
“จับแน่นๆนะลุงจะหนีแล้ว” สตีฟพูดกับแอนนาก่อนจะรีบชิ่งทันที
สตีฟวิ่งลัดเลาะไปตามป่าอเมซอนไปเรื่อยไม่นานสตีฟก็เจอสิ่งก่อสร้างบางอย่างคล้ายกับหลุมหลบภัยสมัยก่อนมันเป็นประตูเหล็กทั่ถูกติดตั้งเอาไว้บนพื้นดินไม่รอช้าสตีฟพังกุญแจ่ที่ประตูทันที
เคร้ง !! เสียงแม่กุญแจถูกสตีฟกระชากออกมาอย่างง่ายดายก่อนสตีฟจะเปิดประตูเข้าไปและปิดประตูเหล็กทันที
ด้านใน
พรึ่บ !! สตีฟหยิบไฟฉายออกมาเพราะด้านในมันมืดมากและเมื่อสตีฟเปิดไฟฉายเขาก็พบกับบันไดที่เต็มไปด้วยตะไคร่มันถูกสร้างลึกลงไปใต้ดิน
กึงๆๆๆ !! เสียงประตูด้านหลังสตีฟเริ่มสั่นจากแรงลม
“หนูแอนนาลงมายืนก่อนนะลุงขอจัดการกับประตูก่อน” สตีฟพูดเพราะถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างกับประตูมีหวังมันถูกลมพักปลิวไปแน่ๆ
“ค่ะ” แอนนาพยักหน้าก่อนสตีฟจะค่อยๆปล่อยให้เธอลงมายืนกับพื้น
สตีฟหยิบกระเป๋ามิติออกมาก่อนจะล้วงเข้าไปเพื่อหาอะไรมายันประตูเอาไว้
“อ๊ะไอ้นี่น่าจะได้” สตีฟหยิบเหล็กเส้นออกมาซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าได้มันมาตั้งแต่เมื่อไหร่เขาใช้มือเปล่าดัดเหล็กเส้นพวกนั้นก่อนจะเอามันไปมัดกับประตูเอาไว้และเมื่อสตีฟเห็นว่าประตูน่าจะแน่นหนากันแรงลมได้แล้วก็ถอนหายใจออกมาทันที
“เอาล่ะเราลงไปด้านล่างกัน” สตีฟหันมาพูดกับแอนนา
“อื้อ” แอนนาพยักหน้าเบาๆก่อนจะชูแขนเล็กๆทั้งสองข้างขึ้นมาหาสตีฟ
“อุ้มหนูหน่อยพื้นมันลื่น” แอนนาพูด
“ได้คร้าบๆ” สตีฟตอบก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมา
ตึก !! ตึก !! ตึก !! สตีฟเดินลงบันไดไปเรื่อยๆไม่นานสตีฟก็เจอกับห้องโล่งๆห้องหนึ่งเขาใช้ไฟฉายในมือส่องไปทั่วห้องก่อนจะเห็นอาหารกระป๋องมากมายสตีฟวางแอนนาลงทันที
“หลุมหลบภัยจริงๆด้วย อาหารพวกนี้หมดอายุไปเกือบห้าสิบปีเลยเหรอเนี่ย” สตีฟพูดหลังจากเห็นวันหมดอายุบนอาหารกระป๋องพวกนั้น
“คงถูกสร้างและเตรียมเอาไว้สมัยสงครามโลกครั้งที่สามสินะ” สตีฟพยักหน้าส่วนแอนนานั้นก็เดินดูรอบๆด้วยความสนอกสนใจเธอนั้นไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
ฮัดชิ่ว !! เสียงแอนนาจามออกมาทำให้สตีฟหันไปมองเธอก่อนจะเห็นว่าร่างของเธอกำลังสั่นอยู่
“อ๊ะลืมไปเลยหนูแอนนาเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนหรือเปล่า” สตีฟถามแอนนาแต่คำตอบที่ได้คือส่ายหน้าทำให้สตีฟถึงกับถอนหายใจออกมาทันที
“เฮ้อ...ถ้าอย่างนั้นถอดเสื้อผ้าออกก่อนเถอะลุงจะเอาเสื้อของลุงให้ใช้ก่อน” สตีฟพูดก่อนจะหยิบเสื้อยืดของเขาออกมา
แอนนารับเสื้อยืดของสตีฟไปก่อนจะถอดเสื้อผ้าของเธอออกทันที
“เฮ้ยจะถอดก็บอกกันก่อนสิหนูแอนนาลุงจะได้หันไป” สตีฟตกใจที่จู่ๆแอนนาก็ถอดเสื้อผ้าออกต่อหน้าเขา
สตีฟรีบหันไปทางอื่นก่อนจะปล่อยให้แอนนาเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จ
“เปลี่ยนเสร็จยังหนูแอนนา” สตีฟถาม
“อื้อ...” แอนนาตอบสตีฟหันไปก่อนจะเห็นแอนนาที่ใส่เสื้อยืดของเขาอยู่

พิมพ์คำอธิบายที่นี่
อึก !! สตีฟเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่หลังจากเห็นสภาพของแอนนา
นะ นะ น่ารักโฮก สตีฟคิดในใจก่อนจะเห็นผมของเธอที่ยังเปียกอยู่
“มานี่มาลุงจะเช็ดผมให้” สตีฟเรียกก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวออกมาและรีบเช็ดผมให้เธอทันที
หลังจากเช็ดผมจนแห้งแล้วสตีฟก็หยิบเต๊นท์ออกมากางก่อนจะให้แอนนาเข้าไปเพราะเขาจะเปลี่ยนชุดบ้างเมื่อสตีฟเปลี่ยนชุดและเช็ดผมตัวเองจนแห้งแล้วจึงเดินเข้าไปในเต๊นท์ที่กางบ้าง
สตีฟมองหน้าแอนนาวัยเก้าขวบก่อนจะถอนหายใจออกมา
เอาไงดีฟระเฮลิคอปเตอร์ก็สตาร์ทไม่ติดจะไปส่งหนูแอนนายังไงล่ะเนี่ยว่าแต่ที่สำคัญเธอมาอยู่บนเครื่องเราได้ยังไงเนี่ยสิ สตีฟคิดในใจก่อนจะตัดสินใจถามค่าสถานะของเธอ
“นี่หนูแอนนาคุณลุงขอดูค่าสถานะทั้งหมดของหนูหน่อยได้มั้ย” สตีฟพูดเขาสงสัยเรื่องสกิลของเธอเพราะตั้งแต่รู้จักแอนนามานั้นเธอมักจะชอบโผล่มาแบบไม่มีใครรู้ตัวแถมเวลาจะไปก็หายไปเสียดื้อๆทั้งๆที่จ้องมองอยู่ตลอด
แอนนาพยักหน้าก่อนจะเปิดค่าสถานะของเธอส่งให้สตีฟดู
หน้าต่างชื่อ : แอนนา ทรัมป์ Level : 1 อาชีพ : ไม่มีอายุ : 9สกิลพิเศษร่างคงกระพัน Lv. Max (ยูนีคสกิล)เพิ่มค่าพลังกายคูณด้วยหนึ่งร้อยข้อเสียค่าสถานะความแข็งแกร่ง ความเร็ว และพลังกายก็จะขึ้นยากคูณด้วยหนึ่งร้อยเช่นกันจืดจาง Lv. Max (ยูนีคสกิล)ทำให้ผู้อื่นไม่รู้สึกถึงตัวตนเมื่อต้องการสามารถใช้ได้กับแม้กระทั่งกล้องวงจรปิดสถานะความแข็งแกร่ง 4ความเร็ว 5พลังกาย 4 (400)ความฉลาด 25โชค 30
“บะ บะ บ้าน่าค่าพลังกายนี่มันเยอะกว่าตรูอีก แล้วสกิลจืดจาง สกิลห่าเหวอะไรฟระเนี่ย” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นค่าสถานะและสกิลของหนูแอนนา
“ค่าสถานะหนูขึ้นมาตั้งอย่างละสองแน่ะคุณลุงต้องขอบคุณอาหารของคุณลุงเลยนะมันมีประโยชน์มาก” แอนนาพูด (เนื้อสัตว์กลายพันธ์เลเวลสูงๆจะมีประโยชน์มากกว่าเนื้อสัตว์กลายพันธ์เลเวลต่ำๆ เมื่อกินเข้าไปแล้วมันจะช่วยเสริมสร้างร่างกายและกล้ามเนื้อ)
“อะ อะ อืม...” สตีฟพยักหน้าอย่างอึ้งๆ
จ๊อก !! เสียงท้องของแอนนาร้องอีกครั้งทำให้สตีฟรู้ว่าได้เวลาอาหารเย็นแล้วก่อนเขาจะหยิบอาหารหลายอย่างออกมาให้แอนนาและตัวเขาเองได้กิน
หลายชั่วโมงต่อมา
ฟี้ !! ฟี้ !! เสียงของเด็กน้อยวัยเก้าขวบกำลังกรนเบาๆ
“เฮ้อ...เอาไงดีล่ะเนี่ยกลับไปส่งหนูแอนนาก่อนดีมั้ย” สตีฟพูดเบาๆเขาไม่รู้ว่าจะเอายังไงดีเพราะหลังจากมื้อเย็นเขาก็ถามเรื่องที่บ้านของแอนนาแล้วทำให้เขารู้ว่าแอนนานั้นอยู่กับพ่อเพียงแค่สองคนเท่านั้น(แอนนาไม่ได้บอกว่ามีพวกบอดี้การ์ดอยู่ที่บ้าน) แถมช่วงนี้พ่อของเธอยังไม่อยู่บ้านหลายเดือนด้วย แอนนาเล่าเรื่องของเธอให้สตีฟฟังคร่าวๆทำให้สตีฟได้รู้ว่าแอนนามักจะอยู่แต่บ้านเธอนั้นไม่สามารถเป็นฮีโร่ได้เพราะสกิลของเธอมันประหลาดและใช้งานยากเกินไป
แถมการที่เธออาศัยอยู่ในระแวกบ้านเดียวกับเขานั้นทำให้รู้ได้ว่าพ่อของเธอต้องรวยมากแน่ๆ ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องเป็นฮีโร่ก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต
“แต่ถ้าเฮลิคอปเตอร์ยังใช้งานไม่ได้เราก็ใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยๆสองหรือสามเดือนอยู่ดีกว่าจะกลับไปถึงอเมริกา” สตีฟลองคำนวณระยะทางดู
“งืม....อร่อยจังเลย....” เสียงแอนนานอนละเมอทำให้สตีฟอดยิ้มออกมาไม่ได้
“พาเธอไปด้วยแล้วกันค่าพลังกายขนาดนั้นถึกกว่าตรูอีกไม่น่าจะมีตัวอะไรทำให้บาดเจ็บง่ายๆ ระหว่างเดินทางก็หาทางซ่อมเจ้าเฮลิคอปเตอร์นั่นไปด้วย เราเองก็ไม่อยากจะมาเสียเที่ยวอย่างน้อยๆต้องได้ซากแมลงเลเวลเยอะๆกลับไปสักหน่อยไม่งั้นมาเสียเที่ยวแย่” สตีฟพูดก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงนอน
วันต่อมา
ปัง !! สตีฟออกแรงเปิดประตูหลุมหลบภัยจากด้านในทันทีที่ประตูถูกเปิดออกทำให้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ลอดเข้ามาทันที
กี๊ซ !! กี๊ซ !! กี๊ซ !! เสียงแมลงร้องดังไปทั่วป่าทำให้สตีฟรู้ได้ทันทีเลยว่าป่าอเมซอนนั้นเต็มไปด้วยแมลงจริงๆ
“โหนี่พายุมันทำอะไรป่าอเมซอนไม่ได้เลยงั้นเหรอเนี่ย” สตีฟพูดออกมาอย่างเหลือเชื่อเพราะตอนแรกเขานึกว่าพอขึ้นมาจากหลุมหลบภัยแล้วจะต้องพบกับภาพป่าที่ล้มระเนระนาดแต่ทว่ามันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิดป่าอเมซอนนั้นทุกอย่างยังสมบูรณ์เหมือนกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อนนี่แสดงให้เห็นว่ารางของต้นไม้พวกนี้แข็งแรงมากๆจนสามารถทนกับพายุระดับนั้นได้
“พร้อมสำรวจป่าหรือยังหนูแอนนา” สตีฟหันไปมองหนูแอนนาที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอนั้นสวมเสื้อยืดสีฟ้าพร้อมกางเกงขาสั้นซึ่งเสื้อผ้าของเธอนั้นสตีฟพึ่งจะตัดเย็บให้ใหม่เมื่อตอนเช้ามืดโดยใช้เสื้อผ้าของสตีฟเอง
“พร้อมค่ะ” แอนนาพยักหน้าก่อนจะเอื้อมมือมาให้สตีฟจับเอาไว้
“ห้ามปล่อยมือล่ะ” สตีฟพูดเพราะเขาตกลงกับแอนนาเอาไว้ว่าถ้าอยากจะไปด้วยกันให้จับมือเอาไว้ตลอดและห้ามแว่บไปไหนเด็ดขาดเพราะด้วยสกิลจืดจางของเธอถ้าสตีฟเผลอเมื่อไหร่ล่ะก็หนูแอนนาได้หายไปจากเขาแน่นอน
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่