ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 86

    “จับตัวมันมานั่งดีๆหน่อยสิ!...แกเป็นใคร ดูเหมือนว่าฉันจะไม่เคยเห็นหน้าของแกมาก่อน” โอ๊ตกล่าวกับบอดี้การ์ดสองคนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนที่เขาจะเดินมาทางเก้าอี้ที่ชูเกียรติเคยนั่ง และเขาก็ต้องนึกสะกิดใจขึ้นมาได้ว่าเขาไม่เคยพบกับชายชุดสูทดำตรงหน้าของเขา และถ้าดูจากชุดแต่งกายที่มันแตกต่างจากบอดี้การ์ดทั่วๆไปแล้ว มันก็อดไม่ได้เลยที่โอ๊ตจะสงสัย“เรียนคุณชาย.. กระผมชื่อชูเกียรติ ผู้รับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ระดับ 3 ขอรับ..” ชูเกียรติกล่าวพร้อมกับโค้งตอบคำถามของนายเหนือหัว กิตติที่เห็นอย่างนั้นก็เดินเข้ามากระซิบกับคุณชายของเขาเช่นกัน“เรียนคุณชาย.. ชูเกียรติเป็นทนายความที่มีแววโดดเด่นของตระกูลขอรับ.. ในอนาคตเขาคนนี้จะสามารถจัดการเรื่องคดีความของคุณชายได้เป็นอย่างดีขอรับ” กิตติกล่าว โอ๊ตก็พยักหน้าเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเรื่องระดับชั้นของข้ารับใช้นั้น ถ้าเขาจำไม่ผิดทางตระกูลจะจัดลำดับพวกข้ารับใช้ถึง 5 ระดับ พวกปลายแถวจะอยู่ที่ระดับ 5 แสดงว่าชายคนนี้เป็นอีกบุคคลที่ค่อนข้างสำคัญของตระกูลเลยทีเดียวที่ขึ้นมาถึงระดับนี้ได้“เดี๋ยวนะ!.. แล้วทำไมฉันจะต้องมีทนายคอยจัดการอะไรต่างๆให้ด้วย.. พวกแกยังไม่เลิกคิดที่จะให้ฉันขึ้นเป็นผู้นำตระกูลอีกเหรอ” โอ๊ตที่กำลังคิดถึงเรื่องระดับขึ้นของข้ารับใช้อยู่ ก็นึกขึ้นมาได้ถึงคำพูดแปลกๆที่หลุดมาจากปากของกิตติ ก่อนที่เขาจะโวยวายใส่พวกมันยกหนึ่ง“ใช่แล้วขอรับ ผมเชื่อว่าคุณชายท่านจะเป็นผู้นำตระกูลที่ดีขอรับ พวกเราเหล่าข้ารับใช้นั้นได้สาบานต่อบรรพบุรุษแล้วว่าจะปกป้องตระกูลอันทรงเกียรติเป็นอย่างดี.. ทั้งนี้ต้นตระกูลพ่อแม่ของพวกเราเหล่าข้ารับใช้เองก็เป็นไพร่พลของบรรพบุรุษของคุณชาย พวกท่านสั่งสอนให้พวก..เรา...” ชูเกียรติกล่าวออกมายืดยาว จนโอ๊ตต้องยกมือขึ้นมาห้ามข้ารับใช้หน้าใหม่คนนี้อย่างทันควัน..“พอๆๆ ฉันบอกกับพวกแกเอาไว้เลยนะ ว่าไม่มีทางหรอกเฟ้ย!.. ตอนนี้ช่างมันก่อน พวกแกคงยังไม่ลืมว่าเรามีแขกที่เราต้องต้อนรับให้ดีอยู่นะ..” โอ๊ตกล่าวให้ชูเกียรตินั้นพักเรื่องของความหลังในอดีตชาติก่อน เพราะตอนนี้เขาอยากจะจัดการกับไอ้เวรนี่ก่อน และเขาไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว“ฉันไม่มีทางเชื่อเรื่องพวกนี้หรอก.. แกมันต้องเป็นตัวปลอม คุณชายตระกูลใหญ่เช่นนั้นไม่มีทางอยู่อาศัยในเมืองแห่งนี้หรอก.. ดังนั้นฉันไม่มีทางเชื่อพวกแกเด็ดขาด รอพ่อของฉันมาช่วยก่อนเถอะ.. ถึงตอนนั้นพวกแกจะได้หนาวกันแน่..” ทัศนีย์กล่าว แต่ทว่าโอ๊ตก็ไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนอะไรแล้ว เขานั่งเก้าอี้ และมีชูเกียรติคอยบริการอย่างชิลๆ โอ๊ตมองไปยังทัศนีย์ที่กำลังเดือดดาลอยู่ด้วยสายตาเฉยชา..“นอกจากแกจะปากดีแล้ว แกก็ยังห้าวใช้ได้เลยนี่หว่า.. มีพ่อคอยให้ท้ายมาตลอด ไม่น่าล่ะ ถึงได้หลุดรอดจากคดีทำร้ายร่างกายคู่กรณีมาได้หลายคดี..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะโยนเอกสารลงบนโต๊ะ มันเป็นเอกสารคดีความของเจ้าทัศนีย์คนนี้ที่มันก่อเอาไว้ และโอ๊ตก็ต้องยอมรับเลยว่าตระกูลของเขาเองก็เป็นหนึ่งในความช่วยเหลือให้มันหลุดรอดคดีมาได้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะเอาไว้ใช้แบล็คเมล์ผบ.ตร.คนนั้นให้อยู่ในโอวาทหลังจากที่ได้รับตำแหน่งสำคัญๆแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาใช้ข้อมูลในส่วนนี้ก่อนกำหนด โอ๊ตอ่านข้อมูลส่วนนี้ในระหว่างเดินทางมาที่นี่ แน่นอนว่าเขาก็แอบแค้นตระกูลของตัวเองอยู่หน่อยๆ ที่ทำอะไรแล้วมันดันมีผลกระทบต่อชีวิตของเขาทางอ้อมอย่างนี้ ส่วนทัศนีย์ก็ได้แต่เบิกตากว้าง และเขาก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแล้วในตอนนี้ว่าอีกฝ่ายเป็นคุณชายตัวจริง“โอ้!.. ดูสีหน้าของแกในตอนนี้สิ ทำหน้าอย่างกับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเลยนะ..” โอ๊ตกล่าว และมันจังหวะเดียวกับที่กิตติยื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบกับโอ๊ตอีกครั้ง“เรียนคุณชาย.. ชายคนนั้นเดินทางมาถึงที่นี่แล้วขอรับ..” กิตติกล่าว พร้อมกับโอ๊ตที่ได้ยินก็เผยรอยยิ้มออกมา เพราะการแสดงในครั้งนี้จะได้เริ่มกันเสียที เขาพยักหน้าให้กับกิตติ ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาข้างหนึ่ง แน่นอนว่ากิตติที่รู้งานก็หยิบปืนของตัวเองให้กับเจ้านาย ตามที่ได้นัดกันเอาไว้ก่อนหน้านี้“ลากตัวของมันเข้ามาที่นี่..” โอ๊ตกล่าวก่อนจะเช็กปืนที่ได้รับมา มันเป็นรุ่นที่ถูกสั่งทำมาเป็นพิเศษ ซึ่งกิตติเป็นเจ้าของมัน น้อยคนนักที่จะได้เห็นปืนของเพชฌฆาตเช่นนี้ และจากที่คนเขาล่ำลือกันมาว่าผู้ใดที่พบเห็นปืนกระบอกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับความตายมาเยือนต่อหน้าแล้ว“..อ๊ากกก! ..ท่านกิตติขอรับ ไม่ทราบว่ากระผมทำอะไรให้ท่านไม่พึงพอใจอย่างนั้นหรือขอรับ..” ชายผู้มาใหม่ถูกโยนเข้ามาภายในห้องโดยที่มือของมันถูกมัดไว้ด้านหลัง ชายคนนี้มีชื่อว่า ‘ทัศนัย’ และชายคนนี้ก็เป็นพ่อของทัศนีย์นั่นเอง มันรู้ดีว่ามันถูกเรียกตัวมาพบกับใครสักคนที่มีอำนาจมากพอ และเป็นการเรียกตัวที่ค่อนข้างรุนแรง เมื่อพบเจอหน้าของกิตติมันก็เริ่มกล่าวถามในทันที“พ่อ!...” เมื่อทัศนีย์เห็นพ่อของตัวเองถูกโยนเข้ามาภายในห้องอย่างกับหมูกับหมา แถมพ่อยังร้องถามกับชายชุดดำคนนั้นอย่างสุภาพอีก มันอดไม่ได้จริงๆที่ทัศนีย์จะอุทานเรียกพ่อของเขา ส่วนทัศนัยผู้เป็นพ่อเมื่อเขาได้ยินเสียงของเจ้าลูกชายตัวดี เขาก็รีบหันมาก่อนจะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว“แก!.. ไอ้ลูกเวร แกสร้างปัญหาอะไรอีก ครั้งนี้แกกล้าทำให้ท่านกิตติ พ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูล ณ สุวรรณภูมิไม่พอใจเชียวเหรอ แกอยากจะให้ฉันตายก่อนหรือยังไง ถึงจะหยุดสร้างปัญหาได้น่ะ..” ทัศนัยกล่าว และมันก็ยิ่งทำให้ทัศนีย์ถึงกับเบิกตากว้าง เพราะว่าตอนนี้เขารับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายคือของจริง“ไม่สิ! ทำไมถึงเป็นอย่างนี้.. พวกเราแฮกข้อมูลส่วนตัวของแกมาแล้ว แกมันก็แค่คนธรรมดา.. พ่อ! อย่าโดนพวกมันหลอกเอาได้.. พวกมันก็แค่พวกชั้นต่ำเท่านั้น พวกมันเป็นพวก 18 มงกุฎ..” เหตุผลหนึ่งที่ทัศนีย์กล้าที่จะลงมือกับโอ๊ต มันก็เป็นเพราะข้อมูลที่เขาแฮกมาได้บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นเขาก็ยังคงคิดว่าพวกนี้ทำการหลอกลวงเขากับพ่ออยู่ ‘ฉิบหายละ!.. ถ้าคุณชายรู้ว่าพวกเราปล่อยข้อมูลปลอม และกำลังทำปฏิบัติการลับอยู่ คงจะเป็นเรื่องไม่ใช่น้อย..’ กิตติที่ได้ยินทัศนีย์กล่าว เขาก็เริ่มเหงื่อตกกลัวความลับจะแตก แต่ดูเหมือนว่ากิตติจะโชคดีที่โอ๊ตนั้นคิดอีกแบบ ในความคิดของโอ๊ตนั้นตัวตนของเขาตามบัตรประชาชนเดิม มันคงยังเป็นดั่งตัวตนบุคคลธรรมดา นามสกุลอะไรก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง ดังนั้นพวกแฮกเกอร์จะคิดอย่างนั้นก็คงไม่แปลกอะไร“หุบปากของแกซะ!.. แกคิดว่าฉันไม่เคยเจอตัวจริงของท่านกิตติมาก่อนหรือยังไง.. ฉันเป็นตำรวจนะเว้ย ไม่ถูกพวก 18 มงกุฎอะไรหลอกเอาได้ง่ายๆอย่างนี้หรอก.. ท่านกิตติขอรับ กระผมต้องขออภัยที่ลูกชายของกระผมปากเสียไปสักหน่อย ผมสัญญาว่าจะอบรมสั่งสอนเขาให้ดีขอรับ” ทัศนัยเอ่ยกล่าวอย่างหัวร้อนกับคำพูดของเจ้าลูกชาย ก่อนจะรีบหันไปขอโทษขออภัยกับท่านกิตติ“พวกแกคุยกันจบแล้วเหรอ... ฉันกำลังสนุกอยู่เลยเชียว..” โอ๊ตที่นั่งเก้าอี้หัวโด่อยู่ เขาก็เอ่ยกล่าวออกมา พร้อมกับควงปืนของกิตติเล่นๆ และด้วยประโยคคำพูดของโอ๊ตนั้น มันก็ทำให้ทัศนัยเกิดความสงสัยขึ้นมา เขาไม่เคยพบเจอท่านผู้นี้เลย แต่เขาก็เดาได้ว่าชายคนนั้นจะต้องใหญ่โตกว่าท่านกิตติแน่นอน“ขออภัยขอรับ ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้คือท่านใดหรือขอรับ..” ทัศนัยกล่าวถามกับกิตติ“เสียมารยาท แกอยู่ภายใต้การชี้นำของตระกูลเราจริงๆหรือเปล่า.. ท่านผู้นี้คือท่านหม่อมหลวงภาวิน ณ สุวรรณภูมิ ผู้เป็นหลานของท่านหม่อมหลวงภาคิน ณ สุวรรณภูมิ.. ในเมื่อแกรู้อย่างนี้แล้ว แกจะทำยังไงต่อล่ะ” กิตติกล่าวกับทัศนัย และนั่นมันก็ทำให้ทัศนัยเบิกตากว้าง เขาไม่คิดเลยว่าตัวตนระดับนั้นจะปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาในเวลานี้ และยังไม่พอเจ้าลูกชายบ้านั่นมันคงจะกระทำบางอย่างที่ทำให้ท่านชายไม่พึงพอใจแน่นอน“สวัสดีขอรับท่านชาย.. กระผมมีชื่อว่าทัศนัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผบ.ตร.ประจำจังหวัดลำพูนขอรับ หากลูกชายของกระผมทำการกระทำใดที่ทำให้ท่านขุ่นเคือง กระผมต้องขออภัยแทนเขาด้วยขอรับ..” ทัศนัยกล่าวพร้อมกับก้มศีรษะของตัวเองติดกับพื้น“การกระทำใดๆที่ทำให้ฉันขุ่นเคืองอย่างนั้นเหรอ... อื้ม แล้วไอ้การที่ลูกชายเวรของแกเอามีดมาไล่แทงฉันเนี่ย.. แกคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ควรจะให้อภัยไหมล่ะ” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างตลกร้าย และถ้ามันเป็นแค่การขู่เขาจะไม่ว่าอะไรเลยสักคำ เผลอๆอาจจะปล่อยให้มันผ่านไปเท่านั้น มันมีอยู่สองเหตุผลหลักๆที่เขาไม่สามารถให้อภัยแก่มันได้ หนึ่งก็คือมันจงใจที่จะเอาชีวิตของเขา กับสองถ้าเขาไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ให้มันออกมาเป็นอย่างนี้ได้ ปิงปิงที่อยู่ภายในห้องร่วมกับเขา เธอจะเป็นยังไง ถ้าไอ้เวรนี่มันบ้าคลั่งทำร้ายปิงปิงขึ้นมาล่ะ เขาจะเอาหน้าที่ไหนบอกกับครอบครัวของเธอกัน“..แก! ทำอย่างนั้นจริงๆเหรอเจ้าลูกเวร.. แกคิดจะทำร้ายสายเลือดของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดินเราอย่างนั้นเหรอ.. วันๆเอาแต่สร้างปัญหาไม่รู้จักจบ.. แกกำลังทำให้ตระกูลของเราถูกประณาม ตั้งแต่นี้ต่อไป แกไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อนามสกุลของตระกูลอีกต่อไป.. ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปแกไม่ใช่ลูกของฉัน!...” ทัศนัยกล่าวพร้อมกับมองตาขวางใส่ลูกชายตัวหายนะ“เดี๋ยวก่อนสิครับพ่อ.. ทั้งหมดที่ผมทำลงไปมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องนะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของไอนะของผม ใช่แล้ว! มันสมควรแล้วที่จะถูกแทง และสับให้เป็นชิ้นๆ.. ไม่ว่าแกจะใหญ่มาจากไหน ฉันก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เพราะโลกทั้งใบของฉันมีแต่ไอนะเพียงคนเดียวเท่านั้น..” ทัศนีย์กล่าวราวกับคนที่เป็นบ้า เขาพยายามลุกขึ้นหวังที่จะเข้ามาทำร้ายโอ๊ต แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดสองคนจับเอาไว้ไม่ให้ขยับตัวได้อีก“โลกทั้งใบของแกมีแต่ไอนะอย่างนั้นเหรอ.. ช่างเป็นบุคคลที่น่าสงสารเสียจริง..แกคงไม่เคยรู้เลยจริงๆสินะ ว่าโลกทั้งใบของไอนะน่ะ... มันมีแค่ไอศกรีมเท่านั้น”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน