"ไหน ไหน เจ้าก็ยอมที่เสียสละเฝ้าดูแลข้า ข้าจะให้เจ้าได้เห็นของดีๆก็แล้วกัน ตามมาเลย!!"
เซียวเย่ลุกขึ้นมา หันไปมองหน้าอสูรพยัคฆ์แดงด้วยรอยยิ้ม
ผ่านไปเพียงไม่นาน…
"…เอ่อ…ของดีๆที่เจ้าว่า…คงไม่ใช่อยู่ข้างในนั้นหรอกนะ.."
เซียวเย่นำทางอสูรพยัคฆ์แดงกลับมา ณ ที่แห่งเดิมที่มันสลบ กล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ตรึงเครียด
“หืม! ใช่แล้ว! ทำไม? เจ้าเข้าไปเอามาแล้วเหรอ”
เซียวเย่มองเข้าไปที่ทางเข้าเบื้องหน้า คล้ายว่ากำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง กล่าวออกมาโดยไม่หันกลับมามองอสูรพยัคฆ์แดง
“เข้าไปเอากับผีน่ะสิ!! แค่คิดขาทั้งสี่ของข้าก็สั่นไปมาแล้ว!….เจ้าจะเข้าก็เข้าไปคนเดียวเถอะ! สัญชาตญาณข้ามันร้องเตือนว่า ให้ตายยังไงก็ห้ามก้าวผ่านเข้าไปเด็ดขาด…”
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หวาดหวั่น ส่ายหน้าสลับไปมาด้วยความเร็วไว คล้ายว่าต่อให้มาฉุดกระชากลากมันเข้าไป ก็อย่าได้หวังว่ามันจะจำยอม
"สายเลือดผสมไม่อาจที่จะต้านทานไหวงั้นเหรอ สมัยก่อนสายเลือดอสูรยังไม่ได้ตกต่ำถึงเพียงนั้น ไม่นึกว่าเพียงแค่เข้าไปก็ไม่อาจที่จะทนไหวแล้ว.."
เซียวเย่ส่ายหน้ากล่าวออกมาอย่างหน้าเวทนา
"…เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว…แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้ากำลังด่าข้าอยู่ได้กัน…"
สัตว์อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาอย่างมองบน คล้ายว่ากำลังสงสัยว่าเด็กน้อยตรงหน้ากำลังด่ามันอยู่หรือเปล่า
"เจ้ารู้จัก ราชาสัตว์อสูร โชวมุน หรือเปล่า?"
เซียวเย่ยืนตรงเอามือไขว้ไว้ข้างหลัง ตามองไปข้างหน้ากล่าวออกมาโดยไม่หันมอง
“อ่ะ! เจ้ารู้จักได้อย่างไร?…ตอนที่ข้าเล่าให้เจ้าฟัง ข้าก็ไม่ได้บอกชื่อให้เจ้าฟังไปนี่นา แล้วเจ้าจะรู้ชื่อได้อย่างไร..ไม่ถูกต้อง ตอนที่ข้าเล่าให้เจ้าฟัง คล้ายว่าเจ้าพึ่งจะได้รับฟังครั้งแรกด้วยซ้ำ…ไม่มีทางที่เจ้าจะรู้จักชื่อนั่น…สรุปว่าเจ้ารู้อยู่แล้ว หรือว่าเจ้าจงใจหลอกถามข้ากันแน่”
อสูรพยัคฆ์แดงเริ่มที่จะสงสัยและไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ มันไม่เข้าใจว่าเซียวเย่ต้องการที่จะกล่าวอะไร
“…ตัวข้าพึ่งจะรู้เมื่อตอนที่ข้าหลับไปเนี่ยแหละ…ช่างเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ เจ้ารู้เรื่องของอสูรโชวมุนมากแค่ไหน เจ้าเชื่อเรื่องการกลับมาเกิดใหม่ของราชาหรือไม่”
เซียวเย่กล่าวถามออกมา อยากรู้ว่าอสูรพยัคฆ์แดงจะรู้เรื่องพวกนี้มากน้อยเพียงไหน มันรู้มากแค่ไหน สัตว์อสูรทั้งหมดก็น่าจะรู้มากแค่นั้น
“อืม….โชวมุน คือราชาสัตว์อสูรเมื่อสมัยก่อน ต่อการจากหายไปของราชาสัตว์อสูรโบราณทั้งสาม ข้าไม่รู้ว่ามันตายได้อย่างไร ข้ารู้แค่เพียงเท่านั้น ส่วนการกลับมาเกิดใหม่นั้น….ข้าก็ไม่อาจรู้เช่นเดียวกัน”
อสูรพยัคฆ์แดงครุ่นคิดเพียงแค่เล็กน้อย กล่าวออกมาในสิ่งที่มีอยู่ในความทรงจำ
"เจ้าทำไมเรียกราชาว่า มัน อย่างนั้นเล่า อย่างไรเสียก็เป็นถึงราชาของพวกเจ้าเลยนะ เจ้าไม่ควรเคารพเสียหน่อยเรอะ"
เซียวเย่ไม่ได้กล่าวตอบที่สิ่งที่พยัคฆ์แดงกล่าวถาม แต่กลับกล่าวปัดเพื่อเปลี่ยนเรื่องแทน
"หึ! ทำไมข้าจะต้องสนใจสัตว์อสูรที่ตายไปแล้วด้วย…ข้าต่างหากที่มันจะต้องควรเคารพ….ว่าแต่เจ้าจะมาถามเรื่องราชาเอาตอนนี้ทำไมกัน…หรือว่า…โชวมุน! ไม่สิ ราชาสัตว์อสูร พระองค์อยู่ที่นี่งั้นหรือ!!"
สัตว์อสูรพยัคฆ์แดงขนลุกตั้งชัน กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หวาดกลัว ก้าวถอยหลังออกมา คล้ายว่าไม่อยากที่จะอยู่ที่นี่แล้ว เมื่อครู่ยังบอกไม่เกรงกลัวอยู่เลย แต่พอเอาเข้าจริง แปปเดียวมันก็เปลี่ยนสีเสียแล้ว
"มันไม่ได้อยู่ที่นี่ เท่าที่ข้ารู้…ที่นี่คือสถานที่เก็บไว้ซึ่งมรดกของราชาอสูรโชวมุน มีไว้เพื่อรอการเกิดจุติ เพื่อให้มันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่หน้าเสียดายที่มันมาเจอเข้ากับข้าเสียก่อน…เกรงมันว่าจะไม่ได้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแล้ว ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!"
เซียวส่ายหน้าออกมาอย่างละอายแทน กล่าวอธิบายถึงเหตุผลที่มันพาเข้ามา ณ ที่แห่งนี้
“เรื่องจริงหรือเนี่ย! ข้าตั้งรกรากอยู่ที่นี่มาตั้งหลายสิบปี ของล้ำค่าอยู่ใต้จมูกตนเองแท้ๆ แต่ก็ไม่มีคุณสมบัติได้เห็น…เห้อ..แล้วทำไมตอนที่ข้าเข้ามาเมื่อสมัยก่อน ทำไมมันถึงได้ยังไม่มีทางผ่านเข้าไปเล่า? เจ้ายังไม่เล่าให้ข้าฟังเลย ว่าก่อนที่เจ้าจะหลับใหลไปนั้น…มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”
อสูรพยัคฆ์แดงยิงคำถามใส่เซียวเย่อย่างต่อเนื่องหลายคำถาม
“…เมื่อครั้งก่อนที่เจ้าเข้ามา เจ้าไม่สามารถที่จะสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณอสูรโบราณที่คอยเฝ้าอยู่ ณ ที่แห่งนี้ มันก็คงคร้านจะสนใจเจ้ากระมัง ส่วนเรื่องที่ข้ารู้ได้อย่างไรนั้น…ข้ามีเคล็ดวิชาที่สามารถจะช่วงชิงบางสิ่งได้หลังจากที่สังหารศัตรูไปแล้วอยู่ แต่ถ้าใช้มากไปจะเป็นผลเสียต่อผู้ใช้เสียเอง….เจ้าไม่เห็นข้าตายก็ถือว่าเป็นโชคดีของข้าแล้ว”
เซียวเย่กล่าวอธิบายออกมาอ้อมๆ คล้ายว่าขี้เกียจจะกล่าวอธิบายอย่างละเอียด อย่างไรเสียอยู่ด้วยกันไปนานๆเดี๋ยวก็ค่อยๆรู้มากขึ้นไปเองนั่นแหละ ถ้าจะอธิบายโดยอาศัยสติปัญญาของพวกมันแล้ว สู้ให้พวกมันรู้และเห็นด้วยตนเองจะเป็นการดีกว่า
"ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่….แต่นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้ามีกลิ่นอายอ่อนๆ ของพวกเราสัตว์อสูรงั้นเรอะ "
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมา พร้อมกลับเพ่งมองร่างกายเซียวเย่อย่างละเอียด มันรู้สึกถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปของเซียวเย่ตั้งนานแล้ว สิ่งนี้ทำให้มันรู้สึกคุ้นเคยและเบาใจยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนว่ามันกำลังคุยกับสัตว์อสูรด้วยกันที่ไม่ใช่มนุษย์
"หือ! กลิ่นอายอ่อนๆงั้นเหรอ หมายถึงนี่หรือเปล่า?"
เปาะ!
เซียวเย่หันหลังกลับมามองอสูรพยัคฆ์แดงด้วยความแปลกใจ ยกมือขวาขึ้นมาดีดนิ้ว ปรากฎพลังปราณขึ้นมาอ่อนๆ
“อ๊ะ! นี่มันปราณอสูร เจ้ามีปราณอสูร!! ”
อสูรพยัคฆ์แดงอ้าปากค้าง เผลอกล่าวตะโกนออกมาด้วยความตกใจ มนุษย์จะมีพลังของปราณอสูรได้อย่างไร เมื่อก่อนก็ไม่เห็นว่ามันจะรู้สึกได้ แต่ตอนนี้มันกลับสามารถสัมผัสได้อย่างเด่นชัด หรือเป็นเพราะว่า มันเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรกัน
เซียวเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งนี้ทำให้เซียวเย่มีกลิ่นอายของสัตว์อสูรได้ แต่อย่างไรเซียวเย่ก็ไม่ได้เคร่งเครียดมากมายนัก อย่างไรเสียมันก็ไม่ได้ส่งผลอะไร ตัดสินใจกล่าวปัดเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง
“เจ้าจะเข้าไปพร้อมกับข้า หรือว่าจะรอข้าอยู่ตรงนี้ดี?”
“….ไม่ใช่ว่าไม่อยาก แต่ว่าข้าไม่สามารถขนาดนั้น ข้างในนั้นมันเหมือนมีบางอย่างห้ามไม่ให้ข้าเข้าไป เจ้าเข้าไปเถอะ! ข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้ก็ย่อมได้”
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาอย่างเสียดาย ไม่แน่ว่ามันอาจจะพบเจอของล้ำค่าภายในสถานที่แห่งนี้ก็เป็นได้ แต่ก็ช่างมัน อย่างไรเสียเซียวเย่ก็สามารถเข้าไปได้ คาดว่าผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่กระมัง
มันในตอนนี้กระทำได้เพียงคาดหวังว่าเซียวเย่จะไม่เก็บของมีค่าไปจนหมด ส่งต่อของล้ำค่าให้กับมันบ้าง
"ไม่ใช่ปัญหาถ้าอยากจะตามมาด้วย"
เซียวเย่สะบัดมือเบาๆ ร่ายเคล็ดวิชาบางอย่างออกมา คลื่นพลังปราณอสูรพุ่งออกมาปกคุลมเซียวเย่และอสูรพยัคฆ์แดงเอาไว้
“ด้วยสิ่งนี้..จะทำให้พวกเราสามารถเข้าไปได้งั้นเหรอ”
อสูรพยัคฆ์แดงสำรวจร่างกาย คล้ายว่าไม่รู้สึกถึงอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย
“ลองเดินเข้าไปเดี๋ยวก็ได้รู้กัน….”
เซียวเย่ผายมือออกมาด้วยความมั่นใจ คล้ายว่ากำลังเชื้อเชิญให้มันเดินเข้าไปก่อน
อสูรพยัคฆ์แดงเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็พยักหน้าคล้ายเชื่อใจ รวบรวมความกล้าก้าวเดินเข้าไปข้างหน้า
ตึก ตึก….
ตึก!!!
“มันได้ผล! ข้าเข้ามาได้จริงๆด้วย เจ้าร่ายเคล็ดวิชาอะไรใส่ข้าอย่างนั้นเหรอ มันช่างวิเศษเสียจริง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดีใจอย่างมากล้น ถึงจะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่ความรู้สึกนั้นมันก็เบาบางอยู่มาก มันไม่จำเป็นที่จะต้องหวาดกลัวอีกแล้ว
“ข้าก็ไม่รู้ชื่อเช่นเดียวกัน เจ้านั่นคล้ายว่าไม่ได้ตั้งมาให้…ตอนแรกข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะเข้าไปได้หรือไม่…แต่ตอนนี้ข้ามั่นใจแล้ว..”
เซียวเย่เดินเข้าไปใกล้ พยายามตรวจสอบว่าจะไม่เป็นอะไรถ้าเดินผ่านเข้าไปในนั้น
"……"
อสูรพยัคฆ์แดงเมื่อได้ฟังก็ถึงกลับต้องคิ้วกระตุก อดที่จะคิดไม่ได้ว่าเซียวเย่ส่งมันไปเป็นหนูทดลองยา
“ไปเถอะ…ข้ามีของที่ต้องเข้าไปเอา”
เซียวเย่เดินนำเข้าไปคล้ายว่าเคยกินนอนอยู่ที่นี่ อสูรพยัคฆ์แดงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เริ่มที่จะเบื่อตกใจแล้ว คิดมากไปก็มีแต่จะปวดหัว ไม่สู้เดินตามไปอย่างเงียบๆจะดีกว่า
ตึก ตึก ตึก
เซียวเย่นำทางอสูรพยัคฆ์แดงเดินผ่านห้องของมีค่าตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทองคำและเครื่องประดับล้ำค่า หรือว่าสมุนไพรที่มีอายุยืนนับพันปี อสูรพยัคฆ์แดงก็กระทำเพียงแค่ยืนมองดูเซียวเย่เก็บกวาดเงียบๆ ไม่ได้แสดงท่าทีดีใจหรือว่าสนใจใดๆ
“ทำไมเจ้าถึงยืนนิ่งเป็นขอนไม้อย่างนั้น…ข้าไม่เห็นท่าทีว่าเจ้าจะอยากได้ของพวกนี้เลย”
"เห๊อะ! ของพวกนี้จัดว่าเป็นของล้ำค่างั้นเหรอ! ข้าไม่เห็นว่ามันจะกินได้หรือทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นตรงไหน เจ้าไม่ต้องมาหลอกข้าเลย สัตว์อสูรที่ฉลาดและหล่อเหลาเยื่ยงข้าไม่หลงเชื่อเจ้าง่ายๆหรอก"
อสูรพยัคฆ์แดงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ภูมิใจ เซียวเย่เมื่อได้ฟังก็ถึงกลับต้องหันหน้าหนี ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้มันเข้าใจอย่างไรดี
“ข้าได้กลิ่น กลิ่นของสิ่งล้ำค่า!!!”
เซียวเย่เก็บกวาดของล้ำค่าตามห้องต่างๆไปเรื่อยๆ แต่อยู่ๆอสูรพยัคฆ์แดงก็ทำท่าทางคล้ายว่ากำลังดมกลิ่น มันรีบวิ่งออกไปโดยทิ้งเซียวเย่เอาไว้ในทันที