ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_57_กับดัก

    ทันทีที่คำพูดของจินหยู่เผิงสิ้นสุดลง สวีเจี้ยนฮวารองผู้ว่าการที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวก็พูดว่า “สหายหลิวชิงหยู่ คงยังไม่รู้ว่า เทศบาลตำบล กับคณะกรรมาธิการของเทศมณฑลเคยเดินหน้าโครงการภูเขาชุ่ยผิงแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาคิดว่าเขาเป็นนายกเทศมนตรีตัวเล็กๆ จะประสบความสำเร็จด้วยรูปถ่ายไม่กี่รูปหรือ ช่างไร้สาระจริงๆ เขาคิดว่าพวกเราทุกคนไร้ความสามารถหรืออย่างไร”


    ในตอนนี้สมาชิกคณะกรรมาธิการของกวนซานทุกคนก็เงียบไป พวกเขารู้สึกสงสารหลิวชิงหยู่ที่ยักษ์ใหญ่ประจำเทศมณฑลมุ่งเป้ามาที่เขา และที่น่าเห็นใจที่สุดคือ หลิวชิงหยู่ไม่ได้อยู่ที่นี่จึงไม่ได้มีโอกาสโต้แย้ง ในตอนนี้แม้ เมิ่งฮวนกับฉินรุ่ยเจียจะทนไม่ได้ที่ คนเหล่านี้กล่าวหาหลิวชิงหยู่ แต่ว่าพวกเขาก็ไม่กล้าจะใช้ประโยชน์จากภูมิหลัง เพราะพวกเขาก็เป็นข้าราชการที่เล่นการเมือง ดังนั้นพวกเขาคงไม่ไยดีหลิวชิงหยู่แน่นอน


    หลังจากวิพากษ์วิจารณ์หลิวชิงหยู่เสร็จภายใต้คำแนะนำของซือเจิ้นเฉียง ทุกคนก็เดินไปยังห้องประชุมของกวนซาน ซึ่งผู้คนก็ได้รายงานต่างๆ นานากับเสวี่ยเหวินหลง ที่จริงนี่คือฉากที่เสวี่ยเหวินหลงกับซือเจิ้นเฉียงได้เตรียมการเอาไว้ หลังจากทุกคนรายงานเสร็จสิ้น เสวี่ยเหวินหลงจะเสนอให้ ไปที่สำนักงานของหลิวชิงหยู่เพื่อดูว่าหลิวชิงหยู่กลับมาแล้วหรือยัง และเมื่อไปเห็น เอกสารบนโต๊ะของหลิวชิงหยู่มันก็จะเป็นหลักฐานชั้นดีว่าหลิวชิงหยู่เพิกเฉยต่อหน้าที่ละเลยงานเอกสาร


    ในขณะนี้ มีรถคันหนึ่งที่อยู่ห่างจากกวนซานไม่เกิน 3 กิโลเมตร เป็นเซี่ยเจิ้งเต๋อหัวหน้าพรรคประจำเทศมณฑล เฉินฟ่านหยู่ ผู้อำนวยการศูนย์ราชการประจำเทศมณฑล และหวังจื่อเฉียงผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรคณะกรรมาธิการ ซึ่งในตอนนี้ใบหน้าของเซี่ยเจิ้งเต๋อดูจริงจังมาก


    สาเหตุที่เซี่ยเจิ้งเต๋อมาที่กวนซานเป็นเพราะเสวี่ยเหวินหลงและสมาชิกคณะกรรมาธิการประจำเขต ได้แจ้งอะไรบางอย่างไปที่เทศมณฑล ด้วยสติปัญญาของ เซี่ยเจิ้งเต๋อเขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาอยู่จิงหลินมาปีกว่าๆ และได้เผชิญกับเสวี่ยเหวินหลงอย่างลับๆ เขารู้ดีว่าเสวี่ยเหวินหลงเจ้าคิดเจ้าแค้น หลังจากหลิวชิงหยู่ทุบตีเขาต่อหน้าผู้คน และจัดการหานกั๋วชิงร่วมกับเขา เสวี่ยเหวินหลงไม่มีทางที่จะนั่งเฉยโดยไม่โต้กลับแน่นอนเซี่ยเจิ้งเต๋อจึงต้องคอยระมัดระวัง แต่เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ เสวี่ยเหวินหลงไม่เคลื่อนไหวใดๆ มันทำให้เขาสงสัยอย่างมาก


    แต่คราวนี้เสวี่ยเหวินหลง ได้พาคนไปที่กวนซานเพื่อตรวจสอบ แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมเป็นเรื่องที่บังหน้าเอาไว้ เซี่ยเจิ้งเต๋อที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายมีหรือที่เขาจะถูกหลอกเพราะมุขนี้ เขาเชื่อว่าเสวี่ยเหวินหลงมาที่นี่ เพื่อจัดการกับหลิวชิงหยู่แน่นอน เพราะตั้งแต่เรื่องหานกั๋วชิงมันทำให้เสวี่ยเหวินหลงรู้ว่า หลิวชิงหยู่ขึ้นตรงกับเขา และหลิวชิงหยู่ก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการจัดการหานกั๋วชิง และสามารถปรับเปลี่ยนบุคลากรได้ ถ้าหลิวชิงหยู่ถูกเสวี่ยเหวินหลงจัดการ ปัญหานั้นจะไม่ใช่แค่หลิวชิงหยู่ แต่มันเกี่ยวพันจากตัวเขา ไม่ว่าจะมองมุมใด เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ ดังนั้นเขาจึงติดต่อ เฉินฟ่านหยูผู้อำนวยการประจำเทศมณฑล และหวังจื่อเฉียงให้ติดตามเขามาตรวจสอบงาน


    หวังจื่อเฉียง มักมีจุดยืนเป็นกลางในเทศมณฑล เขาไม่คิดจะยืนอยู่ฝ่ายใดไม่ว่าจะเป็นเสวี่ยเหวินหลงหรือเซี่ยเจิ้งเต๋อ และทั้งสองเองก็ไม่คิดจะทำให้หวังจื่อเฉียงขุ่นเคือง เพราะต้องการชนะใจหวังจื่อเฉียง แต่ไม่ว่าจะทำอะไร หวังจื่อเฉียงก็จะยืนเป็นกลาง แม้จะเป็นกลาง แต่เขาก็รู้ว่าเสวี่ยเหวินหลงและคนอื่นๆ ได้มาที่กวนซานแล้ว ทว่า ครั้งนี้หวังจื่อเฉียงได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยเจิ้งเต๋อ ให้ตนไปกวนซานได้ ซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธ เขาอยากเห็นว่าหลิวชิงหยู่กำลังทำอะไรในกวนซาน นอกจากนี้เขายังได้รับโทรศัพท์จากนายเก่าว่าให้ติดตามดูหลิวชิงหยู่อย่างใกล้ชิดด้วย แม้จะไม่ได้บอกว่าให้ช่วยหรือให้จัดการ แต่เขาก็รู้ว่านายเก่าของเขาไม่ใช่คนไร้เหตุผล ดังนั้นเซี่ยเจิ้งเต๋อจึงไม่ลังเลที่จะมา


    เนื่องจากทั้งสามออกมาช้ากว่าเสวี่ยเหวินหลงดังนั้น พวกเขาจึงยังมาไม่ถึงตำบล โดยยังเหลือระยะทางห่างจากตำบลกวนซาน ประมาณสามกิโลเมตร


    ในขณะนี้ อีกด้านหนึ่งซึ่งห่างจากเทศบาลกวนซาน ห้ากิโลเมตร หลิวชิงหยู่ได้ปั่นจักรยานกลับสำนักงานอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขารู้สึกร้อนรน เพราะเขาเข้าไปดูในกระทู้แล้วพบว่า มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อ มองไปรอบๆ ที่เคยสนใจภาพในโพสต์ของเขา ถึงขนาดส่งข้อความส่วนตัวมา ขอเบอร์โทรศัพท์และถามเขาเกี่ยวกับภาพ ภูเขาและบ่อน้ำพุร้อนเขาถามอีกว่ามันเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ดูท่าเขาจะสนใจมันมากๆ หลิวชิงหยู่สังหรณ์ใจว่า ผู้ชายที่ใช้ชื่อมองไปรอบๆ คนนี้จะเป็นเข็มในมหาสมุทร เขาอาจเป็นนักลงทุนที่หลิวชิงหยู่ตามหา ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ แต่หลิวชิงหยยู่ก็จะทำให้ดีที่สุด เพราะเขาตัดสินใจจะช่วยให้กวนซานหลุดพ้นจากความยากลำบาก


    เวลาผ่านไปการรายงานในห้องประชุมคณะกรรมาธิการตำบลก็สิ้นสุดลง


    ในตอนนี้เสวี่ยเหวินหลงหนึ่งวินาทีงานรายงานในห้องประชุมคณะกรรมาธิการของเมืองก็สิ้นสุดลง


    ในตอนนี้เสวี่ยเหวินหลงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เมื่อพิจารณาจากผลงานที่สมาชิกตำบลกวนซานทุกคนรายงาน นับว่าทำได้ดีมาก อย่างไรก็ตาม สหายหลิวชิงหยู่ไม่มารายงานให้เราทราบนับว่าน่าเสียดายจริงๆ แต่ผมก็กังวลมากกว่า สหายหลิวชิงหยู่ที่เป็นนายกของตำบลกวนซาน แต่กลับไม่มารายงานให้เราฟัง ดังนั้นเราควรไปเยี่ยมเขาที่สำนักงาน และดูรูปแบบการทำงานของเขา เท่าที่ผมได้ยินมา สหายหลิวชิงหยู่ก็เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ผู้คน อาจมีบางอย่างให้เราศึกษากัน”


    เสวี่ยเหวินหลง พูดอย่างสุภาพแต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงถากถาง ในเวลานี้ผู้คนเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะไม่มีใครปฏิเสธคำขอของผู้ว่าการเทศมณฑลได้ ดังนั้นทุกคนพร้อมกับหวางตงหยางจึงเดินทางไปยังสำนักงานของหลิวชิงหยู่ เมื่อหวางตงหยางเปิดห้องสำนักงานของหลิวชิงหยู่ให้ทุกคนเข้าไป ด้วยจำนวนคนสิบกว่าคนก็ทำให้ห้องสำนักงานของหลิวชิงหยู่อึดอัด แลหลังจากเข้าไปทุกคนก็เห็นเอกสารบนโต๊ะของหลิวชิงหยู่ที่กองเป็นภูเขา


    เสวี่ยเหวินหลง และคนอื่นๆ เมื่อเดินเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นคือเอกสารกองโตที่อยู่บนโต๊ะ ทันใดนั้นใบหน้าของหลายๆ คนก็หมองลงสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ เอกสารบนโต๊ะปกคลุมไปด้วยฝุ่นราวกับว่าไม่มีใครทำความสะอาดมาเป็นเวลานาน เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่หวางตงหยาง จงใจหาห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นเพื่อให้ฝุ่นเกาะเอกสาร


    เมื่อเห็นแบบนี้ หนิ่วเจี้ยนกั๋วจากฝ่ายตรวจสอบวินัยก็พูดขึ้นว่า “ซือเจิ้นเฉียง เกิดอะไรขึ้นกับนายกเทศมนตรีหลิวชิงหยู่ ทำไมเขาไม่คำนึงเลยว่ามีเอกสารมากมายรอการอนุมัติจากเขา ดูสิมันเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะหนาแล้ว”


    ในขณะที่พูด หนิ่วเจี้ยนกั่วก็เปิดเอกสารและดูวันที่ ใบหน้าของเขาหมองหม่นยิ่งขึ้นแล้วพูดว่า “ซือเจิ้นเฉียงดูนี่สิ เอกสารถูกส่งมาเดือนกว่าแล้วนะ แต่หลิวชิงหยู่ยังไม่ให้คำแนะนำใดๆ หรืออนุมัติอะไรเลย คุณเป็นเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคของตำบลนี้ได้อย่างไร หลิวชิงหยู่หย่อนยานในหน้าที่ขนาดนี้ ทำไมคุณถึงไม่จัดการกับผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ แสดงว่าคุณละทิ้งหน้าที่เช่นเดียวกันใช่หรือไม่”


    ซือเจิ้นเฉียงแสดงท่าทีวิตกแล้วกล่าวขึ้นอย่างจริงใจว่า “ผมขอโทษจริงๆ ครับ ที่บกพร่องต่อหน้าที่ แต่ต่อจากนี้ขอให้วางใจได้เลย ผมจะให้สหายหลิวชิงหยู่ทำงานอย่างเคร่งครัด”


    ในขณะนี้สมาชิกคณะกรรมาธิการของตำบล เมื่อเห็นเอกสารของหลิวชิงหยู่ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้าง


    ในเวลาเดียวกัน ฉินรุ่ยเจียก็พูดขึ้นทันทีว่า “เรียนท่านผู้บังคับบัญชาที่เคารพ เท่าที่ดิฉันรู้ นายกหลิวมาที่สำนักงานทุกวันเพื่อจัดการเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าจะมีเอกสารเหล่านี้กองอยู่แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนผิด ถ้าเขาเป็นคนขี้เกียจจริงๆ เขาจะมาทำงานทุกวัน จากนั้นก็ไปภูเขาชุ่ยผิงทำไม หากท่านผู้บังคับบัญชาสรุปเช่นนี้เกรงว่าจะไม่ยุติธรรมต่อเขา”


    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินรุ่ยเจียใบหน้าของหนิ่วเจี้ยนกั๋วก็ดูปั้นยากขึ้นมา ใครจะไปคิดว่าในตำบลกวนซานเล็กๆ จะมีใครกล้าทักท้วงเลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัยผู้ทรงอำนาจอย่างเขา