บทที่ 4 หมู่บ้านซ่อนลึก
บทที่ 4หมู่บ้านซ่อนลึก หมู่บ้านซ่อนลึกสถานที่แห่งนี้มันตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลอมนภาที่เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิหลอมนภาเพียงแค่ไม่กี่สิบลี้เท่านั้น แต่ว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้มันจะแตกต่างจากหมู่บ้านทั่วไปตรงที่แทบจะไม่มีผู้ใดรู้จักหมู่บ้านแห่งนี้เลยมันเป็นเพราะว่าหมู่บ้านแห่งนี้ที่สร้างขึ้นมาโดยการตั้งอยู่บริเวณภูเขาขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบเป็นเหมือนกับกำแพงเมือง ทางเข้าของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างมากถ้าไม่ใช่คนของหมู่บ้านก็ไม่มีทางจะเดินเข้าออกได้ ภูเขาสูงใหญ่ที่ล้อมรอบมันเป็นเหมือนกับกำแพงด่านแรกที่ทำให้ผู้คนนั้นไม่สามารถมองเห็นหมู่บ้านซ่อนลึกแห่งนี้ได้สถานที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านปิดที่ไม่มีคนนอกย่างกายเข้ามา เขาใช้ชีวิตอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้โดยการเพาะปลูกและเพาะเลี้ยงสัตว์รวมไปถึงประกอบอาชีพต่างๆ ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ปัจจัยที่เรียกว่าเงินมันมีคุณค่าน้อยเป็นอย่างมากเพราะผู้คนต่างอยู่รวมกันเหมือนครอบครัว พวกเขาต่างแลกเปลี่ยนของที่ตนเองสามารถหามาได้ให้กันและกันทำให้ภายในหมู่บ้านแทบจะไม่ต้องใช้เงินทองในการดำรงชีวิตเลยและภายในหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีทิวทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก มีลำธารและน้ำตกขนาดใหญ่คอยตัดผ่านพื้นที่กว้างขวางมาก ถ้าอยากได้ไม้หรือว่าอยากจะล่าสัตว์อื่นๆที่ไม่มีภายในฟาร์มเพาะเลี้ยงก็สามารถออกไปล่าสัตว์ได้จากด้านนอกที่อยู่ติดกับชายป่าบริเวณหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ติดกับชายป่าทางฝั่งทิศตะวันตกของเมืองหลอมนภาที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นหลอมนภา หลังจากที่ได้รู้ว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหนเรียบร้อยแล้วหลินซานได้สอบถามกับท่านยายผู้นั้นต่อไปอีกว่าเขาสามารถมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้เช่นไรซึ่งคำตอบที่ได้มามันก็คือว่าหลานสาวของท่านยายผู้นี้ที่มีนามว่าลี่อินได้ไปพบเจอเขาในขณะที่กำลังเดินทางผ่านป่า เห็นว่ายังมีชีวิตและโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสเลยนำกลับมาที่หมู่บ้านด้วย อาการของเขาย่ำแย่ให้หมอประจำหมู่บ้านช่วยรักษาดูแล้วแต่ก็สามารถยื้อชีวิตและก็บรรเทาอาการเจ็บปวดได้เล็กน้อยเท่านั้น ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีสมุนไพรลำเลิศขนาดที่สามารถจะรักษากระดูกที่หักหรือว่าบาดแผลฉกรรจ์หลายๆอย่างให้หายสนิทได้ตอนนี้หลินซานกลายเป็นคนพิการไปแล้วเขาไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเองต้องมีไม้เท้าที่ทำมาจากไม้ไผ่ค่อยค้ำยันร่างกายเอาไว้ตลอดและก็ต้องมีคนคอยพยุงข้างกายด้วยหลังจากที่ได้ปรับตัวและฟื้นขึ้นมาจากห้วงนิทราตอนนี้ก็ได้ผ่านมา 3 วันแล้ว ภายในห้องพักที่เงียบงันหลินซานได้แต่นอนนิ่งอยู่เช่นนี้ไม่ได้ขยับไปไหนก็ค่อยๆยกมือทั้งสองข้างของตนเองที่เริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาแล้วลองเปิดบริเวณหน้าอกของตนเองดูตอนนี้มันหายไปแล้วนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกว่าประหลาดใจเป็นอย่างมาก รูที่เคยเกิดขึ้นบริเวณอกหลังจากโดนช่วงชิงรากเหง้าปราณไปมันได้หายไปรากเหง้าปราณของเขาที่เป็นรากเหง้าปราณระดับราชันย์มันคือกระดูกบริเวณหน้าอกแน่นอนว่าตอนนี้ถูกช่วงชิงไปเรียบร้อยแล้วซึ่งตัวของมันหลังจากที่ถูกช่วงชิงไปน่าจะทำให้เกิดรูขนาดใหญ่บริเวณใจกลางหน้าอกแต่ทว่าตอนนี้มันกลับไม่มีบริเวณหน้าอกของเขามีเพียงแค่เนื้อเรียบเนียนแต่ว่ามีบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมา มันเป็นตัวอักษรอักขระโบราณที่เป็นสีเหลืองทองมันปรากฏขึ้นมาบริเวณใจกลางหน้าอกของเขานี่เป็นตำแหน่งที่มีรากเหง้าปราณอยู่ หลินซานลองคิดย้อนไปก่อนหน้านี้เขายังจำได้เป็นอย่างดีว่าตัวของเขา ก่อนที่จะหมดสติลงไปได้เห็นแสงสว่างสีเหลืองบางอย่างที่มันพุ่งเข้ามาบริเวณหน้าอก เจ้าแสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นมาในตอนที่เขากำลังจะตายมันน่าจะเป็นต้นตอของสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้ชีวิตของเขากลับมาอีกครั้งมันไม่ได้มีเพียงแค่ความทรงจำของจักรพรรดิทั้งสองเท่านั้นที่ได้รับมาหลังจากที่แสงสว่างไสวนั้นวิ่งเข้ามาภายในตัวแต่ว่ามันยังมีอีกหลายอย่างที่แปลกไปทั้งบาดแผลบริเวณหน้าอกที่หายไปราวกับว่ามันโดนเติมเต็มด้วยบางอย่าง หลินซานกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบห้องทัศนียภาพที่ซ้ำซากเขาตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาก็ยังไม่ได้มีโอกาสออกไปชมด้านนอกเลย อย่างไรเขาก็จะนอนติดเตียงเช่นนี้ไม่ได้ ทุกอย่างมันยังไม่จบความทรงจำที่เขาได้มามันจะต้องทำให้เขาสามารถล้างแค้นกับผู้ที่กระทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอนเมื่อคิดได้เช่นนั้นเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงนอนก็ค่อยๆออกแรงลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง เพียงแค่ออกแรงลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งมันก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยราวกับว่าตนเองใช้แรงไปทั้งหมดของร่างกายแล้ว“ แผลมันยังหายไม่สนิท.. ” หลินซานรู้สภาพของตัวเองดี “ มันยังไม่จบหรอก ” มือทั้งสองข้างได้ยกขึ้นมาพลังวิญญาณภายในร่างกายแผ่ซ่านออกมาปกคลุมบริเวณฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาอย่างเบาบางแม้ว่าจะสูญเสียรากเหง้าปราณที่เป็นต้นกำเนิดพลังของตนเองไปแล้ว แต่ว่าตอนนี้เขาก็มีพลังวิญญาณเฮือกสุดท้ายของตนเองที่ไหลเวียนและหลงเหลืออยู่ภายในเส้นชีพจรปราณ โลหิตปราณและกระดูกปราณของเขา โดยทั่วไปแล้วผู้ที่กำเนิดขึ้นมาแล้วมีความสามารถในการที่จะเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธจะมีส่วนประกอบอยู่ทั้ง 4 อย่างภายในร่างกาย ส่วนประกอบทั้ง 4 อย่างมันประกอบไปด้วยส่วนที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือรากเหง้าปราณที่จะเป็นตัวกำหนดความสามารถ ส่วนถัดมาก็คือเส้นชีพจรปราณที่เป็นตัวเดินของพลังวิญญาณให้พลังวิญญาณจากรากเหง้าสามารถส่งผ่านไปถึงทั่วทั้งร่างกายได้ โลหิตปราณมันคือโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย แต่โลหิตของผู้ฝึกวรยุทธมันจะแตกต่างจากโลหิตของคนธรรมดาตรงที่มีพลังวิญญาณหรือว่าพลังปราณไหลเวียนอยู่ทำให้มันพลัง อย่างสุดท้ายคือกระดูกปราณกระดูกทั้งหมดของร่างกายจะแตกต่างจากคนธรรมดาเพราะว่ามันมีพลังวิญญาณส่งเสริมอยู่ตลอดเวลาโดยทั้ง 4 อย่างมันก็จะมีระดับเหมือนกันทั้งหมด หลินซานตัวของเขามีเพียงแค่รากเหง้าปราณที่อยู่ในระดับราชันส่วนอีก 3 สิ่งที่เป็นส่วนประกอบของการฝึกฝนวรยุทธมันอยู่ในระดับต่ำ หรือเรียกง่ายๆว่าทั่วทั้งร่างกายของเขามีเพียงแค่รากเหง้าปราณเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ล้ำค่าแล้วตอนนี้สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดภายในร่างกายมันก็ถูกช่วงชิงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าพลังวิญญาณที่คอยหล่อเลี้ยงร่างกายของเขามาตั้งแต่แรกเกิดตอนนี้ก็ 15 ปีแล้วมันยังมีพลังปราณบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ภายในกระดูกปราณ โลหิตปราณ เส้นชีพจรปราณ มันเลยทำให้เขายังพอจะใช้พลังปราณของตนเองได้อยู่แม้ว่าพลังปราณที่ใช้ได้มันจะเพียงแค่เล็กน้อยแต่ว่ามันก็น่าจะใช้ได้ประมาณสัก 1 เดือน หลังจาก 1 เดือนผ่านไปพลังปราณภายในร่างกายของเขามันก็จะเหือดแห้งไปตามกาลเวลาและเขาก็จะกลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีอันใดเลย ในขณะที่ลุกขึ้นมาอยู่ในท่านั่งแล้วมองมือของตนเองที่กำลังมีพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาอย่างเบาบางอยู่นั้น หลินซานรู้สึกถึงบางอย่างเขารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาบริเวณหน้าอกของตนเอง แต่เมื่อลองใช้สายตาของตนเองจ้องมองลงไปสิ่งที่พบเห็นนั่นก็คือตัวอักษรสีเหลืองบริเวณหน้าอกของเขามันกำลังส่องแสงสว่างไสวอักขระโบราณบางอย่างกำลังส่องประกายแสงสว่างไสวสีทองออกมา ในขณะนั้นเองมันก็เริ่มสำแดงพลังของมันต่อมันได้ปรากฏอักขระมากมายออกมาจากหน้าอกของหลินซาน อักขระโบราณมากมายปรากฏล่องลอยออกมาภายในอากาศมันกำลังล้อมรอบร่างกายของเขาเอาไว้อยู่ หลินซานประหลาดใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากดวงตาทั้งสองข้างของเขากวาดมองรอบกายของตนเองที่มันกำลังโดนอักขระบางอย่างรายล้อมร่างกายอยู่“ ของพวกนี้มันอันใดกัน.. ” เมื่อตั้งคำถามอยู่ๆความทรงจำผิดแปลกมันก็ปรากฏขึ้นมาภายในหัวอีกครั้ง หลินซานใบหน้าตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมากตอนนี้ความทรงจำของจักรพรรดิทั้งสองและตัวตนของจักรพรรดิทั้งสองที่เขาได้ล่วงรู้มามันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวเท่านั้น ร่างของเขาซึมซับสัญชาตญาณของจักรพรรดิทั้ง 2 ที่เป็นคนสงบนิ่งและเป็นคนฉลาดเฉลียวมาโดยปริยายและก็ได้รู้ถึงเคล็ดบ่มเพาะของจักรพรรดิ์ทั้ง 2 ที่ได้รู้ว่ามันก็คือเคล็กบ่มเพาะหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ ส่วนอีกอย่างหนึ่งก็คือเคล็ดบ่มเพาะเทพสงคราม ทั้งสองเป็นเคล็ดบ่มเพาะที่อยู่ในระดับพระเจ้า ความล้ำค่าของพวกมันไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับตำราอื่นๆ ภายใน12 จักรวรรดิ ผู้ที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์จะแบ่งแยกพลังของวรยุทธออกเป็น 2 อย่างที่พวกเขาจะต้องร่ำเรียนและศึกษากันเพื่อที่จะนำมาเป็นพลังของตนเองหนึ่งคือเคล็ดบ่มเพาะที่เป็นเหมือนกับพลังภายในร่างกายที่ร่ำเรียนและขับเคลื่อนออกมาในรูปแบบพลังต่างๆ โดยระดับของเคล็ดบ่มเพาะก็จะถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดระดับ - เคล็ดบ่มเพาะระดับต่ำ- เคล็ดบ่มเพาะระดับสามัญ- เคล็ดบ่มเพาะระดับสูง- เคล็ดบ่มเพาะระดับราชันย์- เคล็ดบ่มเพาะระดับจักรพรรดิ - เคล็ดบ่มเพาะระดับสวรรค์- เคล็ดบ่มเพาะระดับพระเจ้าและวรยุทธคือกระบวนท่าที่ถูกดัดแปลงและแปรผันออกมาโดยใช้ร่วมกับสิ่งที่เรียกว่าเคล็ดบ่มเพาะเพื่อขับเคลื่อนพลังออกมาให้ได้มากกว่าเดิม โดยระดับของมันก็จะถูกแบ่งแยกเป็น 7 ระดับโดยมีชื่อเรียกแบบเดียวกับเคล็ดบ่มเพาะนั้นคือ - วรยุทธ์ระดับต่ำ- วรยุทธ์ระดับสามัญ- วรยุทธ์ระดับสูง- วรยุทธ์ระดับราชันย์- วรยุทธ์ระดับจักรพรรดิ- วรยุทธ์ระดับสวรรค์- วรยุทธ์ระดับพระเจ้าโดยบ่มเพาะที่เขาได้มาจากความทรงจำของจักรพรรดิทั้ง 2 มันเป็นเคล็ดบ่มเพาะระดับพระเจ้าที่อยู่ในระดับสูงสุด แน่นอนว่ามันเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าแต่มันก็มีความทรงจำอีกหลายๆอย่างของจักรพรรดิทั้ง 2 ที่เขายังไม่สามารถล่วงรู้ได้ขณะที่รายล้อมร่างกายอยู่ได้ค่อยๆปรากฏแสงสว่างวูบใหญ่ วูบ!!! แสงสว่างสีเหลืองสว่างไสวขึ้นมาภายในพริบตาดวงตาทั้งสองข้างของหลินซานได้พับปิดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาถูกนำพามาที่ดินแดนสักแห่ง ดวงตาทั้งสองข้างที่เปิดขึ้นได้เบิกกว้างมากขึ้นอีกระดับด้วยความตื่นตระหนกเมื่อมาพบเห็นสถานที่ที่แปลกตา “ อันใดกัน!! ”จบตอน