แม่ลูกสวิงรัก

    แม่ลูกสวิงรัก บทที่ 75 ความสัมพันธ์แม่ลูกที่เปลี่ยนไปในชั่วคืน

            แสงอรุณแรกของวันสาดแสงอ่อนลงมาทาบทับแนวสันเขาหมอกสีขาวนวลลอยละล่องเหนือยอดไม้ ซุกซ่อนหมู่บ้านเล็ก ๆ ไว้ในอ้อมกอดของขุนเขาอากาศยามเช้าชุ่มฉ่ำไปด้วยไอเย็น สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่าน ยกเอากลิ่นหอมของดินชื้นและต้นไม้ป่ามาปะปนกับอากาศบริสุทธิ์

            เสียงไก่ขันดังแว่วจากที่ไกลปะปนไปกับเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ ผมยืนหาววอดอยู่ตรงระเบียงหน้าที่พักมือขยี้ตาด้วยความงัวเงีย ก่อนจะบิดขี้เกียจเบา ๆ ให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของเขาก็ยังรู้สึกหนักอึ้ง ปวดหลังอย่างบอกไม่ถูกนี่คงเป็นผลมาจากเมื่อคืนที่ดันจับแม่เล่นท่าลิงอุ้มแตงแน่ ๆ

            เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพักก่อนที่พี่ปุณจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาใบหน้าของพี่สาวร่วมทริปดูสดใสและเปล่งปลั่งผิดปกติ เธอยิ้มบาง ๆพลางยกมือขึ้นปิดปากหาวน้อย ๆ เหมือนกัน

            "เมื่อคืนได้นอนดีไหมเนี่ย?"

            พี่ปุณเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะล้อเลียน

            "เมื่อคืนพี่ได้ยินพ่อกับแม่เอากันตรงระเบียงดุมากเลยนะแม่ครางซะดังเหมือนกลั้นเสียงไม่อยู่ สงสัยพ่อเราจะฟิตจริง"

            พี่ปุณทำท่ากระซิบกระซาบราวกับเป็นความลับสุดยอด

            ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงขึ้นนิด ๆ แต่ยังคงทำเป็นตีหน้าซื่อ

            "เหรอ? ปันหลับสนิทเลยนี่ดิ เสียดายจังที่ไม่ได้แอบดู..."

            ผมพยายามทำเสียงเนือยๆ แต่ลึก ๆ แล้วกลับกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ เพราะคนที่ 'ดุ' กระแทกแม่จนหีแฉะเมื่อคืนในบ้านข้าง ๆ นั่น... ดันไม่ใช่พ่อแต่เป็นน้องชายเธอคนนี้ต่างหาก

            พี่ปุณหัวเราะเบาๆ สายตาของเธอแฝงแววเจ้าเล่ห์เหมือนพยายามจับพิรุธอะไรบางอย่าง

    "พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะคนเรามาเที่ยวทั้งที มันก็ต้องปล่อยตัวปล่อยใจกันบ้าง"เธอพูดพลางยกมือขึ้นปัดผมตัวเองไปด้านหลังอย่างมีจริต

            ผมกลั้นขำไม่อยู่หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมา

            "โธ่พี่ปุณไม่ต้องไปว่าใครเขาหรอก ตัวเองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน เมื่อคืนโดนพี่บิ๊กเย็ดดุล่ะสิท่าเอาซะร้องลั่นไม่เกรงใจลูกเต้าขนาดนั้น"

            พี่ปุณชะงักไปนิดหนึ่งใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับถูกจับได้เต็ม ๆแต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

            "นี่แนะ เด็กบ้า!"

            เธอยกมือขึ้นตีแขนตีไหล่ผมเบาๆ อย่างเขิน ๆ แต่จากสีหน้าผมก็มองเห็นค่าความเสียหายคริติคอลแบบลบหมื่นได้อย่างชัดเจน

            ขณะที่เราสองพี่น้องพูดคุยหยอกล้อกันไปมาเสียงเปิดประตูจากด้านในก็ดังขึ้นก่อนที่พ่อกับแม่จะเดินออกมาพร้อมกับสัมภาระที่เตรียมไว้สำหรับการเดินทางในวันนี้

    พ่อเหลือบมองสองพี่น้องที่ยังคงยืนหัวเราะกันอยู่ตรงระเบียงพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

            “มายืนหัวเราะอะไรกันตรงนี้แต่เช้ารีบไปเตรียมตัวกันได้แล้ว เดี๋ยวรถของบริษัททัวร์ก็มาถึงก่อนพอดีหรอก”

            “ค่า ๆ”

            พี่ปุณรับคำก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แม่แล้วกระซิบกระซาบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

            “เมื่อคืนพ่อฟิตมากเลยเหรอแม่? ปุณได้ยินแม่ครางเสียวไม่เก็บทรงเลยนะ”

            แม่ที่กำลังจัดกระเป๋าถึงกับชะงักหันขวับมามองลูกสาวทันที ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะหยิกแขนพี่ปุณแรง ๆ จนอีกฝ่ายสะดุ้ง

            “พูดอะไรของเราน่ะ! มันไม่ใช่เรื่องที่ลูกควรเอามาล้อเล่นนะ!”

            แม่ดุเสียงเข้มดวงตาคู่คมฉายแววตำหนิ แล้วรีบมองไปที่พ่อว่าได้ยินอะไรหรือเปล่าแต่พ่อเดินนำออกไปแล้วไม่ได้สนใจ จึงทำให้แม่เผอิญหันมาสบตากับผมแวบเดียวก่อนจะเสหันไปทางอื่น

            พี่ปุณหัวเราะคิกพลางยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบา ๆ

            “โอ๊ย!ก็ล้อเล่นนิดเดียวเองแม่ จะเขินอะไรขนาดนั้น”

            “ปุณ! พอเลยนะ”

            แม่ทำเสียงเข้มขึ้นพลางกอดอกมองลูกสาวอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันไปเช็กสัมภาระต่อราวกับพยายามไม่ให้ลูกสาวเห็นว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวลแค่ไหนใครจะยอมให้คนอื่นรู้ได้ล่ะว่าคนที่เย็ดด้วยกันเมื่อคืนไม่ใช่สามีตัวเอง

            สักพักเสียงเครื่องยนต์จากรถตู้ก็ดังแว่วขึ้นจากด้านหน้าที่พักตามมาด้วยเสียงตะโกนของไกด์ที่ดูแลทริปนี้

            “ทุกคนพร้อมกันหรือยังครับ! อีกสิบนาทีเตรียมตัวออกเดินทางได้เลยนะครับ!”

            “เอ้าอย่ามัวแต่ยืนคุยกันอยู่ ลงมากันได้แล้ว!”

            เสียงพ่อตะโกนลอยมา

            “มาแม่ เดี๋ยวปันช่วย”

            ผมแทรกตัวเข้าไปช่วยแม่ถือสัมภาระแทนทั้งหมดแม่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของเราสัมผัสกัน

            “อะ... อืม ขอบใจลูก”

            คนเป็นแม่พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติแต่ก็ไม่กล้าสบตากับลูกชาย เพราะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนกลิ่นกายของลูกชายยังฝากฝั่งร่องรอยไว้ในกายเธออย่างแจ่มชัด

            จากนั้นพวกเรารีบเดินไปยังด้านหน้าที่พักที่ซึ่งรถของบริษัททัวร์จอดรออยู่ พร้อมกับครอบครัวอื่น ๆ ที่ทยอยขึ้นรถพร้อมแล้วสำหรับการล่องแก่งสุดเร้าใจที่จะเกิดขึ้นในวันนี้

     

            กลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยมาพร้อมสายลมทัวร์ได้จัดเตรียมโต๊ะอาหารแบบง่าย ๆ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว บนโต๊ะไม้ยาวมีเมนูพื้นถิ่นที่ชวนให้น้ำลายสอวางเรียงรายอย่างน่ารับประทาน ข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ ถูกบรรจุมาในกระติ๊บเล็ก ๆเสิร์ฟคู่กับหมูทอดงา หนังกรอบเนื้อนุ่มเคียงด้วยน้ำพริกหนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมของพริกย่างโชยมาแต่ไกลสำหรับคนที่อยากได้รสชาติกลมกล่อม ก็มีไข่เจียวฟูเหลืองทองกับแกงฮังเลที่น้ำขลุกขลิกจนดูน่าลิ้มลองอีกมุมหนึ่งของโต๊ะ มีผลไม้สดอย่างกล้วยน้ำว้า และมะม่วงสุกหวานฉ่ำให้กินตบท้าย

            “เรามีเวลาอีกประมาณสามสิบนาทีก่อนเริ่มการบรีฟนะคะกินให้อิ่ม เตรียมพลังไว้ลุยแม่น้ำว้าให้เต็มที่”

            เสียงของไกด์สาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกากี กางเกงเดินป่าพร้อมรองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมง

            หลังรับประทานอาหารมื้อเช้าง่ายๆ เสร็จเรียบร้อย เสียงของไกด์ประจำทริปก็ดังขึ้น เขายืนอยู่กลางลานกว้างมือกุมหูวิทยุสื่อสาร สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเป็นงานเป็นการก่อนจะปรบมือสองสามครั้งเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวทุกคน

            “เอาล่ะครับทุกท่าน ก่อนที่เราจะลงเรือไปผจญภัยกันผมขอแนะนำกฎและวิธีเซฟตี้สำหรับการล่องแก่งในแม่น้ำว้าซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ท้าทายที่สุดในประเทศไทย”

            เขาหยุดนิดหนึ่งเพื่อให้ทุกคนตั้งใจฟังก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างจริงจัง

            “วันนี้เราจะล่องแก่งในช่วงแม่น้ำว้าตอนกลางระยะทางในช่วงครึ่งวันแรกประมาณ 30 กิโลเมตร และครึ่งหลังอีก 30กิโลเมตร ซึ่งมีแก่งระดับ 3 ถึง 5 หมายความว่ามันมีตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับที่ต้องใช้ทักษะและไหวพริบพอสมควร”

            นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มพยักหน้าบางคนมีสีหน้าตื่นเต้น ในขณะที่บางคนดูประหม่าเล็กน้อย

            “อันดับแรก การแต่งกายต้องเหมาะสม วันนี้ทุกท่านได้รับ หมวกกันน็อกและเสื้อชูชีพที่ต้องรัดให้แน่นพอดีตัว ไม่มีการใส่หลวม ๆ เด็ดขาด เพราะหากตกน้ำเสื้อชูชีพต้องสามารถพยุงร่างกายขึ้นมาได้ทันที”

            ไกด์ชี้ไปที่เสื้อชูชีพตัวอย่างที่ไกด์หญิงใส่ทั้งหมดให้ดู

            “ต่อมา... พายของเรามีสองด้านใช้พายให้ถูกต้องตามจังหวะคำสั่งของไกด์ในเรือคำสั่งที่เราจะใช้กันตลอดทางมีอยู่ไม่กี่อย่าง หนึ่งคือ ‘พายไปข้างหน้า’ สอง‘พายถอยหลัง’ สาม ‘หยุดพาย’ และสุดท้าย ถ้าเราเจอแก่งหนักมาก ๆ อาจมีคำสั่ง‘นั่งต่ำ’ ให้ทุกคนลดตัวลงเพื่อความปลอดภัย”

            ระหว่างที่นั่งฟังสายตาผมก็มองไปที่แม่ตลอดเวลา

            “กรณีพลัดตกน้ำ อย่าตกใจ สิ่งแรกที่ต้องทำคือเงยหน้าขึ้น หายใจลึก ๆและพยายามลอยตัวให้หงายหลัง เท้าชี้ไปข้างหน้า ห้ามว่ายทวนกระแสน้ำเด็ดขาด!เพราะมันจะพาเราไปชนหิน แต่ให้ปล่อยตัวไหลตามน้ำและพยายามคว้าพื้นที่ปลอดภัย เช่นเชือกจากทีมเซฟตี้ หรือจุดที่น้ำสงบ”

            ไกด์เงียบไปสักพักมองหน้าทุกคนราวกับจะถามว่าเข้าใจดีแล้วหรือยัง

            “ถ้ามีคำถามอะไรตอนนี้ถามได้เลยนะครับ”

            พี่ปุณยกมือขึ้น

            “เคยมีคนตกน้ำแล้วหลุดไปไกลไหมคะ?”

            ไกด์หัวเราะเบาๆ

            “มีครับแต่ทีมเซฟตี้ของเราทำงานเร็วมาก ถ้าทุกคนทำตามวิธีที่เราแนะนำไม่มีใครหลุดหายแน่นอน”

            ทุกคนพยักหน้าอย่างวางใจก่อนที่ไกด์จะปรบมืออีกครั้ง

            “โอเคครับถ้าไม่มีคำถามแล้ว เดี๋ยวเราจะเดินไปยังจุดลงเรือกัน ขอให้ทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าและตรวจเช็กอุปกรณ์ให้เรียบร้อย แล้วเราจะไปลุยแม่น้ำว้ากันครับ!”

              ผมยืนพิงต้นไม้ใกล้กับจุดรวมตัวสายตาเหลือบมองไปรอบ ๆ ลานกว้างที่ครอบครัวอื่น ๆ กำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัวบ้างกำลังรัดเสื้อชูชีพให้แน่นบ้างกำลังทดลองพายเรือจำลองเพื่อให้คุ้นชินกับอุปกรณ์เสียงพูดคุยคละเคล้าไปกับเสียงลำน้ำว้าที่ไหลเชี่ยวด้านล่างบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

              โดยที่สายตาผมคอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมแม่ลูกคู่หนึ่งเป็นพิเศษ

              เจ้าเนนี่ร้ายไม่เบาจริงๆ มือไม้อยู่ไม่สุข หาจังหวะตลอดเล็กตอดน้อยแม่ตัวเองได้ตลอดเวลาผมเองก็อยากทำแบบนั้นได้บ้างเหมือนกัน

            ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะหันไปทางห้องน้ำสนามที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย พี่ปุณกับแม่ทิพย์เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สักพักแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาเสียที ทว่าเพิ่งคิดเพียงไม่ถึงอึดใจประตูห้องน้ำก็ถูกผลักออก ก่อนที่พี่ปุณกับแม่จะเดินออกมา

            ดวงตาของปันพลันเบิกกว้างน้องชายในกางเกงค่อย ๆ เป่งขยายจนเด่นนูน เมื่อเรือนร่างของทั้งสองแม่ลูกสะกดทุกสายตาที่มองมาพี่ปุณในชุดเซิร์ฟสีดำล้วน แขนกุด คอสูง และเว้าช่วงสะโพกสูงเผยให้เห็นสัดส่วนที่ดูสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติเนื้อผ้าแนบสนิทไปกับผิวเรียบเนียนราวกับเป็นผิวชั้นที่สองรูปร่างของเธอดูโดดเด่นกว่าเดิมด้วยแสงแดดยามสายที่สาดลงมากระทบ เผยให้เห็นความโค้งเว้าของช่วงเอวและสะโพกได้อย่างชัดเจน


            

             

            ส่วนแม่ทิพย์ของผม...แม้จะอยู่ในชุดเดียวกัน แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เรือนร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยสัดส่วนอันเย้ายวนของแม่ดูสง่างามในทุกย่างก้าว เสื้อผ้าแนบกระชับรับกับรูปร่างอย่างสมบูรณ์แบบทำให้ทุกสัดส่วนดูโดดเด่นกว่าเดิม ใบหน้าคมที่ยังคงความงดงามแม้กาลเวลาจะผ่านไปดวงตาคมกริบของแม่จับจ้องตรงมาที่ผมอย่างสับสน แต่กลับมีเสน่ห์จนไม่อาจละสายตาเทียบกับพี่ปุณแล้ว หุ่นแม่ยังดูดีเสียมากกว่า แม้ว่าจะ 42 แล้วแต่แม่กลับงดงามหุ่นดียิ่งกว่าในอดีตเมื่อสิบปีก่อนเสียอีกสงสัยเป็นเพราะคอร์สเรียนเพื่อสุขภาพของน้าตุ๊ก ที่คอยดูแลกำกับอาหารการกินและเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้กับแม่ ทำให้แม่ดูน่าเย็ดยิ่งกว่าสาว ๆ ในวัยแรกแย้มอย่างเทียบกันไม่ได้

            ผมรู้สึกถึงลมหายใจที่สะดุดไปเล็กน้อยก่อนจะรีบตั้งสติรีบเก็บอาการแล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็พบว่าความเซ็กซี่ที่แผ่กระจายออกมากลับทำให้ทีมงานชายรอบข้างเผลอหันมามองตามกันเป็นแถว

            “จะมองกันอีกนานไหม”

            เสียงพี่ปุณดังขึ้นขัดความเงียบรอยยิ้มขี้เล่นฉายอยู่บนใบหน้า

            “ทำไมทำหน้าตาตกใจขนาดนั้นล่ะ ชุดของพี่กับแม่มันเซ็กซี่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

            ผมกระแอมเบา ๆ

            “ไม่ได้ตกใจแค่ไม่คิดว่าพี่จะกล้าใส่ชุดแนวนี้เป็นกับเขาด้วย”

            พี่ปุณหัวเราะในใจคิดกลั่นแกล้งยั่วน้องชายเล่น

            “แล้วมันไม่เข้ากับพี่เหรอ?”

            เธอหันตัวเล็กน้อยราวกับจะให้เขาสำรวจรูปร่างของเธอเต็มตา

            “เข้าสิ... เข้ามากด้วย ไม่เชื่อลองดูนี่”

            ผมจับมือพี่ปุณเอามาจับน้องชายของผมที่กำลังตื่นตัวอยู่ในกางเกงว่ายน้ำขาสั้นแนบเนื้อเห็นสัดส่วนชัดเจน

            “อี๋~ ไอ้เด็กบ้า!”

            พี่ปุณหน้าแดงรีบชักมือกลับอย่างอายๆ

            ผมยิ้มขำคิดจะมาห่ามสู้กับผมคนนี้งั้นเหรอ

            ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับแม่ที่กำลังตรวจเช็กชุดของตัวเองเงียบๆ อย่างสง่างาม ผมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น

            “ชุดเหมาะกับแม่มากเลย...”

            แต่ในใจจริงอยากบอกว่าชุดนี้แม่น่าเย็ดมากเลยต่างหาก

            “เหรอ...”

            แม่รับคำนิ่ง ๆผมสังเกตเห็นปลายหูแม่ขึ้นสีระเรื่อ

            ในจังหวะเดียวกันนั้นเองสามีของพี่ปุณก็เดินตามเข้ามาสมทบพร้อมเสื้อชูชีพในมือ

            “มาพี่ช่วยใส่ให้”

            พี่บิ๊กพูด ก่อนจะช่วยจัดแจงรัดสายชูชีพให้พี่ปุณอย่างนุ่มนวลมือใหญ่ค่อย ๆ ดึงสายรัดปรับระดับให้พอดีกับตัวของเธอก่อนจะตรวจดูความแน่นหนาเป็นครั้งสุดท้าย

            “โอเคเรียบร้อยแล้ว”

            พี่ปุณยิ้มหวานให้สามีก่อนจะเขย่งตัวขึ้นจูบปากพี่บิ๊กเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี

            “ขอบคุณค่ะ”

            ผมยืนมองภาพนั้นก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าแม่ของเขากำลังยืนสวมเสื้อชูชีพเองเงียบๆ โดยที่พ่อมัวแต่จับกลุ่มคุยกับไกด์ไม่ได้หันมาสนใจแม่เลย

    ผมก้าวเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นมือไปจับสายรัดของเสื้อชูชีพแล้วช่วยรัดให้กระชับขึ้น

    ตัดสินใจว่าต่อแต่นี้ไปจะทำหน้าที่แทนพ่อให้ดีกว่าที่พ่อทำ

            “แม่ให้ปันช่วยนะ”

            แม่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ปล่อยให้ลูกชายช่วยเธอปรับสายชูชีพให้แน่น ปันก้มลงดึงสายรัดแต่ละเส้นให้พอดีตัวก่อนจะเงยขึ้นสบตากับแม่ที่กำลังมองเขาอยู่

            “แม่ใส่เองก็ได้นะ”

            แม่พูดเสียงแผ่วเบา

            “รู้ครับ แต่ปันอยากดูแลแม่ไม่ได้เหรอ”

            แม่มองลูกชายอยู่ชั่วอึดใจเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงบางอย่าง

            “ขอบใจนะ”

            “ทำไมวันนี้ปุณว่าแม่ดูเงียบ ๆ จัง เมื่อคืนแม่ไม่เสร็จงั้นเหรอ”

            พี่ปุณทักแม่อย่างสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆ ของแม่ ที่เธอก็บอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็เลือกที่จะแซวให้แม่อารมณ์ดี

            ปกติเวลาที่คนเราอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสียมักจะแสดงท่าทีบางอย่างออกมา คนที่เสแสร้างเก่งอาจจะแสดงให้เห็นได้ไม่ชัดนักแต่ในสายตาของคนช่างสังเกตยังพอจับร่องรอยได้อยู่ดี

            “เด็กบ้า... เงียบไปเลยนะ!”

            คนเป็นแม่ว่าเช่นนั้นแล้วเดินจ้ำอ้าวทิ้งทุกคนไว้ด้านหลังส่วนเหตุผลที่มีความรู้สึกไม่ปกติอยู่ในท่าทีนั้นจะให้พูดออกไปได้ยังไงล่ะว่าเมื่อคืนเพิ่งเย็ดกับลูกชายที่ตัวเองให้กำเนิดมาเปลี่ยนจากความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นผัวเมียในชั่วข้ามคืนใครบ้างจะยังรักษาอารมณ์ปกติไว้ได้

            หลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วนักท่องเที่ยวทั้งหมดก็เริ่มเช็กอุปกรณ์ของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทยอยเดินตามทีมงานไปยังจุดเริ่มต้นของการล่องแก่งท่ามกลางเสียงน้ำไหลเชี่ยวและบรรยากาศของการผจญภัยที่กำลังจะเริ่มต้น

    คล้ายกับเรื่องแม่ลูกสวิงรัก ที่คุณอ่าน