แสงอรุณแรกของวันสาดแสงอ่อนลงมาทาบทับแนวสันเขาหมอกสีขาวนวลลอยละล่องเหนือยอดไม้ ซุกซ่อนหมู่บ้านเล็ก ๆ ไว้ในอ้อมกอดของขุนเขาอากาศยามเช้าชุ่มฉ่ำไปด้วยไอเย็น สายลมเอื่อย ๆ พัดผ่าน ยกเอากลิ่นหอมของดินชื้นและต้นไม้ป่ามาปะปนกับอากาศบริสุทธิ์
เสียงไก่ขันดังแว่วจากที่ไกลปะปนไปกับเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ ผมยืนหาววอดอยู่ตรงระเบียงหน้าที่พักมือขยี้ตาด้วยความงัวเงีย ก่อนจะบิดขี้เกียจเบา ๆ ให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นร่างกายของเขาก็ยังรู้สึกหนักอึ้ง ปวดหลังอย่างบอกไม่ถูกนี่คงเป็นผลมาจากเมื่อคืนที่ดันจับแม่เล่นท่าลิงอุ้มแตงแน่ ๆ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพักก่อนที่พี่ปุณจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาใบหน้าของพี่สาวร่วมทริปดูสดใสและเปล่งปลั่งผิดปกติ เธอยิ้มบาง ๆพลางยกมือขึ้นปิดปากหาวน้อย ๆ เหมือนกัน
"เมื่อคืนได้นอนดีไหมเนี่ย?"
พี่ปุณเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะล้อเลียน
"เมื่อคืนพี่ได้ยินพ่อกับแม่เอากันตรงระเบียงดุมากเลยนะแม่ครางซะดังเหมือนกลั้นเสียงไม่อยู่ สงสัยพ่อเราจะฟิตจริง"
พี่ปุณทำท่ากระซิบกระซาบราวกับเป็นความลับสุดยอด
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยหัวใจเต้นแรงขึ้นนิด ๆ แต่ยังคงทำเป็นตีหน้าซื่อ
"เหรอ? ปันหลับสนิทเลยนี่ดิ เสียดายจังที่ไม่ได้แอบดู..."
ผมพยายามทำเสียงเนือยๆ แต่ลึก ๆ แล้วกลับกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ เพราะคนที่ 'ดุ' กระแทกแม่จนหีแฉะเมื่อคืนในบ้านข้าง ๆ นั่น... ดันไม่ใช่พ่อแต่เป็นน้องชายเธอคนนี้ต่างหาก
พี่ปุณหัวเราะเบาๆ สายตาของเธอแฝงแววเจ้าเล่ห์เหมือนพยายามจับพิรุธอะไรบางอย่าง
"พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะคนเรามาเที่ยวทั้งที มันก็ต้องปล่อยตัวปล่อยใจกันบ้าง"เธอพูดพลางยกมือขึ้นปัดผมตัวเองไปด้านหลังอย่างมีจริต
ผมกลั้นขำไม่อยู่หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมา
"โธ่พี่ปุณไม่ต้องไปว่าใครเขาหรอก ตัวเองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน เมื่อคืนโดนพี่บิ๊กเย็ดดุล่ะสิท่าเอาซะร้องลั่นไม่เกรงใจลูกเต้าขนาดนั้น"
พี่ปุณชะงักไปนิดหนึ่งใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับถูกจับได้เต็ม ๆแต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"นี่แนะ เด็กบ้า!"
เธอยกมือขึ้นตีแขนตีไหล่ผมเบาๆ อย่างเขิน ๆ แต่จากสีหน้าผมก็มองเห็นค่าความเสียหายคริติคอลแบบลบหมื่นได้อย่างชัดเจน
ขณะที่เราสองพี่น้องพูดคุยหยอกล้อกันไปมาเสียงเปิดประตูจากด้านในก็ดังขึ้นก่อนที่พ่อกับแม่จะเดินออกมาพร้อมกับสัมภาระที่เตรียมไว้สำหรับการเดินทางในวันนี้
พ่อเหลือบมองสองพี่น้องที่ยังคงยืนหัวเราะกันอยู่ตรงระเบียงพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มายืนหัวเราะอะไรกันตรงนี้แต่เช้ารีบไปเตรียมตัวกันได้แล้ว เดี๋ยวรถของบริษัททัวร์ก็มาถึงก่อนพอดีหรอก”
“ค่า ๆ”
พี่ปุณรับคำก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แม่แล้วกระซิบกระซาบเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“เมื่อคืนพ่อฟิตมากเลยเหรอแม่? ปุณได้ยินแม่ครางเสียวไม่เก็บทรงเลยนะ”
แม่ที่กำลังจัดกระเป๋าถึงกับชะงักหันขวับมามองลูกสาวทันที ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะหยิกแขนพี่ปุณแรง ๆ จนอีกฝ่ายสะดุ้ง
“พูดอะไรของเราน่ะ! มันไม่ใช่เรื่องที่ลูกควรเอามาล้อเล่นนะ!”
แม่ดุเสียงเข้มดวงตาคู่คมฉายแววตำหนิ แล้วรีบมองไปที่พ่อว่าได้ยินอะไรหรือเปล่าแต่พ่อเดินนำออกไปแล้วไม่ได้สนใจ จึงทำให้แม่เผอิญหันมาสบตากับผมแวบเดียวก่อนจะเสหันไปทางอื่น
พี่ปุณหัวเราะคิกพลางยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบา ๆ
“โอ๊ย!ก็ล้อเล่นนิดเดียวเองแม่ จะเขินอะไรขนาดนั้น”
“ปุณ! พอเลยนะ”
แม่ทำเสียงเข้มขึ้นพลางกอดอกมองลูกสาวอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันไปเช็กสัมภาระต่อราวกับพยายามไม่ให้ลูกสาวเห็นว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวลแค่ไหนใครจะยอมให้คนอื่นรู้ได้ล่ะว่าคนที่เย็ดด้วยกันเมื่อคืนไม่ใช่สามีตัวเอง
สักพักเสียงเครื่องยนต์จากรถตู้ก็ดังแว่วขึ้นจากด้านหน้าที่พักตามมาด้วยเสียงตะโกนของไกด์ที่ดูแลทริปนี้
“ทุกคนพร้อมกันหรือยังครับ! อีกสิบนาทีเตรียมตัวออกเดินทางได้เลยนะครับ!”
“เอ้าอย่ามัวแต่ยืนคุยกันอยู่ ลงมากันได้แล้ว!”
เสียงพ่อตะโกนลอยมา
“มาแม่ เดี๋ยวปันช่วย”
ผมแทรกตัวเข้าไปช่วยแม่ถือสัมภาระแทนทั้งหมดแม่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของเราสัมผัสกัน
“อะ... อืม ขอบใจลูก”
คนเป็นแม่พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติแต่ก็ไม่กล้าสบตากับลูกชาย เพราะเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนกลิ่นกายของลูกชายยังฝากฝั่งร่องรอยไว้ในกายเธออย่างแจ่มชัด
จากนั้นพวกเรารีบเดินไปยังด้านหน้าที่พักที่ซึ่งรถของบริษัททัวร์จอดรออยู่ พร้อมกับครอบครัวอื่น ๆ ที่ทยอยขึ้นรถพร้อมแล้วสำหรับการล่องแก่งสุดเร้าใจที่จะเกิดขึ้นในวันนี้
กลิ่นหอมของอาหารเช้าลอยมาพร้อมสายลมทัวร์ได้จัดเตรียมโต๊ะอาหารแบบง่าย ๆ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว บนโต๊ะไม้ยาวมีเมนูพื้นถิ่นที่ชวนให้น้ำลายสอวางเรียงรายอย่างน่ารับประทาน ข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ ถูกบรรจุมาในกระติ๊บเล็ก ๆเสิร์ฟคู่กับหมูทอดงา หนังกรอบเนื้อนุ่มเคียงด้วยน้ำพริกหนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมของพริกย่างโชยมาแต่ไกลสำหรับคนที่อยากได้รสชาติกลมกล่อม ก็มีไข่เจียวฟูเหลืองทองกับแกงฮังเลที่น้ำขลุกขลิกจนดูน่าลิ้มลองอีกมุมหนึ่งของโต๊ะ มีผลไม้สดอย่างกล้วยน้ำว้า และมะม่วงสุกหวานฉ่ำให้กินตบท้าย
“เรามีเวลาอีกประมาณสามสิบนาทีก่อนเริ่มการบรีฟนะคะกินให้อิ่ม เตรียมพลังไว้ลุยแม่น้ำว้าให้เต็มที่”
เสียงของไกด์สาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกากี กางเกงเดินป่าพร้อมรองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมง
หลังรับประทานอาหารมื้อเช้าง่ายๆ เสร็จเรียบร้อย เสียงของไกด์ประจำทริปก็ดังขึ้น เขายืนอยู่กลางลานกว้างมือกุมหูวิทยุสื่อสาร สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเป็นงานเป็นการก่อนจะปรบมือสองสามครั้งเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวทุกคน
“เอาล่ะครับทุกท่าน ก่อนที่เราจะลงเรือไปผจญภัยกันผมขอแนะนำกฎและวิธีเซฟตี้สำหรับการล่องแก่งในแม่น้ำว้าซึ่งเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ท้าทายที่สุดในประเทศไทย”
เขาหยุดนิดหนึ่งเพื่อให้ทุกคนตั้งใจฟังก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างจริงจัง
“วันนี้เราจะล่องแก่งในช่วงแม่น้ำว้าตอนกลางระยะทางในช่วงครึ่งวันแรกประมาณ 30 กิโลเมตร และครึ่งหลังอีก 30กิโลเมตร ซึ่งมีแก่งระดับ 3 ถึง 5 หมายความว่ามันมีตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับที่ต้องใช้ทักษะและไหวพริบพอสมควร”
นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มพยักหน้าบางคนมีสีหน้าตื่นเต้น ในขณะที่บางคนดูประหม่าเล็กน้อย
“อันดับแรก การแต่งกายต้องเหมาะสม วันนี้ทุกท่านได้รับ หมวกกันน็อกและเสื้อชูชีพที่ต้องรัดให้แน่นพอดีตัว ไม่มีการใส่หลวม ๆ เด็ดขาด เพราะหากตกน้ำเสื้อชูชีพต้องสามารถพยุงร่างกายขึ้นมาได้ทันที”
ไกด์ชี้ไปที่เสื้อชูชีพตัวอย่างที่ไกด์หญิงใส่ทั้งหมดให้ดู
“ต่อมา... พายของเรามีสองด้านใช้พายให้ถูกต้องตามจังหวะคำสั่งของไกด์ในเรือคำสั่งที่เราจะใช้กันตลอดทางมีอยู่ไม่กี่อย่าง หนึ่งคือ ‘พายไปข้างหน้า’ สอง‘พายถอยหลัง’ สาม ‘หยุดพาย’ และสุดท้าย ถ้าเราเจอแก่งหนักมาก ๆ อาจมีคำสั่ง‘นั่งต่ำ’ ให้ทุกคนลดตัวลงเพื่อความปลอดภัย”
ระหว่างที่นั่งฟังสายตาผมก็มองไปที่แม่ตลอดเวลา
“กรณีพลัดตกน้ำ อย่าตกใจ สิ่งแรกที่ต้องทำคือเงยหน้าขึ้น หายใจลึก ๆและพยายามลอยตัวให้หงายหลัง เท้าชี้ไปข้างหน้า ห้ามว่ายทวนกระแสน้ำเด็ดขาด!เพราะมันจะพาเราไปชนหิน แต่ให้ปล่อยตัวไหลตามน้ำและพยายามคว้าพื้นที่ปลอดภัย เช่นเชือกจากทีมเซฟตี้ หรือจุดที่น้ำสงบ”
ไกด์เงียบไปสักพักมองหน้าทุกคนราวกับจะถามว่าเข้าใจดีแล้วหรือยัง
“ถ้ามีคำถามอะไรตอนนี้ถามได้เลยนะครับ”
พี่ปุณยกมือขึ้น
“เคยมีคนตกน้ำแล้วหลุดไปไกลไหมคะ?”
ไกด์หัวเราะเบาๆ
“มีครับแต่ทีมเซฟตี้ของเราทำงานเร็วมาก ถ้าทุกคนทำตามวิธีที่เราแนะนำไม่มีใครหลุดหายแน่นอน”
ทุกคนพยักหน้าอย่างวางใจก่อนที่ไกด์จะปรบมืออีกครั้ง
“โอเคครับถ้าไม่มีคำถามแล้ว เดี๋ยวเราจะเดินไปยังจุดลงเรือกัน ขอให้ทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าและตรวจเช็กอุปกรณ์ให้เรียบร้อย แล้วเราจะไปลุยแม่น้ำว้ากันครับ!”
ผมยืนพิงต้นไม้ใกล้กับจุดรวมตัวสายตาเหลือบมองไปรอบ ๆ ลานกว้างที่ครอบครัวอื่น ๆ กำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัวบ้างกำลังรัดเสื้อชูชีพให้แน่นบ้างกำลังทดลองพายเรือจำลองเพื่อให้คุ้นชินกับอุปกรณ์เสียงพูดคุยคละเคล้าไปกับเสียงลำน้ำว้าที่ไหลเชี่ยวด้านล่างบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก
โดยที่สายตาผมคอยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมแม่ลูกคู่หนึ่งเป็นพิเศษ
เจ้าเนนี่ร้ายไม่เบาจริงๆ มือไม้อยู่ไม่สุข หาจังหวะตลอดเล็กตอดน้อยแม่ตัวเองได้ตลอดเวลาผมเองก็อยากทำแบบนั้นได้บ้างเหมือนกัน
ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะหันไปทางห้องน้ำสนามที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย พี่ปุณกับแม่ทิพย์เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สักพักแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาเสียที ทว่าเพิ่งคิดเพียงไม่ถึงอึดใจประตูห้องน้ำก็ถูกผลักออก ก่อนที่พี่ปุณกับแม่จะเดินออกมา
ดวงตาของปันพลันเบิกกว้างน้องชายในกางเกงค่อย ๆ เป่งขยายจนเด่นนูน เมื่อเรือนร่างของทั้งสองแม่ลูกสะกดทุกสายตาที่มองมาพี่ปุณในชุดเซิร์ฟสีดำล้วน แขนกุด คอสูง และเว้าช่วงสะโพกสูงเผยให้เห็นสัดส่วนที่ดูสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติเนื้อผ้าแนบสนิทไปกับผิวเรียบเนียนราวกับเป็นผิวชั้นที่สองรูปร่างของเธอดูโดดเด่นกว่าเดิมด้วยแสงแดดยามสายที่สาดลงมากระทบ เผยให้เห็นความโค้งเว้าของช่วงเอวและสะโพกได้อย่างชัดเจน
ส่วนแม่ทิพย์ของผม...แม้จะอยู่ในชุดเดียวกัน แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เรือนร่างสูงโปร่งที่เต็มไปด้วยสัดส่วนอันเย้ายวนของแม่ดูสง่างามในทุกย่างก้าว เสื้อผ้าแนบกระชับรับกับรูปร่างอย่างสมบูรณ์แบบทำให้ทุกสัดส่วนดูโดดเด่นกว่าเดิม ใบหน้าคมที่ยังคงความงดงามแม้กาลเวลาจะผ่านไปดวงตาคมกริบของแม่จับจ้องตรงมาที่ผมอย่างสับสน แต่กลับมีเสน่ห์จนไม่อาจละสายตาเทียบกับพี่ปุณแล้ว หุ่นแม่ยังดูดีเสียมากกว่า แม้ว่าจะ 42 แล้วแต่แม่กลับงดงามหุ่นดียิ่งกว่าในอดีตเมื่อสิบปีก่อนเสียอีกสงสัยเป็นเพราะคอร์สเรียนเพื่อสุขภาพของน้าตุ๊ก ที่คอยดูแลกำกับอาหารการกินและเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้กับแม่ ทำให้แม่ดูน่าเย็ดยิ่งกว่าสาว ๆ ในวัยแรกแย้มอย่างเทียบกันไม่ได้
ผมรู้สึกถึงลมหายใจที่สะดุดไปเล็กน้อยก่อนจะรีบตั้งสติรีบเก็บอาการแล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ ก็พบว่าความเซ็กซี่ที่แผ่กระจายออกมากลับทำให้ทีมงานชายรอบข้างเผลอหันมามองตามกันเป็นแถว
“จะมองกันอีกนานไหม”
เสียงพี่ปุณดังขึ้นขัดความเงียบรอยยิ้มขี้เล่นฉายอยู่บนใบหน้า
“ทำไมทำหน้าตาตกใจขนาดนั้นล่ะ ชุดของพี่กับแม่มันเซ็กซี่ขนาดนั้นเลยเหรอ”
ผมกระแอมเบา ๆ
“ไม่ได้ตกใจแค่ไม่คิดว่าพี่จะกล้าใส่ชุดแนวนี้เป็นกับเขาด้วย”
พี่ปุณหัวเราะในใจคิดกลั่นแกล้งยั่วน้องชายเล่น
“แล้วมันไม่เข้ากับพี่เหรอ?”
เธอหันตัวเล็กน้อยราวกับจะให้เขาสำรวจรูปร่างของเธอเต็มตา
“เข้าสิ... เข้ามากด้วย ไม่เชื่อลองดูนี่”
ผมจับมือพี่ปุณเอามาจับน้องชายของผมที่กำลังตื่นตัวอยู่ในกางเกงว่ายน้ำขาสั้นแนบเนื้อเห็นสัดส่วนชัดเจน
“อี๋~ ไอ้เด็กบ้า!”
พี่ปุณหน้าแดงรีบชักมือกลับอย่างอายๆ
ผมยิ้มขำคิดจะมาห่ามสู้กับผมคนนี้งั้นเหรอ
ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับแม่ที่กำลังตรวจเช็กชุดของตัวเองเงียบๆ อย่างสง่างาม ผมยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ชุดเหมาะกับแม่มากเลย...”
แต่ในใจจริงอยากบอกว่าชุดนี้แม่น่าเย็ดมากเลยต่างหาก
“เหรอ...”
แม่รับคำนิ่ง ๆผมสังเกตเห็นปลายหูแม่ขึ้นสีระเรื่อ
ในจังหวะเดียวกันนั้นเองสามีของพี่ปุณก็เดินตามเข้ามาสมทบพร้อมเสื้อชูชีพในมือ
“มาพี่ช่วยใส่ให้”
พี่บิ๊กพูด ก่อนจะช่วยจัดแจงรัดสายชูชีพให้พี่ปุณอย่างนุ่มนวลมือใหญ่ค่อย ๆ ดึงสายรัดปรับระดับให้พอดีกับตัวของเธอก่อนจะตรวจดูความแน่นหนาเป็นครั้งสุดท้าย
“โอเคเรียบร้อยแล้ว”
พี่ปุณยิ้มหวานให้สามีก่อนจะเขย่งตัวขึ้นจูบปากพี่บิ๊กเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณค่ะ”
ผมยืนมองภาพนั้นก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าแม่ของเขากำลังยืนสวมเสื้อชูชีพเองเงียบๆ โดยที่พ่อมัวแต่จับกลุ่มคุยกับไกด์ไม่ได้หันมาสนใจแม่เลย
ผมก้าวเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นมือไปจับสายรัดของเสื้อชูชีพแล้วช่วยรัดให้กระชับขึ้น
ตัดสินใจว่าต่อแต่นี้ไปจะทำหน้าที่แทนพ่อให้ดีกว่าที่พ่อทำ
“แม่ให้ปันช่วยนะ”
แม่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ปล่อยให้ลูกชายช่วยเธอปรับสายชูชีพให้แน่น ปันก้มลงดึงสายรัดแต่ละเส้นให้พอดีตัวก่อนจะเงยขึ้นสบตากับแม่ที่กำลังมองเขาอยู่
“แม่ใส่เองก็ได้นะ”
แม่พูดเสียงแผ่วเบา
“รู้ครับ แต่ปันอยากดูแลแม่ไม่ได้เหรอ”
แม่มองลูกชายอยู่ชั่วอึดใจเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงบางอย่าง
“ขอบใจนะ”
“ทำไมวันนี้ปุณว่าแม่ดูเงียบ ๆ จัง เมื่อคืนแม่ไม่เสร็จงั้นเหรอ”
พี่ปุณทักแม่อย่างสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆ ของแม่ ที่เธอก็บอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็เลือกที่จะแซวให้แม่อารมณ์ดี
ปกติเวลาที่คนเราอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสียมักจะแสดงท่าทีบางอย่างออกมา คนที่เสแสร้างเก่งอาจจะแสดงให้เห็นได้ไม่ชัดนักแต่ในสายตาของคนช่างสังเกตยังพอจับร่องรอยได้อยู่ดี
“เด็กบ้า... เงียบไปเลยนะ!”
คนเป็นแม่ว่าเช่นนั้นแล้วเดินจ้ำอ้าวทิ้งทุกคนไว้ด้านหลังส่วนเหตุผลที่มีความรู้สึกไม่ปกติอยู่ในท่าทีนั้นจะให้พูดออกไปได้ยังไงล่ะว่าเมื่อคืนเพิ่งเย็ดกับลูกชายที่ตัวเองให้กำเนิดมาเปลี่ยนจากความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นผัวเมียในชั่วข้ามคืนใครบ้างจะยังรักษาอารมณ์ปกติไว้ได้
หลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วนักท่องเที่ยวทั้งหมดก็เริ่มเช็กอุปกรณ์ของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทยอยเดินตามทีมงานไปยังจุดเริ่มต้นของการล่องแก่งท่ามกลางเสียงน้ำไหลเชี่ยวและบรรยากาศของการผจญภัยที่กำลังจะเริ่มต้น