ซูเพ่ยอวิ๋นที่หลินซือหย่วนแบกไว้บนหลังอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้ "เสี่ยวหลินเธอเป็ญาติกับหลันเยวี่ยเหรอ?"
"พวกเราเป็..."
หลันเยวี่ยยังพูดไม่ทันจบก็ถูกหลินซือหย่วนขัดจังหวะเสียก่อน "เพิ่งรู้จักกันครับ"
"ใช่ค่ะ พวกเราเพิ่งรู้จักกัน" หูหลันเยวี่ยเตะก้อนหินเล็กๆที่อยู่ตรงหน้ากระเด็นไปโดยไม่ตั้งใจ
"เพิ่งรู้จักกันจริงเหรอ?" ซูเพ่ยอวิ๋นรู้สึกว่าหนุ่มสาวคู่นี้ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกันเลย
แต่ในเมื่อพวกเขาบอกว่าเพิ่งรู้จักกันซูเพ่ยอวิ๋นก็จะคิดว่าพวกเขาเพิ่งรู้จักกันจริงๆ ก็แล้วกัน
หูหลันเยวี่ยมัวแต่คุยกับซูเพ่ยอวิ๋นไม่ทันระวังที่เท้าตัวเอง และพลาดท่าล้มลง
เธอร้องอุทานออกมาตามสัญชาตญาณ
หลินซือหย่วนที่ทิ้ง่ห่างจากเธอไปไกลแล้วพอได้ยินเสียงก็รีบหยุดฝีเท้า
หลินซือหย่วนหันกลับไปมองเด็กสาวที่กำลังพยายามลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล"หาไม้เท้าสักอันสิ ทีนี้จะได้ไม่ล้มอีก"
"เมื่อกี้ฉันไม่ทันระวังก็เลยล้ม ไม่จำเป็หรอก" หูหลันเยวี่ยรู้สึกว่าตัวเองโตขนาดนี้แล้วยังล้มอยู่ได้มันก็น่าอายอยู่เหมือนกัน เลยปากแข็งไปอย่างนั้น
แต่ดูเหมือนว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวหูหลันเยวี่ยก็พลาดท่าล้มก้นกระแทกพื้นอีกครั้ง
คราวนี้เธอถึงได้เชื่อคำพูดของคนเฒ่าคนแก่ที่ว่าขึ้นเขาง่ายกว่าลงเขาเสียแล้ว
การที่เธอหกล้มติดต่อกันทำให้ซูเพ่ยอวิ๋นอดเป็ห่วงไม่ได้ "หลันเยวี่ยเชื่อที่เสี่ยวหลินพูดเถอะ หาไม้เท้ามาค้ำไว้ จะได้ไม่ล้มง่ายๆ"
หูหลันเยวี่ยหน้าแดงพลางหาไม้เท้ามาพยุงตัว ปกติเวลาที่เธอลงเขาพร้อมกับถิงถิงถิงถิงก็จะเป็คนนำทางเธอในจุดที่เดินยาก
ไม่นึกเลยว่าพอไม่มีถิงถิงการลงเขากลับกลายเป็เื่ยากลำบากขนาดนี้
หลินซือหย่วนเห็นว่าหลันเยวี่ยใช้ไม้เท้าตามคาดมุมปากของเขาก็ยกยิ้มน้อยๆ
หลังจากใช้ไม้เท้าแล้วหูหลันเยวี่ยก็ไม่ล้มอีกเลย การลงเขาก็ดูเหมือนจะง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
หลินซือหย่วนที่แบกซูเพ่ยอวิ๋นไว้บนหลังยังคงรักษาความเร็ว เดินนำไปข้างหน้าส่วนหูหลันเยวี่ยก็พยายามอย่างมากเพื่อเดินตามให้ทันแต่ทั้งสองก็ยังมีระยะห่างกันอยู่อีกหลายเมตร
พอถึงตีนเขาถนนหนทางเริ่มราบเรียบ ซูเพ่ยอวิ๋นจึงอยากลงจากหลัง
หลินซือหย่วนก็ค่อยๆวางซูเพ่ยอวิ๋นลงที่พื้นอย่างเบามือ
หลังจากวางคนลงแล้วหลินซือหย่วนก็พูดกับหลันเยวี่ยที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"เธออยู่เป็เพื่อนป้าซูค่อยๆ เดินไปนะเดี๋ยวฉันไปดูที่สถานีอนามัยก่อนว่ามียาหรือเปล่า"
หลังจากบอกกล่าวเสร็จหลินซือหย่วนก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินทิ้งห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
หลันเยวี่ยอยู่เป็เพื่อนซูเพ่ยอวิ๋นค่อยๆเดินไปข้างหน้า
ผ่านไปประมาณสิบนาทีหลินซือหย่วนก็กลับมา พร้อมกับขี่จักรยานมาด้วย
"ป้าซู ในหมู่บ้านไม่มียา ต้องไปที่ตัวอำเภอนะครับเดี๋ยวผมไปส่งป้าที่ตัวอำเภอครับ" หลินซือหย่วนจอดจักรยานไว้ตรงหน้าซูเพ่ยอวิ๋น
ซูเพ่ยอวิ๋นรู้ดีว่าถ้าไม่ฉีดเซรุ่มโดยเร็วอาการอาจจะกำเริบได้ ดังนั้นเธอจึงขึ้นซ้อนท้ายจักรยานของหลินซือหย่วน
จากนั้นหลินซือหย่วนก็พูดกับหลันเยวี่ยอีกว่า"ฉันไปส่งป้าซูที่ตัวอำเภอก่อนนะเธอก็กลับไปบอกคุณย่าของฉันด้วย"
หลันเยวี่ยรีบตอบรับคำ
พอบอกลาซูเพ่ยอวิ๋นแล้วหลันเยวี่ยก็มองตามจักรยานที่แล่นออกไป ก่อนจะเอี้ยวตัว เตรียมเดินกลับบ้าน
หลันเยวี่ยไม่ได้กลับไปที่บ้านตัวเองก่อนแต่ตรงไปที่บ้านสกุลหลิน
ด้วยความที่เธอกลัวเ้าหมาด่างของบ้านสกุลหลินหลันเยวี่ยจึงไม่กล้าเข้าไปในบ้านโดยตรง ทำได้เพียงะโเรียกย่าใหญ่ที่หน้าประตู
ตอนนี้เป็เวลาสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว
ย่าหลินกำลังเตรียมจะทำกุยช่ายห่อแป้งทอด
พอได้ยินเสียงเรียกย่าหลินก็รีบออกมา พอเห็นว่าเป็หลันเยวี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ยิ้มแย้มแล้วเดินเข้าไปทักทาย "หลันเยวี่ยเหรอลูกเข้ามาก่อนสิ หมามันถูกล่ามไว้ ไม่ต้องกลัวนะ"
หลันเยวี่ยรีบยิ้มตอบแล้วพูดว่า"ย่าใหญ่คะ หนูไม่เข้าไปแล้วค่ะพี่ซือหย่วนให้หนูมาบอกคุณย่าว่า เขาจะไม่กลับมากินข้าวเที่ยงพอดีไปส่งคนที่ตัวอำเภอน่ะค่ะ"
จากนั้นหลันเยวี่ยก็เล่าเื่ราวทั้งหมดที่เธอและหลินซือหย่วนเจอกันบนเขาและวิธีที่ช่วยเหลือซูเพ่ยอวิ๋นที่ถูกงูกัด ให้คุณย่าหลินฟังอย่างละเอียด
หลังจากได้ทราบเื่ราวทั้งหมดรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณย่าหลินก็ดูเหมือนจะมากขึ้นไปอีก"เป็อย่างนี้นี่เอง ฉันกำลังทำกุยช่ายห่อแป้งทอดอยู่พอดีหลันเยวี่ย เข้ามากินสักอันสิ"
"ขอบคุณนะคะคุณย่าใหญ่ หนูไม่เข้าไปดีกว่าค่ะ หนูต้องรีบกลับบ้านแล้วแม่หนูยังรอหนูกลับไปกินข้าวอยู่ค่ะ" หลันเยวี่ยยิ้มให้คุณย่าก่อนจะรีบวิ่งออกมา
ตอนที่หลันเยวี่ยกลับมาถึงบ้านถิงถิงกำลังทำกับข้าวมื้อเที่ยงอยู่
ส่วนจ้าวหงเหมยก็กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องคนเล็ก
หูหลันเยวี่ยกลับมามือเปล่าแต่จ้าวหงเหมยกับถิงถิงก็ไม่ได้ถามเธอว่าทำไมถึงกลับมามือเปล่าแบบนี้
พอล้างหน้าล้างตาแล้วก็โบกพัดอีกสองสามทีหูหลันเยวี่ยถึงได้เล่าเื่ราวต่างๆ ที่ได้เจอมาบนเขาให้แม่และถิงถิงฟัง
พอได้รู้ว่าหูหลันเยวี่ยและหลินซือหย่วนช่วยชีวิตคนบนเขาจ้าวหงเหมยก็รีบถาม "คนที่ช่วยไว้ไม่เป็อะไรใช่ไหม?"
หูหลันเยวี่ยจึงรีบตอบว่า"ไม่เป็อะไรแล้วค่ะพี่หลินซือหย่วนบอกว่าแค่ไปฉีดเซรุ่มที่ตัวอำเภอก็ไม่เป็อะไรแล้ว"
จ้าวหงเหมยส่งเสียงตอบรับในลำคอแล้วก็พูดต่ออีกว่า "ผู้หญิงคนนั้นก็โชคดีที่เจอลูกกับซือหย่วนหลันเยวี่ย ต่อไปอย่าขึ้นเขาคนเดียวอีกนะ ถึงมันจะไม่แน่ว่าขึ้นเขาไปจะเจอแต่ถ้าเจอขึ้นมาอีกจะทำยังไงล่ะ?"
"แม่คะ ต่อไปหนูจะไม่ขึ้นเขาคนเดียวแล้วค่ะ"
ตอนที่หูหลันเยวี่ยยืนกรานว่าจะขึ้นเขาคนเดียวจ้าวหงเหมยก็เคยพูดถึงเื่งูบนเขาแล้ว แต่หลันเยวี่ยไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ
พอเจอเข้าจังๆหูหลันเยวี่ยก็เกิดกลัวขึ้นมาจริงๆ ต่อไปขึ้นเขาก็ต้องมีเพื่อนไปด้วยกัน
หลันเยวี่ยยังนั่งไม่ทันหายเหนื่อยย่าหลินก็ยกกุยช่ายห่อแป้งทอดมาให้
พอเข้ามาในบ้านย่าหลินก็ยิ้มให้จ้าวหงเหมยแล้วพูดว่า "หนูเยวี่ยเยวี่ยบ้านเธอนี่ดีไปหมดทุกอย่างแต่ติดตรงที่ขี้เกรงใจไปหน่อย ฉันชวนให้กินกุยช่ายทอดที่บ้านก่อน เธอก็ไม่ยอมกิน"
จ้าวหงเหมยจึงรีบพูดตามใจคนแก่ไปว่า"นั่นน่ะสิคะ เยวี่ยเยวี่ยยังไม่ค่อยกล้าแสดงออกคุณป้าก็ช่วยเอ็นดูหน่อยนะคะ"
จากนั้นจ้าวหงเหมยก็เปลี่ยนเื่คุย"ป้าคะ อากาศร้อนขนาดนี้ แค่ทอดขนมก็ลำบากแย่แล้วป้ายังเอามาให้พวกเราอีกตั้งเยอะ เกรงใจจังเลยค่ะ"
พอได้ยินจ้าวหงเหมยพูดจาเกรงใจขึ้นมาย่าหลินก็ตำหนิ "เมื่อกี้ยังว่ายัยหนูเยวี่ยเยวี่ยบ้านเธอเป็คนขี้เกรงใจอยู่เลยหงเหมย นี่เธอก็จะเป็ไปด้วยอีกคนเรอะ?"
จ้าวหงเหมยจึงบอกหลันเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ"เยวี่ยเยวี่ยไปตักข้าวต้มถั่วเขียวให้คุณย่าใหญ่ชามหนึ่งสิลูก"
"หนูไปเองค่ะ" ถิงถิงรีบคว้าชามเดินออกจากห้องโถงไป
ไม่นานถิงถิงก็วางข้าวต้มถั่วเขียวชามหนึ่งไว้ตรงหน้าคุณย่าหลิน"ย่าใหญ่คะ ข้าวสารนี้พวกเราซื้อมาจากในเมืองเมื่อวานส่วนถั่วเขียวเป็ของที่บ้านปลูกเองค่ะ"
ย่าหลินยิ้มแล้วพูดว่า"ถั่วเขียวบ้านเธอโตเร็วจริงๆของที่บ้านฉันปลูกยังอีกนานเลยกว่าจะโต"
จ้าวหงเหมยจึงตอบว่า"ของที่บ้านหนูปลูกเร็วน่ะค่ะ ป้าคะเดี๋ยวหนูให้ถิงถิงตักให้ป้าเอากลับไปต้มน้ำถั่วเขียวกินนะคะ"
ย่าหลินรีบโบกมือ"ไม่ต้องๆ ของที่บ้านฉันปลูกเมื่อปีที่แล้วยังเหลืออยู่เลย"
ย่าหลินกินข้าวต้มถั่วเขียวตรงหน้าจนหมดชามก่อนจะขอตัวลาไป
พอผู้เฒ่าหลินเดินออกไปแล้วหูหลันเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "ย่าใหญ่ใจดีขนาดนี้พี่หลินซือหย่วนหน้าตาก็ไม่ขี้เหร่นี่นา ทำไมถึงเป็แบบนั้นไปได้นะ?"
จ้าวหงเหมยก็ถอนหายใจตามไปด้วย"บางทีนี่อาจจะเป็โชคชะตาแหละมั้งหวังว่าเด็กคนนั้นจะคิดได้ไวๆ มีเมียมีลูกแต่เนิ่นๆคุณย่าของเขาก็จะได้สบายใจเสียที"
ถิงถิงเบ้ปาก"หนุ่มๆ ในหมู่บ้านต้องทำนาเก่ง ขยันขันแข็งอดทนแต่หลินซือหย่วนี้เีสันหลังยาว ต้องพึ่งคุณย่าเลี้ยง ใครเขาจะยอมให้ลูกสาวดีๆแต่งงานกับคนแบบนั้นกันคะ?"
เื่ที่หลินซือหย่วนจะมีครอบครัวจ้าวหงเหมยดูจะมองโลกในแง่ดีกว่า "ตอนนี้ซือหย่วนอาจจะยังไม่รู้ความแต่พอมีครอบครัวแล้วก็จะดีขึ้นเองนั่นแหละ ซือหย่วนตัวสูงหน้าตาดีหาคนที่เหมาะสมคงไม่ยากหรอก"
พอพูดถึงเื่นี้ถิงถิงก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ "นั่นสิคะหนูได้ยินมาว่าเกาลี่อยากจะแต่งงานกับพี่หลินซือหย่วนแทบแย่แต่เสียดายที่พี่หลินซือหย่วนไม่ได้ชอบเธอ"