Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 45 รีบออกมา

    ตอนที่ 45 รีบออกมา



                “เหนื่อยชะมัด...”

                ราดิชเหงื่อโทรมกายจังหวะในการลงจอบเริ่มขาดช่วงเพราะพลังกายที่ถดถอยลงไปมาก พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดถูกเขาพลิกขึ้นมาดูเหมือนว่าผืนดินแถบนี้จะมีมันโคมิสเจริญเติบโตอยู่มาก

                แต่เขาก็ขุดขึ้นมาเฉพาะหัวที่แก่จัดเท่านั้นหัวอ่อนเขาปล่อยเอาแบบนั้น รวมถึงเหง้าของมันที่กำลังรอวันเติบโต

                “ถ้าคราวหน้าลงมาอีกค่อยมาเก็บมันก็แล้วกัน”

                เขาขุดมาเป็นวันแล้วแต่ก็ยังพลิกแผ่นดินได้ไม่ทั่วบริเวณนี้เลยต่อให้มีแรงแค่ไหนก็ต้องมีหยุดพักกันบ้าง ไหนจะต้องคอยระแวงสัตว์อสูรอีกยังดีที่ไม่มีพวกตะขาบโผล่มาอีก

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ฟื้นฟู SP ความเร็วสูง LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดระดับการใช้ SP ขั้นสูง LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ร่างพริบตาLV 2 เพิ่มเป็น LV 3

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ความอึดLV 2 เพิ่มเป็น LV 3

     

                    “นี่ข้าขุดมานานแค่ไหนแล้วเนี่ยขุดจนสกิลพัฒนาเฉย”

                ราดิชยังคงเหวี่ยงจอบขุดดินต่อไปค่าพลังกายหมดก็หยุดพักฟื้น แล้วก็ขุดต่อไป จนเขาเองก็ลืมเวลาไปแล้วจนในที่สุดก็ขุดดินแถบนี้ขึ้นมาจนหมดและไม่พบหัวมันที่ใช้ได้อีกแล้วเขาก็ล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง

                “ในที่สุด...”

                ผืนดินบริเวณนี้ถูกพลิกขึ้นจนไม่เหลือสภาพเดิมถึงมันจะร้อนจนมีไอขึ้น แต่สำหรับราดิชแล้วผืนดินพวกนี้ก็แค่ดินอุ่นๆเหมือนตากแดดเท่านั้น

                ราดิชมองกองมันเทศที่เขาขุดขึ้นมาได้มันน่าจะมีประมาณพันหัวได้ที่เป็นหัวแก่พร้อมกินซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องถูกเก็บไว้ก่อน เพื่อรอนำกลับไปกลั่นเป็นเม็ดยาต่อไป

                เขาลุกขึ้นเก็บจอบและกวาดมันเทศพวกนั้นเข้ามิติเก็บของจนหมด เขาไม่มีธุระอะไรกับที่นี่แล้วจึงตัดสินใจออกเดินทางต่อ

     

     

                ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่เขาเจอเป็นกลุ่มที่สองหลังมาถึงที่นี่ก็ยังเป็นพวกตะขาบเขาเจอพวกมันอีกฝูงที่มีจำนวนใกล้เคียงกับฝูงแรก ดูท่าพวกมันจะออกล่าเหยื่อเป็นฝูงเพราะเมื่อมันเห็นราดิชในสายตา พวกมันก็กรูกันเข้ามาโจมตีอย่างไม่ลังเล

                ราดิชสาดพลังเวทใส่พวกมันไม่ยั้งเป้าที่เล็กขนาดนี้เขาคงไม่อยากเข้าไปสู้ด้วยเท่าไร แถมมันมีค่าความเร็วสูงด้วยเวทแสงถูกซัดใส่พวกมันจนตกตายแทบจะทั้งหมดในครั้งเดียว

                ตะขาบที่เขาเจอส่วนใหญ่มีเลเวลหนึ่งถึงหกจะมีตัวเลเวลแปดอยู่บ้างเหมือนกัน ซึ่งหมายความว่าตัวเลเวลสิบอาจพัฒนาได้ซึ่งสัตว์อสูรปกติเมื่อพัฒนาแล้วจะแข็งแกร่งขึ้นมาก เขาไม่อยากจินตนาการเลยว่ามันพัฒนาไปร่างระดับสูงจะมีขนาดตัวใหญ่แค่ไหนกัน

                พวกมันแต่ละตัวไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไรทว่าเมื่ออกล่าเป็นฝูงกลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ลองถูกพวกมันรุมกัดเข้าไปทีนึงก็มีโอกาสติดสถานะผิดปกติแล้วจากนั่นก็จะโดนพวกมันรุมทึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย

               

     

            “อะไรนั่น..”

                ราดิชที่เพิ่งจัดการฝูงตะขาบไปอีกฝูงก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่สุดขอบสายเขาเพ่งมองพร้อมใช้สกิลส่องทางไกล ก็เห็นบางอย่างที่ไกลออกไป

                “ดูเหมือนจะเป็นตัวอะไรสักอย่างกับต้นไม้”

                ตอนนี้ความสนใจของเขาตกไปอยู่ที่นั่นแล้วเขามุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นและได้เห็นสิ่งที่ตัวเองสงสัย

                เบื้องหน้าเขาริมผนังถ้ำฝั่งหนึ่งมีต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมดลักษณะภายนอกเหมือนต้นมะเขือเทศ ทว่าใบของมันกลับมีสีแดงเข้มตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมโผล่ออกมาเต็มไปหมด ความสูงแต่ละต้นเฉลี่ยหนึ่งเมตรเขาเห็นพวกมันขึ้นเต็มไปหมด แต่ละต้นมีผลสีแดงสดแวววาวอยู่หลายลูก

                นอกจากต้นมะเขือเทศแล้วยังมีสัตว์อสูรอยู่ที่นี่กว่าสิบตัวพวกมันกำลังเก็บผลสุกสีแดงสดกินอยู่อย่างเอร็ดอร่อย

                รูปร่างของพวกมันเหมือนคนแคระตัวเล็กแถมอ้วนพุงโลมันสูงพอกับต้นมะเขือเทศ ทว่าหน้าตาของมันนั้นอัปลักษณ์มาก ปากหนา คางยื่นจมูกใหญ่งองุ้ม ดวงตาปูดโปน ใบหนาเหี่ยวย่น ใบหูแหลม พวกมันมีผิวสีแดงเข้มและมีปีกคู่หนึ่งที่กลางหลัง

                “ตัวอะไรวะเนี่ย!!”

                ราดิชเข้าไปใกล้พอจนใช้สกิลประเมินได้และเขาก็ลองประเมินพวกมันดู

     

    เผ่า ไดดาลอสทริซ LV 5     ชื่อ ไม่มี

    ค่าสเตตัส

    HP 490/490 (สีเขียว) (รายละเอียด)               

    MP 350/350 (สีฟ้า) (รายละเอียด)

    SP 380/380 (สีเหลือง) (รายละเอียด)

    SP 356/380 (สีแดง) (รายละเอียด)

    ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 321 (รายละเอียด)

    ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 308 (รายละเอียด)

    ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 336 (รายละเอียด)

    ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 348 (รายละเอียด)

    ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 334 (รายละเอียด)

    สกิล

    ภูตไฟ LV 1                                                            ระดับความเร็วในการฟื้น MP LV 1

    อัคคีไร้ผล                                               แม่นยำLV 3

    บิน LV 1                                                                 ต้านพิษ LV 2

    ต้านการเน่าเปื่อย LV 2                                        ต้านอาการอัมพาต LV 3

    ต้านกรด LV 3

    สกิลพ๊อยท์ 250

    ฉายา

    ไม่มี

     

                “ภูตไฟเลเวลหนึ่งอย่าบอกนะเจ้าพวกนี้เป็นเผ่าภูติ”

                ราดิชอ้าปากเหวอเมื่อได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วเจ้าตัวอัปลักษณ์พวกนี้เป็นภูตมันช่างขัดกับสิ่งเขาเคยประสบมาอย่างมาก

                “หรือเพราะว่ามันเป็นภูตไฟและยังอยู่ในที่แบบนี้อีก”

                เขายังไม่อยากเชื่อเพราะใช้อดีตเผ่าภูตที่เขารู้จักนั้น เป็นเผ่าที่มีรูปร่างงดงาม แม้จะตัวเล็กก็ตามแต่ภูตที่เขาเจอเป็นภูตลมกับภูตน้ำ เลยไม่รู้ว่าภูตธาตุอื่นจะมีหน้าตาเหมือนกันหรือเปล่า

                “ถ้ามันเป็นภูตจริงก็ฆ่าพวกมันเอาฉายาได้สิ ฮ่าๆๆ”

                ความคิดชั่วร้ายฉายวาบขึ้นมาทันใดเขาพุ่งไปที่นั่นด้วยความเร็วสูงสุดในชั่วอึดใจเขาก็ไปถึงที่นั่นและเปิดฉากฆ่าฟันขึ้น

                ภูตตัวหนึ่งที่ไม่ทันระวังตัวถูกเขาฟันร่างขาดสองส่วนในทันใด และนั่นก็ทำให้พวกมันที่เหลือรู้ตัวพวกมันพากันบินขึ้นไปและอ้าปากพ่นลูกไฟใส่เขาซึ่งราดิชก็คิดไว้แล้วว่ามันต้องทำได้

                ดาบในมือตวัดฟันลูกไฟเหล่านั้นอย่างไม่สะทกสะท้านเขาพยายามล่อพวกมันให้ออกห่างจากต้นมะเขือเทศ แม้พวกมันจะเป็นเผ่าภูตทว่าก็ยังไม่ได้มีสติปัญญามากนัก พวกมันบินไล่หลังราดิชไปพร้อมพ่นลูกไฟใส่เขา

                ราดิชล่อพวกมันออกมาห่างพอสมควรก็หันหลังกลับไปสู้เวทน้ำถูกสาดออกไปอย่างรุนแรงบอลวารีพิสุทธิ์อันทรงพลังพุ่งเข้าปะทะพวกมันอย่างจัง ร่างของพวกมันถูกมวลน้ำบดขยี้จนแทบไม่เหลือซากไปหลายตัว

                ตูมบึม!!!

                    พวกมันที่เหลือชะงักและหันหลังจะหนีเมื่อเห็นพวกพ้องตายไปแต่ราดิชย่อมไม่ปล่อยให้มันรอดอยู่แล้วเขาพุ่งตามพร้อมสาดเวทวารีพิสุทธิ์ใส่พวกมันเรียงตัวเพียงอึดใจเดียวเหล่าภูตหน้าตาอัปลักษณ์กว่าสิบตัวก็สิ้นชีพหมด

                “พวกมันไม่ได้เก่งกว่าม้าน้ำเลยกระจอกเกินไป”

                ราดิชบ่นอุบและเก็บร่างของบางตัวที่ยังสภาพดีอยู่ไว้ก่อนจะย้อนกลับไปยังต้นมะเขือเทศ ซึ่งถ้าเขาเดาไม่ผิดจะต้องเป็นของดีแน่เขากลับไปถึงก็ลองประเมินมันดู เพราะนี่เป็นต้นที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

     

    มะเขือเทศโอรานา

                -มันคือผักแห่งสวรรค์ค้นพบได้ในสถานที่มีอากาศสุดขั้ว มันจะดูดซับพลังธาตุของที่นั่นเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นผลฟื้นฟูค่าพลังแตกต่างกันไปตามแต่ละธาตุ

                -ธาตุไฟฟื้นพลังชีวิต

                -ธาตุดินฟื้นพลังกาย

                -ธาตุน้ำฟื้นมานา

                -ธาตุลมฟื้นพลังชีวิต

                -ธาตุมืดฟื้นพลังกาย

                -ธาตุแสงฟื้นมานา

     

                “มะเขือเทศโอรานา!!! ไม่นึกว่าหน้าตาจะเป็นแบบนี้ ที่นี่มีแต่ธาตุไฟ แสดงว่าผลของมันฟื้นฟูพลังชีวิตได้ฮ่าๆๆทำไมเราถึงได้โชคดีติดกันแบบนี้ หรือว่าแผ่นดินฝั่งนี้จะเป็นแหล่งสมุนไพรกัน”

                ราดิชหัวเราะเบิกบานใจขณะไล่เก็บผลมะเขือเทศโอรานาอย่างระมัดระวังเพราะหนามของมันแหลมคมไม่เบา เขาไม่อยากเจ็บตัวเหมือนกันเขาประเมินแล้วมีพวกมันขึ้นอยู่นับร้อยต้น

                บางทีพวกมันอาจเป็นแหล่งอาหารของภูตเหล่านี้ก็ได้เพราะผลของมันก็จัดว่าใหญ่กว่าผลมะเขือเทศทั่วไปอยู่ไม่น้อยใหญ่กว่าผลลาโบลาเสียอีก เขาเก็บผลสุกที่มีสีแดงเปล่งปลั่งไปจนเกือบหมดเหลือไว้แต่ผลอ่อนอีกมากมาย

                “ถ้าเราดักอยู่แถวนี้อาจมีภูตมาให้เราเชือดอีกก็ได้ หึหึ”

                เขาวางแผนสุดบรรเจิดก่อนจะหาที่หลบแถวนั้นและเก็บซ่อนกลิ่นอายตัวเองอย่างมิดชิดเขาเก็บผลมะเขือเทศโอรานาได้หลายร้อยผลเลยจากการประเมินขั้นที่สองทำให้ทราบว่ามันเป็นผลไม้ระดับมิสทิคเช่นเดียวกับมันโอมิส และถ้าเอาไปผ่านกรรมวิธีสกัดอย่างถูกต้องจนได้สารเข้มข้นก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก

                “รีบออกมาไวๆเจ้าพวกตัวอัปลักษณ์ฮ่าๆๆ”

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน