ไป๋เซียงจู๋ตื่นจากภวังค์หลังได้ยินคำพูดของตู้เจวียนนางพยักหน้าและก้าวเท้าเดินเข้าไปในวัดต้าโฝ
เมื่อเดินเข้าประตูใหญ่วัดต้าโฝภายในยังคงเหมือนที่นางเคยมาในอดีต นึกไม่ถึงว่าเช้าขนาดนี้ก็มีคนมาไหว้พระมากมาย ดูจากจำนวนผู้แสวงบุญที่มาเยือนและกลับออกไปวัดต้าโฝสมกับเป็อารามหลวงประจำราชวงศ์จริงๆเดิมทีไป๋เซียงจู๋คิดว่านางมาเช้าพอสมควรแล้วทว่าผู้คนเหล่านี้มาถึงเช้ายิ่งกว่านางเสียอีก
กระถางธูปหน้าพระอุโบสถปกคลุมด้วยควันโขมงชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียงมาสักการะกันอย่างขวักไขว่พวกเขาประนมมือขึ้นจรดอก หน้าผาก เหนือศีรษะ และนมัสการอย่างเคารพนบนอบ
พอเห็นใบหน้าเลื่อมใสของคนเหล่านี้จิตใจของไป๋เซียงจู๋ก็สงบลง
ไม่นานหลังจากนั้นคณะของไป๋เซียงจู๋เดินไปยังประตูทางเข้าพระอุโบสถตู้เจวียนไล่เด็กรับใช้หนุ่มที่ตามมากลับไปเหลือเพียงหญิงชราและสองสาวใช้เซียงจิ้งกับตู้เจวียนที่ติดตามมาด้วยกัน
ไป๋เซียงจู๋มองแม่เฒ่าตู้กับสาวใช้เซียงจิ้งที่มีอาการเบื่อหน่ายแทบขาดใจเพียงแวบเดียวนางเข้าใจแจ่มแจ้งทันที บ่าวจองหองสองคนนี้ไม่ได้เห็นตนเป็นายโดยสิ้นเชิงเมื่อลองคิดดูก็ไม่แปลกนักตัวนางกับมารดาในตอนนี้มีสถานะในตระกูลไป๋ด้อยกว่าสาวใช้เสียอีก ไม่ต้องพูดถึงคนโปรดใกล้ตัวอวี๋ซื่ออย่างแม่เฒ่าตู้หากมิใช่เพื่อแสร้งทำสร้างภาพ น้าสะใภ้คงไม่จัดแจงคนติดตามให้เท่านี้ อาจกล่าวได้ว่าหากมิใช่เพื่อจับตาดูนาง น้าสะใภ้แสนดีของนางคงไม่ยอมลำบากลำบนเช่นนี้
พอคิดถึงตรงนี้ไป๋เซียงจู๋จึงเอ่ยปากพูดกับแม่เฒ่าตู้ “แม่เฒ่าตู้ วันนี้นั่งรถม้ามาก็เหนื่อยล้าแล้วข้าอยากอยู่ในโบสถ์อีกสักพัก ให้ตู้เจวียนอยู่กับข้าก็พอ ท่านไปพักผ่อนในห้องฌาน [1] หน่อยดีหรือไม่!”
นางมองไป๋เซียงจู๋ที่หน้าเปื้อนรอยยิ้มประจบประแจงแม่เฒ่าตู้อายุไม่ใช่น้อยแล้ว นางรู้สึกเหนื่อยจริงๆอย่างไรเสียแม่เด็กไป๋เซียงจู๋นี่ก็ขี้กลัวนักและนางยังติดสินบนยามเฝ้าประตูด้านนอกแล้วด้วย เด็กกระจ้อยร่อยนางนี้หนีไม่พ้นแน่
ส่วนเซียงจิ้งหมดความอดทนจะอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้วนางเบื่อหน่ายเหลือแสน กลิ่นธูปเทียนพวกนี้ยิ่งอบอวลจนปวดศีรษะดังนั้นเมื่อเห็นแม่เฒ่าตู้จากไป นางก็รีบย่องหนีอย่างว่องไวเช่นกัน
“คุณหนูนี่พวกนางหมายความว่าอย่างไรกัน แต่ละคนทำหน้าทำตารำคาญฮูหยินรองสั่งให้พวกนางคอยปรนนิบัติข้างกายคุณหนูนะเ้าคะ...” พอตู้เจวียนเห็นคนเหล่านี้จากไปจริงนางขมวดคิ้วนิ่วหน้าพร้อมบ่นอย่างไม่สบอารมณ์
ไป๋เซียงจู๋ส่ายหน้าน้ำเสียงของนางเรียบเฉย “เ้าคิดจริงหรือว่าแค่ออกมาขอพรแล้วสถานะของพวกเราจะสูงขึ้น พวกนางทำหน้าที่เพียงผิวเผินเท่านั้นนั่นแล”
“พวกบ่าวสุนัขรับใช้!” ตู้เจวียนสบถอย่างขุ่นเคือง แต่กลับทำให้ไป๋เซียงจู๋แอบหัวเราะกับตัวเองเด็กนี่เป็เช่นนี้เสมอมา โผงผาง เก็บอะไรไว้ในใจไม่อยู่มิเช่นนั้นคงไม่ลำบากมากขนาดนี้
เซียงจู๋เดินเข้าไปในอุโบสถวัดต้าโฝคุกเข่าลงหน้าพระประธานข้างในช้าๆ แล้วก้มกราบด้วยจิตใจบริสุทธิ์
เซียงจู๋ไม่เคยเชื่อในพระผู้เป็เ้าและไม่ได้คาดหวังว่า์จะล้างแค้นแทนข้าได้ แต่ตัวข้าไป๋เซียงจู๋ก็รู้สึกขอบคุณพระพุทธองค์อยู่ดีขอบพระคุณที่ท่านให้ข้าเกิดใหม่ ขอบพระคุณที่ให้โอกาสแก้แค้นแก่ข้าอีกหน ในชาตินี้ข้าจะปกป้องคนรอบข้างที่รักทุกคนข้าจะพึ่งกำลังของตนทวงสิ่งที่เป็ของข้ากลับมาทีละนิดกลืนกินหัวใจของพวกคนโเี้อำมหิตนั่นทีละน้อย ข้าสาบานว่าชาตินี้จะมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่รักเท่านั้นอยู่เพื่อตัวข้าเองเท่านั้น! นางปฏิญาณคำสาบานเหล่านี้ในใจจนจบ จากนั้นจึงหลับตาลงอธิษฐานต่อพระพุทธองค์ด้วยศรัทธาอันแรงกล้า
ภายในพระอุโบสถที่เงียบสงัด ไป๋เซียงจู๋คุกเข่ากราบบนเบาะรองอย่างมุ่งมั่นตั้งใจจนกระทั่งรู้สึกว่าขาเริ่มชา เซียงจู๋ถึงค่อยๆ ลืมตา
เมื่อตู้เจวียนที่อยู่ไม่ไกลเห็นคุณหนูของตนลืมตาก็รีบก้าวเข้าไปพยุงเซียงจู๋ขึ้น
หลังจากไป๋เซียงจู๋ลุกขึ้นยืนหน้าเบาะรองกราบแล้วนางยลโฉมพระพุทธรูปอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวกับตู้เจวียนข้างๆตนด้วยท่าทีไม่ยินดียินร้าย “พวกเราไปกันเถอะ ตู้เจวียน!” เมื่อสิ้นเสียงก็หันหลังเดินกลับไปทางด้านนอกพระอุโบสถ
ขณะกำลังจะออกจากพระอุโบสถนางก็นึกขึ้นได้ว่าในชาติก่อนท่านยายจะเสี่ยงเซียมซีทุกครั้งที่มาไหว้พระขอพรที่วัดต้าโฝนางจึงหยุดฝีเท้า เมื่อหันกลับมากวาดสายตาไปโดยรอบก็พบพระสงฆ์ชราคิ้วเคราขาวรูปลักษณ์สง่าผ่าเผยดุจเทพเซียนซึ่งไม่รู้ว่านั่งเงียบๆไม่ไกลจากโต๊ะบูชาั้แ่เมื่อไร เซียงจู๋ลังเลชั่วครู่ทว่านางเห็นกระบอกเซียมซีอยู่ตรงหน้าพระชรา
เซียงจู๋ส่งสายตาบอกตู้เจวียนและเดินไปทางพระชรารูปนั้น
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ได้เห็นท่าทางหลุบตาสวดมนตร์พึมพำของพระชราแล้วเซียงจู๋ไตร่ตรองเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากทักพระสงฆ์ชรา “ต้าซือ ข้ามาเสี่ยงเซียมซีเ้าค่ะ”
พระชราดูเหมือนไม่ได้ยินนิ่งเฉยไม่ไหวติง สีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ใด เซียงจู๋กำลังคิดจะเรียกอีกหนหนึ่งทันใดนั้น พระชราลืมตามองมายังนาง แววตาสุขุมเยือกเย็น เซียงจู๋ถูกโอบรับด้วยแววตานั่นจู่ๆ จิตใจก็รู้สึกสงบสุข เป็เวลาพักใหญ่กว่านางจะรู้สึกตัวพอจะเอ่ยปากทวนข้อความเมื่อครู่อีกรอบ พระสงฆ์ชรารูปนั้นกลับเอ่ยปากขึ้นก่อน “อาตมานามเจวี๋ยคง เจริญพรโยม”
เชิงอรรถ
[1]禅房 ห้องฌาน คือ ห้องหนึ่งภายในวัดเป็ห้องสำหรับเจริญสมาธิภาวนาและศึกษาพระธรรม