ตอนที่35 ผูกวิญญาณ
หญิงสาวผู้นอนสลบอยู่บนกองหินและเศษดินที่ทับถมกันจนเป็นเนินสูงกว่าสองเมตร
" ที่ไหนละเนี่ย "
นางกล่าวพร้อมกับพยุงตัวขึ้นในที่มืดอย่างยากลำบาก เพราะความเจ็บปวดจากขาข้างขวาได้ทำให้นางต้องล้มลงไปกับพื้นดินและกองหินนี้อีกครั้ง
ก่อนดวงตาสีดำจะเริ่มคุ้นชินจนสามารถมองเห็นขาข้างนั้นที่มันหักอย่างน่าใจหาย
หญิงสาวจึงพยายามหากิ่งไม้หรือแท่งยาวๆ มาดามขาของตนไว้ แล้วนางก็ใช้ชายเสื้อเพื่อพันมันให้แน่นก่อนแผ่นหลังจะหันไปพิงกับก้อนหินขนาดใหญ่
โฮกกกกกก
แต่ทันใดนั้นเสียงคำรามอันน่าหวาดหวั่นก็ดังกึกก้องจนพื้นดินเริ่มสั่นไหว
แล้วเสียงนั้นก็จางหายไปจึงทำให้หญิงสาวต้องรีบหมอบลงพร้อมกับหาที่กำบังเพื่อป้องกันภัยจากอันตราย
แต่ก็ไม่วายที่นางจะถูกมืออันขาวซีดพุ่งขึ้นมาจากกองหินแล้วจับขาข้างที่หักจนเสียงร้องอันแสนทรมานได้ดังออกมาจากปากของหญิงสาวอย่างน่าเวทนา
ซึ่งมันก็ทำให้นางต้องมีสติพอที่จะถีบมืออันขาวซีดนั้นออกพร้อมกับผลักตัวเองไปข้างหน้า ก่อนเสียงร้องอันอู้อี้จะดังขึ้นจนหญิงสาวต้องหันกลับมาฟังให้กระจ่างชัดอีกครั้ง
แล้วทันใดนั้นนางก็รีบยกก้อนหินและขุดดินออกไปเพื่อคว้ามือสีขาวนั้นไว้พร้อมกับดึงขึ้นอย่างสุดกำลัง
"อ่า ขอบใจเจ้ามากนะ "
และผู้ที่ออกมาจากพื้นดินก็เริ่มสำลักเศษฝุ่นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้วยท่าทางมึนเมา
"บ้าเอ๊ย เจอใครไม่เจอ " หญิงสาวได้ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อบุคคลที่นอนเมามายอยู่ตรงหน้าคือชายผมขาวผู้มิอาจทำประโยชน์อันใด
นางจึงละความสนใจในตัวเขาก่อนจะหันไปมองรอบๆ เพื่อหาทางออกจากตรงนี้ แต่ทันทีที่ชายผมขาวเริ่มมองเห็นใบหน้าของหญิงสาวเขาก็รีบลุกขึ้นมานั่งด้วยความตกตะลึง
ก่อนมืออันขาวซีดจะยื่นเข้ามาใกล้ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินจนนางเริ่มผงะ
แล้วดวงตาของทั้งสองก็จ้องมองกันอย่างไม่ลดละ ในขณะที่นิ้วมืออันขาวซีดกำลังลูบดินและเศษฝุ่นออกจากผิวแก้มอันขาวผ่อง
"นาธาเนียล "
เทียเอื้อนเอ่ยอย่างเศร้าหมองพร้อมกับหยาดน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นจนหญิงสาวเริ่มเกิดความสงสัยก่อนนางจะรีบปัดมือนั้นทิ้งไปด้วยใบหน้าอันบึ้งตึง
"เจ้าพูดถึงใคร? "
"ลีเดีย!! ไหงเจ้ามาอยู่ตรงนี้ล่ะ แล้วเราอยู่ที่ไหน!!"
"เราตกลงมาจากห้องขังไม่รู้คนอื่นๆ เป็นยังไงบ้าง "
ทันทีที่ชายผมขาวเริ่มกลับมามีสติอีกครั้ง หญิงชุดดำก็รีบลุกและเดินหนีโดยไม่สนใจในท่าทีของเขา
แม้ว่าเทียจะพยายามรื้อเหล่าก้อนหินเพื่อมองหาคนอื่นๆ อย่างขะมักเขม้นพร้อมกับร้องตะโกนขึ้นจนลีเดียต้องรีบเอามือปิดปากของชายผมขาวไว้ให้มั่น
"เงียบๆ หน่อย เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงคำรามแปลกๆ อาจเป็นสัตว์ร้ายก็ได้ระวังไว้หน่อย "
ลีเดียกล่าวอย่างระแวดระวังจนเทียนั้นเกิดความสงสัยว่าเหตุใดนางถึงมีท่าทีหวาดกลัวเช่นนี้ได้ ก่อนเขาจะพบกับเศษไม้ที่ลีเดียนำมาใช้ดามขาข้างขวาของตนไว้
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าช่วยนั่งลงหน่อยสิ "
เทียกล่าวพร้อมกับพยุงตัวลีเดียให้ไปนั่งอยู่บนพื้นหิน ก่อนเขาจะดึงขาข้างที่หักเพื่อนำมารักษาโดยการใช้สองมือประคบไว้อย่างละเมียดละไม
แล้วแสงสีเขียวอ่อนก็เริ่มรายล้อมร่างกายของทั้งสองจนลีเดียรู้สึกประหลาดใจเพราะขาข้างที่หักกำลังกลับมาเหมือนใหม่
"เจ้าทำแบบนี้ก็ได้ด้วยรึ "นางกล่าวพร้อมกับยกขาขึ้นมาดูด้วยท่าทางตื่นเต้นราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่
"เจ้าเองสินะที่ทำให้ข้าเข้าสู่ขั้นสูงได้ " ลีเดียเอ่ยถามอีกครั้งก่อนจะหันไปมองหน้าของชายผู้เศร้าหมองโดยที่เขาไม่ยอมกล่าวสิ่งใดและยังคงนิ่งเงียบต่อไปจนนางเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย
"เจ้าจะไม่พูดเลยรึว่าทำอะไรกับพวกเราบ้าง "
"ข้าก็ทำให้พวกเจ้ามีชีวิตต่อ… "
"จนลูกน้องข้ากลายเป็นปีศาจไปเลยรึ "
แต่ทันทีที่เทียเริ่มปริปากลีเดียก็กล่าวแทรกด้วยท่าทางเคร่งขรึมจนชายผมขาวได้หวนคำนึงถึงเฟดดี้ที่กลายสภาพเป็นตัวประหลาด
"นั่นเป็นเพราะเลือดข้าที่มอบให้แก่เขา แต่จะกลายเป็นแบบนั้นต้องอาศัยโชคช่วยไม่ใช่น้อยเลยนะ"
"และเจ้าก็ทำเช่นนั้นกับข้าด้วยรึ "
"ไม่….สำหรับเจ้ามันเลวร้ายกว่านั้นเยอะ "
เทียกล่าวแย้งพร้อมกับแหงนมองเบื้องบนอย่างเศร้าหมอง จนลีเดียต้องหันมาจ้องชายผมขาวด้วยความกังวลและสงสัย เทียจึงทำให้นางได้เข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเลวร้ายถึงเพียงใด
"ข้าได้ผูกวิญญาณของเราด้วยพิธีด้ายแดงแห่งชะตากรรม เพื่อมอบพลังวิญญาณทั้งหมดให้แก่เจ้า "
และคำกล่าวของชายผมขาวก็ทำให้ดวงตาอันกลมสวยต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนมือทั้งสองจะเริ่มฉีกทึ้งใบหน้าจนเทียต้องรีบเข้ามาคว้ามือนางไว้อย่างแนบแน่น
"ว่ายังไงนะ ผูกวิญญาณด้วยด้ายแดงงั้นรึ "