คีแวนยันตัวขึ้น ใช้เรี่ยวแรง เฮือกสุดท้ายเอามือซ้ายยกปืนกลไก เล็งใส่ตัวหมีั์จดๆ จ้องๆ แต่ยังไม่กล้ายิง
เ้าหมีั์ที่รู้สึกเหนื่อยล้า อยู่ไม่น้อย ทั้งมีอาการาเ็อีก ไม่รอช้าสูดดมกลิ่น“ฟึดๆ หันไปมองที่รถเลื่อน ที่อยู่ใกล้ๆ ค่อยๆ เคลื่อนกายเข้าไป ไม่สนใจ มากัส นอนสิ้นสติในรถเลื่อน เ้าหมีั์ดมกลิ่นและสอดส่องหา อะไรบางอย่าง
“ฟุบ” เด็กหนุ่มมนุษย์ะโลงมายืนอยู่บนรถเลื่อน จากที่ไหนไม่รู้ มือจับดาบปลายแหลมชี้ตรงไปที่เ้าหมีั์ แม้จะมีร่องรอยาแเต็มตัวเืซึมอยู่ที่มุมปาก ก็ยังจ้องสบสายตาโดยไม่หวาดเกรงต่อ เ้าหมีั์
“นาฟ ! เสียงพูดมาจากที่ไม่ไกลนายหนีไปเถอะ ข้าขอฝากลูกน้องอีก 2 คน ติดตามไปด้วย คีแวนค่อยๆ ขยับพยุงตัวขึ้นอย่างช้าๆ
“ไม่ ! หัวหน้าพวกเราจะไปด้วยกัน
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ ประสานสายตากันอย่างไม่ลดละ ต่างฝ่ายต่างไม่ขยับตัว นาฟผายมือออก เหมือนอยากจะถามว่า้าอะไร
ไม่นาน นาฟ ขยับขา เตะฝาปิดกล่องทีละ กล่องให้เปิดออกเป็หินเท็นซี่ แยกตามสี หมีั์เบิกตาโพรงไปเห็นหินสีแดงทันที
แววตาอาฆาตมาดร้าย ลดลงค่อยๆ ยื่นอุ้งมือมาหยิบหินสีแดงขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วประคองมาไว้ติดใกล้ๆลำตัวบริเวณอก
เืที่ไหลออกทั่วตัวเกิดกลุ่มควันสีแดงลอยออกจากหินสีแดง ปกคลุมบริเวณร่างของเ้าั์แดงอย่างเบาบางแผลเป็ที่เกิดจากการต่อสู้รวมถึงรอยเผาไหม้ เริ่มสมานเข้าหากันอาการาเ็ของเ้าั์แดงค่อยๆ ดีขึ้น
ทันใดนั้นก็ลืมตา สบสายตา อีกครั้ง นาฟ ไม่อาจรอช้าผลักกล่องที่เก็บหินสีแดงโดยเฉพาะ ดันไปข้างหน้าให้ เ้าหมีั์
หมีั์รีบคว้า หินที่อยู่ในกล่อง ที่มีอีก4-5 ชิ้น มองหน้า นาฟ อยู่ชั่วอึดใจ มองไปบริเวณรอบๆ จากนั้นค่อยๆถอยหลัง ก่อนจากไปหันหน้าเหมือนอยากจะบอกบางอย่างแต่กลับ ชี้ปลายนิ้ว ขึ้นฟ้า
จากนั้น ค่อย ๆเดินจากไป ทุกๆอย่างยังอยู่ในความเงียบสงบสักพักหนึ่ง นาฟ ที่เ็ปไปทั่วร่างเร่งสำรวจร่างกายตนเอง มีอาการาเ็หนักเอาการ จากแรงกระแทกมหาศาลนั้น อดนึกถึงจังหวะเสี้ยววินาที ที่ะเิอากาศแรงกระแทกใส่ตน
ด้วยสายตาบางอย่างของเ้าหมีั์ที่มองมาในตอนนั้น จู่ๆ มันก็ลดพลังลงไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไร
นาฟะโลงมาจากรถเลื่อน ทรุดร่างลง คุกเข่าลงข้างหนึ่ง
“แค๊ก“ ๆๆๆ
ไอออกมา เป็เืเอามือยันพื้นไว้ ยังขยับร่างกายไม่ได้ มองสำรวจโดยรอบสักพัก กำลังจะเคลื่อนตัวไปหา กลุ่มของ คีแวน
“จู่ ๆประสามััทั่วร่างตื่นตัว ััเสียง หวีดหวิวแหลมคมพุ่งมาจากทางด้านข้าง เป็ลูกดอกของหน้าไม้ที่พุ่งมาจากระยะไม่ไกล เป้าหมายคือบริเวณกกหูของตนเอง
“ฟ้าวววว ฉึก!
นาฟ ทิ้งตัวลงนอนลง “ฟึบ” กลุ่ม คีแวน เห็นเหตุการณ์ ดังกล่าว ในระยะใกล้ๆ ร้องเรียก “นาฟ!!!
ในตำแหน่งที่เป็พื้นที่มืดสลัวมองไม่เห็นชัดเจนนาฟ ล้มตัวนอนคว้าดาบปลายแหลมในมือ ม้วนตัวพุ่งไปทางข้างอย่างรวดเร็ว เสียบเหล็กเข้าไป ที่หน้าอก เด็กหนุ่มผมทองที่มือ จับเครื่องยิงหน้าไม้ที่พึ่งปล่อยลูกดอกออกไป “สวบบบ”
ซูิ อ้าปากค้างไม่มีแม้กระทั่งเวลาขอชีวิต สิ้นลมหายในทันที เสี่ยวชู เสี่ยวหมาน ที่เห็นเหตการณ์ เกิดอาการใอย่างถึงที่สุด
นาฟ ชักดาบปลายแหลมถอนออกมาจากเด็กหนุ่ม ด้วยสายตานิ่งสงบไม่หวั่นไหวใดๆ ะโสั่งการต่อ
นาย2 คน รีบพา คนเจ็บ มาปฐมพยาบาลตรงนี้เร็วเข้า !
“ คะ คะครับบบบบ”
สองพี่น้อง เสี่ยว ยังสั่นไปทั้งตัวไม่รอช้ารีบเคลื่อนตัวออกไปรับหัวหน้ากลับมาสำรวจและรีบรักษาาแต่างๆ คีแวน ลืมตาตื่นแต่ไม่สามารถพูดอะไรได้ร่างกายาแเต็มตัวแขนและต้นขาขวาหัก บอบช้ำภายในหนักเอาการ ส่วน มากัสที่กระดูกหักทั่วร่างก็อาการหนักกว่า ลมหายใจโรยรินเป็ตายไม่รู้
ส่วน นาฟปลีกตัวออก ไปรักษา ตัวเอง โดยหยิบสมุนไพร ภายในสัมภาระออกมาทาบ้าง กินบ้าง พร้อมนั่ง หลับตาอย่างสงบ พี่น้องเสี่ยว หันไปมองเป็ครั้งคราว แต่ไม่กล้า เอ่ยปากใดๆ
“หัวหน้าครับ ซูิโดน....
“ ไม่ต้องพูดแล้ว! คีแวนตัดบท
ชั่วเวลาผ่านไป ตกเวลาดึกไม่นาน หลังจาก ศึกตะลุมบอนเงียบไปสักพัก กลุ่มของ หมาป่า บริเวณใกล้เคียงเริ่ม เห่าหอน “โบว่!! ใกล้เข้ามาอีกครั้ง
แต่พอไม่นานเสียงอึกทึก “โครมมมมม” ๆ ๆ สักพักเสียงกลุ่มหมาป่าก็หายไป
“คีแวนยังไม่หลับสนิทดีเหลือบมองรอบๆ
“มันเกิดอะไรขึ้นสองพี่น้องมองหน้ากันเอง
เช้าตรู่วันต่อมา สองพี่น้องค่อยๆลุกตื่นจากความเหนื่อยล้า มองไปรอบๆ เห็น นาฟ จัดแจง สัมภาระอยู่บนรถเลื่อน
ภายในเห็นหัวหน้าและมากัส นอนอยู่ ทั้งคู่ พี่น้องเสี่ยวเร่งรีบเข้ามาช่วย จัดแจงเตรียมเสบียงอาหารอย่างเร่งรีบ
ในการเดินทางนาฟ พันาแรอบร่างกายตัวเอง มีไม้ค้ำเดินอยู่ข้างตัว เดินทางไปตามทิศทางที่คีแวนบอก ตลอดระยะเวลาเดินทางครั้งสุดท้าย ผ่านมา ราวๆ 3วัน 3 คืน ยังไม่เกิดพบอุปสรรคต่างๆ ใดๆ
เหมือนกับมีใครคอยระวังหลังให้ จะได้ยินเสียงหมาป่าเห่าหอนเป็ระยะแต่ก็เงียบไป นาฟ ที่เดินอยู่ข้างรถเลื่อนมองไปในทิศทางไกล
“มันยังตามมาอยู่รึเปล่าเสียงจากในรถเลื่อนเอ่ยถาม
“มันจากไปั้แ่เมื่อวานนี้แล้ว
นาฟหันหลังมองไปตามทิศทาง สรุปมันคือ สัตว์แปลง ชนิดใดทำไมมันมีความคิดอ่านเช่นนี้ การบิดเบือนของอากาศก่อนที่จะโจมตีนั้นคืออะไร หินสีแดงเ่าั้ คงช่วยให้มันบรรลุเื่ราวบางอย่างได้
กลุ่มเมฆก่อตัวคละครึ้มอากาศแปรปรวนจากร้อนระอุขึ้น มันไม่ใช่อุบัติการณ์ของลูกไฟั์ เป็ปรากฏการณ์ฟ้าครึ้มเปลี่ยนแปลงตามปกติ
่นี้อากาศจะแปรปรวนไม่รู้จะเกิดวิบัติอีกเมื่อไหร่ เราน่าจะใกล้ถึง แคมป์ ภายในวันนี้แล้ว
“ถัดจากเขาลูกนั้นไปก็จะถึงแดนนอก ซึ่งเป็อาณาเขตที่ มนุษย์อาศัยรวมกันเป็กลุ่มๆ หรือเราเรียกว่าชาวแคมป์พวกฉันอยู่แคมป์ที่ 13 เดี๋ยวเราจะพานายไปอยู่ที่แคมป์นั้น
ทางกลุ่มได้เดินทางมาถึงเนินเขามองไปที่ไกลๆ เห็นกลุ่มก้อนมนุษย์ กระจัดกระจายรวมตัวกันเป็กลุ่มๆ พื้นที่โล่ง มีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างแตกหักกระจายอยู่ทุกๆพื้นที่ ความเสียหายของการะเิของลูกไฟั์ในแต่ละครั้งอาจจะส่งผลกระทบในเขตแดนนอกบางส่วนแต่ไม่ถึงกับร้ายแรงเท่าจุดที่นายอยู่
คีแวนเริ่มอธิบายเื่ราวต่างๆ “ตัวข้านั้นไม่ใช่คนที่อยู่เขตในอาณานิคม เลยไม่รู้อะไรชัดเจนนัก พวกเราทุกคนรู้แต่ว่าไม่เคยมีลูกไฟั์ ตกเข้าใส่เขตอาณานิคมภายในเลย พวกเรา คนจากแดนนอก ก็ได้แต่อยู่ให้ใกล้กับเขตในอาณานิคมมากที่สุด แต่ก็ได้รับผลกระทบจากแรงสั่นะเืจากระยะไกลแผ่นดินไหวเป็ระยะ