“พวกเจ้าทำได้จริงๆได้เช่นนั้นข้าจะจัดที่อยู่ให้เผ่าเอลฟ์ทั้งหมดอาศัยอยู่ เจ้าให้คนไปสร้างหมู่บ้านสำหรับเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดและดูแลพวกเขาให้ดีภายในหนึ่งเดือนนี้ห้ามใครเข้าไปยุ่งกับพวกมัน”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”
“ฝ่าบาทข้าน้อยมีเรื่องอยากจะขอร้องฝ่าบาทอีกเรื่องหนึ่งพะยะค่ะ”
“เจ้ามีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ มู่จิ่ว”
“ข้าน้อยต้องการให้ฝ่าบาทไปเยี่ยมคนของเผ่าเอลฟ์บ่อยๆ ภายในหนี่งเดือนนี้เพื่อให้พวกเขามั่นใจและไว้วางใจฝ่าบาทเมื่อถึงเวลาที่เจรจากับฝ่าบาทพวกเขาจะได้รู้ว่าฝ่าบาทมีน้ำพระทัยห่วงใยพวกเขามากแค่ไหนพะยะค่ะ”
“ไม่เลวความคิดนี้ไม่เลว ได้ข้าจะทำตามที่เจ้าแนะนำ ข้าจะหมั่นไปเยี่ยมพวกมันกับพวกเจ้า”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
“เจ้ากับพี่ชายของเจ้าไปจัดการเรื่องที่อยู่ของเผ่าเอลฟ์ให้ดีข้ามอบให้เจ้าสองคนพี่น้องรับผิดชอบเรื่องนี้อย่าทำให้ข้าผิดหวังเสียหละ”
“พะยะค่ะฝ่าบาท”
หลังจากกลับมาเฟยหลงและมู่เจ๋อได้สั่งให้จัดทำที่พักให้กับเผ่าเอลฟ์ทั้งหมดอย่างดีให้เหมือนกับที่เดิมที่พวกเขาจากมามากที่สุด เฟยหลงพยายามให้มู่เจ๋อได้ทำหน้าที่นี้ให้มากที่สุดเขาอยากให้มู่เจ๋อมีผลงานให้มากที่สุดเพราะเฟยหลงต้องการความไว้วางใจจากมู่เจ๋อไม่อยากให้มู่เจ๋อสงสัยในตัวของเขาด้วย
การก่อสร้างที่อยู่ของเผ่าเอลฟ์ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงแค่สามวันที่อยู่สำหรับเผ่าเอลฟ์ทั้งห้าสิบคนก็เสร็จสิ้น พวกเขาถูกย้ายให้ไปอยู่ในพื้นที่ใหม่ในทันทีความสะดวกสบายที่เผ่าเอลฟ์ได้รับนับว่าเป็นความเป็นอยู่ที่ดีเป็นอย่างมากสำหรับเผ่าเอลฟ์ในตอนนี้
เฟยหลงติดต่อกับผู้อาวุโสทั้งห้าหลังจากที่เผ่าเอลฟ์ทั้งหมดย้ายไปยังที่อยู่ใหม่เสร็จสิ้นกษัตริย์ซือหยวนไห่พึงพอใจเป็นอย่างมากที่เห็นเผ่าเอลฟ์เริ่มที่จะฟังคำสั่งของเขามีเพียงบางครั้งที่กษัตริย์ซือหยวนไห่พยายามมอบสิ่งของให้กับเผ่าเอลฟ์ ในตอนแรกเผ่าเอลฟ์ไม่ยอมรับแต่เฟยหลงสั่งให้พวกเขารับไว้ให้หมดเพราะของที่กษัตริย์ซือหยวนไห่มอบให้นั้นเป็นของที่มีค่า และเป็นของที่ได้มาเปล่าๆ มิได้บังคับให้กษัตริย์ซือหยวนไห่เอามาให้เลยแม้แต่น้อย
กษัตริย์ซือหยวนไห่ต้องการที่จะซื้อใจเผ่าเอลฟ์ด้วยวัตถุและสิ่งของแต่เผ่าเอลฟ์นั้นอยู่มาด้วยความใสซื่อและไม่เคยหลอกลวงแต่พวกเขาทั้งหมดฟังคำสั่งของเฟยหลงเป็นอย่างดีหลังจากนั้นพวกเขารับของที่กษัตริย์ซือหยวนไห่มอบให้และเริ่มที่จะพูดเอาใจกษัตริย์ซือหยวนไห่ตามที่เฟยหลงแนะนำ
ถึงแม้ว่าบางคนในเผ่าเอลฟ์จะไม่พอใจแต่พวกเขาก็ยังทำตามคำสั่งของเฟยหลงเพราะนั่นคือหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขารอดกลับไปยังดินแดนเผ่าเอลฟ์ได้อีกครั้ง
ไม่เพียงแค่กษัตริย์ซือหยวนไห่เพียงลำพังที่เอาอกเอาใจเผ่าเอลฟ์ในตอนนี้เหล่าขุนนางทั้งหลายเริ่มที่จะเอาอกเอาใจเผ่าเอลฟ์ด้วยเช่นกัน เพราะหากพวกเขาสามารถดึงความสนใจของเผ่าเอลฟ์ให้มาอยู่กับพวกเขาได้องค์กษัตริย์ซือหยวนไห่จะมอบรางวัลโดยการเลื่อนตำแหน่งให้พวกเขาถึงสามขั้นเลยทีเดียว”
“พี่ใหญ่ข้ามีความคิดดี ดีแล้ว ท่านอยากเป็นกษัตริย์หรือไม่”เฟยหลงสร้างม่านป้องกันขึ้นมาพร้อมกับเอ่ย ตอนนี้มีเพียงแค่พวกเขาสามคนที่อยู่ในที่พัก
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรทำไมอยู่ ๆ เจ้าถึงได้พูดเช่นนี้”
“พี่ใหญ่คนของพวกเราคือนักเวท หากพวกเราสามารถยึดบัลลังก์ของกษัตริย์ซือหยวนไห่ได้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งใครอีกต่อไปท่านคิดหรือว่ากษัตริย์ซือหยวนไห่จะให้พวกเรามีอำนาจมากกว่านี้หากเกิดสงครามขึ้นอาจจะมีพวกที่อิจฉาพวกเรา เป่าหูให้องค์กษัตริย์กำจัดพวกเราทิ้งหรือไม่ก็ส่งพวกเราให้ไปรบหรือเสี่ยงอันตรายท่านคิดหรือว่าพวกเขาเหล่านั้นจะจริงใจกับพวกเรา”
“เจ้าพูดก็มีเหตุผล”
“พี่ใหญ่ท่านคิดหรือไม่ว่าหากคนของเราสามารถยึดอำนาจขององค์กษัตริย์ได้ พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าขุนนางพวกนั้นจะหักหลังพวกเราได้กษัตริย์ซือหยวนไห่นั้นนิสัยเป็นยังไงพวกท่านก็รู้ดีหากเขาต้องการกำจัดพวกเราก็ง่ายดังพลิกผ่ามือ พี่ใหญ่แล้วพวกเราจะให้คนแบบนี้มาบงการชีวิตของพวกเราเช่นนั้นหรือหากพวกเราทำไม่สำเร็จ พวกเรายังสามารถหนีเอาตัวรอดไปได้พวกเขาไม่สามารถทำอันตรายกับพวกเราได้อย่างแน่นอน”
“แต่หากพี่ใหญ่ต้องการอยู่แบบนี้ข้าเองก็จะไม่ไม่เอ่ยเรื่องนี้อีก ที่ข้าพูดมานี้เพราะไม่อยากให้พวกเราพี่น้องต้องทำงานให้กับกษัตริย์ซือหยวนไห่ฟรีฟรีท่านเองก็เห็นแล้วว่าแม้แต่บุตรชายของพระองค์ก็ยังไม่คิดที่จะช่วยเหลือหรือแก้แค้นอาณาจักรเจิ้นสุ่ยแม้แต่อย่างใด”
“คนแบบนี้นะหรือที่จะมาช่วยเหลือพวกเราเวลาพวกเราลำบากท่านพี่ท่านคิดให้ดีตอนนี้เป็นโอกาสของพวกเราแล้ว ”
มู่เจ๋อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงหันไปมองยังมู่กวางที่เป็นน้องคนสุดท้องเพราะพวกเขาไม่อาจจะไว้ใจคนอื่นนอกจากพี่น้องของตนเองได้มู่กวางทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับเห็นด้วยกับคำแนะนำของเฟยหลง
พวกเขาจะรับงานหรือทำงานอะไรส่วนใหญ่จะประเมินความเป็นไปได้ที่จะทำงานนั้นให้สำเร็จเสียก่อนแต่ในครั้งนี้พวกเขาแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะโอกาสอยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้วเพียงแค่ยึดอำนาจของกษัตริย์ซือหยวนไห่ให้ได้เท่านั้น
นักเวททั้งหลายล้วนอยู่ในการควบคุมของพวกเขาทั้งสามพี่น้องอยู่แล้วเพียงแค่พวกเขาสามารถยึดอำนาจจากกษัตริย์ซือหยวนไห่ได้พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้แทนได้แล้ว และอาณาจักรรอบ ๆเองก็จะไม่กล้ายุ่งกับอาณาจักรเมฆาตะวันตกอีกต่อไปเพราะพวกเขาทั้งสามสามารถควบคุมทหารทั้งหมดได้นั่นเอง”
“เรื่องนี้พวกเราต้องวางแผนการให้รัดกุมหากพลาดขึ้นมาพวกเราเองจะลำบากแต่หากสำเร็จอนาคตที่รุ่งโรจน์ก็รอพวกเราอยู่เช่นเดียวกัน พวกเจ้ามีแผนอะไรบ้างมู่จิ่วข้าคิดว่าเจ้าต้องมีแผนการอยู่ในใจแล้วใช่ไหมที่เจ้าแนะนำพวกเราเช่นนี้”
“ก็ไม่เชิงหรอกพี่ใหญ่ตอนนี้ข้าคิดได้แค่เพียงว่าทำอย่างไรให้เหล่าขุนนางแตกแยกกันให้ได้มากที่สุดเมื่อใดที่พวกเขาแตกแยกกัน พวกเราก็มีโอกาสมากยิ่งขึ้นพวกเราสามารถที่จะชักจูงขุนนางพวกนั้นเข้ามาเป็นพวกเราให้มากที่สุดอีกอย่างหากให้ผลประโยชน์กับพวกเขามากหน่อย พวกเขาก็จะเอนเอียงมาทางเรามากยิ่งขึ้น”
“ความคิดของเจ้าก็ไม่เลวงานนี้อาจจะใช้เวลาสักระยะแต่พวกเราก็สามารถวางรากฐานเอาไว้ได้ถึงตอนนั้นหากเรายึดอำนาจจากกษัตริย์ซือหยวนไห่ได้ก็จะไม่มีใครกล้าคัดค้านพวกเราที่สำคัญคือต้องวางแผนการทำให้ชื่อเสียงของกษัตริย์ซือหยวนไห่ให้หมดความน่าเชื่อถือด้วย”มู่เจ๋อเอ่ย
“พวกเจ้านี่มันเลวได้ใจจริงๆ เลย เรื่องเลว ๆ นี่หัวไวกันเชียวไม่คิดเลยว่าแค่ข้าแหย่เพียงนิดเดียวพวกเขาจะสามารถคิดต่อได้รวดเร็วขนาดนี้”เฟยหลงคิดอยู่ในใจ
“เรื่องทำให้กษัตริย์ซือหยวนไห่หมดความน่าเชื่อถือปล่อยเป็นหน้าที่ของข้าเองท่านพี่ทั้งสองคิดหาวิธีที่จะดึงพวกขุนนางทั้งหลายมาเป็นพวกให้ได้ก็เพียงพอแล้ว”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเพราะข้าได้โอสถเสริมปราณระดับเจ็ดมาหลายร้อยเม็ดตอนที่ไปซื้อโอสถของเจ้าหนุ่มคนนั้นเพียงแต่ว่าพวกเราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันมากนัก ข้าเลยกะจะเอาไว้เก็งกำไรข้าคิดว่าโอสถพวกนั้นเหล่าขุนนางพวกนั้นคงเห็นแล้วตาโตเลยทีเดียวหละ”
“เจ้านี่มันโชคดีด้านโอสถจริงๆเลยสงสัยคราวหน้าต้องเปิดร้านขายโอสถให้เจ้าแล้วกระมัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”มู่เจ๋อหัวเราะอย่างมีความสุข หลังจากปรึกษากันพักใหญ่ พวกเขาจึงได้แยกย้ายกันไป
เฟยหลงติดต่อกับผู้อาวุโสทั้งห้า ซึ่งตอนนี้บาเอลได้ติดต่อกลับมาแล้วว่าทางสำนักมังกรเพลิงยินดีที่จะเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ด้วยส่วน อาณาจักรเจิ้นสุ่ยกำลังรวบรวมกองกำลังทหารอยู่คาดว่าคงใช้เวลาเดินทางมาสมทบราวๆ ยี่สิบวัน
ซึ่งหากเป็นเช่นนี้เฟยหลงเองก็สามารถช่วยเหลือเผ่าเอลฟ์ได้ทั้งหมดและยังเป็นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้อีกด้วยตอนนี้เหลือเพียงแค่ทำให้ขุนนางของอาณาจักรเมฆาตะวันตกแยกเป็นสองฝ่ายเท่านั้นหากสามารถทำได้สำเร็จ พวกเขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะการที่จะทำสงครามในแต่ละครั้งล้วนมีค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นอย่างมากหากขุนนางแบ่งเป็นสองฝ่ายนั่นหมายความว่าพวกเขาได้พ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสงครามด้วยซ้ำไป
ยิ่งมีมู่เจ๋อที่ต้องการเป็นกษัตริย์แทนซือหยวนไห่ยิ่งทำให้งานของเฟยหลงง่ายกว่าเดิมทุกวันเฟยหลงจะนำมู่จิ่วออกมาสอบถามเกี่ยวกับอาณาจักรเมฆาตะวันตกซึ่งมู่จิ่วเองก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธที่จะตอบคำถามของเฟยหลงได้เลยเพราะทุกครั้งที่มู่จิ่วเริ่มโกหก เฟยหลงจะสามารถจับพิรุธของเขาได้ในทันที
และนี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เฟยหลงจะให้กับมู่จิ่วเพราะหากเขาโกหกอีกเพียงแค่ครั้งเดียวศีรษะของเขาจะไม่ได้อยู่บนคอของเขาอีกต่อไปทำให้มู่จิ่วต้องตอบคำถามของเฟยหลงอย่างตรงไปตรงมา เขาไม่กล้าโกหกเฟยหลงเพราะรู้ว่าเฟยหลงนั้นพูดจริงและทำจริง ๆ มู่จิ่วเดิมทีเป็นคนที่รักตัวกลัวตายอยู่แล้วเขาจึงยอมเล่าและบอกเรื่องทุกอย่างให้เฟยหลงทราบอย่างละเอียด
แม้จะเป็นระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนสำหรับเผ่าเอลฟ์นั้นเหมือนจะยาวนานเป็นอย่างมากแต่สำหรับอาณาจักรเมฆาตะวันตกนั้นเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นเองกองกำลังของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยนั้นค่อย ๆ ทยอยเดินทางมาสมทบกันอยู่ที่ชายแดน พวกเขาไม่เดินทางเป็นกองทัพมา
เพราะหากเดินทางเป็นกองทัพมานั้นจะตัองใช้เวลามากและอีกอย่างกองกำลังของอาณาจักรเมฆาตะวันตกจะรับรู้ได้ในทันที
แต่ถึงกระนั้นกองกำลังของอาณาจักรเมฆาตะวันตกก็ยังสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของกองกำลังของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยได้แต่ก็เป็นเพียงแค่ข่าวที่ไม่ได้กรอง ทำให้กษัตริย์ซือหยวนไห่ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนักเพราะไม่คิดว่าอาณาจักรเจิ้นสุ่ยจะกล้าทำสงครามใหญ่กับอาณาจักรเมฆาตะวันตกอย่างแน่นอน