“แม่ดูสิครับ นี่ขนาดพี่ใหญ่บอกไว้แล้วว่า่ที่เราไม่อยู่ เ้าสามต้องอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อกับแม่ วันนี้เขาขาดงานในไร่แล้วเข้าเมืองไปั้แ่เช้า จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย” จางหนานเดินวนอยู่หน้าบ้านไม่หยุด “อย่างนี้พวกเราจะไว้ใจให้เ้าสามดูแลพ่อกับแม่ได้ยังไง หรือว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นกับเขากัน ผมเข้าเมืองไปตามหาเ้าสามดีไหมครับแม่”
จางหนานหาเื่บ่นน้องชายไปอย่างนั้นเอง แต่ความจริงแล้วเขาเป็ห่วงและกลัวจริงๆ ว่าน้องชายจะไปก่อเื่ขึ้นที่ไหน เขาเห็นว่าน้องชายเข้าเมืองไปเกือบทั้งวันแล้วยังไม่กลับมาที่บ้านอีก อีกอย่างพรุ่งนี้เขากับพี่ใหญ่ต้องพาภรรยาไปเตรียมตัวคลอดที่โรงพยาบาลในเมืองแล้ว เขาก็เลยคิดว่าเขาต้องไปตามหาน้องชายให้เจอเสียก่อน ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เขาต้องห่วงหน้าพะวงหลังแน่ๆ
“พี่รองกำลังจะไปไหนหรือครับ” จางเป่าจินเดินยิ้มเข้าบ้านมาอย่างอารมณ์ดี ใครจะไปคิดว่าวันนี้จะเกิดเื่ดีๆ ขึ้นกับเขากันล่ะ เขากำลังจะมีคู่หมั้นเชียวนะ เห็นเธอครั้งแรกเขาก็หลงรักเธอเข้าให้แล้ว และก็โชคดีที่เธอรับไมตรีจากเขา
“ก็ไปตามหานายน่ะสิ ทำไมหรือ...ฉันกับพี่ใหญ่แค่บอกให้นายอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อกับแม่แค่นี้ นายถึงกับกลัวว่าจะไม่ได้เที่ยวก็เลยเข้าเมืองไปทั้งวันเลย” จางหนานเดินไปพลิกตัวน้องชายไปมาก็โล่งใจที่เห็นว่าน้องชายยังสบายดี “ไม่ได้ไปมีเื่ชกต่อยที่ไหนก็ดีแล้ว”
“ตกลงว่าพี่รองเป็ห่วงผมหรือโมโหผมกันแน่ครับเนี่ย” จางเป่าจินหัวเราะพี่ชาย เขารู้ดีว่าพี่ชายแค่เป็คนพูดจาไม่เข้าหูแค่นั้นเอง แต่พี่ชายก็รักและเป็ห่วงเขามาก
“เอาล่ะๆ แกเล่าให้พ่อฟังซิว่าแกเข้าไปทำอะไรในเมืองถึงได้กลับมาเอาป่านนี้” จางเทาถามลูกชาย
“ผมไปพบคนรักของผมมาน่ะสิครับ” จางเป่ารีบอ้างเหตุผลตามที่ได้ตกลงกับหลี่ปิงปิงไว้ “ก็พี่ใหญ่กับพี่รองบอกไว้ว่า่นี้ไม่ให้ผมเข้าเมืองเพื่อให้ผมอยู่ดูแลพ่อกับแม่ ผมก็เลยต้องไปหาคนรักของผมน่ะสิ ถ้าอยู่ดีๆ ผมหายไปหลายวัน เธออาจจะเข้าใจผิดผมได้ แล้วเนี่ย...ปิงปิงยังฝากของมาให้พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองด้วยนะครับ”
สะใภ้รองได้ยินว่ามีของๆ ตัวเองด้วย เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหาจางเป่าจินเพื่อคว้าถุงผ้าใบนั้น แต่เธอยังไม่ไวเท่าจางหนาน รายนั้นเมื่อรู้ว่ามีของฝาก เขารีบคว้าถุงแล้วเอาไปให้มารดาดูก่อนทันที ของแบบนี้ต้องให้ผู้ใหญ่ในบ้านดูก่อนสิ
“คุณทำอะไรอาหนาน น้องสามบอกแล้วว่าของในถุงผ้ามีของฉันรวมอยู่ด้วย” สะใภ้รองบ่นสามี
“ผมก็ได้ยินเหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องให้คุณแม่ดูก่อน คุณจะเสียมารยาทกับคุณแม่ไม่ได้” จางหนานดุภรรยา
สะใภ้รองรีบหันหน้าไปมองแม่สามีทันที “ฉันขอโทษนะคะคุณแม่ ฉัน...ฉันแค่ดีใจไปหน่อยน่ะค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอก ยังไงของพวกนี้ก็เป็ของเธอ” ซ่งหนิงหันไปมองบุตรชายคนรอง “แกก็อย่าเข้มงวดกับเมียแกนักเลย บอกกันดีๆ ก็ได้ อะไรกัน...เอาแต่ตีหน้าั์ใส่หล่อนอยู่ได้”
“ผมแค่อยากปรามเธอไว้ก่อนเท่านั้นเองครับ ผมไม่อยากให้เธอเหมือนกับสะใภ้บ้านอื่นที่มักจะมีปัญหากับแม่สามี ผมดุเธอก่อน แม่จะได้ไม่ต้องดุเธอไงครับ” จางหนานรีบอธิบาย
ซ่งหนิงได้แต่ส่ายหน้าให้ลูกชาย นางหันไปพูดกับจางเป่าจิน “เ้าสาม แกบอกแม่มาอีกทีซิว่าแกไปได้ของในถุงนี้มาจากใครนะ”
“คนรักของผมให้มาน่ะสิครับ” จางเป่าจินยิ้มกว้าง
“แกไปมีคนรักั้แ่เมื่อไหร่ แล้วหล่อนนิสัยยังไง พ่อแม่เป็คนยังไง”
“โอ้โห...แม่! ทำไมถามเยอะอย่างนี้ล่ะครับ” จางเป่าจินยิ้ม “เธอชื่อหลี่ปิงปิงครับ เป็ผู้หญิงที่สวยมากและกตัญญูสุดๆ เธออาศัยอยู่กับพ่อแค่สองคนเพราะแม่เสียไปแล้ว วันนี้ที่ผมกลับมาช้าก็เพราะช่วยเธอจัดการปัญหากับที่บ้าน คือ...เธอถูกปู่กับย่าตัดความสัมพันธ์ในครอบครัวน่ะครับ แต่แม่อย่าเข้าใจผิดนะครับ เธอกับพ่อถูกคนบ้านใหญ่เอาเปรียบมาหลายปี ครั้งนี้ได้หัวหน้าหมู่บ้านออกหน้าช่วยเหลือ ถ้าไม่อย่างนั้นเธอกับพ่อต้องจ่ายเงินค่าแยกครอบครัวตั้งหกร้อยเหรียญแน่ะ”
“แกไปรู้จักกันได้ยังไง”
“เอ่อ...คือ...เื่นี้ผมเล่าให้แม่กับพ่อฟังทีหลังได้ไหมครับ” คราวนี้จางเป่าจินยิ้มไม่ออกแล้ว เขาจะบอกได้ยังไงว่าเขาไปรับจ้างลุงหลี่เข้าไปขายของในตลาดมืด เขาไม่ได้กลัวหรอกถ้าจะบอกความจริงให้คนในบ้านรู้ แต่มีคนที่เขากังวลที่สุดคือพี่สะใภ้รองของเขาต่างหาก รายนั้นปากมีหูรูดเสียที่ไหน
ซ่งหนิงมองหน้าลูกชายคนเล็กก็เข้าใจเมื่อเห็นสายตาของเขาไปตกอยู่ที่สะใภ้รอง “เอาเถอะเอาไว้วันหลังแกค่อยมาเล่าให้แม่ฟัง เปิดถุงออกดูเถอะว่าคนรักของแกฝากอะไรมาให้พี่สะใภ้”
จางเป่าจินกลับมายิ้มได้อีกครั้ง เขารีบเปิดถุงผ้าออกทันที
“ผมบอกปิงปิงว่าพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองกำลังจะคลอด แล้วพี่ชายทั้งสองคนของผมก็ต้องไปนอนเฝ้าพี่สะใภ้ที่โรงพยาบาล ปิงปิงก็เลยเตรียมผ้าเช็ดตัว สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ กับกระติกน้ำร้อน ไว้ให้พวกพี่ๆ ไปใช้ที่โรงพยาบาลน่ะครับ แม่ดูสิครับ...มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลย”
ทุกคนมองดูของที่จางเป่าจินเอาออกมาก็ต้องแปลกใจ เพราะมันเป็ของดีอย่างที่ชายหนุ่มบอกจริงๆ และของพวกนี้ยังแบ่งออกเป็สองชุดอย่างละเท่าๆ กันด้วย
“เ้าสาม นายรีบเอาของไปคืนคนรักของนายเถอะ ของดีอย่างนี้ต้องเสียเงินซื้อตั้งเท่าไหร่ พวกเราฝากขอบใจเธอด้วย” จางเกินรีบบอกน้องชาย เขารับของแพงๆ อย่างนี้จากน้องสะใภ้ไม่ได้หรอก
“นั่นสิเ้าสาม ของพวกนี้ราคาไม่ต่ำกว่าสิบเหรียญเลยมั้ง ของมีค่าอย่างนี้พวกเรารับไว้ไม่ได้หรอก” จางหนานรีบเสริมเช่นกัน
จางเป่าจินมองหน้าคนในครอบครัวแล้วยิ้ม ต้องบอกว่าคนบ้านจางนั้นช่างไม่เหมือนใคร คำว่าโลภพวกเขาสะกดเป็กันไหมนี่ “พวกพี่ไม่ยินดีรับของจากปิงปิง ถ้างั้นก็แสดงว่าพวกพี่ไม่อยากต้อนรับเธอให้เข้ามาเป็น้องสะใภ้ใช่ไหมครับ”
“แล้วมันเกี่ยวกันไหม นายอย่ามาพูดซี้ซั้ว ถึงฉันอยากจะให้เมียของฉันใช้ของดีๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดกับต้องให้น้องสะใภ้มาเสียเงินทองมากมายเพื่อซื้อของพวกนี้หรอกนะ” จางหนานหันไปทำเสียงเข้มใส่ภรรยา “คุณรีบบอกเ้าสามไปสิ อย่าโลภกับของพวกนี้จนไปสร้างความเดือดร้อนให้น้องสะใภ้”
สะใภ้รองมองของตรงหน้าอย่างเสียดาย เธออยากได้ของพวกนั้นใจจะขาดอยู่แล้ว แต่เธอก็เห็นด้วยกับสามี ของมีค่าขนาดนี้เธอรับไว้ไม่ได้หรอก เธอไม่ได้โลภขนาดนั้น “เอ่อ...น้องสาม ของมีค่าอย่างนี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก”
“โถ่! ทุกคนฟังนะครับ ถ้าพี่สะใภ้ไม่รับของพวกนี้ไว้ ปิงปิงก็จะไม่รับหมั้นกับผม” จางเป่าจินหันไปมองหน้าพ่อกับแม่อย่างน่าสงสาร “แม่ครับ ผมอายุตั้งสิบเก้าปีแล้วนะครับ ไม่ง่ายเลยนะที่ผมจะหาคนรักมาได้ แม่ลืมไปแล้วหรือว่าชื่อเสียงของผมในหมู่บ้านนี้เป็ยังไง ถ้าปิงปิงปฏิเสธผมไปอีกคน มีหวังผมต้องครองตัวเป็โสดไปจนแก่แน่ ถึงตอนนั้นพี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็หลานๆ ที่กำลังจะเกิดมาก็ต้องมาเลี้ยงดูผม หรือว่าความจริงแล้วทุกคนไม่อยากให้ผมแต่งงาน”
จางเทากลอกตาใส่ลูกชาย “แกไม่ต้องหาข้ออ้างมาสารพัดหรอก แค่ยืนยันให้เรามั่นใจว่าของพวกนี้ไม่ได้สร้างความลำบากให้บ้านฝ่ายโน่นจริงๆ พวกเราก็ยินดีรับแล้ว ยกเื่เลี้ยงดูเื่แต่งงานขึ้นมาอ้างให้เสียเวลาทำไม ฉันล่ะอยากให้มีคนมารับแกไปดูแลแทนตั้งนานแล้ว”
จางเป่าจินรีบอธิบายทันที “ปิงปิงเคยช่วยเหลือยุวชนคนหนึ่งก่อนที่ยุวชนคนนั้นจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะครับ เพื่อเป็การขอบคุณ ยุวชนคนนั้นก็เลยส่งของใช้พวกนี้มาตอบแทน แต่ของมันมีอยู่เยอะมาก ปิงปิงเห็นว่าพี่สะใภ้ทั้งสองจำเป็ต้องใช้ เธอก็เลยแบ่งมาให้น่ะครับ”
ทุกคนได้ฟังคำอธิบายก็เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ยุวชนที่ถูกส่งมาอยู่ที่ชนบทล้วนเป็คนมีการศึกษา และส่วนใหญ่ก็เป็ลูกหลานคนมีเงินทั้งนั้น แล้วยุวชนที่มีบ้านอยู่ที่เมืองหลวงยิ่งไม่ต้องอธิบายอะไรมาก พื้นฐานครอบครัวของพวกเขาต้องดีมากอย่างแน่นอน
“ถ้างั้นก็แบ่งให้สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเก็บไว้ใช้คนละชุดก็แล้วกัน” จางเทาตัดสินใจ
หลังจากที่ทานข้าวเย็นเสร็จ แต่ละครอบครัวก็แยกกันกลับห้องของตัวเอง เหลือแต่จางเป่าจินที่ต้องมาหาพ่อกับแม่เพื่ออธิบายเื่ทั้งหมดให้ทั้งสองคนฟังอีกครั้ง
“ไหนแกเล่าให้แม่ฟังทีว่าคนรักของแกเป็ใครกันแน่ แล้วพวกแกไปรู้จักกันตอนไหน” ซ่งหนิงถามลูกชายเสียงเข้ม
จางเป่าจินเล่าเื่ของครอบครัวว่าที่คู่หมั้นของเขาให้บุพการีฟังอย่างไม่มีตกหล่น รวมถึงเื่ที่เขากับเธอหารายได้จากการเข้าไปขายของในตลาดมืดด้วย
“แกกล้าทำเื่เสี่ยงอันตรายพวกนี้ไปได้ยังไง”
“แม่ครับ...ผมระวังตัวเองดีมากเลยนะครับ แม่อย่าห่วงเื่นี้เลย” จางเป่าจินรีบอธิบาย
“จะไม่ให้ฉันเป็ห่วงแกได้ยังไง แต่ละวันมีข่าวว่ามีคนถูกจับไปใช้แรงงานเพราะแอบค้าขายผิดกฎหมายกันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แกไปบอกคนรักของแกให้เลิกทำเื่เสี่ยงอันตรายอย่างนี้เถอะนะ ถ้าเกิดถูกจับไปมันไม่คุ้มกันหรอก”
“อีกไม่กี่ปีจะมีการรื้อฟื้นระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยขึ้นมา ถึงตอนนั้นจะมีการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจด้วย ผมกับปิงปิงตกลงกันไว้ว่าอยากจะเปิดกิจการหรือมีร้านค้าเล็กๆ เป็ของตัวเองสักร้าน เพราะฉะนั้น่นี้เราต้องหาเงินให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยพอถึงตอนนั้นเราจะได้หาซื้อร้านค้าในเมืองได้” จางเป่าจินพูดขึ้นอย่างจริงจังอีกครั้ง “ผมรู้ว่าพ่อกับแม่เป็ห่วงกลัวว่าผมจะถูกจับ แต่ผมสัญญาว่าผมจะดูแลตัวเองให้ดี พ่อกับแม่เชื่อผมนะครับ”
จางเทาจับมือภรรยาไว้เป็เชิงห้าม ั้แ่ลูกชายคนเล็กเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็คนใหม่ เขารู้สึกว่าลูกชายมีความคิดความอ่านเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น พอเห็นท่าทางจริงจังของลูกชาย เขาก็ไม่อยากห้าม ในอนาคตเขากับภรรยาคงอยู่ดูแลลูกชายได้อีกไม่นาน เพราะฉะนั้นคงต้องปล่อยให้ลูกชายเติบโตด้วยวิธีการของตัวเอง และเขาก็เชื่อว่าลูกชายของเขาต้องทำได้ “ถ้างั้นแกก็อย่าบอกเื่นี้กับใคร แม้แต่เ้าใหญ่กับเ้ารองก็บอกไม่ได้เหมือนกัน แล้วเงินที่หามาได้ก็ให้เก็บรักษาไว้ให้ดี”
“ขอบคุณครับพ่อที่เชื่อใจผม” จางเป่าจินส่งยิ้มให้บุพการี “ต่อไปผมจะดูแลพ่อกับแม่ให้ดี และครอบครัวของพี่ใหญ่กับพี่รองผมก็จะไม่ทอดทิ้งเหมือนกัน พ่อกับแม่สบายใจได้เลยนะครับ”
“แกอย่าทำให้พวกฉันผิดหวังก็แล้วกัน” จางเทาบอกกับลูกชาย