บทที่ 33
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่บ้านเช่าของหลงเฟย ช่วงเวลาประมาณเก้าโมงกว่าหลงเฟยก็ลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวัน วันอาทิตย์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของชายหนุ่ม แต่วันนี้มันพิเศษออกไปเพราะเขาจะต้องไปร่วมงานเลี้ยงรุ่นปวส. หลังจากทานอาหารเช้าอย่างง่ายไปเรียบร้อย หลงเฟยก็ไปแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ตามปกติ ต่อมาก็ไปหยิบของจากย่ามวิเศษ ซึ่งสิ่งนี้ก็คือภาพวาด “ความทรงจำแห่งเวนนิส” พร้อมกับหยิบกล่องเน็คไทต์ที่ซื้อมาวันก่อนออกมาด้วย ชายหนุ่มบรรจงห่อภาพวาด และเน็คไทต์ด้วยกระดาษห่อของขวัญ แล้วก็ผูกโบว์ให้เรียบร้อย วันนี้เป็นวันหนึ่งที่หลงเฟยรู้สึกตื่นเต้น เขาไม่ได้ไปงานเลี้ยงรุ่นเลยตั้งแต่เรียนจบ แม้จะผ่านไปแค่ไม่กี่ปีแต่มันก็รู้สึกนานมากสำหรับชายหนุ่ม เขาเลือกเสื้อผ้าในตู้อยู่นานพอสมควรก็หยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าลายจุดออกมาตัวหนึ่งพร้อมกางเกงสแล็คสีดำ หลงเฟยค่อยๆรีดผ้าไปพร้อมกับฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดขวางความสุข “ดิ๊งๆด่อง ดะๆ ดิ๊งๆ ด่อง”“ว่าไงไอ่ป๊อก!” เสียงหลงเฟยฟังดูหงุดหงิดเล็กน้อย“เห้ยไอ้เฟย มึงไม่ต้องตะโกนดังก็ได้น่ะเว่ย กูได้ยินชัด มึงอยู่ไหนเนี่ย” ป๊อกถามกลับ“อยู่บ้านเช่านี่แหละ มีอะไร” หลงเฟยยังคงตอบกลับห้วนๆ“เดี๋ยวตอนเย็นสักสี่โมง กูเอารถไปรับนะ ส่งโลเคชั่นมาในมือถือด้วย”“ก็นัดที่ร้านเดิมไม่ใช่เหรอ กูไปเองก็ได้ ไม่หลงหรอก” หลงเฟยยังงกับความคิดของเพื่อนอยู่“กูกลัวมึงเบี้ยวนัด กูไปรับมึงถึงที่นั่นแหละดีแล้ว ส่งโลฯมานะ แค่นี้แหละ” แล้วป๊อกก็วางสายไป“อะไรของมันวะ ช่างเถอะ” หลงเฟยบ่นเล็กน้อยแล้วก็กดโทรศัพท์ส่งโลเคชั่นบ้านให้ป๊อก แม้ว่าตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงสังสรรค์แต่หลงเฟยก็ไม่เคยลืมงานของตัวเอง ชายหนุ่มนัดให้ร้านขายวัตถุดิบมาส่งของเร็วขึ้นประมาณบ่ายสามโมง ก่อนหน้าร้านข้าวแกงเล็กน้อย เขาจะได้ไม่ต้องวุ่นวายถ้าของมาพร้อมกัน ตอนนี้มีเวลาอยู่หลงเฟยจึงเข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาด เขาค้นพบว่าเหตุการณ์โรคระบาดหลายชนิดที่เคยเกิดขึ้นมาในประวัติศาสตร์นั้น ผู้ป่วยสามารถหายเองได้จากการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเอง เพียงแค่ให้ยารักษาตามอาการ สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโรคนี้ได้ก็คือหยุดการแพร่ระบาดของโรค เมื่อผู้ป่วยไม่ได้รับเชื้อเพิ่ม คนปกติไม่ติดโรค การระบาดก็จะหายไปเอง สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มตระหนักได้ว่าเมืองต่างๆในโลก Magic อาจไม่ได้มีการจัดการผู้ป่วยที่ดีพอ ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าโรคนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส หรือเวทย์มนต์ แต่ข้อมูลที่ได้มาคือการแพร่ผ่านการสัมผัส และหายใจ หลงเฟยคิดว่าถ้ามีการกักตัวผู้ป่วย แบ่งตามความสาหัสของอาการป่วย รวมทั้งแยกออกจากคนทั่วไปตามมาตรฐานสาธารณสุขสากลน่าจะช่วยได้มาก หลังจากทำความเข้าใจเรื่องโรคระบาดแล้ว หลงเฟยคิดว่าต้องไปถามครอบครัวผู้ช่วยของเขา และวินเซนต์ผู้อยู่ในเหตุการณ์นั้นว่าการจัดการที่นั่นเป็นยังไงแน่ แต่ตอนนี้ยังมีอีกเรื่องที่สำคัญกว่าโรคระบาดคือการบุกโจมตีของกองทัพมอนสเตอร์ที่ใกล้เข้ามา ชายหนุ่มยังคงคิดไม่ออกว่าจะหาข้อมูลจากหัวข้ออะไรดี “ลองหาคำว่า ‘กองทัพมอนสเตอร์บุกเมือง’ ไปตรงๆก่อนละกัน” หลงเฟยพิมพ์แล้วกดปุ่มค้นหาในคอมพิวเตอร์ ทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าโลกที่เขาอยู่นี้ไม่มีมอนสเตอร์ แต่...ปรากฏหัวข้อเว็ปไซด์ต่างๆ ที่เรียงกันขึ้นมามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปวีดีโอวิเคราะห์เกม กับคลิปวิเคราะห์ภาพยนตร์ ซึ่งก็ทำให้หลงเฟยเกิดความคิดบางอย่าง “จะว่าไปเนื้อหาของเกมกับหนังพวกนี้มันก็มีหลากหลายอยู่นะ ถ้าโชคดีอาจจะเอาไปใช้ได้อยู่” ชายหนุ่มเชื้อสายจีนตัดสินใจเลือกคลิปวีดีโอเกมออนไลน์ ที่กำลังดังในขณะนี้ขึ้นมาลองดู ซึ่งเกมมีภาพที่สมจริงอย่างมาก ภาพสวยคนชัดอย่างกับภาพนตร์ที่ใช้คนจริงๆแสดงเลยทีเดียว ฉากมุมกล้องที่ตระการตา เลือกได้หลายมุมมอง หลงเฟยดูคลิปการทำสงครามระหว่างเพลเยอร์กับมอนสเตอร์อย่างตั้งใจ ด้วยมีการตัดต่อเสียงผู้บรรยายที่วิเคราะห์กลยุทธ์ การจัดทัพ ชี้ให้เห็นข้อดีข้อเสียอย่างชัดเจน ประเภทของมอนสเตอร์ที่มีจุดแข็งจุดอ่อน แม้จะมีพละกำลัง และเวทย์มนต์เหนือจินตนาการ แต่มันก็ทำให้หลงเฟยนึกถึงเอกลักษณ์เฉพาะของสัตว์ป่าที่เคยดูในสารคดีขึ้นมา ชายหนุ่มดูคลิปเกมในหัวข้อ ‘กองทัพมอนสเตอร์บุกเมือง’ ไปสองสามคลิป จึงลองเปลี่ยนไปดูคลิปของภาพยนตร์บ้าง ซึ่งเขาก็เลือกในหัวข้อที่มีการวิเคราะห์เฉพาะฉากสำคัญๆ โดยนักวิจารณ์หนังชื่อดัง‘วิจารณ์ยับฉากมอนสเตอร์บุกเมืองอาเลเน่ จากเรื่องราชาไร้บัลลังก์ โดยพี่โจ๊กติดอ่าง’‘10/10 คะแนน เสียงชื่นชมหนังดังแห่งปี Legend of Farmer ในฉากมอนสเตอร์บุกเมือง’‘ฉากในตำนาน “Cold Month” กองทัพมอนสเตอร์ปะทะสมาคมนักฆ่า จาก Assassin Lord’ จากคลิปวิจารณ์หนังแม้ว่าจะใช้ภาษาพูด และมีคำหยาบคายเยอะ แต่นักวิจารณ์ก็ได้ชี้จุดสำคัญในฉากนั้นๆที่มีความสมจริงบ้างไม่สมจริงบ้าง และได้วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ต่างๆควรมีที่มาอย่างไร ถึงจะสมเหตุผล และทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมกับหนังมากขึ้น ซึ่งมุมมองที่สมเหตุสมผลนั่นก็คือสิ่งที่หลงเฟยต้องการพอดี ดูคลิปไปเพลินๆก็ได้เวลารถบรรทุกมาส่งของพอดี หลงเฟยจึงปิดคอมฯ ออกไปจ่ายเงินรับ แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวรอเพื่อนมารับ สักพักขนมจีนแกงเขียวหวานจากร้านป้านางฝั่งตรงข้ามถนนก็มาส่ง ก่อนที่ป๊อกจะขับรถมาถึงเพียงครู่เดียว รถกระบะสีดำมีแคปเข้ามาจอดที่หน้าบ้านเช่าของหลงเฟย ปรากฏชายผมสั้นสีดำ ผิวคล้ำ หน้าตาบ้านๆ ร่างกายกำยำ แต่มีรอยยิ้มอารมณ์ดีอยู่เสมอ เขาก็คือป๊อก หรือประกิตติ์ เพื่อนสนิทของหลงเฟย ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมูโดดเด่น เปิดกระจกรถโบกมือทักทายเพื่อนหน้าตี๋ของตน ระหว่างทางไปงานเลี้ยงรุ่น“ไอ้เฟยตอนนี้มึงยังทำงานที่เดิมรึเปล่าวะ” ป๊อกถาม“ที่เดิม ตำแหน่งเดิม แต่เงินเดือนขึ้นมาหน่อย” หลงเฟยตอบแบบขอไปที“โถ่ แล้วแบบนี้สาวที่ไหนจะมองวะ ถึงหน้าตามึงจะดีก็เถอะ” ป๊อกพูดออกมา ซึ่งไม่รู้ว่าจะด่าหรือชมเพื่อนกันแน่“ตอนนี้กูยังไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ปู่กูเพิ่งเสียไปอาทิตย์ที่แล้ว ตอนนี้อยากทำตามคำสั่งเสียของปู่ให้เป็นจริงมากกว่า” หลงเฟยทำหน้าจริงจัง แล้วยกมือที่สวมแหวนทองขึ้นมาลูบ“อ้าว! แล้วก็ไม่บอกก่อน เสียใจด้วยนะเฟย”“ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณที่เป็นห่วง ตอนนี้กูมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว อีกไม่นานทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่นอน” พูดจบหลงเฟยก็ยิ้มออกมา