(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

บทที่ 170: ระเบิดซาลาแมนเดอร์เพลิง

บทที่ 170:ระเบิดซาลาแมนเดอร์เพลิง

 

 

 

เฮรัคเดินมาถึงลานกว้างด้านหลังปราสาทชั้นในในมือของเขาถือลูกทรงกลมหุ้มหนังขนาดพอดิบพอดีมือ เขาเริ่มจากการร่ายเวท ป้องกันสัมบูรณ์คลุมกายไว้เป็นอันดับแรกเพื่อความปลอดภัย

 

เขายืนอยู่ที่ริมลานประลองส่งพลังเวทเพียงเล็กน้อยเข้าไปในลูกทรงกลมนั้น ก่อนจะขว้างมันออกไปสุดแรงเมื่อวัตถุนั้นลอยไปได้ระยะหนึ่ง เฮรัคก็พึมพำคำสั่งออกมาสั้น ๆ ว่า

 

“บูม!”

 

ตูม!

 

เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทดังสะท้อนไปทั่วบริเวณลูกหนังแตกกระจายออกในพริบตา พร้อมกับลูกไฟมหึมาที่ปะทุขึ้นกลางอากาศคลื่นความร้อนแผ่ซ่านกระจายไปทั่วพร้อมแรงกระแทกที่พุ่งออกไปทุกทิศทาง

 

“เชนหลาน ประเมินอานุภาพการระเบิดเดี๋ยวนี้”

 

“กำลังประเมินผล...ผลประเมินความรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 23 หน่วย” เชนหลานตอบกลับผ่านชิปพันธุกรรม

 

เฮรัคเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจยิ่ง

 

“ดีมาก! แรงกว่าการโจมตีของมัลคอล์มในตอนนั้นเสียอีก”

 

โครงสร้างการอัดแน่นและปลดปล่อยพลังงานที่เชนหลานออกแบบมานั้นทรงพลังเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก

 

“เชนหลานจงบันทึกชื่อวัตถุวิเศษชิ้นนี้ว่า ‘ระเบิดซาลาแมนเดอร์เพลิง’”

 

“บันทึกชื่อเรียบร้อยแล้ว”

 

เมื่อการทดลองประสบความสำเร็จเฮรัคย่อมต้องผลิตมันเพิ่มขึ้น ยิ่งมีมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งอุ่นใจหากวันใดมีภยันตรายมาเยือน เขาจะได้โยนระเบิดพวกนี้ออกไปเป็นชุดๆให้ศัตรูขวัญกระเจิง

 

“นายท่าน!เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?” ชาตียาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา

 

นางสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังเวทอันรุนแรงที่ปะทุขึ้นแต่เมื่อเห็นว่าเฮรัคปลอดภัยดีนางก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเฮรัคปฏิบัติต่อนาอย่างดีทำให้นางเริ่มมีความรู้สึกพึ่งพาในตัวเขาประกอบกับพันธสัญญานายบ่าวที่ผูกมัดไว้อย่างเหนียวแน่น หากเฮรัคสิ้นชีพลงนางก็มิอาจมีชีวิตรอดอยู่ได้ จึงมิแปลกที่นางจะห่วงใยเขาถึงเพียงนี้

 

“ไม่มีอันใดหรอกข้าเพียงแค่ทดลองสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น” เฮรัคตอบพลางปัดฝุ่นตามตัว

 

“ค่อยยังชั่วเจ้าค่ะ...”ชาตียาถอนหายใจยาว

 

เสียงระเบิดนั้นดังสนั่นจนได้ยินไปทั่วทั้งหุบเขาหินดำแม้แต่ เบลก เชอร์ชิล ก็ยังต้องรีบรุดมาดูด้วยตนเอง

 

“เกิดอันใดขึ้นหรือ?”

 

เฮรัคยิ้มแห้งๆ อย่างเก้อเขิน “ไม่มีอะไรมากครับท่านเบลกข้าเพียงแค่ทำการทดลองเล็กๆ เท่านั้น”

 

“เล็กอย่างนั้นหรือ?” เบลกมองเขาด้วยสายตาแปลกใจกับคำว่าเล็ก ของอีกฝ่าย

 

เฮรัครีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

 

“เอ่อ... ท่านเบลกท่านพอจะช่วยจัดหาผลึกและขนซาลาแมนเดอร์เพลิงเพิ่มให้ข้าได้หรือไม่?”

 

“ได้สิ เจ้าต้องการเท่าใดเล่า?”เมื่อเห็นว่าเฮรัคไม่เป็นอะไรเบลกจึงไม่ได้ซักไซ้เรื่องการระเบิดต่อ

 

“ข้าขอสักหนึ่งร้อยชุดก่อนแล้วกัน”

 

“เท่าใดนะ!” เบลกถึงกับสะดุ้งโหยง

 

เฮรัคหัวเราะแก้เก้อแต่ก็ไม่ได้อธิบายสิ่งใดเพิ่มเบลกเองก็เข้าใจมารยาทดีว่าหากอีกฝ่ายไม่ประสงค์จะเอ่ยถึง ก็มิควรไปก้าวก่าย

 

“ตกลง ข้าจะรีบติดต่อให้ปริมาณมากถึงเพียงนี้ข้าน่าจะเจรจาต่อรองราคาให้เจ้าได้บ้าง”

 

“ขอบพระคุณท่านมาก”

 

ตระกูลเชอร์ชิลทำงานได้อย่างรวดเร็วสมคำร่ำลือภายในเวลาเพียงครึ่งเดือนผลึกและขนซาลาแมนเดอร์เพลิงจำนวนหนึ่งร้อยชุดก็ถูกส่งมาถึงหุบเขาหินดำ

 

เฮรัคจ่ายหินเวทไปทั้งสิ้น 2,900ก้อนซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับราคาปลีกปกติที่มักจะเกินชุดละสามสิบหินเวทส่วนลดมหาศาลนี้ทำให้เขาพอใจเป็นอย่างยิ่ง

 

เขาเก็บวัตถุดิบทั้งหมดเข้าสู่วงแหวนมิติและกลับไปยังห้องใต้ดินเพื่อเริ่มผลิตระเบิดซาลาแมนเดอร์เพลิงอย่างต่อเนื่อง

 

ใน ซากปรักหักพังหนองมรณะ ที่กำลังจะเปิดออกนั้นย่อมมีอันตรายและมีพ่อมดสภาวะผลึกจำนวนมากรออยู่แม้ตอนนี้เฮรัคจะพอมีวิชาเอาตัวรอดจากพ่อมดสภาวะผลึกได้บ้างแล้วแต่การเตรียมตัวให้พร้อมย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าเขาบรรจงสร้างระเบิดทุกลูกอย่างพิถีพิถันโดยไม่ยอมให้เสียวัตถุดิบไปแม้แต่น้อย

 

เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน

 

ภายในวงแหวนมิติของเฮรัคระเบิดซาลาแมนเดอร์เพลิงกว่าร้อยลูกวางเรียงรายอย่างสงบนิ่งรอคอยเวลาปลดปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาล

 

ยามนี้เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนก่อนที่ หนองมรณะจะเปิดออก เมื่อเตรียมระเบิดจนครบตามเป้าหมายเฮรัคจึงหันมาปรุงยาสำรองไว้จนวงแหวนมิติกลายเป็นคลังแสงขนาดย่อมโดยอาศัยวัตถุดิบส่วนเกินที่สะสมมาตลอดช่วงที่ทำงานตามคำสั่งให้กับหุบเขาหินดำ

 

ด้านการบ่มเพาะพลังพลังจิตของเขาหนาแน่นราวกับม่านหมอกดาวดวงที่เก้าในแผนผังชุดที่สองถูกจุดจนสว่างไสวเหลือเพียงหกดวงสุดท้ายก็จะครบถ้วนเฮรัคประเมินว่าหากจุดดาวเพิ่มได้อีกเพียงสองดวงพลังจิตจะอัดแน่นจนถึงขีดสุดของสภาวะก๊าซ และพร้อมควบแน่นสู่ สภาวะของเหลว ทันที

 

แม้โดยปกติขั้นตอนนี้จะกินเวลานานนับปีแต่ด้วยรากฐานจากสายเลือดเอลฟ์ราชันที่เขาดูดซับไว้ทำให้ระดับพลังจิตของเขาพุ่งทะยานเร็วกว่าพ่อมดทั่วไปอย่างก้าวกระโดด

 

 ตลอดเดือนที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างสองตระกูลเริ่มสงบลงแม้สวนวัตถุดิบจะเสียหายจนราคายาในตลาดพุ่งสูง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ตระกูลเชอร์ชิลจงใจปั่นราคาเพื่อประกาศศักดาและชดเชยความสูญเสีย

 

แต่สุดท้ายราคาก็เริ่มทยอยลดลงตามกฎของสถาบันออกัสตัสเพื่อป้องกันการผูกขาดคาดว่าจะกลับสู่สภาวะปกติในอีกสองเดือนข้างหน้า

 

ช่วงนี้เฮรัคจึงมีเวลาว่างมากขึ้นเนื่องจากคำสั่งปรุงยาลดน้อยลง ทว่าชื่อเสียงของเขากลับขจรขจายไปไกลจากวีรกรรมที่พ่อมดสภาวะก๊าซอย่างเขาสามารถต้านทานพ่อมดสภาวะผลึกได้แม้ตระกูลมอสจะพยายามปิดข่าวแต่ตระกูลเชอร์ชิลกลับโหมกระพือเรื่องนี้เพื่อข่มขวัญศัตรูด้วยประโยคเย้ยหยันว่า

 

“คนของเราเพียงระดับสภาวะก๊าซยังทำให้พ่อมดสภาวะผลึกของพวกท่านต้องหนีหัวซุกหัวซุนได้!”

 

 

 

 

คล้ายกับเรื่อง(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก ที่คุณอ่าน