[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    91 แสงแฟลช

     “ร้อยตรี ยังตื่นเช้าเช่นเดิมเลยนะครับ”


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มให้กับน็อตหลังจากเดินทางมาในช่วงเช้าเพื่อรับชุดเกราะมาร์คเอท งานที่เขาทำหลายวันที่ผ่านมานี้ไม่ได้ใช้ชุดเกราะอย่างหนัก จึงทำให้เห็นสีหน้าสดชื่นแจ่มใสจากน็อต


    “ขอบคุณมากนะครับ”


    “ไม่เป็นไรครับ ขอให้โชคดีนะครับ  อ๋อ ลืมบอกอีกอย่าง ผมใช้ระบบแม่เหล็กสำหรับยึดเกาะลูกธนูไม่ให้หล่นแล้วนะครับ จะได้ไม่เป็นเหมือนตอนนั้นอีก”


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มก่อนจะสวมใส่ชุดเกราะแล้วเดินจากไป ดูเหมือนว่าการกระทำของเขาที่แกล้งทำเป็นลูกธนูหล่นไปทั้งโหล จะปกติจนไม่มีใครกล่าวโทษความผิดนี้ให้กับเขา ส่วนน็อตที่เป็นวิศวกรประจำตัวดูเหมือนจะหาสิ่งต่างๆมาปรับแต่งชุดเกราะเสมอเพื่อไม่ให้พบกับข้อบกพร่องต่างๆ 


    ในระหว่างที่แอชเชอร์เดินไปถึงจุดนัดหมายเขาก็ทำเช่นเดิมคือนั่งทำสมาธิรอให้สมาชิกเดินทางมารวมตัวกัน ทันใดนั้นชุดเกราะของแอชเชอร์ก็ได้รับการแจ้งเตือนบอกว่ามีใครบางคนกำลังอยากจะพูดคุยกับเขา


    “ร้อยตรีแอชเชอร์ แอสลาสรับสายครับ”


    “แอชเชอร์ ฉันเอง”


    น้ำเสียงคุ้นหูเป็นของผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ที่ติดต่อมา แอชเชอร์จึงเงียบแล้วรอให้ทางฝั่งนั้นสั่งการ


    “เช้านี้นายได้รับภารกิจให้ไปสำรวจและติดตั้งอุปกรณ์ใน 3 อุโมงใช่ไหม”


    “ครับ”


    “อย่าทำเกินนี้ล่ะ อีกอย่างวันนี้รายงานภารกิจให้ช้าหน่อย”


    “มีอะไรหรือเปล่าครับ” แอชเชอร์เกิดความสงสัย


    “มีสิ มีแน่นอน เอาเป็นว่าทำภารกิจให้ดีอย่าทำเกินขอบเขต สุดท้ายก็ส่งรายงานช้าๆ แล้วหลังจากนั้นนายจะได้รู้เองว่าทำไม แต่ฉันจะบอกใบ้ว่ามันเป็นผลดีต่อตัวของเรา”


    “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”


    การสื่อสารถูกยกเลิกแอชเชอร์จึงนั่งย่นคิ้วพยายามเรียบเรียงคำพูดของผู้บัญชาการ รวมถึงนึกหาสาเหตุของการส่งรายงานช้าในวันนี้ ทันใดนั้นเองแอชเชอร์ก็พอจะรู้สาเหตุว่าทำไมต้องทำแบบนี้ การมีชุดเกราะมาร์คเอทเดินเข้ามารวมกลุ่มกับพวกเขาเป็นตัวตอบคำถามได้อย่างดีเยี่ยม


    “สวัสดีผมพันตรีเจคอป ถูกบรรจุให้เข้าร่วมทีมสำรวจ”


    “สวัสดีผมร้อยตรีแอชเชอร์  เป็นหัวหน้าทีมสำรวจ”


    แอชเชอร์รายงานตัว โดยที่เขาไม่ได้ลุกขึ้นยืน เนื่องจากว่างานนี้เขาเป็นหัวหน้า ระหว่างที่เขาเน้นย้ำในตำแหน่งหัวหน้าไป บนใบหน้าของเจคอปไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆออกมา 


    จากสายตาที่แอชเชอร์มองสำรวจทำให้เขาเชื่อว่าชายคนนี้เป็นคนที่เก่งมาก สามารถเก็บอารมณ์ความรู้สึกและแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ จึงไม่แปลกที่ชีวิตก่อนลูกชายคนที่ 7 ของตระกูลคาเทียร์จะเป็นคนที่พาตระกูลไปยังจุดสูงสุด จนเขาที่เป็นเพียงครูฝึกถูกจัดการในค่ายฝึกของตัวเองโดยไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งและไม่มีใครรับผิดชอบ


    “มาครบแล้วสินะ เริ่มเดินทางได้”


    แอชเชอร์ขึ้นไปบนรถหุ้มเกราะมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่พวกเขาขุดเจาะเมื่อวานเพื่อเริ่มภารกิจติดตั้งเครื่องมือสำรวจ ดูเหมือนว่าทางกองทัพอยากจะดูวิวัฒนาการของมอนสเตอร์เพื่อนำไปคำนวนในแผนการบุก


    “ร้อยตรีแอชเชอร์ ภารกิจของเราต้องทำอะไรบ้าง”


    “เรียกผมหัวหน้า ภารกิจนี้ทุกคนต้องทำตามคำสั่งของผม” 


    แอชเชอร์ย้ำคำว่าหัวหน้า เขาต้องการยั่วยุเพื่อจะดูว่าชายที่ชื่อเจคอปมีความอดทนอดกลั้นมากน้อยแค่ไหน จากการหันกลับไปมองแอชเชอร์ยังคงพบว่าบนใบหน้าของเจคอปยังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา


    “งานที่เราต้องทำคือการติดตั้งกล้องในถ้ำที่อยู่ลึกสุดของพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง ซึ่งมันไม่มีอะไรมากมายนัก หากทำตามคำสั่งของผมเราจะปลอดภัยทุกๆคน”


    “ครับ”


    ไม่มีการพูดจาใดเกิดขึ้นอีก กระทั่งรถหุ้มเกราะเดินทางมาถึงตำแหน่งขุดเจาะที่ใช้แผ่นเหล็กปิดปากหลุมเอาไว้ แอชเชอร์ก็ได้ให้ทหารหน่วยป้องกันติดตั้งเครื่องดึงสลิง เพื่อที่จะส่งทีมสำรวจและอุปกรณ์ลงไปด้านล่าง


    กล้องตัวแรกถูกหย่อนนำทางเพื่อสำรวจดูเส้นทางที่ขุดมีมอนสเตอร์เข้ามาหรือไม่ กระทั่งกล้องส่งไปถึงถ้ำด้านใต้มันก็ถูกดึงกลับขึ้นมาจากนั้นแอชเชอร์ก็เป็นคนแรกที่ถูกส่งลงไป ตามด้วยทีมสำรวจคนอื่นๆ


    ติ๊ด~!


    คอมพิวเตอร์พกพาที่ถูกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเปิดการทำงานใหม่อีกครั้งด้วยฝีมือของแอชเชอร์ ก่อนที่เขาจะลงมือเปิดกล้องเพื่อนำกล้องออกมาติดตั้ง ตำแหน่งนี้มันจะเป็นจุดหลักที่ใช้รับส่งภาพขึ้นไปด้านบน จนกระทั่งหน่วยสำรวจที่ตามลงมาติดตั้งอุปกรณ์เสริมลงบนชุดเกราะจนพร้อมเดินทาง แอชเชอร์ก็ได้พาทีมของเขาเดินไปยังอุโมงแรกเพื่อที่จะติดอุปกรณ์ตามหัวข้อภารกิจที่พวกเขาจะต้องทำในวันนี้


    “อย่าส่งเสียงและใช้พลังงานให้น้อยที่สุด”


    เจคอปพยักหน้าอย่างเชื่อฟังยอมทำตามที่แอชเชอร์บอก จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆย่องเข้าไปในอุโมงที่ 1 กระทั่งมาถึงจุดที่ทีมสำรวจหมอบเมื่อวาน แอชเชอร์จึงนำอุปกรณ์เสริมจากหนึ่งในทีมสำรวจยกขึ้นหลังแล้วคลานเข้าไปด้านในเพียงคนเดียว เขายังไม่กล้านำคนอื่นเข้าไปเสี่ยงด้วย กลัวว่าจะทำให้แมงมุมตื่น


    “ยังคงเป็นไข่เหมือนเดิมสินะ”


    แอชเชอร์มองดูไข่ที่อยู่ในห้อง พวกมันยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากเมื่อวานมากนัก เขาจึงนำกล้องออกมาติดเอาไว้ปากทางเข้าถ้ำ พลางนำสายสื่อสารที่ลากมาตั้งแต่จุดตั้งค่ายต่อเข้ากับกล้องเพื่อเปิดการทำงาน ต่อจากนี้ไปหน่วยสำรวจไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง กล้องที่แอชเชอร์ติดจะทำให้คนในกองทัพนั่งมองการเติบโตของมอนสเตอร์ได้


    แกล็บ แกล็บ แกล็บ~!


    กล้องทั้งหมด 5 ตัวนำออกมาติดรอบๆถ้ำจนทำให้มองเห็นทุกๆอย่าง หลังจากที่ติดตั้งเสร็จแอชเชอร์ก็เริ่้มคลานกลับแล้วมุ่งหน้าไปยังอุโมงต่อไป ระหว่างที่เขาเดินทางแอชเชอร์รู้สึกสนใจเจคอปไม่น้อย จากความนิ่งที่แอชเชอร์เห็นมันน่ากลัวมาก เขาไม่รู้เลยว่าลูกหลานตระกูลใหญ่ที่เป็นถึงพันตรีกำลังคิดอะไรกับเขาที่เป็นเพียงร้อยตรีแล้วยังเป็นหัวหน้าในการสั่งการ 


    ชีวิตก่อนเหตุการณ์ที่ทหารยศน้อยเป็นหัวหน้าแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่เขารู้ว่าสาเหตุที่ไม่เกิดขึ้นก็เพราะว่าทหารยศสูงเหล่านั้นตัดตอนปัญหาก่อนจะเริ่มภารกิจด้วยการให้คนผู้มียศสูงเป็นหัวหน้า ชีวิตนี้ของแอชเชอร์เขากลับเป็นหัวหน้ายศพันตรี จะต้องมีความไม่พอใจแสดงออกมาบ้าง แอชเชอร์กลับยังไม่เห็นเลย การที่ศัตรูของเขาปกปิดอารมณ์ได้เก่งเพียงแค่อายุ 20 ปี ทำเอาเขารู้สึกสั่นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าศัตรูแข็งแกร่ง


    “ฟังคำสั่ง ต่อจากนี้ไปจะอันตรายมาก หากเกิดอะไรขึ้นให้รีบใช้สลิงดึงตัวเองกลับขึ้นไปด้านบน”


    แอชเชอร์รับกระเป๋าอุปกรณ์มาจากลูกทีม ตอนนี้เขาอยู่หน้าถ้ำที่อยู่ด้านในอุโมงที่ 3 การติดตั้งกล้องกำลังจะเริ่มขึ้น เพียงแต่ว่ามันจะต่างจาก 2 ถ้ำแรกตรงที่ถ้ำแห่งนี้เขาจำเป็นต้องไปให้ถึงจุดลึกสุดเพื่อหย่อนกล้องลงไปยังทางเชื่อมรังเพื่อดูรังที่ต่อจากถ้ำที่ 3 หลังจากแอชเชอร์สะพายกระเป๋าขึ้นหลังเขาก็เริ่มคลานออกจากทีมไปจนถึงปากทางเข้าถ้ำที่ 3 การติดตั้งอุปกรณ์ก็เริ่มขึ้นด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากว่ามอนสเตอร์ในถ้ำแห่งนี้ออกจากไข่เป็นระยะเวลานานแล้ว พวกมันน่าจะมีการตรวจจับที่ดีมาก จนเขาต้องระวังไม่ให้เกิดเสียงและเกิดการเคลื่อนไหวที่มากไปจนพวกมันจับได้


    “ต่อไปก็ เข้าไปด้านใน”


    แอชเชอร์ถอนหายใจเข้าออก ก่อนจะเริ่มคลานเข้าไปในถ้ำอย่างช้าๆไม่เร่งรีบ ยิ่งช้ายิ่งดีเพราะมันจะทำให้เขาไม่ถูกมอนสเตอร์ที่อยู่บนเพดานตรวจพบ ในระหว่างที่แอชเชอร์กำลังคลานไปเรื่อยๆจนเขาไปถึงกลางห้อง แสงแฟลชสีขาวก็สว่างวาบมาจากทางด้านหลังครู่หนึ่งทำเอาแอชเชอร์ตกใจตื่นหยุดตัวนิ่งไม่ขยับเคลื่อนไหวใด


    “ไอ้เวร”


    แสงที่เกิดขึ้นแอชเชอร์รู้ว่ามันเป็นแสงจากหมวกเกราะที่เปิดใช้งานโหมดถ่ายรูป เพียงแต่ว่าคนที่ถ่ายไม่ได้ปิดโหมดแฟลชจึงทำให้มีแสงส่องสว่างเข้ามาในถ้ำ ยังดีที่แมงมุมไม่มีตัวไหนตอบสนอง จึงทำให้เขาปลอดภัย แอชเชอร์ที่มองตามหลังไปเห็นเจคอปอยู่หน้าทางเข้าถ้ำจึงกัดฟัน เรื่องนี้ต้องมีการคุยกันที่ยาวกว่านี้หากเขาออกไปเพราะมันขัดคำสั่ง ไม่ยอมหลบอยู่ในจุดเดียวกันกับทีมสำรวจ เลือกที่จะเข้ามาสำรวจถ้ำแห่งนี้ด้วยตัวของมันเอง แล้วยังทำอะไรโง่ๆอย่างเช่นส่องแสงเข้ามาในถ้ำอีก


    แอชเชอร์คลานต่อไปด้านหน้าจนไปถึงอุโมงที่อยู่ลึกสุดในถ้ำที่ 3 ทันทีที่เขาส่องหน้าลงไปนั้นก็พบเข้ากับหลุมลึกมีระยะมากกว่า 100 เมตร เนื่องจากระบบไม่สามารถตรวจพบถ้ำในระยะ 100 เมตรได้


    ติ๊ด~!


    หุ่นยนต์สำรวจถูกออกแบบให้อยู่ในรูปลักษณ์รถบังคับถูกมัดเข้ากับเครื่องชักสลิงเล็กๆขนาดเท่ากำปั้น จากนั้นแอชเชอร์ได้นำสายสื่อสารที่ลากติดกับชุดเกราะมาด้วยนั้น เชื่อมเข้ากับรถบังคับเพื่อจะส่งมันลงไป จากสายสื่อสารที่เหลืออยู่คาดว่าน่าจะส่งรถบังคับลงไปในรังของแมงมุมได้ แอชเชอร์จึงเริ่มลงมือเปิดเครื่องชักสลิงส่งรถบังคับเชื่อมสายสื่อสารลงไปในหลุมลึก ระหว่างที่เขากำลังพยายามส่งรถบังคับอย่างระมัดระวังนี้เอง เจคอปยังคงอยู่หน้าถ้ำพยายามถ่ายรูปสิ่งต่างๆ จนแอชเชอร์ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้


    ตึก~!

    รถบังคับถูกวางลงไปบนพื้นดินอย่างนุ่มนวล ก่อนที่มันจะใช้กล้องเล็กๆที่สามารถถ่ายวีดีโอได้รอบตัวหันมองทุกๆอย่างแอชเชอร์จึงบังคับมันผ่านสายสัญญาณให้วิ่งไปชิดติดกำแพง ป้องกันไม่ให้มันถูกเหยียบ หลังจากที่รู้ว่าเขาทำภารกิจติดตั้งสำเร็จแล้วจึงรีบคลานออกไปจากถ้ำแห่งนี้ เพื่อกลับขึ้นไปด้านบน รอให้กองทัพเสนอแผนใหม่ในการจัดการ


    “หัวหน้าครับ ขอโทษที่ผมขัดคำสั่ง”


    แอชเชอร์ที่ออกมาถึงหน้าทางเข้าถ้ำได้รับคำขอโทษ ซึ่งมันไม่น่ามีทางเป็นไปได้จากชายที่ทำให้เขาเกือบซวยเมื่อครู่นี้ การเป็นคนของตระกูลใหญ่จะต้องมีความหยิ่งผยองเหมือนน้องของมันที่ฆ่าเขาตาย เจคอปกลับต่างออกไป ทำเอาแอชเชอร์ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับมัน เดิมทีเขาคิดว่าจะชกมันสักหมัด แต่เมื่อนึกได้ว่าผู้บัญชาการกำชับเอาไว้ว่าอย่าทำอะไรเกินหน้าที่ เขาจึงละเว้นการทำโทษเจคอปที่ขัดคำสั่งแล้วพาทุกๆคนออกจากสถานที่แห่งนี้


    “เจคอป เรื่องที่คุณขัดคำสั่งผมจะรายงานค่ายทหาร”


    “ผมยอมรับผิดครับ”


    สลิงดึงตัวทีมสำรวจทั้ง 5 ขึ้นไป กระทั่งแอชเชอร์กลับออกมาด้านนอกเขาก็บอกให้ทุกๆคนเก็บข้าวของ ไม่จำเป็นต้องมีใครเฝ้าที่นี่เนื่องจากตอนนี้อุปกรณ์ทุกๆอย่างถูกควบคุมจากค่ายทหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทหารจึงขึ้นรถมุ่งหน้ากลับไปยังค่ายฝึก


    ติ๊ด~!


    ระบบสื่อสารของชุดเกราะกลับมาทำงานได้อีกครั้งหลังจากขับรถกลับออกมาจากเขตอับสัญญาณระหว่างนี้เองแอชเชอร์ได้มองไปยังข้อความจากผู้บัญชาการที่ส่งมาเตือนเขาเรื่องรายงานของวันนี้


    “ต้องการจะทำอะไรกันแน่นะ”






    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน