“มีธุระอะไรก็รีบไปเถอะลูก อย่าให้คุณเธอต้องรอนาน”
นี่แหละคือแม่ของน้ำขิง ตัวเองยอมคนอื่นคนเดียวยังไม่พอยังจะสอนให้ลูกยอมเขาตามอย่างตัวเองไปด้วยอีก
“คนใช้อื่นๆก็มีอยู่เต็มบ้าน ทำไมเจาะจงต้องเป็น้ำขิงคนเดียวเท่านั้น”
น้ำขิงอดบ่นออกไปไม่ได้
“น้ำขิง”
น้ำอ้อยทำเสียงดุปรามลูก อย่างไม่้าให้ลูกทำนิสัยแข็งขืนกับเ้านายในบ้าน และน้ำขิงก็จำต้องลุกออกไปโดยไม่พูดอะไรอีกเพราะถึงยังไงแม่ก็คือคนคนเดียวที่เธอยังเชื่อฟังอยู่เสมอ
“ฉันก็เห็นด้วยอย่างที่น้ำขิงพูดนะน้าอ้อย ฉันว่าเขาจงใจจะหาเื่แกล้งน้ำขิงกันชัดๆเลย”
จุ๋มทำท่ากระซิบคุยเมื่อลับหลังน้ำขิงไปแล้ว
“ช่างเถอะจุ๋ม มันเป็สิทธิ์ของเขาอยู่แล้วนี่ เราผิดเองที่เกิดมาเป็แค่คนใช้ของเขา”
น้ำอ้อยกล่าวอย่างเจียมตัว ทำให้จุ๋มต้องส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยก็ไม่รู้ว่าน้าอ้อยจะยอมทนเพื่ออะไรนักหนา เป็เธอเอง หากเหลือบ่ากว่าแรงแล้วละก็ คงไม่ยอมทนต่อไปหรอก
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ทำไมถึงได้ชักช้านักนังน้ำขิง ฉันเรียกหาตั้งนานแล้ว”
แพรวรุ้งส่งเสียงไม่พอใจใส่ทันทีเมื่อเห็นหน้าน้ำขิงที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ถึงกับรีบร้อนอะไร
“นานแค่ไหนแล้วคะ บังเอิญน้ำขิงพึ่งจะได้ยินเมื่อไม่กี่นาทีมานี่เอง”
น้ำขิงตอบผู้มีศักดิ์เป็พี่สาวร่วมบิดาเดียวกันด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“นี่แกอย่ามาแกล้งกวนประสาทฉันน่ะ หัดจำใส่สมองไว้เสียบ้างสิว่าถ้าฉันเรียกหาปุ๊บ แกก็ต้องมาปั้บ เข้าใจไหม”
แพรวรุ้งขึ้นเสียงใส่น้องสาวต่างมารดาอย่างวางอำนาจ เพราะเธอไม่เคยยอมรับว่าน้ำขิงเป็น้องอยู่แล้ว เธอภาคภูมิใจในการเป็ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวที่ต้องได้รับความเอาอกเอาใจจากทุกคนในสายตาของเธอแล้ว น้ำขิงคือเสี้ยนหนามคอยตำความรู้สึกที่เธออยากจะกำจัดไปให้พ้นอยู่ทุกวันนั้นเอง
“เื่เข้าใจนั้นก็คงพอเข้าใจค่ะ แต่อาจจะทำตามได้ยากหน่อย เพราะหากตอนที่คุณแพรวเรียกหานั้นน้ำขิงกำลังเข้าห้องน้ำอยู่คุณก็คงต้องรอบ้าง”
“ตายแล้ว นี่แกอย่ามายอกย้อนฉันน่ะ นังคนไม่รู้จักเจียมกะลาหัว”
เสียงของแพรวรุ้งนั้นไม่เบาเลย ทำให้นางวิภาวีซึ่งผ่านมาได้ยินเข้าจึงรีบเข้ามาดู
“เกิดอะไรขึ้นหรือลูกแพรว”
“ก็นังน้ำขิงสิคะคุณแม่ หนูเรียกหาตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมโผล่มาพอมาถึงก็ยังมาพูดจายอกย้อนกวนประสาทอยู่อีก”
แพรวรุ้งรีบหันไปฟ้องมารดา
“นี่แกคิดว่าแกเป็ใครหรือนังน้ำขิง ถึงกล้ามาทำนิสัยอย่างนี้กับลูกของฉัน แกอย่าคิดนะว่าการที่คุณท่านยอมเซ็นรับแกเป็ลูกแล้วแกก็จะมาตีตัวเสมอกับลูกสาวของฉันได้ เพราะถึงยังไงแม่ของแกก็เป็แค่คนใช้และแกก็เป็แค่ลูกของคนใช้”
นางวิภาวีต่อว่าน้ำขิงทันทีอย่างไม่คิดจะสอบถามหาต้นสายปลายเหตุ ซึ่งก็เหมือนกับทุกๆครั้งที่เกิดเื่ น้ำขิงเผชิญกับเหตุการณ์อย่างนี้มาั้แ่เด็กแล้ว
“น้ำขิงภูมิใจมากที่มีแม่เป็คนใช้ แต่ก็เสียใจมากที่มีพ่อคนเดียวกันกับคุณแพรว”
น้ำขิงย้อนกลับไปตามตรง
“แกพูดอย่างนั้นหมายความว่ายังไง”
นางวิภาวียิ่งโมโหเมื่อถูกลูกเมียน้อยที่ตนแสนจะชิงชังย้อนกลับมาอย่างนั้น
“หมายความว่าน้ำขิงไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องใดใดกับคนอย่างพวกคุณเลยไงคะ”
“ปากดีนัก”
นางวิภาวีจบคำพูดพร้อมกับตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของน้ำขิงเต็มแรงจนใบหน้าของหญิงสาวสะบัดหันก่อนที่รอยแดงจะปรากฏเป็ปื้นขึ้นที่ซีกหน้าด้านนั้นและจังหวะนั้นเองที่นายเพิ่มพลก็ได้เดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี
“นั้นมันเกิดอะไรขึ้น”
“ก็นังลูกคนใช้นี่สิคะ มันกำเริบเสิบสานกับลูกแพรวของเรา”
นางวิภาวีบอกกับสามีทำให้สายตาจับผิดของนายเพิ่มพลได้ฉายแสงไปทางน้ำขิงและมันก็ทำให้น้ำขิงรีบข่มกลั้นความรู้สึกเจ็บช้ำในใจแล้วเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยท่าทางถือดีทันที
“ทำไมถึงทำอะไรอย่างนั้น”